Danganronpa OC::Bloody Spree

ตอนที่ 43 : Chapter 5 - Is Despair Means Surrender? #3 Daily Life

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    11 ก.พ. 62

           
              เช้าแล้วสินะ... วันที่สามแล้ว วันนี้จะถามอะไรดีนะ มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเต็มไปหมดเลย ผมรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตามไปในห้องอาหารเหมือนทุกครั้ง แต่วันนี้ทุกคนดูเครียดกว่าวันก่อนๆ เกิดอะไรกันนะ? โกรธที่ผมมาช้ากันเหรอ? ผมก็มาสายทุกครั้งนะ ทำไมมาโกรธเอาวันนี้ล่ะ?
              "ฟุลมิเนก็พูดถูกนะครับ"ปัญกล่าว
              "ใช่ แต่เรื่องนั้นมันจะไม่กระทบกับผู้อยู่เบื้องหลังเหรอ? มันเสี่ยงอยู่นะ"ปีเรตต้าเตือน
              "หรือเราจะถามว่าถ้าถามกระทบคุณผู้อยู่เบื้องหลังจะโดนข้ามไหม ดีไหมคะ?"เอลล่าเสนอ
              "ถ้าอยากรู้ว่าโดนข้ามหรือเปล่า ก็ทำตามที่ฟุลมิเนเสนอก็มีค่าเท่ากันนี่นา..."โนลิชาแนะ
              "ที่ทุกคนมาคุยเรื่องนี้แสดงว่าจะไม่ถามเรื่องโลกภายนอกแล้วสินะเนี่ย"เนเมซิโอบอก
              "ด...เดี๋ยวนะครับ นี่คุยกันเรื่องอะไรเหรอครับ?"ผมถาม
              "ก็พวกเราสงสัยน่ะสิ นี่ก็เข้าวันที่สามแล้ว ไหนล่ะแรงจูงใจ? ปกติไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงแรงจูงใจต้องมาแล้วนี่นา บางครั้งก็มาตั้งแต่วันแรกด้วย.....เหมือนโมโนคุมะรีบอยู่ตลอด ทำไมครั้งนี้นิ่งนอนใจนานจังเลย"ฟุลมิเนอธิบาย
              "ประกอบกับการให้ติดต่อโลกภายนอก คอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตมาง่ายๆด้วยเนี่ยสิ ยิ่งน่าสงสัยไปใหญ่"โนลิชาวิเคราะห์
              "ดังนั้นพวกเราถึงต้องมาประชุมกันน่ะครับ"ปัญอธิบาย
              "ฉันว่าเราควรแต่งประโยคไม่ให้กระทบผู้อยู่เบื้องหลังดีไหม หล่อนไม่ได้ห้ามถามถึงโมโนคุมะนี่นา แถมแรงจูงใจก็ให้ในนามของโมโนคุมะด้วย"ปีเรตต้าเสนอ
               "ทำไมโมโนคุมะถึงไม่ให้แรงจูงใจพวกเรา? แค่นั้นสินะคะ"เอลล่าสรุป
              "ตกลงเอางั้นนะ"เนเมซิโอกล่าวพลางเปิดคอมพิวเตอร์
              "อ้าว...สวัสดีทุกคน...."เอไอจุนโกะพูดเสียงเอื่อยเฉื่อย
              "เป็นโรคซึมเศร้าหรือไงแก"ฟุลมิเนบ่น
              "ช่างฉันเถอะ....การถูกเมินไปมันก็น่าสิ้นหวังดีเหมือนกัน"เธอเปลี่ยนหัวข้อ "ต้อง...ให้....ความหวัง....พวกนาย...สินะ?"
              "ถูกครับ เอาล่ะตอบมาหน่อยว่าทำไมโมโนคุมะถึงไม่ให้แรงจูงใจกับพวกเราเสียที?"ปัญถาม
              "อ๋อ...."เธอลากเสียง "ก็ยังไงซะ โรงเรียนนี้ก็จะระเบิดในวันพรุ่งนี้อยู่แล้วนี่นา พอถึงวันนั้น ทุกคนก็จะตายหมดอยู่ดี ก็เลยไม่ต้องแจกแรงจูงใจไงล่ะ! ...น่าสิ้นหวังจังเลยนะ อุตส่าห์อยู่รอดมาได้เกือบ 20 ปี ฉันก็จะตายอีกรอบแล้ว...."
              "หา!?"ทุกคนตะโกนพร้อมกัน
              "วันพรุ่งนี้แล้วเหรอครับเนี่ย?"ปัญตกใจ
              "โชคดีจังเลยนะเนี่ยที่ถามเอาวันเนี้ย ไม่งั้นได้ตายไม่รู้ตัวแน่ๆ"เนเมซิโอกล่าวในแง่ดี
              "อย่างน้อยก็ไม่ตายโหงกันล่ะนะ...."ฟุลมิเนบ่น
              "แต่ปัญหาก็คือพรุ่งนี้ แต่กี่โมงเนี่ยสิ"โนลิชาสังเกต
              "อาจจะเป็นเที่ยงคืน...ซึ่งก็คืออีกสิบหกชั่วโมงก็ได้นะคะ"เอลล่ากล่าว
              "หรืออาจจะเป็นเที่ยงคืนถัดไปก็ได้นะ..."ปีเรตต้ากล่าว
              "แต่ฉันยังไม่อยากตายเลยนะคะ..."เอลล่าถอนหายใจ
              "อย่างน้อยตายก็ไม่อยากทรมาณอะนะ"ฟุลมิเนเสริม
              "ถ้าอย่างนั้นก็ต้องยืนให้ปูนหล่นมาทับหัวพอดีๆล่ะนะ ซึ่งต้องใช้โชคสูงพอควรเลยล่ะ"เนเมซิโอแนะ
              "ที่ห้องของโนลิชามีปืนนี่ครับ จะจ่อขมับหรือรับด้วยหัวใจก็ตายไวทั้งนั้นเลยนะครับ"ปัญเสริม
              "เดี๋ยวสิ! พวกนายจะยอมแพ้แล้วหรือไง? คนพวกนั้นอาจจะมาตอนวินาทีสุดท้ายก็ได้นะ"โนลิชาเตือน
              "หรืออาจจะมาสายเกินไปก็ได้ ใครจะรู้ล่ะ...?"ปีเรตต้าถอนหายใจ
              "สิ้นหวังกันแล้วสินะ....เย่..."เอไอจุนโกะพูดเสียงเหนื่อยๆ
              "อย่างน้อยก็ให้มีความสุขกันก่อนตายไม่ได้หรือไงนะ...ทำไมต้องมาเครียดกันก่อนตายด้วยล่ะเนี่ย..."โนลิชากุมขมับ
              "งั้นก็ไม่ต้องเครียดสิครับ"ปัญบอก
              "จะให้ทำไงล่ะ? จัดปาร์ตี้ก่อนตายเหรอ?"ปีเรตต้าตั้งคำถาม
              "อย่างน้อยก็ได้สนุกกันก่อนน่า~"เนเมซิโอเสริม
              "จบปาร์ตี้ก็ยิงตัวตายกันไปเลย การฆ่าตัวตายหมู่นี่มัน...นึกถึงตำนานดาวลูกไก่เลยน้า~"ฟุลมิเนเพ้อ
              "แถมพวกเราก็เหลือเจ็ดคนพอดีเลยด้วย เท่าดาวลูกไก่เลยนะครับ ฮะๆ"ปัญหัวเราะแห้ง
              "เลิกไร้สาระสักทีน่า! พวกเรายังมีโอกาสรอดอยู่นะ!"โนลิชาย้ำ
              "แล้วโอกาสมันเยอะขนาดนั้นเลยเหรอคะ?"เอลล่าถามขึ้น "ขนาดจะตายแล้วฉันยังไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะตายยังไงเลยเหรอคะเนี่ย?"
              "ต...แต่ว่า.... โอกาสมาแล้ว ถ้าเกิดพวกเราฆ่าตัวตายกัน พวกเราจะไม่มีโอกาสเลยนะ!"โนลิชาเถียง "สู้หายใจรอซะยังจะมีโอกาสรอดอยู่มากกว่า"
              "แต่ว่าถ้าเกิดตึกถล่มขึ้นมาแล้วพวกเราติดอยู่ในซาก ไม่ก็รอดมาแต่ไม่มีใครมาช่วยเราก่อนอาหารหมดล่ะก็....พวกเราจะอดตาย ไม่ก็ขาดน้ำตาย อย่างนั้นไม่ทรมาณกว่าเหรอคะ?"เอลล่าเถียง
              "ย...หยุดก่อนนะครับทั้งสองคน ผมว่าเอางี้ดีกว่านะครับ ใครจะฉลองก็ฉลองไป ใครจะรอก็รอไปดีกว่านะครับ"ผมเสนอ
              "ว่าแต่ใครจะจัดการทุกอย่างกันล่ะครับเนี่ย?"ปัญตั้งคำถาม
              "ก็ไม่น่าถามนี่นา เรื่องการตกแต่งเนี่ยก็มีอยู่คนเดียวที่มีความสามารถนี้โดยตรง"ปีเรตต้ากล่าวพลางควงดินสอ
              "ส่วนเรื่องดนตรีก็มีอยู่คนเดียวเหมือนกันนะคะ"เอลล่าบอก
              "ได้ใช้ความสามารถก่อนตายก็ยังดีสินะ ถ้าอย่างนั้นเอาเป็นว่าเรื่องอาหารฉันทำเองก็แล้วกัน ยังไงซะเดี๋ยวจไม่ได้ทำอีกอยู่แล้วนี่นา"ฟุลมิเนบอก
              "ส่วนอาหารในตู้เย็นเดี๋ยวผมอุ่นให้หมดเองนะครับ!"ปัญกล่าว
              "โคตร~ จะมีประโยชน์เลยนะเนี่ย ปัญ"เนเมซิโอหัวเราะ "แต่ถ้าขาดเหลืออะไรบอกกันได้นะ ไม่งั้นก็จะนอนเล่นอยู่ในห้อง ไม่ก็ห้องทำงานแหละสองที่"
              "งั้นผมก็คงเหมือนกันครับ เอาเป็นว่าสี่ทุ่มเจอกันที่ห้องจัดแสดงชั้นสองนะครับ"ผมกล่าว 
              หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายไปตามทางของตัวเอง ฟุลมิเนก็เข้าครัว ปีเรตต้าก็เตรียมทำงานออกแบบ เอลล่าก็จัดเพลง ปัญก็คำรวณเวลาเตรียมอุ่นอาหาร ส่วนเนเมซิโอกับโนลิชาก็น่าจะไปเดินเล่นที่ไหนสักที่ เอาล่ะ นี่คงเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่ผมจะคุยเล่นกับคนอื่นๆแล้ว ครั้งนี้จะคุยกับใครดีนะ?
[FREE TIME EVENTS START]
              ฟุลมิเนทำครัวอยู่ในห้องครัวอย่างขมักเขม้น ผมว่ามันน่าจะมีอะไรที่ผมช่วยได้บ้างแหละน่า... "ฉันก็แค่จะหมักเนื้อหมักหมูเฉยๆนะ ปรุงตอนนี้กว่าจะถึงเวลาก็เย็นพอดี"ฟุลมิเนบอก "แต่ถ้านายจะไปเอาผักที่สวนมาหั่นรอขั้นตอนต่อๆไปล่ะก็จะดีมากๆเลยล่ะ จะทำไหมล่ะ? เดี๋ยวเขียนรายการให้"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
              ผมหาผักมาหั่นกับฟุลมิเน
              ผมกับฟุลมิเนสนิทกันมากขึ้น
              ผมให้ [หน้ากากฆาตกร] กับฟุลมิเน เทมเปสต้า
              "ว้าว~ นึกไม่ถึงเลยนะว่าจะเอาของอย่างนี้มาให้"
              "ก็หาได้ไม่ยากนี่ครับ นั่งหมุนกาชาโมโนแมชชีนก็ได้แล้ว"
              "แต่ก็เถอะนะ นายอาจจะเป็นสุดยอดนักเรียนม.ปลายดวงดีอีกคนเหมือนพ่อของนายก็ได้"
              "ไม่หรอกครับ ผมมีของแบบเดียวกันหลายๆชิ้นด้วยซ้ำ ผมยังมีของที่ยังไม่ได้อีกเยอะเลย"
              "ว้า~ นึกว่าจะรู้ความสามารถของนายซะแล้วนะเนี่ย"
              "ว่าแต่ความสามารถของคุณฟุลมิเนเถอะครับ ได้มาได้อย่างไรเหรอครับ?"
              "ก็....มาจากที่บ้านล่ะมั้ง?"
              "ที่บ้าน?"
              "ก็ที่บ้านของฉันค่อนข้างหัวโบราณน่ะ ดังนั้นประเพณีเก่าๆ ความเชื่อเก่าๆก็ยังคงมีอยู่ให้เห็นบ่อยๆ แต่พอครอบครัวฝั่งแม่ไปเที่ยวบ่อยๆ ก็เริ่มเห็นความเชื่อที่แตกต่างกันออกไป เหมือนบ้าง ต่างบ้าง พอสนใจขึ้นเรื่อยๆก็เริ่มศึกษาตำนานอย่างจริงจังน่ะ..."
              "อย่างนี้นี่เองนะครับ การเลี้ยงดูทางบ้านมีผลต่อความสามารถเยอะเลยนะครับเนี่ย.... แต่สำหรับบ้านที่มีพ่อแม่เป็นสุดยอดนักเรียนม.ปลายทั้งคู่แบบนี้....ผมจะเป็นสุดยอดนักเรียนม.ปลายอะไรกันนะครับเนี่ย?"
              "ถามฉันแล้วให้ฉันไปถามใครกันล่ะ?"
              "ก็ไม่รู้สินะครับ ฮะๆ"
              "แต่ก็นั่นแหละน้า~ แม่นายเป็นสุดยอดนักเรียนม.ปลายนักสืบนี่นา... นายก็น่าจะเป็นสุดยอดนักเรียนม.ปลายที่ทำงานคล้ายๆกับนักสืบแหละมั้ง"
              "อย่างเช่นอะไรล่ะครับ?"
              "ไม่รู้สิ....ฉันก็ไม่เคยทำงานสืบสวนด้วย.... ตำรวจ? เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน? นักชันสูตรพลิกศพ? อะไรทำนองนั้นมั้ง"
              "ก็เป็นไปได้นะครับ ยังไงซะผมก็เป็นกำลังสำคัญในการทำคดีมาตลอดอยู่แล้ว..."
              "นั่นสินะ....นายเนี่ย น่าสงสารที่สุดเลยล่ะ จะตายแล้วความสามารถของตัวเองก็ยังไม่รู้อีก"
              "นั่นสิครับ เฮ้อ...."
              หลังจากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกันหั่นผักกันต่อ พอหั่นเสร็จผมก็ปล่อยให้ฟุลมิเนลุยงานของเขาไป ผมทำอาหารยากๆไม่เป็นหรอก ยืนดูไปก็เกะกะเปล่าๆอะเนาะ แล้วตอนนี้จะไปหาใครต่อกันดีนะ? หาปีเรตต้าดีไหมหนอ? น่าจะได้แหละ งานออกแบบเธอไม่น่าจะใช้เวลานานนี่นา... เดินไปหาหน่อยคงไม่เป็นการรบกวนล่ะมั้ง....
              เธอไม่ได้อยู่ที่ห้องทำงานของเธอ ห้องนอนของเธอก็ด้วย... หลังจากเสียเวลาหาตัวเธอสักพัก สุดท้ายผมก็ยอมแพ้ใช้โทรศัทพ์เปิดหาตำแหน่งของเธอ.... ห้องจัดแสดงที่ชั้นสองแฮะ แสดงว่าเธอดำเนินการตกแต่งด้วยสินะ....
              "แก๊สฮีเลียมจากชั้นสี่ แล้วก็ลูกโป่งเหี่ยวๆจากชั้นสาม เอามารวมกันที่ชั้นสอง รวมๆแล้วก็เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย"เธอบ่นพลางถอนหายใจ "แต่พอเอามาใช้ตกแต่งแล้วก็สวยเหมือนกันนะเนี่ย เอาล่ะ นายมาก็ดีแล้ว ช่วยวางโต๊ะตามที่ฉันวางแผนให้หน่อย ปูผ้าให้เรียบร้อยด้วยนะ เดี๋ยวปัญกับฟุลมิเนคงเอาอาหารมาวางเร็วๆนี้"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
              ผมช่วยปีเรตต้าจัดห้อง
              ผมกับปีเรตต้าสนิทกันมากขึ้น
              ผมให้ [ปากกาวาดภาพสามมิติ] กับปีเรตต้า เลเฟบเวร์
              "สุดยอดเลย ขอบใจนะ"
              "นี่ปีเรตต้า แม้กระทั่งในที่ที่ดูไร้แรงบันดาลใจแบบนี้...เธอยังจะมีอารมณ์ออกแบบได้อีกเหรอ?"
              "ก็ได้นะ ที่นี่ก็กว้างพอให้หาอะไรใหม่ๆอยู่ตลอด ถ้าฉันมีแรง เวลา และทุนทรัพย์มากกว่านี้ ฉันคงจะทำโปรเจกต์พวกนี้สำเร็จล่ะ..."
              ปีเรตต้าหยิบกระดาษปึกหนึ่งขึ้นมา
              "ว้าว~ นี่คุณปีเรตต้าออกแบบเองตั้งแต่ตอนที่มาถึงเลยเหรอครับ?"
              "ก็ใช่ ก็อย่างเช่นปึกนี้ก็เกี่ยวกับการออกแบบห้องให้กับพวกสุดยอดนักเรียนม.ปลายที่อยู่ที่นี่...ฉันก็ตั้งคำถามว่าจะจัดห้องยังไงให้เข้ากับความสามารถแล้วก็บุคลิก ก็อย่างที่เห็นก็ 16 ชุด ชุดหนึ่งก็มีหลายห้องเลยล่ะ ทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ห้องกินข้าว...."
              "ทั้งหมดนั้นไม่มีห้องไหนดีไซน์ซ้ำกันเลยเหรอครับ?"
              "พวกนายก็ไม่ได้มีนิสัยซ้ำกันใช่ไหมล่ะ? พวกขี้เกียจก็ต้องจัดห้องแบบหนึ่ง พวกกระตือรือร้นก็ต้องจัดอีกแบบหนึ่ง พวกเป็นระเบียบก็ใส่ของเยอะหน่อยแต่แบบเดียวกัน พวกที่ไม่เป็นระเบียบก็เน้นของใหญ่ที่เคลื่อนย้ายยากแต่ใช้งานสะดวก พวกที่เก็บตัวห้องนอนก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะหน่อย พวกเข้าสังคมก็จะมีห้องนอนโล่งหน่อยเพราะไม่ค่อยได้อยู่ อย่างนี้เป็นต้น"
              "ดูมีหลักการใช้ได้เลยนะครับเนี่ย..."
              "ก็แหงล่ะ.... มัณฑนศิลป์ไม่ได้มีแค่วาดนะ ต้องสังเกตและออกแบบด้วย"
              "ความสามารถแบบนี้ดูไม่เข้ากับลูกสาวพ่อค้าแม่ค้าเลยนะครับเนี่ย"
              "จะไปเข้าได้ไงล่ะ....เรียนคนละสายเลยนะ ระหว่างสังคมและคณิตศาสตร์ กับศิลปะและคณิตศาสตร์น่ะ"
              "นั่นสินะครับ ความสามารถของผมอาจจะไม่ใช่ทั้งดวงและนักสืบก็ได้..."              
              "แหมๆ ไม่รู้ก็ไม่ตายหรอกมั้งน่ะ ยังไงถ้าตายที่นี่ก็ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว"
              "นั่นสินะครับ เฮ้อ..."
              ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลังจากนั้นพวกเราก็ตัดสินใจไม่พูดอะไรต่อ หลังจากนั้นพวกเราก็จัดห้องกันยาว แล้วตามมาด้วยฟุลมิเนและปัญที่เลื่อนรถเข็นหอบอาหารมาตั้งหลายจานมาเสิร์ฟ รวมทั้งของที่รมิตากับแพทริเซียทำเอาไว้ด้วย ขนาดเป็นอาหารเหลือเก่าๆ...ยังคงความสดและความน่ากินอยู่ไม่น้อย
              หลังจากนั้นเอลล่าก็จัดเพลย์ลิสต์ของเธอมาต่อเข้ากับลำโพง หลังจากนั้นเพลงก็เริ่มบรรเลงขึ้นมาเบาๆ พวกเราก็เริ่มงานฉลองในสาม....สอง....หนึ่ง...


โปรดติดตามตอนต่อไป.....
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
คืนนี้ยังอีกยาวไกลครับทุกคน อุอิ //จะหมดวันอาทิตย์(อเมริกา)แล้วต้องรีบปั่น ถถถถ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

139 ความคิดเห็น

  1. #108 NICE_MIKI (@NICE_MIKI) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:23
    อย่าพึ่งท้อสิโถถถถถ วิธีตายแต่ละคนดูอนาถเกินใช้โชคช่วย ให้ปูนหล่นทับ5555 จะระเบิดแปลว่าใกล้จบแล้วเหรอ
    ไม่นะใกล้จะจบแล้วเรอะ =_=!!
    #108
    1