Danganronpa OC::Bloody Spree

ตอนที่ 14 : Chapter 2 - Sacrifice Or Helps No One? #2 Daily Life

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    31 ส.ค. 61

     
               ผมตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงประกาศอีกครั้ง เมื่อวานคุณออกัสตัสและคุณซาเรียได้เสียชีวิตลงไป และพวกผมก็ยังไม่ค่อยชินกับมันเท่าไหร่นัก ผมจึงมุ่งตรงไปที่โรงอาหารเหมือนทุกครั้งเพื่อกินมื้อเช้า แล้วผมก็พบกับรมิตา เธอดูมีสีหน้าไม่ค่อยดี ผมจึงคิดว่าผมควรเดินเข้าไปคุยกับเธอสักหน่อย... 
               "ส...สวัสดีค่ะ!"เธอกล่าว
               "วันนี้ไม่ตื่นเช้าขึ้นมาทำอาหารแบบครั้งก่อนๆหรอครับ"
               "ไม่ล่ะค่ะ เมื่อคืนฉันนอนไม่ค่อยจะหลับ วันนี้ก็เลยตื่นสาย แต่แพทริเซียก็มาทำอาหารแล้วนี่คะ"
               "ไหวใช่ไหมครับ เอาจริงๆคุณรมิตาก็ตื่นสายได้ทุกวันนี่ครับ"
               "ไม่เอาหรอกค่ะ ที่นี่ไม่มีพ่อแม่ของพวกคุณมาดูแล ถ้าหลุดออกจากวินัยล่ะก็... ต่อให้ไม่มีเกมฆาตกรรมคุณก็เละเทะได้นะคะ!"
               "ครับๆ"
               "เมื่อคืนฉันไปนั่งอ่านหนังสือที่ห้องทำงานของฉันเอง สุดท้ายแล้วความรู้ทั้งหมดมันก็มีอยู่ในสมองของฉันแล้วนี่คะ..."
               "ทั้งหมด?"
               "จะว่าเกือบจะก็ได้นะคะ ก็ฉันพูดได้หลายภาษานี่นา..... แถมเมื่อคืนฉันไม่มีกะจิตกะใจมาเรียนเพิ่มด้วย...."
               "ถ้าอย่างนั้น....เปลี่ยนจะเรียนเป็นสอนแทนไหมครับ?"
               "คะ?"
               "ผมก็ไม่ค่อยจะพูดอังกฤษเก่งสักเท่าไหร่ ให้คุณรมิตาสอนเผื่อจะได้ดีขึ้นน่ะครับ"
               "งั้นก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ควรจะต้องเตรียมสมุด..."
               "ผมก็พอมีอยู่นะครับ!"
               ผมให้ [สมุดฉีกเล่มเล็ก] แก่รมิตา นาคราช
               "งั้นก็เยี่ยมไปเลยค่ะ! งั้นหลังจากกินมื้อเช้า มาเจอกันที่ห้องเก็บของที่ชั้นสองนะคะ!"
               รมิตาพูดอย่างร่าเริง แล้วเดินนำเข้าไปในโรงอาหาร หลังจากนั้นผมก็เดินตามเข้าไป...
               "ตื่นสายกว่าเดิมไม่กี่นาทีเองนะ นี่เธอได้นอนใช่ไหมเนี่ย?"แพทริเซียตะโกนถามเมื่อเห็นเพื่อนของเธอเดินเข้ามา
               "จ้าๆ ได้นอนจ้า"รมิตาตอบ
               "ถึงขั้นนอนไม่หลับเลยหรือครับ!? อย่ามองข้ามการพักผ่อนนะครับ แค่นี้สุขภาพจิตก็แย่จะตายอยู่แล้ว"อิซาห์เตือน
               "อย่าทำเป็นอ่อนแอหน่อยเลย เธอยังต้องผ่านอะไรอีกเยอะ"ลูซิก้าจิบกาแฟ
               "พูดเหมือนผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก นักกีฬาอย่างเธอจะเจออะไรเลวร้ายเท่าฉันกัน?"มินจุนเหน็บแนม
               "นายเคยฆ่าไหมล่ะ? ถ้านายไม่เคย อย่าพูด"เรเน่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก
               "ฆ่าเลยเหรอครับ? น่ากลัวจัง~"ฟลินน์หัวเราะแห้งๆ
               "คุณเอลิซ่าล่ะก็.... แค่นี้บรรยากาศก็แย่พอแล้วนะคะ"เอลล่ากล่าว
               "งั้นเอาเป็นหนีตายแทนไหมล่ะ?"โนลิชาเสนอ
               "ไม่มีอันไหนดีเล้ย~"ฟุลมิเนลากเสียงยาว
               "เท่าที่เคยศึกษาอัตชีวประวัติของสุดยอดนักเรียนม.ปลายแต่ละคนมา.... ก็มีพวกที่ประวัติเลวร้ายเยอะเลยนะ อย่างสุดยอดนักเรียนม.ปลายโปรแกรมเมอร์ก็โดนแกล้งจนต้องปลอมตัวเป็นคนอื่นเลยนะครับ"ปัญร่ายยาว
               "พอๆ กินข้าวเถอะ"ปีเรตต้าปราม
               "เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง"เนเมซิโอกล่าวพลางใช้ส้อมจิ้มอาหารคนแรก
               หลังจากนั้นพวกเราก็กินอาหาร แล้วผมก็ไปที่ห้องเก็บอุปกรณ์สำนักงาน พร้อมกับรมิตา "ฉันชวนคนอื่นมาด้วย หวังว่านายจะไม่ว่าอะไรนะคะ"เธอกล่าวพลางเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับมินจุน เรเน่ เอลล่า ปัญ และก็อิซาห์
[SECRET EVENT STARTS]
               รมิตา "...ถ้าเกิดจะออกเสียงให้ถูกเนี่ย เสียงที่สำคัญเลยคือเสียงชวา(ə) เสียงชวาเนี่ย มีปะปนอยู่เกือบทุกภาษา คือการออกเสียงคร่อมกัน เช่น Comfortable เจ้าของภาษาจะไม่เรียกคอม-ฟอ-เท-เบิ้ล แต่เป็นคอม-ฟะ-ทะ-เบิล (ไรต์::ไม่มีความรู้พอจะเขียนเป็นภาษาไทยครับ แต่ก็ดันทุรังเขียน ถถถถ)"
               มินจุน "แค่คำศัพท์กับไวยากรณ์ก็ยากจะตายอยู่แล้ว นี่เธออย่าทำให้มันยากขึ้นโดยการออกเสียงแบบเจ้าของภาษาสิ"
               เอลล่า "ว่าแต่....คุณนาคราชพูดได้เหมือนเจ้าของภาษาอยู่แล้ว จะชวนฉันมาทำไมล่ะคะ?"
               อิซาห์ "หลายคนก็สนุกดีออกนะครับ"               
               เรเน่ "ที่บ้านเกิดฉันก็ใช้ภาษาอังกฤษเยอะอยู่นะ ที่ประเทศอื่นไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษควบคู่ไปกับภาษาตัวเองหรอ?"
               ปัญ "หาคนพูดภาษาอังกฤษได้คล่องๆยังยากเลยครับ...."
               คิโตะ "ว่าแต่....คุณปัญก็พูดภาษาอังกฤษได้ดีอยู่แล้วนี่ครับ จะมาที่นี่ทำไมล่ะ"
               ปัญ "ก็อยู่คนเดียวมันเบื่อนี่ครับ ห้องทำงานของผมก็ยังไม่มาด้วย...."
               เรเน่ "มาห้องทำงานฉันก็ได้นะ ถ้าเชื่อว่าจะไม่ไปเปิดประตูไวรัส แบคทีเรีย หรือสัตว์ร้ายอะไรก็ตามน่ะ"
               อิซาห์ "อย่าพูดให้คนอื่นกลัวสิครับ!"
               เอลล่า "สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ก็ต้องมีดุร้ายบ้าง ใจดีบ้างก็ไม่แปลกนะคะ ถ้ามองในมุมที่ดี ที่นั่นต้องมีแกะหรือนกอะไรน่ารักๆแน่ๆเลย"
               มินจุน "คอม-ฟะ-ทะ-เบิ้ล ยากเหมือนกันแฮะ"
               รมิตา "ก็ต้องลองใช้ภาษาอังกฤษบ่อยๆล่ะนะ ลองชวนเพื่อนๆคุยดูบ้างสิคะวันหลัง"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
               "แค่เสียง schwa อย่างเดียวก็รู้สึกว่าสำเนียงเหมือนคนต่างชาติขึ้นมาเลยนะครับ"ผมเอ่ย
               "จริงๆมันก็มีทริคอีกตั้งเยอะแยะล่ะนะ แต่คงต้องให้เพื่อนของผมที่เป็นสุดยอดนักเรียนม.ปลายอาจารย์สอนแทน"ปัญกล่าว
               "แค่นี้ก็ยากจะตายอยู่แล้ว"มินจุนบ่น
               "ก็ภาษาเกาหลีมีตัวอักษรและสระอยู่ไม่กี่ตัว ก็เลยคุ้นชินกับการออกเสียงอะไรง่ายๆน่ะสิคะ"รมิตากล่าว
               "ไม่เหมือนภาษาตากาล็อกเลยนะ บางคนบอกว่านั่นเป็นภาษาที่เรียนยากอันดับต้นๆของภาษาโลกเลยล่ะ"เรเน่บอก
               "นักอนุกรมวิธานสนใจเรื่องภาษาด้วยหรือครับ"อิซาห์ถามขึ้น
               "เขาอาจจะรู้เป็นข้อมูลทั่วไปของคนในประเทศฟิลิปปินส์ก็ได้มั้งคะ"เอลล่าเอ่ย
               พวกเรายืนคุยกันไปอีกสักพัก หลังจากนั้นผมก็เดินกลับมาที่ห้อง จ้องไปในความว่างเปล่าสักพัก แล้วก็เดินออกไปข้างนอก.... วันนี้จะไปคุยกับใครหน่อยดีไหมนะ?
[FREE TIME EVENTS START]
               "จนตอนนี้ฉันก็ยังไม่ชินกับสถานที่แห่งนี้เลยนะคะ แต่อย่างน้อย....ที่นี่เต็มไปด้วยสุดยอดนักเรียนจากหลายประเทศทั่วโลกเลยล่ะ!"แพทริเซียกล่าว ผมว่าวันนี้ผมก็น่าจะใช้เวลาไปกับเธอแหละ ไหนๆก็มาเจอเธอที่ห้องทำงานของเธอเองแล้วนี่นะ... "ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่น่าทึ่งนะรู้ไหม พวกเขาเคยปิดประเทศไปพักหนึ่งแล้วเปิดประเทศอีกครั้งอย่างสง่างามมากๆเลยล่ะ!"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
               ผมฟังคุณแพทริเซียสรรเสริญประเทศผม ประเทศจีน และเกาหลีด้วยความรู้ด้านประวัติศาสตร์และมนุษยศาสตร์
               ผมกับแพทริเซียสนิทกันมากขึ้น
               ผมให้ [สร้อยคอทองคำ] กับแพทริเซีย
               "ว้าว! ขอบคุณที่หามานะ!"แพทริเซียตะโกน
               "ผมก็ไม่ได้ศึกษาวัฒนธรรมประเทศอื่นสักเท่าไหร่น่ะครับ วัฒนธรรมมันเป็นสิ่งที่ส่งทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นใช่ไหมครับ?"
               "ใช่!"
               "อ่อ...ครับ"
               "ทำไมเหรอ?"
               "เปล่าครับ! ผมแค่พยายามทำความเข้าใจจุดประสงค์ของวิชานี้เฉยๆครับ"
               "วัฒนธรรมน่ะนะ เป็นสิ่งที่ตกทอดกันมารุ่นสู่รุ่น มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในแต่ละภูมิภาคก็จะมีแตกต่างกันไป มีทั้งสูญหายและเกิดขึ้นใหม่ ฉันว่าความหลากหลายเหล่านี้มันน่าสนใจดีนะ รู้ไว้ใช่ว่า"
               "ครับ..."
               "แล้วก็นะ... ยังมีประโยชน์ตอนไปท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย! นอกจากนี้มันสำคัญมากเลยนะสำหรับการทูต เพราะว่าบางครั้งนายอาจจะเผลอทำอะไรที่ไม่เป็นที่ยอมรับของคนในสังคมนั้นๆได้ ซึ่งในบางประเทศนายอาจจะถูกจำคุกหรือรุมประจานก็ได้นะ"
               "โห...."
               "แต่สำหรับคนญี่ปุ่นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอยู่แล้วล่ะเนาะ อย่างรุนแรงก็แค่ซดราเมนเสียงดัง ฮะฮ่า!"
               "พวกเรารู้อยู่แล้วล่ะครับ.... ว่าทำอะไรแบบนั้นข้างนอกประเทศไม่ได้"
               "มันก็เหมือนประเทศจีนที่การเรอเป็นเรื่องที่ควรทำบนโต๊ะอาหารนั่นแหละนะ ตอนนั้นฉันต้องกินโซดาไปตั้งเยอะเพื่อให้เรอออกมาเลยนะ"
               "ว้าว..."
               "เอาแค่วัฒนธรรมบนโต๊ะอาหารฉันก็สามารถเล่าได้ทั้งวันแล้วล่ะค่ะ! ทั้งโต๊ะอาหารเอเชียกับยุโรปก็นับว่ามีมากจนเล่าไม่ไหวแล้ว"
               "คุณดูคลั่งไคล้อะไรแบบนี้มากๆเลยนะครับเนี่ย... แต่ก็ระดับสุดยอดนักเรียนม.ปลายล่ะนะครับ"
               "ฉันมีเพื่อนเยอะน่ะ~ การมีเพื่อนหลายประเทศนี่แหละ แหล่งความรู้ของฉัน!"
               แพทริเซียเล่าเรื่องเพื่อนๆของเธอที่อยู่ในแต่ละประเทศทั่วโลก หลังจากนั้นพวกเราก็แยกย้าย ผมก็ได้แต่เดินเล่นไปเรื่อยแล้วก็ไปเคาะประตูห้องของปัญ เขาแง้มประตูเล็กน้อย "เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?"เขาพูดด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักเป็นการทักทาย "ผมแค่อยากจะหาอะไรคุยฆ่าเวลาน่ะครับ...."
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
              ผมคุยเรื่องสัพเพเหระกับปัญ
              ผมกับปัญสนิทกันมากขึ้น
              ผมให้ [บลูเบอร์รีชีสเค้ก] กับปัญญาพัฒน์ มันตาเลิศ
              "สุดยอดไปเลยครับ! ขอบคุณมากเลยครับ!"
              "..."
              "หน้านายดูเหมือนมีอะไรจะพูดนะ มีอะไรหรือเปล่า?"
              "อ่า.... ผมแค่สงสัยในความสามารถของคุณปัญเฉยๆน่ะครับ"
              "ไม่มีอะไรยากเลยนี่นา.... ผมก็แค่เก่งทุกอย่างที่เรียนแค่นั้นเอง"
              "นั่นแหละครับที่ยาก คนๆหนึ่งจะเก่งในด้านวิชาการ ศิลปะ กีฬาพร้อมๆกันแบบนั้น..."
              "ผมเป็นคนเรียนเร็วก็จริง แต่ก็ลืมเร็วมากอย่างเหลือเชื่อนะครับ จะว่าง่ายๆล่ะก็ หลังจากการสอบสักสัปดาห์หรือสองสัปดาห์ ผมก็จะลืมเนื้อหาทั้งหมดทันทีเลยล่ะครับ"
              "ทั้งหมดเลยเหรอครับ?"
              "ถ้าพวกมันไม่ใช่ความรู้พื้นฐานอะนะครับ อย่างบวกลบคูณหารผมก็จะไม่ลืม แต่บรรดาสูตรต่างๆผมต้องเรียนใหม่ทั้งหมดเลยล่ะครับ"
              "โห...."
              "นอกจากนี้ผมยังใช้เวลานอนมากกว่าคนอื่นด้วยครับ เคยพบแพทย์แล้วบอกว่าเป็นคนที่สมองทำงานหนักเกือบตลอดเวลา ทำให้ต้องพักผ่อนเยอะกว่าคนทั่วไปครับ"
              "นั่นก็ไม่ค่อยคุ้มกับความสามารถล่ะนะครับ"
              "ถูกครับ ผมต้องพักผ่อนสิบชั่วโมงต่อวัน อย่างตอนไปโรงเรียนผมก็ต้องรีบเข้านอนตั้งแต่สองสามทุ่มเพื่อที่จะต้องตื่นให้ทันหกโมงเช้าของอีกวันโดยไม่ง่วงน่ะครับ ในวันหยุดก็อาจจะหลับยาวไปจนถึงเก้าโมงสิบโมงเลย"
              "แล้วสมองทนไหวเหรอครับ? ต้องทำงานตลอดเวลาแบบนั้น"
              "ข้อจำกัดยังไม่หมดอีกนะครับ ถ้าผมกินน้ำน้อย ผมก็จะวิงเวียนศีรษะด้วย ถ้าโมโนคุมะให้แรงจูงใจเป็นการอดน้ำอาหาร ผมจะเป็นคนแรกที่เสียชีวิตเลยนะครับ"
              "นั่นสินะครับ"
              ปัญเล่าเรื่องข้อจำกัดในการใช้ชีวิตของเขาจนผมก็อดสงสารไม่ได้ หลังจากนั้นผมก็กลับห้องของตัวเอง แต่แล้วยังไม่ทันจะนอน ก็ได้ยินเสียงเาะประตูอีกครั้งเสียก่อน "คือจะมาบอกว่า.....พวกเราจะฝึกกันพรุ่งนี้ล่ะนะ เอลล่ากับฉันลืมคิดความสามารถที่จะมาหาให้นายอะ โทษทีๆ" "เฮ้อ~ คุณเนเมซิโอล่ะก็~ ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นก็ได้ครับ"
               
              โปรดติดตามตอนต่อไป.....

----------------------------------------------------------------------------------------
ฮือ....เจ็บแผลผ่าฟันคุดง่าา อ้อ สุดยอดนักเรียนม.ปลายอาจารย์เป็นตัวละครที่ไรต์คิดมาแบบจริงจังนาจา เป็นตัวละครที่อาจจะเข้ามาโลดแล่นในภาคต่อไปถ้าไรต์ขยันพอ มีต้นแบบมาจากหัวหน้าห้องของไรต์เมื่อปีก่อนเองแหละ 55555+ ตัวจริงเขาอยากเป็นอาจารย์อยู่แล้ว แถมยังเป็นหัวหน้าห้องที่ทำทุกอย่างได้ดีอีกต่างหาก ไรต์ก็เลยเอามันมาเอาตัวรอดในโลกดันกันบ้าง55555+ ส่วนที่ไม่ได้หาความสามารถสักที ก็เพราะว่าอีเว้นท์ในตอนนี้มันเยอะเกินไปแล้วไงล่ะ! เก็บอีเว้นท์ไว้ตอนหน้านะครับ ^w^ คิดไม่ทัน5555+ แค่นี้ก็อัพช้าจะแย่แล้ว

ปล.ที่เพิ่งมานึกได้ตอนพิสูจน์อักษร  พรุ่งนี้ไรต์จะผ่าฟันคุดเพิ่ม เตรียมเจ็บจนไม่มีสมาธิทำอะไรอีกรอบ ไรต์เลยต้องรีบมาพิสูจน์อักษรก่อน ถ้าตอนสั้นไปก็ขอโทษด้วยนะครับ อีกไม่กี่วันไรต์ก็จะบินไปอเมริกาแล้ว จะพยายามไม่ทิ้งเรื่องนี้นะครับ! ขอบคุณที่ติดตามครับ
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

139 ความคิดเห็น

  1. #31 Ultimate Fanatic Despair (@LovenRose) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 23:35
    ตอนนี้ยังเดาเหยื่อไม่ออกเลยรอดูแรงจูงใจโมโนคุมะก่อน แชปเตอร์นี้รมิตาบทเด่นนะนางจะรอดมั้ยเนี่ย เรเน่ก็เหมือนกันแอบดูน่ากลัวนิดๆ+พาร์ทที่แล้วนางก็พูดเหมือนจะปักธงไว้อีก(หรือว่านิสัยนางแค่เริ่มโผล่มาเท่านั้น)
    #31
    1
    • #31-1 นักเขียนเด็ก (@smart2545) (จากตอนที่ 14)
      2 กันยายน 2561 / 07:32
      ถ้าทายถูกอีกจะขอเรียกว่าอัลติเมทนักทายใจแล้วนะครับ 5555+ ลุ้นๆ
      #31-1
  2. #30 iq0707 (@iq0707) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 12:03
    ฮึก..ไม่สั้นครับ..แงง..อย่าทิ้งเรื่องนี้นะครับ ยังอวยคู่ของฟุลมิเนอยู่เลยแต่เปลี่ยนละเป็นฟุลมิเนกับปัญญาพัฒณ์ดีกว่า สัญญานะครับว่าจะไม่ทื้งเรื่องนี้ ผมจะรออยู่เสมอครับ!,
    #30
    1