ฉันหลอกตัวเองใช่ไหม...ที่่ว่า
"จงเขียนตามใจตัวเอง เีขียนด้วยอุดมการณ์"
"ขายไม่ได้เเล้วไง ความฝันของฉันไม่ได้มีไว้ขาย"
"คนที่เขียนหลายเล่มต่อปี ก็แค่นักเขียนขยะ ที่งานเขียนไร้ประณีต"
มันเป็นเเค่คำปลอบใจของนักเขียนสมัครเล่น
เพราะที่จริงเเล้ว ฉันมันเขียนไม่ได้เรื่องเลยต่างหาก
เขียนตามที่ บก สั่งก็ไม่ไหว
ดื้อเเพ่ง พอไม่ไหวก็หาว่า บก ตามใจตลาด เอานักเขียนไปขายฝัน
ที่จริงเเ้ล้วฉันไม่ได้เรื่องใช่ไหม...
เเค่เขียนให้ตลาดพอใจ...ฉันก็ทำไม่ได้
เเค่เขียนให้ขายดี...ฉันก็ทำไม่ไหว
อิจฉานักเขียนดังๆที่ผลงานขายดี มีผลงานปีละหลายเ่ล่ม
อยากเป็นเหมือนเขาใช่ไหม? เเต่ทำไม่ได้ เพราะไม่ถึงขั้น
ใช่...ใช่...ฉันมันนักเขี่ยดีๆละมัง
เพระรู้ว่าตัวเองไม่มีทางเป็นนักเขียนชื่อดังได้...จึงต้องปลอบตัวเอง หลอกตัวเอง ว่าเราไม่อยากเขียนหนังสือตลาด
ที่จริง มันก็เเค่อุดมการณ์เพ้อๆ ของคนที่ทำอะไรไม่เคยสำเร็จ
ห่วยเเตกสิ้นดี
"กุหลาบน้ำเงิน" ก็คือ ดอกไม้ที่หลอกตัวเองนั่นเเหละ... กุหลาบสีน้ำเงินไม่มีในโลกนี่น่ะ
....................................................
ความคิดเห็น
ถ้าท่านไม่ลองดูไม่ลองพยายามแล้วจะรู้ได้อย่างไรล่ะคะ
ว่ามันไม่จะสำเร็จ?
ถ้าเป็นท่านล่ะก็...จะต้องทำได้อยู่แล้ว ฉันเชื่ออย่างนั้น ^^
แต่ก็นะ...ฉันไม่ใช่นักเขียนเหมือนอย่างท่านนี่นา...
ฉันไม่อาจเข้าใจความรู้สึกจริงๆของท่านได้...
...ขอโทษด้วยนะคะ...
...
อย่างน้อยในความคิดผม ก็เป็นกุหลาบที่สวยงาม
...และไม่ใช่ภาพมายาครับ
ฟังจากที่คุณเขียน มันคงเป็นอุปสรรคที่ทำให้คุณล้มจนเจ็บปวดมากเลยสินะครับ
บลูโรสครับ ทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองรักใช่ไหมครับ คุณก็ทำในสิ่งที่คุณรักใช่ไหมครับ?
คุณทำดีที่สุดแล้วใช่ไหมครับ? การเป็นนักเขียนไม่ง่ายผมพอจะรู้
แต่ถ้าเราไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่เรารักไม่เชื่อมั่นในอุดมการณ์ตัวเอง แล้วเราจะไปเชื่อมั่นใครล่ะครับ
ทุกอย่างมีการเติบโต พัฒนา ยิ่งโตยิ่งงดงาม และผมเชื่อว่า..
กุหลาบน้ำเงิน ดอกนี้จะเติบโตได้อย่างงดงามเช่นกัน
ความผิดพลาด ความล้มเหลว อาจทำให้หลายคนท้อแท้สิ้นหวัง
แต่ผมขอมอบความหวังนี้แม้มันอาจจะเป็นเพียงตัวอักษรจากใครที่คุณก็ไม่รู้จัก
"ก้าวเดินต่อไปนะครับ บลูโรส"
(ยิ้มอย่างสุภาพก่อนโค้งตัวแล้วจางหายไปกับความมืด)
ปล. มีคำกล่าวหนึ่งกล่าวไว้ว่า "ชีวิตก็เหมือนภาพเขียนขนาดใหญ่
และคุณควรจะใช้สีทั้งหมดที่คุณมีสร้างสรรค์มันขึ้นมา"
ฉันไม่รู้จักท่านดีพอ...และท่านก็ไม่รู้จักฉันเช่นกัน
แต่ขอใ้ห้ท่านพยายามต่อไป...ถึงจะท้อ...แต่ก็ขอให้เชื่อมั่น...
..."ฟ้าหลังฝน ย่อมสดใสเสมอ"...
ไม่ใช่เหรอคะ?
ชีวิตคนเราย่อมมีความผิดพลาด...อุปสรรค...สิ่งกีดขวางมาบ้าง...
แต่สิ่งพวกนั้นมีเพื่อทดสอบเรา...มีไว้เพื่อให้มนุษย์เรียนรู้จากความผิดพลาดไม่ใช่เหรอคะ?
ถ้าไม่เคย "ล้ม"...ก็จะไม่เคยเรียนรู้วิธีลุก :)
เมื่อ "ลุก" ได้...เราก็จะไม่ล้มท่าเดิมอีก
...ฉันเห็นประโยคเหล่านี้บน ps.ของท่าน...
... "นักประพันธ์ ไม่ใช่คนที่เขียนหนังสือแล้วได้ตีพิมพ์ แต่คือผู้ถ่ายทอดความรู้ ความชอบ ความสนใจ และความคิดของตนออกมาในรูปของงานเขียนที่มีความสร้างสรรค์ มีเสน่ห์ ดึงดูดใจ" จากไร้สาระนุกรม...
ฉันเชื่อว่า..."กุหลาบน้ำเงิน"..อย่างท่าน จะต้องเติบโตได้อย่างงดงามแน่ๆค่ะ...
ขอให้ท่านทำสิ่งที่ตัวเองรักต่อไปนะคะ...
ปล.ถ้าเรื่องปรึกษาอะไรที่ฉันสามารถช่วยได้ มาคุยกันที่my.idก็ได้นะคะ
แต่ขอเป็นแค่วันเสาร์กับวันอาทิตย์นะคะ วันอื่นไม่ว่างค่ะ ^^
ก่อนอื่นข้าน้อยต้องขอถามท่านหญิงว่าท่านหญิงรักในงานของท่านหรือเปล่า
เพราะหากท่านรัก ท่านคงไม่กล่าวเช่นนี้
ในหลายๆครั้งคนเรามักจะเจออุปสรรค
กีดขวางทางเดินของเราไว้ เรามีสองทางให้แก้คือ ทำลายมันซะ กับเลือกจะเดินกลับหลัง
ท่านจะเลือกทางไหน
ข้าน้อยต้องยอมรับว่าข้าน้อยมิได้ติดตามผลงานของท่านสักเท่าไร
แต่ข้าน้อยเชื่อว่ามีคนนึงที่จะตอบท่านได้ คนๆนั้นเป็นคนที่อยู่เคียงข้างท่านเสมอ
ตั้งแต่ท่านลืมตาดูโลก ตอนที่ท่านแต่งนิยาย ตอนที่ท่านโดนทำร้าย หรือแม้ในตอนนี้เขาก็ยังเคียงข้างท่าน
คนๆนี้เป็นคนที่รู้เรื่องของท่านดีที่สุด นั่นคือตัวท่านเอง
ข้าน้อยเชื่อเสมอว่า สิ่งที่จะทำร้ายจิตใจของเราได้คือ ตัวของเราเอง
อาวุธที่มักจะนำมาใช้ในการทำร้ายจิตใจของเราคือความหวัง
เฉกเช่นเดียวกับที่ผู้อื่นมักจะใชัมันกับเรา
ท่านคงหวังให้งานชิ้นนี้สำเร็จมาก ท่านจึงเจ็บปวดใจเช่นทุกวันนี้
หากใครสักคนเข้ามา
ฉันหลอกตัวเองใช่ไหม คำถามนี้ไม่มีใครตอบได้นอกจากตัวท่านหญิงเอง แต่ข้าน้อยว่ามันไม่สำคัญ
ไม่ว่าท่านหญิงจะหลอกตัวเองหรือไม่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่เป็นอยู่เลย
หากท่านหญิงคิดว่าตัวเองไม่ได้เรื่อง ก็ลองหยุด สักพัก...
ลองหยุดนึกถึงแต่ตัวเองในตอนนี้
หยุดคืดถึงสิ่งที่ทำสับสน
หยุดหายใจให้คลายกังวล
หยุดตัวตนให้อยู่เพียงเท่านี้
แล้วลองนึก...
นึกถึงตนเมื่อครั้งในอดีต
นึกลิขิตชีวิตไปตามฝัน
นึกชีวีเราจะมีอีกกี่วัน
นึกฝ่าฟันเพื่อความฝันอันยาวไกล
แล้วลองมอง...
มองดูที่ผ่านมาเป็นยังไง
มองเข้าไปให้เห็นถึงปัญหา
มองจนรู้เพื่อเข้าถึงภูมิปัญญา
มองดูว่าจะพัฒนามันยังไง
ข้าน้อยเข้าใจในความรู้สึกของท่าน มันหนาว และเหนื่อยหน่าย
ข้าน้อยเชื่อมาเสมอว่ามีเพียงคนเดียวที่กำหนดคุณค่าของงานเราได้
นั่นคือตัวเราเอง ตราบใดที่เราไม่รักในผลงานของเรา ผลงานนั้นก็ไม่มีค่าเพียงพอที่จะให้คนอื่นอ่าน
ข้าน้อยเชื่อว่าท่านเข้าใจในด้านธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลงานพวกนี้
ท่านไม่ใช่คนโง่ ไม่ใช่คนที่จะอ้อนวอนขอความเห็นใจจากใคร
ท่านสามารถทำงานที่ท่านรักได้ ตราบใดที่ท่านไม่ได้ทำเพื่อการธุรกิจ
แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน มันอยู่ที่ท่านจะไม่สามารถเขียนงานออกมาได้
แล้วเราจะแก้ยังไง ข้าน้อยแนะนำให้ท่านมองตลาดเสียใหม่ แล้วใส่ความเป็นตัวท่านหญิงลงไป
เขียนผลงานตามตลาดที่ทำให้ท่านรักมันให้ได้
แล้วหากท่านทำไม่ได้ละ
นั้นขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ข้าน้อยฝึกเขียนประโยคสองสามประะโยคนับร้อยนับพันครั้ง ทั้งที่มันมีความหมายเดียวกัน
เพื่อให้ได้ใจความและความสวยงามสูงสุด ข้าน้อยคิดว่าท่านคงทำได้ดีกว่าข้าน้อยมาก
ข้าน้อยเชื่อเสมอว่าท่านจะเป็นนักเขียนชื่อดังได้ นั่นเพราะ ท่านก็คือท่าน
ท่านไม่ได้ลอกไอเดียใครมา ท่านมีความสามารถในการใช้ภาษา เพียงแต่ตอนนี้ท่านเป็นเหมือน
นกที่ปีกหักรอการรักษา หยุดพักเสียก่อน หยุดบินเสียก่อน
ทุกก้าวเริ่มจากจุดเล็กๆ นักประพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ยังต้องหัดเรียน ก ไก่เลย
ก้าวช้าก้าวเร็วไม่สำคัญ ขอให้ท่านก้าวอย่างสม่ำเสมอ เมื่อถึงทางชันจะลดลงบ้างก็ไม่เป็นไร
เมื่อถึงทางลาดจะวิ่งลงบ้างก็ไม่เป็นไร
ในความคิดของข้าน้อยนะ กุหลาบน้ำเงิน ไม่ได้มีอยู่จริง เพียงแต่เมื่อมีท่านหญิง กุหลาบดอกนี้จึงอยู่ในใจข้าน้อยเสมอ
ปล.การเขียนหนังสือให้ขายดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณ แต่ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อ จงมอบสิ่งที่เค้าต้องการแล้วเราจะได้สิ่งที่เราต้องการ
ลุกขึ้นแล้วก้าวเดินต่อไปเถิด...
มีคนอีกหลายคนที่คอยเป็นกำลังใจให้นะครับ.... ^^
ไม่ใช่ว่าท่านบลูโรสไม่เก่งหรือทำไม่ได้...
เราไม่จำเป็นต้องเอาตนเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น..
แต่เราทำในสิ่งที่เราทำได้ให้ดีที่สุด
เราไม่จำเป็นต้องเขียนให้ได้เยอะๆหรอกครับ..คนที่อ่านเค้าไม่ได้ดูกันที่จำนวนหรอก
ทำผลงานของเราให้ดีที่สุดให้คนอ่านได้ติดตามนานๆดีกว่าครับ
ท่านอาจจะแค่ไม่มั่นใจในตัวเองเท่านั้นเองแหละครับ...
พยายามเข้านะครับ
ท่านไม่ได้หลอกตัวเองหรอก
แต่เป็นเพราะท่านกำลังเกิดความรู้สึกเหนื่อยล้าต่อแรงกดดัน
แน่ล่ะ ท่านไม่อยากทำอะไรที่ไม่เป็นตัวเอง
ท่านไม่อยากฝืนทำอะไรเพื่อเอาใจตลาด ...หรือตามกระแส
แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่าท่านบลูโรสเป็นตัวของตัวเองได้ดีที่ที่สุด
นิยายของบลูโรสมีคนชอบมากมาย แม้อาจไม่มากที่สุด
ข้างเจ้าเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ชอบสไตล์การเขียนที่เป็นตัวของท่าน
ไม่ผิดนี่ ที่ท่านจะเป็นตัวของท่านเองโดยไม่ต้องแบกรับความคาดหวังจากใครๆ
ไม่ต้องเป็นเหมือนคนอื่นที่ขายดี
แต่เป็นท่านที่รักการเขียนในสไตล์ของท่านเอง
ถึงตอนนี้ก็ยังคงเป็นอยู่
แต่กุหลาบน้ำเงินมันก็งดงามนะคะ น่าลงไหล
อาจเพราะมันเป็นสิ่งที่หายได้ยาก
ใช่คะเมื่อก่อนมันอาจไม่มี แต่ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีนิคะ
ในปัจจุบันนี้ ด้วยความพยายามของมนุษย์ ด้วยความตั้งใจ
ไม่ล้มเลิก ถึงจะล้มหลายๆครั้งแต่ก็สามารถที่จะลุกขึ้นมา เมื่อหาวิธี
สร้างกุหลาบสีน้ำเงินขึ้นมาได้ แล้ว
ก็เหมือนกันคนเรานั้นล่ะคะ
เราหากจะเหนื่อย แต่ท้อ หรือรู้สึกว่าเรา หลอกตัวเอง
แต่ถ้าทำแล้วเรารู้สึกดีก็จงทำ แต่ก็อย่าลืมว่าเราไม่สามารถจะอยู่กับสิ่งหลอกลวงได้ตลอด
เมื่อเราทำใจได้แล้ว เราจงยอมรับความจริง แล้วพยายามทำมันให่ดีที่ทุก
เมื่อคุณมองไปรอบๆคุณก็จะได้พบกับคนที่คอยอยู่ข้างๆคุณ ^ ^