ผู้ช่วยนางร้ายคนนี้จะไม่ยอมตายง่ายๆหรอกนะคะ

ตอนที่ 10 : พันธะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,907
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 399 ครั้ง
    30 ต.ค. 61

พันธะ

เมื่อความกลัวของฉันหายไปทำให้สติการคิดของฉันกลับเป็นปกติอีกครั้ง ฉันนิ่งมองมังกรตนนี้โดยเริ่มเข้าใจเหตุการณ์คราวๆขึ้นมา ฉันสลบไปจากการใช้เวทย์เกินขีดจำกัด จนได้มาตื่นในที่ๆน่าเป็นพวกมิติเชื่อมจิตอะไรแนวนั้น และตามที่มังกรตนนี้พูดมา ท่าทางฉันจะไปเผลอไปทำการทดสอบอะไรซักอย่างผ่านโดยที่ฉันไม่รู้อะไรเลย แถมยังโดนหลอกลวงให้กลัวมังกรตนนี้จนสติเกือบแตกอีก ขอบคุณค่ะ!! ช่วยคนไว้แล้วยังจะมาเจออะไรแย่ๆแบบนี้อีก..

“อืม…..ข้าว่าท่าทางเจ้าคงยังข้องใจเหตุการณ์ตอนนี้เท่าไหรสินะ งั้นก่อนที่เจ้าจะข้องใจไปมากกว่านี้ ข้าจะอธิบายให้เจ้าหายข้องใจเอง ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดมันเป็นยังไง”

“ก่อนอื่นเลยข้ามีนามว่า แนส เป็นมังกรที่เป็นเหมือน…...อา แหล่งพลังเวทย์ละมั้ง ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เอาเป็นว่าข้ากับโลกใบนี้เกิดขึ้นมาพร้อมๆกัน และข้าเป็นสมดุลกักเก็บพลังเวทย์กับโลกใบนี้ ถ้าข้าเป็นอะไรไปสมดุลโลกก็จะเปลี่ยนไปด้วย ข้าเลยจำเป็นที่จะต้องคงอยู่จนสิ้นอายุขัยของข้า ในตอนแรกข้าก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้มากนัก แต่ตอนนี้ข้าไม่สามารถอาศัยโดยเปิดเผยตัวตนได้อีกแล้ว มนุษย์อย่างพวกเจ้าวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าข้าจะถูกพบตัวแล้วเจ้าพอจะเดาได้รึเปล่าว่าถ้าข้าถูกพบจะเป็นเช่นไร”

“สงคราม ดิฉันคิดว่าถ้าคุณ..ท่านถูกพบจะต้องมีหลายอาณาจักรอยากได้พลังของท่านแน่นอน”

ถ้าตามที่มังกรตนนี้ว่า พลังที่มากมายขนาดนั้นย่อมมีคนอยากได้แน่นอนไม่แปลกที่จะเกิดสงครามเพราะเรื่องนี้ ฉันตั้งใจฟังที่มังกรตนนี้พูดอย่างเคร็งเครียด จนทำให้ฉันพลอยเครียดตามไปด้วย อา...นี่ฉันกำลังไปยุ่งกับเรื่องความเป็นความตายของโลกนี้เลยเหรอเนี่ย ในเกมไม่เห็นมีอีเว้นท์อะไรแบบนี้เลย โชคร้ายชะมัดเลยฉัน เฮ้อ..

“ถูกต้อง ถ้าข้าถูกพบก็คงมีหลายอาณาจักรทำสงครามกันแย่งชิงพลังของข้า ฉะนั้นข้าจึงจำต้องผนึกตนเองเอาไว้เพื่อไม่ให้มีใครรับรู้ถึงตัวตนข้า เพราะขอแค่ข้ามีชีวิตไปเรื่อยๆสมดุลของโลกใบนี้ก็จะไม่เสียหาย นี่คือเหตุผลที่ข้าเริ่มการหาร่างที่จะมาผนึกข้าเอาไว้ และเหตุการ์ที่งานเลี้ยงก็เป็นหนึ่งในการทดสอบหาร่างผนึกให้ข้า โดยข้าเพียงแค่สร้างร่างสาวใช้มาทำลายงานแบบปลอมๆ เพื่อหาคนที่มีคุณสมบัติพอที่เป็นร่างผนึกของข้าได้ และมันก็สำเร็จเจ้าช่วยคนที่นั่นไว้ทั้งหมด ที่สำคัญยังตัดสินในอย่างชาญฉลาดในการใช้อสูรที่ชนะทางพลังเวทย์ของสาวใช้ของข้าอีกด้วย”

“แบบปลอมๆ…??”

“ใช่ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่งานเลี้ยงน่ะ เป็นเพียงมายาเสมือนจริงระดับสูงที่ข้าใช้ตบตาพวกเจ้า เพราะงั้นแค่วันเดียวทุกๆอย่างที่เสียหายก็จะเป็นเหมือนเดิมแล้ว เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก เข้าเรื่องของเราต่อเถอะ เจ้าผ่านการทดสอบของข้าได้อย่างน่าประทับใจดังนั้นข้าจึงอยากให้เจ้าช่วยมาเป็นร่างผนึกให้กับข้าได้หรือไม่”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ ท่านแนส ดิฉันขอถามท่านซักหน่อยค่ะ ร่างผนึกที่ท่านว่ามันหมายถึงอะไรงั้นเหรอคะ”

ฉันตั้งใจฟังมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมังกรตนนี้พูดมาถึงการขอให้ฉันเป็นร่างผนึกให้ ทำให้ฉันรีบถามก่อนที่จะตอบตกลงไป จะให้ฉันตอบตกลงโดยที่ไม่รู้ผลดีผลเสียอะไรเกี่ยวกับร่างผนึกเลย มันไม่ได้อยู่แล้ว แถมฉันยังไม่ค่อยไว้ใจมังกรตนนี้เท่าไหร่ แม้ว่าฉันค่อนข้างที่จะเชื่อที่มังกรตนนี้พูดเพราะตามที่มังกรตนนี้พูดมาทั้งหมด มันก็สอดคล้องกับที่ทหารมาบอกกับท่านพ่อว่าอยู่ๆเมดคนนั้นหายไปและถ้ามังกรตนนี้คิดร้ายกับฉันจริงๆ ฉันก็คงไม่มีทางสู้มังกรที่เป็นเหมือนอสูรในตำนานได้อยู่แล้ว แล้วฉันคงตายไปหลายรอบแล้วด้วย ดังนั้นตอนนี้ก็ไม่มีทางอื่นที่ฉันจะรอดไปได้นอกจากเชื่อใจมังกรตนนี้อีกแล้ว

“นั่นสินะ ข้าควรอธิบายเจ้าให้ละเอียดซะก่อนที่ขอให้เจ้ามาเป็นร่างผนึกสินะ งั้นเจ้าฟังข้าให้ดีล่ะ”

“ร่างผนึกก็คือร่างที่ข้าจะผนึกตนเองเอาไว้ในร่างนั่น จนกว่าร่างนั่นจะไม่มีพลังเวทย์หลงเหลือก็คือตายนั่นแหละ ข้าถึงจะต้องหาร่างผนึกอื่นได้ โดยที่เจ้าของร่างก็ยังคงเป็นเจ้าเหมือนเดิม ส่วนข้าก็เหมือนหลับไหลไปในตัวเจ้า และที่สำคัญเจ้ายังสามารถยืมพลังเวทย์ของข้าบางส่วนได้อีกด้วย แต่ทั้งหมดที่ข้าว่ามา มันก็มี…..ข้อแลกเปลี่ยนในการเป็นร่างผนึกด้วย”

ระหว่างที่ฉันฟังมาถึงตรงนี้มังกรตนนี้ก็หยุดพูดด้วยน้ำเสียงที่มีความกังวล จนฉันแอบกังวลไปด้วยว่าข้อแลกเปลี่ยนนี้ จะต้องแลกอะไรที่สำคัญของฉันไป

“มันคืออะไรงั้นเหรอคะ”

“พลังเวทย์นี้ไม่ได้ไว้สำหรับมนุษย์ เมื่อใดก็ตามที่เจ้าใช้มันร่างกายของเจ้าก็จำรับไม่ไหว เจ้าจะเจ็บปวดราวกับถูกเผาทั้งเป็น และมันยังทวีความเจ็บปวดยิ่งขึ้นตามพลังเวทย์ที่เจ้ายืมข้าไป ส่วนเรื่องความลับร่างผนึก ข้าว่าเจ้าก็คิดเอาเองละกันว่าควรบอกหรือไม่ควรบอก นี่แหละคือทั้งหมดที่เจ้าจะเจอเมื่อเป็นร่างผนึกให้ข้าแล้ว เจ้าคิดว่ายังไงล่ะ”

“...........”

ฉันไม่ตอบอะไรกลับไป ได้แต่ยืนคิดไม่ตก มันฟังดูน่ากลัวมากถ้าฉันจะต้องทรมานขนาดนั้นเมื่อใช้พลัง มันเหมือนว่าฉันมีพลังแต่ก็ใช้มันไม่ได้เลย ข้อเสนอนี้มันดูเหมือนจะเสียมากกว่าได้ซะอีกนะ แต่….

“ข้าจะไม่บังคับเจ้าหรอกนะ ถ้าเจ้าจะปฏิเสธข้า ข้าเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่ได้ไม่คุ้มเสี-”

“ไม่หรอกค่ะ ดิฉันตกลง ฉันจะเป็นร่างผนึกให้ท่านเอง”

......

“อืม...”

    ฉันรู้สึกตัวขึ้นมาบนเตียงในห้องนอนของฉัน และมองไปรอบๆก็เห็นเบรฟนอนหลับที่พื้นโดยไม่มีใครในห้องนี้เลย อ่า….ฉันนึกถึงเรื่องมังกรที่ฉันเจอในมิติจิตไม่สิ..ชื่อแนสนี่นะ ฉันทบทวนเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมองรอบๆห้องอีกรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครนอกจากเบรฟอีก เอาล่ะ ลอเรนเราลองทดสอบพลังเวทย์ของแนสก่อนจะมีใครมาเห็นดีกว่า

“ฮู่...ฮึบ” คว้าง!!.....ฟุบ

“..โอ๊ย!!!”

เมื่อฉันใช้พลังเวทย์ของแนสสร้างบอลพลังงานก่อนเล็กๆบนมือ แม้มันจะแค่ก่อนพลังงานเล็กๆ แต่แค่ดูก็รู้แล้วว่ามันมีอะไรมากกว่าที่ฉันเห็นเยอะ ทว่าทันทีที่ฉันหยุดใช้มันความเจ็บปวดก็พุ่งเข้าร่างกายของฉันอย่างรวดเร็ว จนฉันร้องออกมาเจ็บปวดอย่างข่มไว้ไม่ไหว ความเจ็บปวดจากการฉันใช้พลังเวทย์ของแนส มันมากซะจนตัวฉันชาไปทั้งตัว อา..เจ็บอย่างที่ว่าเลยแฮะ ต้องระวังตอนใช้จริงซะแล้ว

ปัง!!.. “คุณหนูเป็นอะไรรึเปล่าคะ!!/ลอเรนลูกเป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ”

“เอ๊ะ!...เออ..เปล่าค่ะ แค่เหมือนลูกจะนอนนานไปหน่อยจนเป็นตะคริว พอขยับตัวกระทันหันเลยเผลอร้องออกมา ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้เป็นห่วงกัน”

หมับ!!

“ลูกไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วจะ แม่เป็นห่วงลูกแทบตายตอนลูกสลบไป”

ท่านแม่เดินมากอดฉันอย่างอบอุ่นพลางลูบหัวฉันอย่างเอ็นดู ก็นะตอนก่อนที่ฉันจะสลบไป ก็ได้ยิ่งเสียงของท่านเรียกฉันด้วยน้ำเสียงร้อนรนขนาดนั้น...ขอโทษด้วยนะคะที่ชอบทำตัวให้เป็นห่วงอยู่บ่อยๆ

ท่านแม่ดุฉันนิดหน่อยที่ทำอะไรเกินตัวจนสลบไปแบบนี้ พร้อมกับสั่งสอนฉันที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็นท่านพ่อหรือพวกเจมม่า ส่วนเจนพอเห็นว่าฉันปกติดีก็ขอตัวออกไปเตรียมอาหารเช้ามาให้ เอ…..จะว่าไปเรื่องที่วังล่ะ

“ท่านแม่ หนูสลบไปนานรึเปล่า แล้วที่พระราชวังเป็นยังไงบ้างคะ”

“เฮ้อ..ลูกนี่นะยังไม่เข็ดอีกรึไงจ๊ะ ลูกสลบไปสองวันได้ ส่วนเรื่องที่พระราชวังแม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ได้ยินแค่ว่าคนร้ายหายไปอย่างน่าสงสัย ส่วนคนที่บาดเจ็บก็เป็นปกติหมดแล้ว มีเท่านี้แหละที่แม่ได้ยินมา งั้นแม่ไปก่อนนะลูกก็พักผ่อนให้มากๆนะจ๊ะ”

“ค่ะท่านแม่”

    หลังจากที่ฉันรู้ตัวได้ไม่กี่วันทั้งเจมม่ากับเจเรนก็มาเยี่ยมฉัน เจมม่าก็ดูเหมือนจะดีใจมากที่ฉันสบายดีส่วนเจเรนท่าทางเขาดูต่างจากทุกที เขาไม่ค่อยร่าเริงแถมเอาแต่จ้องฉันเป็นพักๆ พอฉันถามเขาก็ว่าฉันฉันว่าทำเกินตัวไป นี่นายเป็นแม่คนที่สองรึไง ทางด้านเอ็ดมันรายนี้ท่าทางจะยุ่งมาก จนทำได้แค่ส่งจดหมายแสดงความขอบคุณและห่วงใย พร้อมกับช่อดอกไม้มาเยี่ยมฉันเท่านั้น เฮ้อ..แค่อายุ13ก็มีงานให้ทำแล้ว เป็นองค์ชายนี่ก็ลำบากหน่อยนะ แต่ก็นะอีกไม่กี่วันฉันก็ต้องไปเป็นที่ปรึกษาเขาแล้วนี่นะ ชะตากรรมฉันกับเขาคงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก เหอะๆ

    และแล้วในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่ความสบายทั้งหมดของฉันน่าจะอันตรธานหายไปหมด วันเริ่มงานที่ปรึกษาวันแรกและตอนนี้ฉันก็มาที่วังแล้ว เมื่อฉันลงรถม้าก็พบว่าเอ็ดมันมารอรับฉันแล้ว

“ยินดีต้อนรับครับลอเรน ร่างกายคุณไม่เป็นอะไรแล้วใช่มั้ยครับ”

“ค่ะองค์ชายเอ็ดมัน ร่างกายดิฉันหายดีแล้วค่ะ”

“ขอโทษด้วยนะครับที่ผมไปเยี่ยมไม่ได้เลย”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดิฉันไม่ได้ป่วยหนักขนาดนั้นแค่สลบไปเท่านั้นเอง”

“ก็นั้นแหละครับ จะว่าไปก็ขอบคุณลอเรนกับท่านเอิร์ลอีเมอร์ตันด้วยนะครับ ที่ช่วยคนในงานวันเกิดของผมไว้”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ องค์ชายเอ็ดมัน”

หลังจากที่ทักทายและคุยกันนิดหน่อย เอ็ดมันก็พาฉันไปแนะนำห้องต่างๆในวังคร่าวๆ ก่อนที่เขาพามาที่ห้องทำงานของเขาเพื่อเริ่มงานทันที งานของฉันก็คือคอยจัดการเอกสารที่แบ่งกันทำกับเอ็ดมันแล้วค่อยให้เอ็ดมันตรวจ สำหรับเอกสารก็เป็นพวกเรื่องรายจ่ายในปราสาทง่ายๆที่ฉันเคยเรียนในชาติที่แล้ว ก็นะเอ็ดมันเพิ่งอายุ13จะให้มาทำเอกสารอะไรยากๆก็คงไม่ได้ ก็เป็นการฝึกงานที่สมกับอายุของเขาแหละ ไม่นานฉันก็จัดการทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว ก็นะถ้าเคยเรียนมาแล้วมันก็ไม่ยากหรอก

“องค์ชายเอ็ดมัน ให้ดิฉันเอาเอกสารที่เสร็จพวกนี้ไปไว้ไหนคะ”

“พอดีเลย เอกสารผมก็เสร็จแล้ว เอาไว้ที่โต๊ะผมเลยก็ได้ครับ”

“ค่ะ”

ฉันแอบแปลกใจที่เอ็ดมันทำมันได้ไวพอๆกับฉัน ไม่ใช่ว่าฉันเก่งอะไรนะแต่ฉันเคยเรียนเคยทำมันมานานแล้วก็เลยชำนาญ กลับกันเอ็ดมันเคยบอกในจดหมายว่าเพิ่งเริ่มทำได้ไม่กี่เดือน กลับทำได้ไวเหมือนทำมานานเป็นปี...นี่สินะพลังของหนึ่งในพระเอกเกมจีบหนุ่ม เก่งไปซะทุกด้านจริงๆ พวกเราทำงานทั้งหมดด้วยกันอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ตอนบ่ายงานทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์แต่ก็เล่นทำฉันเพลียนิดๆเหมือนกัน

“ลอเรนนี่ยอดไปเลยนะครับ ช่วยงานของผมจนงานเสร็จไวขึ้นเป็นกองเลย แถมงานที่คุณทำยังแถบไม่มีจุดผิดพลาดเลย ขอบคุณนะครับที่มาเป็นที่ปรึกษาให้ผม ไม่งั้นงานของผมคงเสร็จตอนเย็นๆเลย”

“ไม่หรอกค่ะ ดิฉันแค่ช่วยเท่าที่ดิฉันทำได้เท่านั้นเอง”

“งั้นไหนๆพวกเราก็ว่างกันแล้ว คุณมีอะไรที่สนใจให้พระราชวังนี้รึเปล่าครับ”

“.อืม..งั้นดิฉันขอไปที่ห้องสมุดหลวงได้รึเปล่าคะ พอดีดิฉันมีเรื่องที่อยากรู้นิดหน่อย”

“ได้สิครับ เดี๋ยวผมพาคุณไปห้องสมุดหลวงกัน”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 399 ครั้ง

219 ความคิดเห็น

  1. #84 jaotha (@jaotha) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 17:47
    มาเเนวนี้ คงถูกจับหมั่นกันเเน่เลย สตอรีบอร์ดเดิมๆ
    #84
    1
    • #84-1 zanon (@sinr) (จากตอนที่ 10)
      25 มีนาคม 2561 / 22:50
      เอ๋จะใช่รึเปล่าน่า555
      #84-1
  2. #19 killer (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 23:15
    ตลกมากๆเลยย 555+
    #19
    1
    • #19-1 zanon (@sinr) (จากตอนที่ 10)
      6 มีนาคม 2561 / 20:56
      ลอเรนเป็นคนอารมณ์ดี55
      #19-1
  3. #17 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 20:32
    อย่างนี้ก็ได้คะสนุก
    #17
    1
    • #17-1 zanon (@sinr) (จากตอนที่ 10)
      6 มีนาคม 2561 / 20:54
      ขอบคุณมากน้าา><
      #17-1
  4. #16 Marius Yo (@tongue) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 20:29
    ทึก-->ถึกจ้า งือออคุณหนู เป็นเราคงงับหลับบนเราแล้วนอนที่ปราสาทชัวร์55555 ที่ปราสาทมีอะไรกันน่อ~
    #16
    2
    • #16-1 Marius Yo (@tongue) (จากตอนที่ 10)
      5 มีนาคม 2561 / 20:33
      งีบ* 55555
      #16-1
    • #16-2 zanon (@sinr) (จากตอนที่ 10)
      6 มีนาคม 2561 / 20:55
      จะมีมั้ยน้าาา
      #16-2