คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย OS: ROOT 81 (youngmin x donghyun) OS: ROOT 81 (youngmin x donghyun) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...
b
e
r
l
i
n
?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 มิ.ย. 61 / 23:20



ONE SHOT ━  ROOT 81
LIMYOUNGMIN x KIMDONGHYUN





เฮ้ยรีบกันหน่อยดิวะ



เดินชักช้ากันอยู่ได้แม่เป็นเต่าเหรอ!”



 ตานี่เปิดกันได้แล้วมั้งรู้ว่าวันนี้ต้องมาเข้ากิจกรรมสำคัญจะนอนดึกทำไม!”





 ไม่ต้องเอาแล้วมั้งรุ่นอ่ะ!”

 



 

เสียงตะโกนดังหลากหลายเสียงดังก้องทั่วบริเวณลานหน้าตึกภาควิศวกรรมเคมีดึงให้เหล่าเด็กปีหนึ่งเฟรชชี่ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่กำลังเดินเอื่อยอ้อยอิ่งเพราะผลมาจากการตื่นเช้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างมามหาวิทยาลัยต้องรีบวิ่งกุลีกุจอมาเข้าแถวให้เป็นระเบียบตามคำสั่งของเหล่าพี่ว้ากที่กำลังโหวกเหวกโวยวายได้ที่ ยกเว้นคนเดียวล่ะมั้งที่กำลังเดินอ้อยอิ่งจิ๊ปากอย่างขัดใจ ให้ตายเถอะน่ารำคาญ นี่คือสิ่งเดียวที่อยู่ในหัวคิมดงฮยอนตอนนี้

 


 

“ โอ้ยจะชนทำไมเนี่ย” พูดต่อว่าคนที่รีบวิ่งเป็นกระต่ายตื่นตูมจนชนเจ้าตัวซะเกือบหน้าคะมำแบบลอยๆ ปากก็บ่นขมุบขมิบไปเรื่อยเปื่อย แหงล่ะใครจะมัวมาฟังคิมดงฮยอนคนนี้ด่ากันเล่า ก็กลัวพี่ว้ากหัวหดกันหมด กระจอกจริงก็แค่พี่ว้าก เดินไปพลางขยี้หัวไป ริมฝีปากอิ่มนั่นเบะลงอย่างไม่สบอารมณ์ กว่าจะได้นอนก็ตีสามมัวแต่เล่นเกมส์ออนไลน์ และคิมดงฮยอนก็เชื่อว่ารุ่นพี่ที่ยืนว้ากๆอยู่เนี่ยก็คงจะเป็นเหมือนกับดงฮยอนอยู่หลายคน ไม่มากก็น้อยล่ะนะ
 



“ อยากโดนทำโทษเหรอดงฮยอนเดินช้าแบบนี้” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นข้างหูและสัมผัสอุ่นที่ข้อมือเล็กเรียกโสตประสาทของดงฮยอนกลับมา ดวงตาเรียวที่ใครๆมักจะชมว่าสวย หันมองคนข้างกายที่เขามักจะเห็นหน้าทุกวันไม่ว่าจะตอนเช้าตอนเที่ยงตอนบ่ายตอนเย็นหรือว่าก่อนนอน อิมยองมิน บุคคลที่รุ่นเดียวกับเขาแต่ดันโตกว่าเพราะไปเป็นเด็กแลกเปลี่ยนมาในช่วงมัธยม อืม ก็เห็นเขาพูดแบบนั้นน่ะนะ

 

 

 อย่ามาจับนะ!” ไม่พูดเปล่าแต่ยังสะบัดข้อมือตัวเองออกจากอีกคน จนทำให้ยองมินเหวอไปเล็กน้อยแต่ริมฝีปากนั่นก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างไม่ถือสา มันก็เป็นแบบนี้นานแล้วตั้งแต่ที่ยองมินเริ่มจีบดงฮยอนในช่วงที่สอบสัมภาษณ์เข้าคณะ ตอนนั้นน่ะนะเขารับรู้ได้ถึงรังสีความดื้อที่แผ่ออกมาจากเด็กคนนี้เลยทีเดียว



 

ยองมินจำได้แค่ว่าวันนั้นเขายืนอยู่กับเพื่อนในกลุ่มของเขาเพื่อรอเพื่อนอีกคนอยู่ตรงใต้ตึกคณะ ระหว่างที่มองหาเพื่อนตัวเองสายตาของยองมินก็ไปสะดุดกับผู้ชายคนนึงที่ส่วนสูงไล่เลี่ยเกือบเท่าเขา จริงๆแล้วตอนนั้นดงฮยอนน่ะไม่ได้มีอะไรที่ดูน่าแตกต่างไปจากคนอื่น มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เพื่อนเขาตบหัวไปทีนึงว่า เขาน่ะมองจนจะสิงดงฮยอนอยู่แล้ว แต่สารภาพเลยว่าหลังจากโดนตบหัวไปทีเขาก็ยังเลิกมองไม่ได้ 


เพราะอะไรน่ะเหรอ ทั้งรอยยิ้มทั้งดวงตาของดงฮยอน ดึงดูดยองมินจริงๆ ให้พูดว่าไม่แตกต่างจากคนอื่นแบบในตอนแรกก็คงเป็นเรื่องโกหกใหญ่โตที่สุดในชีวิตยองมินแล้ว แต่แล้วเขาก็ต้องเสหน้าหลบ เมื่อคนที่เขาแอบมองสบสายตาเข้ากับเขาพอดีแต่ก็เหมือนพระเจ้าแกล้ง เพราะคิมดงฮยอนน่ะกำลังเดินมาทางเขา จำได้ว่าตอนนั้นใจเขาเต้นรัวเป็นกลองสามช่าเลย เพื่อนตัวดีก็เอาแต่ผลักเขาไปหาดงฮยอน เล่นใหญ่ขนาดนี้เขารู้กันทั้งคณะแล้ว บ้าจริง
 

 


“ ยืมโทรศัพท์หน่อย” นี่คือประโยคแรกที่ดงฮยอนพูดกับเขาในวันนั้น เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้คนที่อยู่ตรงหน้า นิ้วเรียวนั่นกดเบอร์ใครเขาก็ไม่อาจทราบได้แต่สีหน้าของดงฮยอนตอนนั้นก็คือมุ่ยเป็นซาลาเปาเลย ใช่แล้ว ซาลาเปาที่น่ารักที่สุดในโลก ตอนนั้นยองมินมองอีกคนยืนแนบโทรศัพท์เข้ากับหูได้ไม่ถึงห้าวิ เขาก็ต้องสะดุ้งตาม เพราะร่างของดงฮยอนลุกลี้ลุกลนควานหาของในกระเป๋าสะพายของตัวเองและมืออีกข้างก็รีบส่งคืนโทรศัพท์ให้กับยองมินย่างลวกๆ จนดงฮยอนหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาในกระเป๋านั่นแหละ เขาถึงกับถึงบางอ้อ 


ดงฮยอนขี้ลืม ลืมแม้กระทั่งว่าเอาโทรศัพท์ของตัวเองใส่ไว้ตรงไหนของกระเป๋าสะพายจนต้องหาโทรศัพท์ของใครสักคนโทรตามเจ้าโทรศัพท์ของคนน่ารักคนนี้ และอีกอย่างที่เขาจำได้ในวันนั้นหลังจากที่ดงฮยอนกำลังจะหันหลังเดินไปจากเขาก็คือ เขาโดนเพื่อนในกลุ่มแซวและแซวต่อหน้าดงฮยอน




“ เดินระวังหน่อยนะครับหัวใจเพื่อนผมมันละลายอยู่ตรงนั้น






“ อยากให้เรา รากที่สองของ81 ไปด้วยกันจังเลยครับ 






 เพื่อนผมขับรถสิบล้อแต่ไม่ท้อที่จะรักเธอนะครับ







 เพื่อนผมบอกว่าระวังผึ้งนะครับ ผึ้งรู้ว่ารักเธอ






แต่ละคำที่ออกมาจากปากของเหล่าเพื่อนตัวดีของเขาทำเขาหน้าชาไปตามระเบียบ ตอนนั้นเขากลัวว่าดงฮยอนจะโกรธที่พวกเพื่อนเขาพ่นประโยคเสี่ยวยุค 90 แบบนี้และแน่นอนสิ่งที่ตามมาคือคนตัวขาวหันกลับมาพร้อมกับโชว์นิ้วกลางให้ ริมฝีปากอิ่มนั่นคลี่ยิ้มรวมทั้งดวงตาเรียวสวยนั่นปิดจนหยี อ่า  โดนความรักของเธอทิ่มอกอย่างจัง

 

 

และนับตั้งแต่นั้นมายองมินก็เริ่มเข้ารุกชาร์ตจีบดงฮยอนทุกวัน แหงล่ะ ก็ในเมื่อเขาได้เบอร์ของคนน่ารักมาแบบไม่ต้องทำอะไรเลยสักอย่าง พอเปิดเทอมเขาก็มารับดงฮยอนเข้ามหาวิทยาลัยทุกวัน เหมือนจะโชคดีที่ปีหนึ่งเรียนวิชารวมตัวเดียวกันหมด ทำให้ยองมินกับดงฮยอนมีเซคที่เรียนตรงกันบ่อยๆ บางทีเขาก็ไม่รู้ว่าการที่ตามจีบตื้อดงฮยอนทุกวันนี้มันทำให้ดงฮยอนเบื่อหรือเปล่า เพราะดงฮยอนก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาสักอย่าง มีแต่ท่าทางที่ดูห้าวๆแบบนี้ ที่เหมือนจะต่อต้านนิดหน่อยยามที่เขาแตะเนื้อต้องตัว แต่ก็ไม่ยอมที่จะไล่ให้เขาออกไปจากชีวิตสักที ก็ถ้าไม่ไล่ยองมินก็คงจะไม่ไปไหนหรอก เขาน่ะหน้าด้านจะตายไป



 

 ปึหนึ่ง!!!!!!”  หลังจากที่ยองมินกึ่งฉุดกึ่งลากให้ดงฮยอนมานั่งเข้าแถวอย่างยากลำบาก เสียงดังของหัวหน้ากลุ่มประธานที่ดูแลเฟรชชี่คณะวิศวกรรมศาสตร์เรียกให้ดงฮยอนและยองมินต้องนั่งหลังตรงตามที่ได้โดนฝึกสอนมาตั้งแต่ครั้งประชุมเชียร์และตั้งใจฟังในสิ่งที่รุ่นพี่จะพูด

 


“ เดี๋ยวหกโมงกว่าจะออกวิ่งกันแล้ว เตรียมตัวพวกคุณให้พร้อมกันด้วยใครเป็นโรคอะไรให้มาแจ้งผม อย่ามาทำตัวเป็นฮีโร่ฉันทนได้ ผมไม่เอาทราบ!” เด็กปีหนึ่งทุกคนนั่งตัวตรง คอตรง แขนยืดตึงก่อนจะเปล่งเสียงออกมาเพื่อรับทราบคำสั่งนั้น ผ่านไปได้สักพักเมื่อฟ้าใกล้สว่าง ถึงเวลาของการวิ่งประเพณีของคณะวิศวกรรมศาสตร์ เสียงรุ่นพี่ดังไปกึกก้องบริเวณลานกิจกรรมเตรียมพร้อมให้เฟรชชี่ปีหนึ่งกอดคอกันเตรียมออกวิ่งรอบคณะตามจำนวนรุ่นของพวกเขา ยองมินแอบลอบมองใบหน้าคนข้างกายก่อนจะอมยิ้มน้อยๆ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็น่ารักไง

 


 

“ ดงฮยอน อยากได้เกียร์เราเปล่า” หันถามคนข้างกายที่ตอนนี้เม็ดเหงื่อไหลพราวเต็มหน้า โชคดีที่ยองมินและดงฮยอนมีส่วนสูงใกล้กันจึงทำให้ทั้งสองกอดคอกันวิ่งได้อย่างสบายและยองมินเลือกที่จะให้ดงฮยอนอยู่ริมสุดของแถวเพราะว่าไม่อยากจะให้ดงฮยอนต้องเหนื่อยมากถ้ายืนอยู่ตรงกลางของแถวหน้ากระดานเพราะอาจจะโดนแรงของเพื่อนคนข้างๆกดได้ถ้าวิ่งไปเป็นระยะทางมากแล้ว





 เดี๋ยววิ่งเสร็จเราก็ได้เกียร์เราเองปะ เราจะเอาของนายทำไม เบ้ปากใส่อีกคนที่กำลังยิ้มให้ พลางวิ่งเหยาะๆเพราะร่างกายของเขาในตอนนี้ก็เริ่มที่จะเหนื่อยมากขึ้น ยองมินยิ้มขำกับท่าทางนั่น เขาไม่เคยไม่หลงคนข้างกายนี่เลย บุคลิกแบบนี้แหละที่เขาชอบ ดงฮยอนดูเป็นผู้ชายสบายๆ บางครั้งออกจะดูเถื่อนซะด้วยซ้ำขัดกับหน้าตาและรอยยิ้มของเจ้าตัวจริงๆ ยอมรับว่าตอนแรกเขาคิดว่าดงฮยอนเรียนภาคอุตสาหการ แต่พอเขารู้ว่าดงฮยอนเรียนภาคโยธาก็แทบจะหงายเงิบ ยังแอบคิดอยู่ว่าถ้าออกภาคปฏิบัติเนี่ยดงฮยอนจะไม่เป็นลมเป็นแล้งไปก่อนใช่ไหม




 

เสียงร้องเพลงปลุกใจประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ดังก้องไปทั่วคณะ เสียงร้องเพลงของเฟรชชี่ปีหนึ่งร่วมพันกว่าคนร่วมแรงร่วมใจร้องเพลงประจำคณะอย่างภาคภูมิใจ ในการวิ่งครั้งนี้กินเวลากินหยาดเหงื่อของทุกคนไปมากมายร่วมหกชั่วโมงกว่าได้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามันคือความภาคภูมิใจ และรอยยิ้ม เมื่อเราได้ทำเพื่ออะไรสักอย่างอย่างสุดความสามารถ

‘ โบกสะบัดพัดปลิวดูพลิ้วลิ่มลม ทุกคนชื่นชมในธงของเรา

 สีเลือดหมู สู่สนามอีกครั้งดังเพรียกเรียกร้องพวกเราชาว อินทาเนียร์

 

 

 

ดงฮยอน ไหวมั้ย?” ตอนนี้กินเวลาเข้าไปสี่โมงเย็นกว่าๆแล้ว ตลอดเวลาเกือบทั้งวันที่วิ่งนั้นยองมินกอดคอวิ่งกับดงฮยอนมาตลอด ในตอนแรกก็วิ่งด้วยกันเป็นแถวละห้าคน แต่พอเวลาผ่านไปต่างคนต่างเหนื่อย ต่างแยกย้ายกันพักหอบเอาแรง และคนที่ดูจะอาการแย่ที่สุดก็คงจะเป็นดงฮยอน ที่เมื่อวิ่งได้แค่สองรอบก็แทบจะเป็นลม ร้อนถึงยองมินต้องพาเข้านั่งพักที่จุดบริการพยาบาล และมันก็เป็นแบบนี้อยู่ทั้งวันที่ดงฮยอนต้องวิ่งไปพักไป





ยอมรับเลยว่าวันนี้เหนื่อยมาก แต่มันก็มีความสุขที่ได้ดูแลคนตัวเล็กอยู่แบบนี้ทั้งวัน เหล่าเพื่อนชายของยองมินที่วิ่งผ่านจุดบริการพยาบาลอยู่หลายรอบก็ได้แต่แซวยองมินผ่านทางสายตาเพราะเกรงกลัวต่อพี่ว้ากที่วิ่งคู่ขนานมาด้วย บ้างก็เล่นบททดลองเป็นดงฮยอนยองมินตอนกอดคอวิ่ง บ้างก็เล่นท่าทางตอนยองมินเอายาดมให้ดงฮยอนดม เรียกให้ดงฮยอนต้องมองค้อนก่อนจะขำน้อยๆ และสิ่งที่ต้องทำให้หัวใจยองมินพองโตขึ้นไปอีกนั่นก็คือการที่ดงฮยอนเอ่ยปากขอบคุณ ถึงแม้มันจะแผ่วเบาแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นแรงของเขาแต่เขาก็ได้ยินชัดเจน บางคนอาจจะคิดว่าก็แค่คำขอบคุณ แต่สำหรับคนปากหนักอย่างดงฮยอนแล้วน่ะ เขาถือว่ามันเป็นคำที่พิเศษมากคำนึงเลยก็ว่าได้

 


 

 รอบสุดท้ายแล้ว วิ่งไปด้วยกันกับเรานะ ” วิ่งจวบจนมาถึงรอบสุดท้ายในการวิ่งประเพณีครั้งนี้ ดงฮยอนยืนหอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดจนหน้าแดง เสื้อสีขาวนั่นเปียกชื้นไปทั้งตัวด้วยเหงื่อ ทำให้ยองมินอดสงสารไม่ได้ ดงฮยอนส่ายหัวเล็กน้อยเป็นเชิงคำตอบว่าไม่ไหวก่อนจะโบกมือไล่ให้ยองมินวิ่งไปก่อน ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้ม ก่อนจะย่อตัวลงและหันหลังให้ดงฮยอน

“ อะ .. อะไร ” เอ่ยทั้งน้ำเสียงปนหอบ ตอนนี้ดงฮยอนไม่อยากพูดอะไรเยอะเพราะเขาเหนื่อยมากเต็มที ถึงแม้มันจะรอบสุดท้ายแล้วแต่ร่างกายเขามันเป็นแบบนี้ วิ่งไปก็ได้เป็นลมกันพอดี ไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อนมาแบกหามหรอก

 

 

 

“ จำได้ไหม วันนั้นที่เพื่อนเราเล่นมุขอยากให้เรา รากที่สองของ81 ไปด้วยกันจังเลยครับ 


“ ตอนนี้เราอยากใช้มุขนั้นมาเล่นตอนนี้แล้ว 


 ดงฮยอน รอบสุดท้ายนี้เรามาก้าวไปด้วยกันนะ ”  






ยองมินหันหลังกลับไปมองคนที่กำลังยืนหอบหน้าแดงแล้วคลี่ยิ้มให้ สำหรับดงฮยอนตอนนี้ไร้ซึ่งคำจะพูด ไหนจะใบหน้าเปื้อนยิ้มของคนที่นั่งยองๆอยู่ตรงหน้าอีก บ้าจริง ตอนนี้เขาก็ไม่รู้แล้วว่าหัวใจที่เต้นแรงตอนนี้มันเป็นเพราะเหนื่อยหรือว่าคนตรงหน้ามากกว่ากัน จากใบหน้าที่ร้อนอยู่แล้วมาจากพิษเหงื่อที่เล่นงาน ตอนนี้กลับร้อนเข้าไปอีกเพราะประโยคตรงที่คนตรงหน้าพูด ดงฮยอนปฏิเสธตัวเองไม่ได้เลยว่า มันรู้สึกดีมากจริงๆ และปฏิเสธไม่ได้อีกว่า เขากำลังเขิน ทั้งที่ก็เป็นยองมินคนเดิมคนที่ดูแลเอาใจใส่ในทุกวัน แต่วันนี้มันอันตรายต่อหัวใจเขามากเกินไปจริงๆ บ้าไปแล้วคิมดงฮยอน








ไม่รอให้คนตรงหน้าเสียเวลามาก ดงฮยอนขยับกายขึ้นขี่บนหลังของยองมิน แขนเรียวโอบรอบคออีกคนไว้พอหลวม ร่างของยองมินยกยืนขึ้นเต็มความสูง ก่อนทั้งสองจะพากันก้าวไปด้วยกันในการวิ่งรอบสุดท้ายจนถึงจุดที่นับครบรอบ มีรุ่นพี่มากมายยืนคอยให้กำลังใจน้อง และแน่นอนว่า ยองมินและดงฮยอนกำลังตกเป็นเป้าสายตาของคนมากมาย ไม่ว่าจะรุ่นพี่ หรือรุ่นเดียวกัน และที่สำคัญเพื่อนข้างกายของเขา อ่า ดงฮยอนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีจริงๆ แต่ในความเป็นจริงเขาได้แต่ก้มหน้าซุกลงกับลาดไหล่ของคนตรงหน้า กลิ่นเหงื่อของยองมินไม่ได้เหม็นเลยสักนิด น่าประหลาดใจที่เขากลับชอบกลิ่นนี้มากเป็นพิเศษ ดวงตาสวยแอบลอบมองมุมด้านข้างของคนตรงหน้า เหนื่อยขนาดนี้ยังจะมีแรงมายิ้มอีก คนบ้าอะไร แต่ก็นั่นแหละปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาน่ะก็กำลังยิ้มอยู่เหมือนกัน ไม่ได้ยิ้มเพราะว่ากำลังจะได้รุ่น แต่เจ้าของรอยยิ้มของดงฮยอนในครั้งนี้ก็คือ อิมยองมิน
 

 

 

 

“ เขาให้มาวิ่งประเพณี เทรดดิชั่นรันนิ่ง ไม่ใช่รันนิ่งออฟเลิฟ 




 โหยไปรักกันตอนไหนอะครับ




 น้องดงฮยอนลงมา!




 อยากเป็นยองมินให้น้องดงฮยอนคร่อมบ้างจังเลยเว้ย



 ให้เธอได้กับเขาแล้วจงโชคดี


 

“ คือกูไม่ได้แดกน้องดงฮยอนแล้วใช่มั้ยวะ ”









.









 

 

.

 

 




 

.

 

 








 

.

 










 

 

.

 

 

“ ยองมิน 






 หืม ว่าไง






 ถ้าเราอยากเป็นแฟนเด็กวิศวะการบินต้องทำยังไง ”

 

ที่ไม่ใช่เด็กวิศวะการบินคนอื่นน่ะ

 

แต่เป็นอิมยองมิน









END



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

คือในความเป็นจริงน่ะค่ะ ไม่มีนะคะตอนวิ่งเกียร์

ไม่มีใครขี่หลังกันนะคะ 5555555555555555555555

ลำพังวิ่งคนเดียวก็จะแย่แล้ว y_ y 

เรื่องนี้เป็นฟิคแปลงนะคะ บางคนอาจจะเคยอ่านผ่านๆ

จริงๆแล้วเราแปลงมาจากคู่ไคฮุนที่เราแต่งไว้เมื่อสองปีที่แล้ว :-) 

เคยมีแท็กเหมือนกันนะคะตอนแรกใช้ #คฮรูท81 ตอนนี้ก็ใช้ #ยดรูท81 แล้วกัน


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ochqx จากทั้งหมด 12 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 .js
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 12:43

    “แต่เจ้าของรอยยิ้มของดงฮยอนในครั้งนี้ก็คือ อิมยองมิน” พอถึงตรงนี้ก็ทำอะไรไม่ถูกเลย เขินไม่ไหวแล้วววว >//////<

    #3
    0
  2. #2 pmdZ
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 02:51

    แงงงงน่ารักจังเลยค่ะ เค้าให้มาวิ่งไม่ให้มาจีบกันนะ! เขินตอนที่ให้ดงฮยอนขี่หลังมากๆๆ-///- มันแบบต้องรากที่สอง81ไปด้วยกันอะเนอะ ฮิ้วววว คนนอกนี่กลายเป็นอากาศไปแล้วม้าง ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆนะคะ^^

    #2
    0
  3. วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 23:15

    ‪ชอบตอนเพื่อนๆยองมินแซวด้วยมุกเสี่ยว แล้วดงฮยอนก็จะมอหอกลบเกลื่อน555555555เนี่ย ทำเป็นไม่เขินแล้วเราก็เขินเค้าไง พระเอกก็อบอุ่นจะแย่แล้ว พ่อไมโครเวฟ ตาบ้าเอ้ย สงสารน้อง เขินเค้าก็แย่แล้วยังโดนแซวทั้งคณะอีก แง น่ารักมากๆ ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ

    #1
    0