ผู้ช่วยนางร้ายคนนี้จะไม่ยอมตายง่ายๆหรอกนะคะ

ตอนที่ 5 : พลังเวทย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,676
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 508 ครั้ง
    30 ต.ค. 61

พลังเวทย์

ทันทีที่เหมือนว่าฉันคงจะตายก่อนเนื้อเรื่องในเกม ฉันก็เหลือบไปเห็นเศษหินจากการระเบิดของลูกไฟเมื่อกี้นี้ อา..ใช่แล้วถ้าเป็นสิ่งนี้อาจจะทำให้ฉันกับเอ็ดมันรอดก็ได้

“เดี๋ยวก่อน!!คุณน่ะ! ถ้ายังทำลายข้าวของแบบนี้ มีหวังคงมีคนมาเจอพวกเรา และเรื่องนี้คงจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ยิ่งกว่าเดิมจนคุณคงจะต้องถูกจับแน่ๆ”

ฉันพูดพร้อมกับค่อยๆพยุงตัวขึ้นมายืนอย่างช้าๆ โดยฉันแอบเก็บเศษหินก้อนนั้นมาด้วย

“เหอะ! แค่ข้าฆ่าแกเรื่องก็ไม่บานปลายแล้วไม่ใช่รึไง”

“ผิดแล้วถ้าคุณฆ่าหนู มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าเดิมต่างหาก เพราะหนูคือ ลอเรน อีเมอร์ตันยังไงล่ะ หนูว่าคุณคงจะรู้จักนามสกุลนี้ดีอยู่แล้วนะคะ”

“ฮึ! แกก็แค่พูดพล่อยๆอย่ามาหลอกข้าซะให้ยากเลยนังหนู”

“ถ้าคิดแบบนั้นก็ลองถามองค์ชายดูสิคะ ว่าใช่จริงๆรึเปล่า”

เจ้านั่นหันไปหาเอ็ดมันประมาณว่าใช่รึเปล่า ฉันภาวนาขอให้เขาตามน้ำไปเพราะฉันยังไม่ได้บอกตัวจริงเขาเลย

“ใช่แล้ว เธอคือลอเรน อีเมอร์ตันลูกสาวของท่านเอิร์ลอาเทอร์ อีเมอร์ตัน ถ้าเจ้าฆ่าเธอมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าเดิมแน่ๆ

“ชิ! งั้นแกน่ะมากับข้าด้วยจะได้เอาไปเรียกค่าไถ่พร้อมๆกันไปเลย เร็วเข้า! อย่าเล่นตุดติกอีกล่ะ”

ฉันเดินไปหาเจ้าองค์รักษ์ทรยศอย่างหมดแรง ยอมให้เจ้านั่นมัดมือมัดปิดปากและให้โดนจับอย่าง่ายดาย ดีนะที่เอ็ดมันหัวไวเล่นตามน้ำไปได้ ไม่งั้นฉันได้ตายก่อนเนื้อเรื่องในเกมจริงๆแน่...เกือบไป

จากนั้นพวกเราก็ถูกจับตัวขึ้นไปที่ท้ายรถม้าขนของที่ถูกขึงด้วยผ้าใบที่เจ้านั่นขโมยมาจากแถวนั้น พวกเราถูกจับให้เข้าอยู่ลึกสุดจนยากที่จะหาเจอ และตอนนี้เจ้านั่นก็กำลังเดินทางไปนอกอาณาจักรเพื่อรอเวลาเรียกค่าไถ่ตามเนื้อเรื่องในเกมที่ เพียงแต่เพิ่มว่ามีฉันติดมาด้วย แต่ใครมันจะไปยอมง่ายๆกันเล่า! ฉันสะกิดเอ็ดมันเบาๆไม่ให้เจ้าองค์รักษ์นั่นรู้ตัว เอ็ดมันหันมามองฉันอย่างสงสัย ฉันจึงส่งสายตาของฉันไปที่กระเป๋ากระโปรงที่ซ่อนเศษหินก้อนนั่นไว้ เหมือนเอ็ดมันจะรู้ว่าฉันมีแผนจึงเอามือที่ถูกมัดไว้ข้างหลังชี้มาที่กระเป๋ากระโปรงฉันประมาณว่า ให้ล่วงเหรอ ฉันพยักหน้าตอบกลับไป เออสิ ไม่งั้นจะหนียังไงเล่า เอ็ดมันมีสีหน้าแปลกๆเล็กน้อยก่อนจะก็เอามือของเขาล่วงเข้ามาให้กระเป๋ากระโปรงฉันและค่อยๆหยิบเศษหินออกมาช้าๆ จากนั้นเขาจึงใช้เศษหินก้อนนั้นมาตัดเชือกที่มัดฉันอยู่อย่างใจเย็น จนในที่สุดมือของฉันก็เป็นอิสระ แต่ฉันยังแกล้งทำเป็นถูกมัดอยู่และเอาเศษหินก้อนเดิมมาตัดเชือกที่มัดมือของเอ็ดมันออกด้วยเช่นกัน จากนั้นฉันจึงเอาผ้าปิดปากลงและพูดกับเอ็ดมันไปแบบไม่มีเสียงว่า “อย่าเพิ่งทำอะไรรอให้ฉันสัญญาณก่อนนะ” เขาพยักหน้าเข้าใจ พวกเราจึงยังแกล้งเหมือนโดนมัดอยู่ต่อไป จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนกลางคืนพวกเราก็ยังคงเดินทางอยู่ ใช่! แค่รออีกนิดเดียว

“เดี๋ยวหยุดก่อน! รถม้าคันนั้นน่ะ พวกข้าเป็นทหารประตูเมืองตะวันออกของอาณาจักรเวย์รา พวกข้าต้องขอตรวจค้นรถม้าของเจ้า นี่เป็นคำสั่งจากพระราชวัง ดังนั้นขอให้เจ้าลงมาจากรถม้าก่อน”

เสียงของทหารนายหนึ่งที่ทำให้ฉันรู้ว่าพวกเราอยู่ที่ไหน ฉันจึงส่งสัญญาณไปหาเอ็ดมันให้เตรียมตัวสำหรับการหนีและตอบโต้กับเจ้าองค์รักษ์นี่

“ก็ได้เชิญพวกท่านตรวจค้นรถม้าของข้าได้เลย”

ตอนนี้แหละ! เอาเลยฉันส่งสัญญาณให้เอ็ดมันทันที “เอาเลย!!”

ฟึบ!! แคว้ก!!! แคว้กกกกก!!

เสียงหินขูดกับผ้าใบที่ฉันขอให้เอ็ดมันที่แรงมากกว่าฉันทำ เสียงต่อมาคือเสียงที่ผ้าใบที่ถูขึงท้ายรถม้าขาดออกเป็นรูจากการถูกขูด และสุดท้ายคือฉันกับเอ็ดมันใช้มือช่วยกันฉีกผ้าใบออก จนรูใหญ่พอที่เด็กตัวเล็กอย่างฉันกับเอ็ดมันจะออกไปได้

“ช่วยด้วยค่ะ!! เขาลักพาตัวหนู!!!!”

เมื่อรูผ้าใบกว้างพอที่จะหนี ฉันจึงตะโกนขอความช่วยเหลือจากทหารเหล่านั้นอย่างที่ฉันคิดว่าเสียงดังที่สุดเท่าที่ฉันจะตะโกนออกไปได้

“อะไรกัน!!! หนอยนังเด็กนี่!!”

“นี่มันโจรนี่!! พวกเราจับเจ้านี่เอาไว้!!”

“ฮึ! ใครมันไปจะยอมกัน!!”

พรึ่บ!! เคร้ง!!

หลังจากที่ฉันตะโกนออกไปก็เกิดการะปะทะกันระหว่างเหล่าทหารกับเจ้าองค์รักษ์นั่น ฉันจึงอาศัยความโกลาหลนี้ หนีออกมาจากท้ายรถม้าพร้อมกับเอ็ดมันและรีบไปหาซ่อนให้พวกเราปลอดภัย

“แก!! ข้าจะฆ่าแกให้ได้ยัยเด็กตัวปัญหา!!”

ทันใดนั้นเองเสียงของเจ้าองค์รักษ์นั่นก็ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจ และหันไปเจอกับเจ้านั่นที่กำลังบาดเจ็บเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด กำลังเสกลูกไฟขนาดใหญ่กว่าครั้งแรกสิบเท่าได้ มันกำลังพุ่งมาทางฉันคนเดียวอย่างเคียดแค้นและหมายเอาชีวิตฉันคนเดียว ฉันตกใจจนหนีไม่ทัน ลูกไฟพุ่งมาใกล้ฉันเรื่อยๆ ฉันได้แต่หลับตาหนีสิ่งกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ อย่างหมดหนทาง

“ไม่! ระวังลอรีน!!”

ฟิ้วว!!!ตูม!!

ฉันได้ยินเสียงอื่นแทรกขึ้นมาก็ค่อยๆลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองยังไม่เป็นอะไร และใกล้ๆฉันมีไฟลุกท่วมอยู่ เดี๋ยว! นี่เขาพลาดงั้นเหรอ!

กรร!!

เสียงขู่ของสัตว์ดังขึ้น ทำให้ฉันหันไปมองตามก็พบว่าเป็นอสูรตัวหนึ่งมีเข้ามาปกป้องฉันจากลูกไฟนั่น มันมีลักษณะคล้ายสุนัขจิ้งจอกแต่มีเขากวางบนหัว ดวงตามันเรืองแสงสว่างท่ามกลางความมืด มันน่าจะเป็นอสูรมายาจากลักษณะในหนังสือและคงอาศัยใกล้ๆป่าแถวนี้ ทว่าทำไมมันถึงเข้ามาช่วยฉันล่ะ พลังเวทย์ฉันก็ยังไม่ตื่นนี่ แล้วเจ้าตัวนี้มันมาจากไหนกัน แต่ตอนนี้ช่างเรื่องนี้ก่อนถ้ามันช่วยให้ฉันรอดได้ บางทีฉันอาจสั่งมันได้ เอาน่าลองดูซักตั้งล่ะกัน มันคือทางเดียวที่จะรอดแล้ว...ฉันว่าเราได้เวลาจบเรื่องนี้กันแล้ว เจ้าองค์รักษ์ทรยศ มาดูกันว่าใครจะอยู่ใครจะไป!



“คราวนี้แกไม่รอดแน่ฮ่าๆ”

“เจ้าจิ้งจอกตอนนี้แหละ ใช้มายาใส่เขาเลย”

เมื่อเจ้าองค์รักษ์นั่นเตรียมจะเสกลูกไฟใส่ฉันอีกรอบ ฉันจึงชิงจังหวะนี้สั่งให้เจ้าจิ้งจอกที่มาปกป้องฉัน แถมก็ไม่รู้ว่ามันจะทำตามคำสั่งฉันรึเปล่า โจมตีใส่เจ้านั่นก่อนทันที ตอนนี้ฉันขอแค่มันทำตามคำสั่งฉันก็พอ

กรร!! บึ้ม!!

“อ๊าก!!”

ทันใดเองเมื่อฉันสั่งจบ เจ้าจิ้งจอกตัวนี้ก็โจมตีเขาด้วยมายาเสมือนก่อให้เกิดระเบิดใส่เจ้านั่นไปเต็มๆ ดีล่ะ!! ฉันชิงจังหวะในช่วงเวลาสั่นๆ ออกคำสั่งต่อก่อนที่เจ้าองค์รักษ์นั้นจะตั้งตัวได้อีกรอบ

“สร้างกรงมาขังเขาไว้ และทำให้เขาสลบไปเลย!”

กรร!! พรึ่บ!! เคร้งๆ แกร็ก!!

“ปล่อยข้านะโว๊ย!!  อึก!! หนอย แกไม่รอ-” ตุบ!!

สำเร็จ!! หลังจากที่ฉันสั่งเจ้าจิ้งจอกไปอีกรอบ มันทำตามที่ฉันบอกคือสร้างกรงมาขังเจ้านั่น แล้วทำให้เจ้านั้นสลบจนล้มลงไปทันทีเฮ้อ...ฉันลงนั่งกับพื้นอย่างอ่อนแรง ทุกๆอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากและฉันเกือบตายไปไม่รู้กี่รอบ แต่ฉันก็ยังรอดอยู่ ฉันนี่มันถึกใช่ย่อยเลยนะเนี่ย เหอะๆ

“พวกเราเข้าไปจับโจรคนนั้นเร็ว!

เสียงของนายทหารคนหนึ่งบอกให้ที่ทหารคนที่เหลือเข้าจับคุมเจ้าองค์รักษ์ที่สลบไปแล้วอย่างรวดเร็ว เจ้านั่นถูกจับด้วยตรวนผนึกเวทย์มนต์ ทำให้เจ้านั่นตอนนี้ทำอะไรไม่ได้แล้ว อา..ว่าแต่เอ็ดมันเขาเป็นไงบ้างนะ หวังว่าคงไม่เป็นอะไรนะ

“คุณลอรีน เป็นอะไรมากรึเปล่าครับ”

“อา..ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ ท่านล่ะคะเป็นอะไรรึเปล่า”

“ผมสบายดีครับ…..ผมว่าเรารีบออกจากตรงนี้ก่อนเถอะครับ ตอนนี้เหล่าทหารควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว”

“เดี๋ยวก่อนนะคะ ขอเวลาดิฉันซักครู่”

ฉันพูดกับเอ็ดมันก่อนจะค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นมา โดยมีเอ็ดมันช่วยฉันด้วยและหันไปทางที่เจ้าจิ้งจอกตัวนั้น

“ขอบคุณนะเจ้าจิ้งจอกน้อย เจ้าสนใจจะมาอยู่กับข้าด้วยกันมั้ย”

ฉันขอบคุณและชวนมันมาอยู่ด้วย เจ้าจิ้งจอกหันมาทางพวกฉันก่อนจะเดินมาทางพวกฉันอย่างช้าๆ

“มาด้วยสินะ เอ....เจ้าควรมีชื่อก่อนสินะ เอาชื่ออะไรดีล่ะ อืม.. งั้นต่อไปนี้เจ้าชื่อเบรฟละกันนะ เราจะเป็นคู่หูที่ดีกันแน่นอนฉันสัญญา”

มันพยักหน้าให้ฉันก่อนจะเดินมาพร้อมกับพวกฉัน และในที่สุดเรื่องทั้งหมดก็จบซักทีเหนื่อยเป็นบ้าเลยแฮะ


ฉันกับเอ็ดมันกำลังจะถูกพาตัวกลับเข้าอาณาจักร ตอนแรกฉันกะจะกลับบ้านเลยแต่รถม้ามีแค่คันเดียว และฉันก็เหนื่อยมากจนรอรถม้าอีกคันไม่ไหวแล้ว ฉันจึงกะว่าจะหาที่พักแถวๆนี้ในกองทหารแล้วค่อยกลับพรุ่งนี้ แต่เอ็ดมันกลับไม่ยอมและบอกให้ฉันไปก่อนเพราะฉันช่วยเขาเอาไว้เขาจึงอยากตอบแทน จะบ้ารึไง! เอ็ดมันนายเป็นเจ้าชายนะ!

“ท่านเป็นถึงเจ้าชายท่านนะคะ! จะให้ท่านมาพักที่นี่ได้ยังไงกัน ท่านนั่นแหละที่ควรจะกลับไปก่อนดิฉัน”

“ผมไม่มีทางกลับไปก่อนผู้มีพระคุณได้หรอก คุณนั่นแหละที่ควรกลับไปก่อน!

ฉันกับเอ็ดมันเถียงกันนานอย่างไม่มีใครยอมใคร ยังไงนายก็ต้องกลับไปก่อนฉันเอ็ดมัน ฉันรอได้เข้าใจมั้ย!! ฉันโตแล้ว!!(ในชาติก่อน)

“เฮ้อ..งั้นผมว่าเรากลับไปพร้อมกันเถอะ แล้วคืนนี้คุณไปนอนที่ปราสาทผมล่ะกัน”

“แต่ว่-”

“ไม่มีแต่ครับ ถ้าเรายังเถียงกันแบบนี้เรื่องคงไม่จบแน่ แล้วเราก็คงไม่ได้พักแน่”

“นั่นสิคุณหนู ท่านไปพักกับองค์ชายเอ็ดมันก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับบ้านท่านก็ได้ ยังไงมันก็ดีกว่าที่ท่านพักที่นี่อยู่แล้ว”

ฉันที่กำลังเถียงกับเอ็ดมันก็ถูกเอ็ดมันกับทหารนายหนึ่งมัดมือชกให้ฉันไปพร้อมกับเอ็ดมัน ขี้โกง! ฉันไม่อยากไปนอนที่นั่นนะ มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้

“ก็ได้ค่ะ”

“งั้นรถม้าพร้อมแล้วพวกท่านเชิญทางนี้เลยครับ”

หลังจากนั้นฉัน เอ็ดมัน เบรฟก็ขึ้นรถม้ากลับเข้าอาณาจักรเวย์รา และเอ็ดมันยังไม่หยุดหุบยิ้มอย่างน่าหมั่นไส้ ฉันเกลียดสีหน้าของเอ็ดมันตอนนี้มาก ใช่! เขากำลังดีใจที่เอาชนะฉันได้ เหอะ!

“จะว่าไปพวกเรายังไม่ได้แนะนำตัวจริงกันเลยนะครับคุณลอรีน”

“ก็..คงงั้นแหละนั่นค่ะ งั้นดิฉันขอแนะนำตัวก่อนแล้วกัน ดิฉันลอเรน อีเมอร์ตัน บุตรสาวของท่านเอิร์ลอาเทอร์ อีเมอร์ตัน ต้องขออภัยที่ดิฉันโกหกท่านด้วยนะคะ

“ช่างเถอะ! ตอนแรกผมก็โกหกคุณเหมือนกันนี่ เราหายกันแล้วล่ะฮ่ะๆ ส่วนผมเอ็ดมัน เวย์ราดักกลาส เจ้าชายลำดับที่หนึ่งแห่งอาณาจักรเวย์รา ยินดีที่ได้รู้จักกันอีกรอบนะครับ คุณลอเรน”

“เช่นกันค่ะ องค์ชายเอ็ดมัน”

“ฮ่าๆ ผมบอกแล้วไงว่าเราคุยกันแบบเดิมเถอะ อ้อใช่! ถ้าคุณเหนื่อยมากคุณหลับไปก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวผมปลุกให้เอง”

“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันยังไม่ง่วงเลย”

เมื่อเวลาผ่านไปประมาณสองสามชั่วโมง พวกเราก็ใกล้ถึงปราสาทและตอนนี้ฉันแอบภาวนาให้ท่านพ่อหรือท่านแม่มารอรับฉันกลับบ้านที่นั่น เพราะฉันไม่อยากนอนที่ปราสาทนี่ ฮือ..

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 508 ครั้ง

219 ความคิดเห็น

  1. #212 IsazaI (@isazai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 00:56
    เข้าสู่รูทองค์ชาย 555
    #212
    0
  2. #83 Hiroyosha (@kanokthon59) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 13:57
    ขัดใจ ท่าพี่มากเลยค่ะ! เหอะทำเขิน ทำขอโทษ นี้สำนึกไหมห๊าาาาน้องแกไปขอโทษยังนางไม่ทำไรผิดด้วยซ้ำโทษนางไม่ตรองดีๆ.มันน่าตบจริงๆ -้ย!
    #83
    1
    • #83-1 zanon (@sinr) (จากตอนที่ 5)
      25 มีนาคม 2561 / 22:50
      ใจเย็นๆนะคะ555
      #83-1