ก็เลยจะเก็บอะไรไว้หน่อย
เริ่มแรกที่
ครุฑ&นาค เป็นพี่น้องกัน
ว้าว ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ย
(เรียนไทยมาตั้งนาน เพิ่งรู้)เห็นทะเลาะกันจะเป็นจะตาย ไหงเป็นพี่น้องกันได้หว่า
มาฟัง(อ่าน) กันดีกว่า
ทั้งครุฑทั้งนาคเกี่ยวพันกับพระนารายณ์ ครุฑเป็นพาหนะพระองค์ ขณะนาคเป็นพระแท่นให้บรรทมในน้ำ...นารายณ์บรรทมสินธุ์นั่นไง ประทับบนนาคล่ะ
สัตว์กายสิทธิ์คู่นี้เป็นพี่น้องกัน พ่อเดียวแต่ต่างแม่ พ่อคือมหาฤาษีกัสยปะเทพบิดร มีนางวินตาแม่ของครุฑเป็นภรรยาหลวง ส่วนนางกัทรุแม่ของนาค (ไม่ใช่แม่นาค) เป็นเมียรอง ๒เมียไม่ถูกกัน และความผิดใจก็ลามไปให้ลูกเป็นอริกันด้วย
เหตุมาจาก ๒ นางพนันกันว่า ม้าอุจชัยศวรที่วิ่งไปมาอยู่บนสวรรค์มีหางเป็นสีอะไร ใครทายผิดแพ้ ต้องเป็นข้ารับใช้ฝ่ายชนะตลอดไป นางวินตาตอบว่าสีขาว นางกัทรุตอบว่าสีดำ สีขาวคือคำตอบที่ถูกต้องนะคร้าบ แต่ก่อนเฉลย นางกัทรุเจ้าเล่ห์กลัวแพ้เขา จึงให้ลูก ๆ ซึ่งเป็นงูและนาครวม ๑,๐๐๐ ตัว เลื้อยแทรกเข้าไปในพู่หางม้า เข้าไปยั้วเยี้ยจนหางม้าเห็นเป็นสีดำมืดไป นางวินตาจึงกลายเป็นผู้แพ้ต้องก้มหน้าเป็นข้ารับใช้นางกัทรุ
ขณะนั้นไข่ใบที่ ๒ ที่นางวินตาคลอดออกมาก่อนหน้า แตกออกเป็นครุฑ ครึ่งชายครึ่งนก สมบูรณ์แข็งแรง เจริญเติบโตรวดเร็ว สามารถบินข้ามมหาสมุทรได้ในเวลาอันสั้น เมื่อออกจากไข่แล้วก็บินไปตามหาแม่ซึ่งไปเป็นสาวใช้อยู่จนพบ นางวินตาเล่าเรื่องที่ถูกโกงให้ลูกใหม่ฟัง แล้วก็ห้ามไว้ไม่ให้ลูกซึ่งกำลังโกรธไปทำอะไรฝ่ายนางกัทรุ เพราะต้องการรักษาสัตย์ ทั้งแม่ทั้งลูกจึงต้องเป็นข้าช่วงใช้ของแม่ลูกอีกคู่ จะไถ่ตัวออกไปได้ก็ต้องเอาน้ำอำมฤตของพระอินทร์มาแลก
พระอินทร์สั่งเพิ่มกำลังรักษาหม้อน้ำอำมฤตตรงกลางกงจักร มีงู ๒ ตัวหมุนกงจักร มีไฟล้อมรอบ พญาครุฑจึงไปอมน้ำในมหาสมุทรมาพ่นดับไฟ และจับงูกิน แต่ยังไม่ทันนำน้ำอำมฤตกลับไป พระอินทร์ก็เข้าขัดขวาง เกิดการต่อสู้กันขึ้น พระอินทร์สู้ไม่ได้ ร้อนถึงพระนารายณ์ต้องลงมาช่วย
แต่ทั้งพระนารายณ์และพญาครุฑไม่มีใครแพ้ใครชนะ จึงหยุดรบทำสัญญาเป็นไมตรีต่อกัน พญาครุฑสัญญาจะเป็นพาหนะของนารายณ์ตลอดไป ฝ่ายพระนารายณ์ก็จะให้พญาครุฑเป็นอมตะ จากนั้นจึงได้นำน้ำอำมฤตไปไถ่ตัวมารดา ไถ่ไม่ไถ่เปล่า จับนาคลูกแม่ขี้โกงกินซะ แต่เนื่องจากทั้งพญานาคและพญาครุฑต่างก็เป็นผู้รับใช้พระนารายณ์ด้วยกัน พระองค์จึงขอร้องพญาครุฑว่าอย่าทำอันตรายพญานาคเมื่ออยู่ต่อหน้าพระองค์ >>(งั้นแสดงว่าลับหลังทำอะไรได้งั้นสิ ฮ่าๆ)
สัตว์กายสิทธิ์คู่นี้เป็นพี่น้องกัน พ่อเดียวแต่ต่างแม่ พ่อคือมหาฤาษีกัสยปะเทพบิดร มีนางวินตาแม่ของครุฑเป็นภรรยาหลวง ส่วนนางกัทรุแม่ของนาค (ไม่ใช่แม่นาค) เป็นเมียรอง ๒เมียไม่ถูกกัน และความผิดใจก็ลามไปให้ลูกเป็นอริกันด้วย
เหตุมาจาก ๒ นางพนันกันว่า ม้าอุจชัยศวรที่วิ่งไปมาอยู่บนสวรรค์มีหางเป็นสีอะไร ใครทายผิดแพ้ ต้องเป็นข้ารับใช้ฝ่ายชนะตลอดไป นางวินตาตอบว่าสีขาว นางกัทรุตอบว่าสีดำ สีขาวคือคำตอบที่ถูกต้องนะคร้าบ แต่ก่อนเฉลย นางกัทรุเจ้าเล่ห์กลัวแพ้เขา จึงให้ลูก ๆ ซึ่งเป็นงูและนาครวม ๑,๐๐๐ ตัว เลื้อยแทรกเข้าไปในพู่หางม้า เข้าไปยั้วเยี้ยจนหางม้าเห็นเป็นสีดำมืดไป นางวินตาจึงกลายเป็นผู้แพ้ต้องก้มหน้าเป็นข้ารับใช้นางกัทรุ
ขณะนั้นไข่ใบที่ ๒ ที่นางวินตาคลอดออกมาก่อนหน้า แตกออกเป็นครุฑ ครึ่งชายครึ่งนก สมบูรณ์แข็งแรง เจริญเติบโตรวดเร็ว สามารถบินข้ามมหาสมุทรได้ในเวลาอันสั้น เมื่อออกจากไข่แล้วก็บินไปตามหาแม่ซึ่งไปเป็นสาวใช้อยู่จนพบ นางวินตาเล่าเรื่องที่ถูกโกงให้ลูกใหม่ฟัง แล้วก็ห้ามไว้ไม่ให้ลูกซึ่งกำลังโกรธไปทำอะไรฝ่ายนางกัทรุ เพราะต้องการรักษาสัตย์ ทั้งแม่ทั้งลูกจึงต้องเป็นข้าช่วงใช้ของแม่ลูกอีกคู่ จะไถ่ตัวออกไปได้ก็ต้องเอาน้ำอำมฤตของพระอินทร์มาแลก
พระอินทร์สั่งเพิ่มกำลังรักษาหม้อน้ำอำมฤตตรงกลางกงจักร มีงู ๒ ตัวหมุนกงจักร มีไฟล้อมรอบ พญาครุฑจึงไปอมน้ำในมหาสมุทรมาพ่นดับไฟ และจับงูกิน แต่ยังไม่ทันนำน้ำอำมฤตกลับไป พระอินทร์ก็เข้าขัดขวาง เกิดการต่อสู้กันขึ้น พระอินทร์สู้ไม่ได้ ร้อนถึงพระนารายณ์ต้องลงมาช่วย
แต่ทั้งพระนารายณ์และพญาครุฑไม่มีใครแพ้ใครชนะ จึงหยุดรบทำสัญญาเป็นไมตรีต่อกัน พญาครุฑสัญญาจะเป็นพาหนะของนารายณ์ตลอดไป ฝ่ายพระนารายณ์ก็จะให้พญาครุฑเป็นอมตะ จากนั้นจึงได้นำน้ำอำมฤตไปไถ่ตัวมารดา ไถ่ไม่ไถ่เปล่า จับนาคลูกแม่ขี้โกงกินซะ แต่เนื่องจากทั้งพญานาคและพญาครุฑต่างก็เป็นผู้รับใช้พระนารายณ์ด้วยกัน พระองค์จึงขอร้องพญาครุฑว่าอย่าทำอันตรายพญานาคเมื่ออยู่ต่อหน้าพระองค์ >>(งั้นแสดงว่าลับหลังทำอะไรได้งั้นสิ ฮ่าๆ)
http://pinokkioo.multiply.com/photos/album/25
อ่านแล้วมันดีแฮะ
ต่อๆ เพลงจ้ำจี้
มีสองอย่าง (เพิ่งรู้ว่าอีกอันมันก็จัดว่าเป็นจ้ำจี้เหมือนกัน)
เพลงที่ 1
"จ้ำจี้เม็ดขนุน แตงไทย แตงกวา มะม่วงน้อยหน่า พุทรา มังคุด ละมุด ลำไย
มะเฟือง มะไฟ มะกรูด มะนาว มะพร้าว ส้มโอ ฟัก แฟง แตงโม ไชโยโห่ฮิ้ว"
(เราร้องตกไปหลายต้นเลยนะเนี่ย 55+)
เพลงที่ 2
"จ้ำจี้มะเขือเปาะ กะเทาะหน้าแว่น พายเรืออกแอ่น กระแท่นต้นกุ่ม
สาวๆ หนุ่มๆ อาบน้ำท่าไหน อาบน้ำท่าวัด เอาแป้งที่ไหนผัด เอากระจกที่ไหนส่อง เมื่องๆ มองๆ นกขุนทองร้องวู้"
(อันนี้ก็ร้องหายไปวรรคนึงเหมือนกัน หาย "กระแท่นต้นกุ่ม สาวๆ หนุ่มๆ" และบ้านข้าน้อย
นกขุนทองมันร้อง"ฮู้" แฮะ 55+)
เพราะไม่รู้ล่ะมั้งว่าต้นกุ่ม มันหน้าตายังไง เลยลืมไปเลยว่ามันมีในเนื้อด้วย แหะๆ
ตอนนี้มีอินเตอร์เน็ตแล้ว ก็เลยหาต้นกุ่มดูสักหน่อย

ต้นกุ่ม (ต้นกักกุธะ)
ชาวฮินดูเรียกกันว่า “มารินา” ตามพระพุทธประวัติกล่าวว่า พระพุทธเจ้านำผ้าบังสกุลห่อศพมามณพาสี ในอามกสุสาน (ป่าช้าผีดิบ) ไปทรงซัก เมื่อซักเสร็จแล้วก็มาที่ที่ผ้าบังสกุลดังกล่าว พฤกษเทวาซึ่งสิงสถิตอยู่ ณ ต้นกุ่มบก ได้น้อมกิ่งต้นกุ่มให้ต่ำลงเพื่อให้เป็นที่ตากจีวร

วิธีเล่น
ผู้เล่นนั่งล้อมวงกัน คว่ำมือทั้งสองลงบนพื้น คนหนึ่งเป็นคนจี้ โดยใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่นิ้วของผู้เล่นไล่ไปทีละนิ้วให้รอบวง พร้อมทั้งร้องเพลงไปด้วย เมื่อร้องจบแล้ว จิ้มอยู่ที่นิ้วใดคนนั้นต้องพับนิ้วนั้นเข้าไป ผู้จิ้มก็เริ่มเล่นใหม่ไปเรื่อยๆ ใครต้องพับนิ้วทั้งหมดเ ป็นคนแรกแพ้
(เล่นจ้ำจี้กัน อ๊างงงง ดูแล้วอยากใส่ชุดอย่างนี้บ้างจังเลย)http://www.trytodream.com/topic/3853
http://firodendon.exteen.com/20091105/entry (อ่านของพี่แกแล้ว ทำให้นึกถึงวันเก่าๆฮะ เลยเก็บมั่ง)
...............................................................................................
ตอนแรกบล็อกนี้จะมีชื่อว่า "ความรู้ใหม่&เรื่องจิ้นวายใหม่"
ซึ่งเราจะเขียน(พิมพ์) กลิ่นของความวายๆ ในเรื่องของอิเหนา
(อ่ะๆ ใครเคยจิ้นมั้ง ยกมือขึ้น)
แต่ว่า หมดอารมณ์แล้ว (ก็งี้แหละ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ )เอาไว้ต่อบล็อกหน้าล่ะกัน
ตอนนี้เราบ้ามาก ขนาดไปยืมมาอ่านเลยนะเนี่ย
มีทั้ง
- อิเหนาเลี้ยงต้อย
-หญิง&หญิง ก็มี ถึงขนาดมีบทหญิงเกี้ยวหญิงเลยนะ
(อย่าเพิ่งเอาความจริงมาเถียงว่าที่ต้องมีบทนี้เพราะอะไร เพราะเราจะจิ้นอย่างเดียว 55+)
คิดดู เป็นวรรณคดีที่สุดยอดมากจริงๆ
เมื่อก่อนเราไม่เคยคิดที่จะอ่านมันเลยนะ เพราะทั้งเรื่องมีแต่ภาษาชวา
แต่พอได้เรียนแล้วมันมีเรื่องให้จิ้นเยอะกว่าที่คิด 555+
ตอนนี้ทั้งห้องของข้าน้อยก็เรียนไทยอย่างมีความสุขมากๆๆ มากๆๆ
อยากให้ครูเล่าให้ฟังอีก
บางทีนะ เด็กม.ปลายก็ต้องการคนเล่านิทาน(วรรณคดี) ให้ฟังเหมือนเด็กๆ เหมือนกันนะ
แต่ต่างกันตรงที่ เด็กมันไม่จิ้น แต่ม.ปลาย จิ้นอย่างแรงงิ
หมายเหตุ- จิ้นในที่นี้หมายถึง การจินตนาการถึงการจับตัวละครที่ได้ยินมาคู่กัน ส่วนใหญ่มักเพศเดียวกัน
.............................................................................................................................
ตอนนี้ใครที่ไม่ชอบเรียนวิชาภาษาไทย ก็อยากให้คิดซะใหม่ เพราะวิชาภาษาไทยมีอะไร
มากกว่าที่คุณคิด (โดยเฉพาะเมื่อถึงตอนเรียนวรรณคดีต่างๆ)
ความคิดเห็น