บทกวีของนางฟ้าสีน้ำเงิน

ตอนที่ 39 : ลิลิตเมืองมาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    4 พ.ย. 59

ลิลิตเมืองมาร
นามปากกา กุหลาบน้ำเงิน
ขออุทิศแด่เจ้าฟ้า เจ้านาง และ ภูตอัปลักษณ์




ลิลิตเมืองมาร

 

ร่าย

๑ ดวงแคฝอยลอยลม ตะวันจมลับเขา เงาทะมึนครองโลก ปักษาโศกซมเซา ซอเสียงเศร้าเสียดสี ปฐพีสดับฟัง เทวาทังหลายเล่า จงเข้ามาเถิดสหาย ข้าจักร่ายเล่าขาน ถึงตำนานเมืองไกล ในดินแดนอาจม ถิ่นโคลนตมใต้หล้า ไร้เมฆาเคลื่อนคว้าง เดือนเลี่ยงดาราร้าง ถิ่นแคว้นเมืองมาร เจ้าเอย

 

โคลงสาม

๒ เพลงปางบรรพ์ขานขับ           ดาวดับโลกกลัดกลุ้ม

ไพรเถื่อนมืดมัวคลุ้ม                 สลดไห้โหยหา

๓ นิมิตฝันเลือนราง                 เพลงปางบรรพ์ร่ำร้อง

ผูกบ่วงกรรมพันคล้อง              เหนี่ยวรั้งวิญญา

 

ร่าย

๔ หนึ่งปีศาจอัปลักษณ์ พักตร์พิกลพิกาล น่าสงสารโทรมซูบ สารรูปซอมซ่อ ลำคอดั่งนิลทา ดวงตาดั่งเปลวไฟ ใส่อาภรณ์อนาถา ความเป็นมาลี้ลับ ซับซ้อนซ่อนความหลัง ยิ้มชิงชังชาเฉย คล้ายหยันเย้ยฟากฟ้า เยาะชะตากลั่นแกล้ง ใจดั่งผืนดินแล้ง ภูตร้ายนิลกาฬ นามเอย

 

โคลงสาม

๕ หนึ่งบุรุษอนาถา                  สารรูปชั่วล้ำ

ปานนรกสาปซ้ำ                      แช่งให้อัปรีย์

 

ร่าย

๖ สารรูปดูชั่ว  ริมัวเมาเฝ้าพะวง หลงองค์เภตราวดี ดาริกาฟ้าเมืองแมน  สูงแผ่นฟ้าสุราลัย  ชนใดมิอาจกราย ดังกระต่ายหมายดวงโสม โคลนตมหลงกิ่งฟ้า จันทร์ฤาลอยลงหล้า แม่แก้วโฉมตรู นางเอย

 

ร่าย

๗ เนตรงามยิ่งมฤคิน ดั่งองค์อินทร์แกล้งวาด พักตร์พิลาสพริ้มพราย กรกรายลายเลขา เกศาดังไหมดำ น้ำเสียงกังวานพลิ้ว คิ้วดั่งธนูอินทร์ หอมรวยรินบุหงัน ผิวพรรณแพรสว่าง โฉมนวลนางจากฟ้า จันทร์แบ่งแสงลงหล้า เพริศเพรี้ยงอัปสร เปรียบนา

 

โคลงสาม

๘ หนึ่งสตรีเลอลักษณ์              ผิวพักตร์งามเลิศหล้า

สูงส่งมิควรคว้า                     มิ่งแก้วจอมขวัญ

 

โคลงสอง

๙ งามรูป ปานเทพสร้าง            มนุษย์บ่ควรข้าง

รุ่มร้อนหมายรัก                     บารนี

๑๐ ชมพักตร์ ดูผ่องแผ้ว ปรางเปล่งบางดุจแก้ว

ใคร่เฝ้าพะวง                        โฉมนา

๑๑ หลงเนตร พิศเนตรซ้ำ         แววสว่างระยับล้ำ

ดั่งฟ้าดาวดา                         แลฤา

๑๒ เกศา หอมกลิ่นแก้ว             ดำดั่งนิลเพริศแพร้ว

พร่างพลิ้วราตรี                      ดุจแล

๑๓ เทวี เทียมปิ่นฟ้า                งามยิ่งสูงเกินคว้า

คู่ผู้ทรงภพ                           ควรนา

 

ร่าย

๑๔ เมื่อนั้น บดินทร์ผู้ผ่านฟ้า ราชาแห่งเมืองแมน มาดแม้นมีดำริ ด้วยธิดากูงามนัก ประจักษ์ทั่วธาตรี นารีควรคู่กษัตริย์ ขัตติยาผู้กล้าหาญ  เชี่ยวชาญทุกศาสตรา จรรยางามตามครรลอง มิเป็นสองรองใคร พระหทัยซื่อตรง ทรงนามเสือห่มฟ้า    ยอยศอาชาชาติ ราชบุตรเมืองฟ้า ภูมีตรองดั่งนั้น พระจึ่งมาดหมายหมั้น  หื้อคู่ราชธิดา กูนา

 

ร่าย

๑๕ เจ้าเสือห่มฟ้า แกล้วกล้าแลเกริกไกร ศัตรูใดในแดนหล้า มาสยบใต้พระบาท ราชบุตรเมืองฟ้า บารมีน่าเกรงขาม รูปงามปานรอยอินทร์ ผินองค์ลงจากฟ้า สู่แหล่งหล้านาคร ราษฎรพิศชม งามสมพระทรงภพ ชาญรบหาญณรงค์ สง่าองค์ราชา ดั่งเทวานฤมิต อริฤทธิ์แผ่นแพ้ พาลุ่มหลงเลิศแล้ หน่อเชื้อภูไนย หนึ่งรา

 

โคลงสาม

๑๖ หนึ่งบุรุษงามนัก                พิศลักษณ์ดุจเทพสร้าง

สง่าองค์ทรงช้าง                    เพื่อให้ชนชม

๑๗ นโรดมณรงค์ชาญ             ประหารศัตรูสิ้น

อริพ่ายดับดิ้น                         ปราบฟ้ากำราบดิน

 

ร่าย

๑๘  ทั่วแผ่นดินภูวดล ผู้คนต่างขานเล่า เจ้าราชบุตรเมืองฟ้า คู่ธิดาเมืองแมน สุดแดนดินแซ่ซ้อง ชนระบือกึกก้อง  บาทไท้งามสม สองนา

 

ร่าย

๑๙ กรกอดมิเคยห่าง สองท้าวต่างเสน่หา  พระพานางชมนก ปรดกส่งเสียง สำเนียงหวานเย้าอนงค์  หยอกองค์มิไกลห่าง  พระพานางชมปลา มัจฉาต่างกอดก่าย ตวัดกายอิงแอบ ดังกัลยาแนบใกล้ พระหลงสวาทไหม้ แนบเนื้อชมนาง นวลเอย

 

โคลงสี่

๒๐ พิศชมโฉมอ่อนไท้               อัปสร

หวงเสน่ห์อรชร                      แจ่มฟ้า

กลัวอินทร์ลู่บังอร                   ไปสู่ สรวงเอย

จึงกอดแนบอกข้า                    หยาดฟ้ามาดิน

 

โคลงสอง

๒๑ จักนำนางฝากลม               แต่หวงตรมอกร้อง

ลมจักกรีดผิวน้อง                   ชอกช้ำหนาวกาย

๒๒ สายสวาทฝากอินทร์           เทวาถวิลหลงใกล้

อินทร์จักลักนางไว้                   อกข้าหวงนัก

 

ร่าย

๒๓ เมื่อนั้นไอ้นิลกาฬ ล้มลุกคลานแทบสิ้น อกดิ้นแดเดือดดาล วิญญาณข้าเจ็บล้ำ ทุกข์ช้ำเกินเอ่ยเอื้อน ดุจมีดเฉือนอุรา ดั่งฟ้าผ่ากลางอก ราวหทัยตกร้าว โลกดับทุกแดนด้าว รุ่มร้อนอิจฉา บารนี

 

โคลงสี่

๒๔ โอ้อกหมองรุ่มร้อน             เจียนตาย กูเอย

ดินต่ำบังอาจหมาย                  กิ่งฟ้า

ใจจึงแหลกสลาย                             ยีย่ำ ดุจแล

เปรียบโง่งมคนบ้า                   วิ่งเข้าเริงไฟ

 

โคลงสาม

๒๕ จันทรามีดาวเคียง              เขาร่วมเรียงบ่ร้าง

กระต่ายมิควรข้าง                   ห่วงเฝ้าหมายจันทร์

๒๖ กัลยาสูงเทียบ                  เปรียบเทวีปิ่นฟ้า

ฤาจักลอยลงหล้า                   เกลือกกลั้วโคลนตม

๒๗ ตรอมตรมมิเจียมตน           หวังยลนางกิ่งแก้ว

ปีนป่ายฝันเพริศแพร้ว               จึ่งช้ำตกเหว

 

ร่าย

๒๘ อัปลักษณ์รูปชั่ว มิกลัวเกรงอาญา บุกลักพากษัตรี พรากเทวีเมืองฟ้า   สู่แหล่งหล้าเมืองมาร  ธราเดือดดาลร่ำร้อง คีรีพิโรธก้อง ชั่วช้านิลกาฬ มารเอย

 

ร่าย

๒๙  

ราชบุตรสะดุ้งองค์ ทรงคืนจากสุบินร้าย เหลียวซ้ายขวาหาบังอร ไป่ห่อนห่างจากไกล หากไฉนบ่เห็นน้อง จากพรากร้องหาคู่ ดั่งตัวกูร้องหานวล กู่ครวญหาเทวี ฤาแม่หนีละอ้าย หายจากบ่ล่ำลา  อกข้าแสนตรอมตรม ฤาลืมลมเล่ห์ลิ้น เสน่หาดับสิ้น หน่ายร้างหมดรัก ฤาแม่

 

โคลงสาม

๓๐ ดอกโศกมาตามลม              หอมตรมใจโศกล้ำ

ปลิดกิ่ง กลีบโศกช้ำ                 อกข้า โศกนัก

๓๑ ดอกรักปักอุรา                  พาหลงลมเล่ห์ลิ้น

ลวงรักหลอนหลอกสิ้น              ไป่รู้เดียงสา

๓๒ ดอกจาก กระซิบจาก            ลาพราก ไกลห่างเศร้า

แสนหมื่นคำวอนเว้า                  บ่ย้อน คืนมา

๓๓ ดอกขจร ลาจากจร             อกอ่อนสวาทไหม้

สังเวช ตัวเราไซร้                     เชื่อลิ้น คนจร

 

 

ร่าย

๓๔ เสือห่มฟ้าฝ่าดง พะวงหาเทวี บ่มีแม้เงาแม่ แลเห็นเพียงเงาไม้ โยกไหวดังหวีดหวิว สุดทิวไศลมืดดำ เย็นน้ำค้างหนาวดง หากนงนุชป่วยไข้ ไผจักคอยดูใกล้ กอดน้องหายหนาว ฤาแม่

 

โคลงสาม

๓๕ แสนโศกแสนอาวรณ์            ศศิธรลับฟ้า

ดาวหม่น สลดหล้า                  อกไหม้ใจตรม

๓๖ สายลมพรากบุหลัน             ดุจสวรรค์พรากเจ้า

วิหคกรีดเสียงเศร้า                 พี่ไห้หานาง

๓๗ ดุจดาวพรากเวหา               ราตรีมัวหมอกหุ้ม

ใจสั่นโลกมืดคลุ้ม                              ขมุกครึ้มอันธกา

๓๘ ดุจปลาพรากสายธาร           ปานอาสัญชีพม้าง

กระเสือกหายใจคว้าง               แด่วดิ้นหาวารี

๓๙ ดุจเทวีพรากสวรรค์             เทวัญกำสรดเศร้า

ผวาตื่นชะเง้อเฝ้า                    อกช้ำหนองกลัด

๔๐ ดุจจากพรากพลัดรัง            ดังมีดปักสะอื้น

ครวญคร่ำน้ำตารื้น                  ดั่งข้าพลัดกานดา ดุจแล

 

ร่าย

๔๑ ใต้แคฝอยเมืองมาร นิลกาฬคลานแทบเท้า วอนเว้าอ้อนยุพา ตัวข้าภูตต่ำช้า ดูเปรียบดังคนบ้า รักหมั้นเพียงสู แม่นา

 

ร่าย

๔๒ เมื่อนั้นเภตราวดี เทวีจากเมืองฟ้า ห่วงสวามีเหลือหลาย นางหายจากบ่ทันลา พระโศกาอาลัย ห่างไกลคนละภพ อีกไฉนจักได้กลับ ดั่งมีดสับกลางหทัย ไอ้ผีชั่วลักพากู  ตัวสูภูตต่ำช้า ครองแต่เพียงกายข้า บ่ได้วิญญาณ ไปนา

 

ร่าย

๔๓ นางยอกรอัญชลี มารศรีอธิษฐาน วิญญาณข้าทุกข์ช้ำ ภพนี้จำจรจาก ภพหน้ามิพรากไกล ขอไท้องค์เทวา เมตตารับวิญญาณ ข้ากราบกรานร่ำไห้ กลั้นอกใจสลาย ขอล้มตายตักษัย ชลนัยหลั่งเลือด คมกริชเชือดอุรา  โลกหล้าจงประจักษ์ รอยรักจักห่มฟ้า สัตย์ซื่อแลหาญกล้า ตราบม้วยวิญญาณ แม่เอย

 

โคลงสาม

 ๔๔ อกอาภัพโหยหวน              โลกผันผวนสะท้าน

ลมประดังพัดต้าน                   ปวดร้าวเหลือหลาย

๔๕ หวังกลายเป็นผิดหวัง ดังหนามบาดอกไซร้

ดุจมีดแทงดอกไม้                    เลือดเปื้อนกลีบบาง

๔๖ นางเทวีเนื้อนวล                 ควรเคียงพระปิ่นฟ้า

เหลือต่ำตมตัวข้า                    อยู่เพี้ยงซากดิน

 

ร่าย

๔๗ เมื่อนั้น ราชบุตรผวาหวั่น ดินสะดุ้งสั่นคลอน ดาวกระดอนหลบลี้ ปักษีร้องตระหนก อกราชบุตรไหม้ ตระหนักได้โดยพลัน ประหวั่นแทบล้มลง องค์เทวีสิ้นแล้ว ชาตินี้แคล้วจากไกล หทัยแตกสลาย ขอตายตกตามน้อง ไปครองรักในภพหน้า  รักมั่นจนดับหล้า บ่ร้างลาไกล อีกนา

 

โคลงสี่

๔๘ ตะวันจักดับสิ้น                  สลาย แม่นา

ฤาพระจันทร์ลอยหาย               ลับหล้า

หากคำมั่นคำหมาย                  บ่ร้าง ลืมเอย

ฝังซ่อนในอกข้า                      ชั่วฟ้าดินดับ

 

๔๙ สายธารรินไหลผ่าน             คือสายกาลผ่านหล้า

แต่รักในอกข้า                        ไป่ร้างตามธาร

๕๐ กาลพรากมิอาจฝืน              กาลตื่นมิอาจรั้ง

กาลจากมิอาจยั้ง                    กฎฟ้าลิขิต

 

 





 

http://image.dek-d.com/23/927491/105053070



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

64 ความคิดเห็น