คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย SF: ROOT 81, PART2 (youngmin x donghyun) SF: ROOT 81, PART2 (youngmin x donghyun) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...
b
e
r
l
i
n
?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 มิ.ย. 61 / 23:11



SF: ROOT 81, PART2 
LIMYOUNGMIN x KIMDONGHYUN
RATING: G






 

หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นทำเอาดงฮยอนคิดไม่ตกเสียยกใหญ่ จริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องเสียใจอะไรแต่กลับรู้สึกดีซะด้วยซ้ำ แต่ด้วยความสัมพันธ์ที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วก็ทำเอาเขาวูบโหวงในใจเล็กน้อย พูดง่ายๆก็คือว่าเขาไม่ชินนั่นแหละ

 


เป็นอะไรหรือเปล่ายองมินเอ่ยถามคนตรงหน้าที่กำลังเคี้ยวข้าวอย่างเอื่อยเฉื่อย เขาไม่ชินกับดงฮยอนในอารมณ์ตรงหน้าเสียเท่าไหร่ เพราะปกติเจ้าตัวออกจากเอนจอยอีตติ้งแต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนที่ดงฮยอนเอ่ยปากถามเขาแบบนั้น เขาเลยมั่นใจในความรู้สึกของดงฮยอนที่มีต่อเขา สุดท้ายแล้วการขอเป็นแฟนก็เริ่มขึ้นที่ร้านสเต๊กแบบที่เขาก็งงตัวเอง และคนอื่นก็งงกับเขาเช่นกัน ยกเว้นแต่คนตรงหน้าที่แทบจะเอาหน้าทิ่มสเต๊กไก่เสียอย่างนั้น

 

เปล่านี่ดงฮยอนเสมองหน้าไปทางอื่นก่อนจะตักข้าวเข้าปากตัวเองอีกครั้ง เขาหันมองนกมองไม้เรื่อยเปื่อยก่อนจะหันกลับมาจ้องคนตรงหน้าซึ่งกำลังจ้องเขาก่อนอยู่แล้ว ดงฮยอนตกใจเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือของตนเองไปข้างหน้า

 

อะไรเหรอคิ้วหนายกขึ้นอย่างสงสัย ก็ใช่น่ะสิอยู่ดีๆยื่นมือมาแบบนั้น ถึงแม้ว่าอิมยองมินจะรับนิสัยแปลกๆบางอย่างของดงฮยอนได้ แต่ก็เหมือนว่านิสัยแปลกๆของดงฮยอนน่ะ เริ่มผุดขึ้นมาเรื่อยๆทุกทีจนเขาก็แทบตามไม่ทันเหมือนกัน

 

จับมือเราสิท่ามกลางคนมากมายในเวลากลางวันที่บาร์วิศวะ ทำเอายองมินตกใจกับการกระทำของดงฮยอนนิดหน่อย แหงล่ะถึงแม้ว่าเหตุการณ์วันนั้นทำให้เขาสองคนไม่ต้องอายฟ้าอายดินอะไรเพราะคิดว่าคนน่าจะรู้กันทั้งคณะ แต่เขาไม่คิดว่าคนตัวเล็กข้างหน้านี่จะทำอะไรที่น่าหลุดยิ้มขึ้นทุกวัน น่ารัก น่ารักจริงๆ เอาล่ะจะว่าเขาน่ะเห่อแฟนตัวเองก็ได้ แต่เห่อจริงๆอันนี้ยอมรับ

 


ไม่อยากจับเหรอหลังจากที่ดงฮยอนเห็นยองมินนิ่งไปสักพัก มือเล็กนั่นก็ถอยกลับไปวางอยู่บนโต๊ะดังเดิม ยองมินยกยิ้มให้คนตรงหน้าก่อนจะยกจานข้าวของดงฮยอนและตัวเองด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างก็ออกแรงดึงมือคนตรงหน้าขึ้นมาด้วยแรงที่ไม่มากนักพร้อมประสานมือเข้ากับอีกคน

 


ใครบอกว่าไม่อยากจับกัน มือของเราพอดีกับมือดงฮยอนที่สุดแล้วยองมินเอ่ยทั้งที่ไม่ได้หันหลังกลับมาพูดกับเขา แต่นั่นก็เป็นเรื่องดีสำหรับดงฮยอน ยองมินจะได้ไม่ต้องเห็นว่าเขากำลังอมยิ้มแก้มจะแตก แก้มจะแตกยังไม่พอ หัวใจที่อยู่ข้างซ้ายก็ดันเต้นแรงจนเกือบเจ็บหน้าอกไปซะอย่างนั้น นั่นแหละถึงจะรู้สึกแปลกๆที่เปลี่ยนสถานะอย่างรวดเร็วแต่เขาก็รู้สึกดีเรียกได้ว่ามากๆเลยด้วยซ้ำ อาจจะเป็นเพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยคบกับผู้ชายด้วยกัน ยองมินน่ะเป็นคนแรกเลยรู้สึกไม่ชินแบบนี้ด้วยล่ะมั้ง 



ยองมิน คนด้านหน้าที่กำลังกึ่งลากกึ่งเดินพร้อมจูงมือเขาหันกลับมามองพร้อมรอยยิ้มที่เจ้าตัวมักจะยิ้มให้เขาอยู่บ่อยครั้ง ดวงตากลมโตของยองมินที่เหมือนมีแสงระยิบระยับอยู่ตลอดเวลาทำเอาดงฮยอนใจสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งที่สามสิบหรือห้าสิบในรอบไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ใครเขาจะสนกันล่ะ


เราอยากไปหาพ่อเราดวงตาเรียวสวยหลุบลงต่ำทำเอายองมินใจหายวูบ มือที่ประสานกับคนตัวเล็กข้างหน้าออกแรงกุมมากขึ้น ยองมินทราบมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าพ่อของดงฮยอนกำลังป่วยและเข้าโรงพยาบาลนานมากว่าสามเดือนแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะได้รู้จักดงฮยอนเสียอีก ตอนแรกเขายอมรับว่าตกใจที่มีอยู่ช่วงนึงดงฮยอนวิ่งมาหาเขาพร้อมร้องไห้ เขาเข้าใจว่าดงฮยอนอาจจะทะเลาะกับเพื่อนหรือเครียดเรื่องอะไรสักอย่าง แต่ในเย็นวันนั้นทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดไปพร้อมกับดงฮยอนอย่างที่เขาก็ห้ามตัวเองไว้ไม่ได้ในเมื่อคนที่เขากำลังจับมืออยู่ คนที่มีรอยยิ้มสดใสที่สุด กำลังทรุดอยู่ตรงหน้าเขา ตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกันมากนัก เพียงแต่ดงฮยอนไม่ได้ร้องไห้เหมือนวันนั้น แต่ยองมินสัมผัสได้ว่าคนตรงหน้ากำลังไม่สบายใจมากๆ


บินไปเย็นนี้กันเลยดีมั้ยสิ้นคำพูดของยองมิน ดงฮยอนเงยหน้ามองคนตรงหน้า ตอนนี้ใบหน้าของยองมินไม่ได้มีรอยยิ้มแล้ว มีเพียงแววตาที่เหมือนจะเจ็บปวดไปพร้อมกับเขา ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มเพื่อให้อีกคนสบายใจแต่ถึงอย่างนั้น คนตรงหน้าก็รู้ดีว่าดงฮยอนกำลังฝืนมากขนาดไหน


ไปได้ก็ไปแล้ว พรุ่งนี้ติดเรียนนี่นา เราขอแม่แล้วเขาบอกให้เราเรียนไปก่อน

อย่างนั้นเหรอ วันนี้ให้ไปนอนเป็นเพื่อนดีมั้ย

มานอนทำไม

คุณแม่อยู่ต่างจังหวัดเฝ้าคุณพ่ออยู่นี่ กลัวดงฮยอนจะเหงา

เราไม่เหงาหรอกน่าดงฮยอนพูดปัด แต่ใจจริงแล้วเขาก็ยังอยากให้ยองมินมานอนด้วยนั่นแหละ โกหก ดงฮยอนน่ะกำลังโกหกยองมินคำโตเลย ที่บอกว่าไม่เหงาแต่จริงๆแล้วตัวเขาเองเหมือนจะโดนความเหงาครอบงำมากขึ้นทุกวัน ยิ่งต้องมานั่งรับรู้เสียงปลายสายของผู้เป็นแม่ที่สั่นเครือมาตลอดสามเดือนเพราะอาการของพ่อไม่สู้ดีนัก การอยู่บ้านคนเดียวมาตลอดบางครั้งก็ทำให้เขาเกลียดบ้านของตัวเอง เกลียดจนไม่อยากจะย่างกรายเข้ามาพร้อมกับความทรงจำที่เคยมีรอยยิ้มของพ่อแม่และตัวเขา


แต่เราอยากอยู่ด้วย พรุ่งนี้วันเสาร์เราไม่ได้ไปไหนอยู่แล้วรอยยิ้มของยองมินทำให้ดงฮยอนรู้สึกอุ่นใจจนอยากจะร้องไห้มันเสียตรงนี้ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแต่พยักหน้าอนุญาตให้คนตรงหน้ามาอาศัยนอนที่บ้านของเขา

 

 



การเรียนคาบบ่ายเป็นอะไรที่ดงฮยอนเกลียดที่สุดเพราะมันทำให้เขารู้สึกง่วงนอน แต่ถึงจะเกลียดมากขนาดไหนก็เลือกไม่ได้อยู่ดี วิชานี้ยองมินไม่ได้นั่งเรียนรวมกับเขาเลยไม่ได้โดนดุเท่าไหร่ ปกติเนี่ยถ้าวิชาไหนเรียนรวมกับยองมินก็จะโดนคนตัวสูงกว่าดุไปแล้วเรื่องง่วงนอนน่ะ ใช้เวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ห้องสโลปที่น่าเบื่อพร้อมทั้งเสียงกล่อมของอาจารย์ทำให้ดงฮยอนตาปรือขึ้นมาก่อนจะเผลอหลับไป และตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงสั่นของโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของตน

 

ดวงตาเรียวนั่นมองหน้าจอโทรศัพท์อย่างนึกสงสัย เพราะคนที่ชื่อได้ว่าเป็นแม่ปกติไม่เคยโทรมาหาเขาในเวลาเรียน

อาจจะเป็นเรื่องดีมากๆ หรือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากๆ เขาไม่อาจทราบได้แต่สำหรับคนที่กำลังพึ่งตื่นอย่างเขาแทบไม่ได้คิดอะไรมากก่อนจะกดปุ่มสีเขียวบนหน้าจอสี่เหลี่ยมนั่น

ครับ

ดงฮยอนกรอกเสียงผ่านโทรศัพท์มือถือของตน ทางปลายสายมีแต่ความเงียบจนทำให้ใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ ตอนนี้ดงฮยอนได้ยินแค่เสียงอาจารย์ที่กำลังยืนพูดทฤษฎีโมเมนตัมอย่างไม่สนใจใครว่าใครจะฟังหรือไม่ รวมทั้งเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงจนห้ามไม่อยู่

ฮึก

พ่อเสียแล้วนะลูกเขาไม่ได้พูดอะไรตอบทางฝ่ายปลายสายกลับไป มีเพียงนิ้วเรียวนั่นที่รีบกดปุ่มสีแดงที่โชว์หราบนหน้าจอโทรศัพท์ ตอนนี้เขาเหมือนโดนของแข็งทุบเข้าที่หัวอย่างจัง คิดอะไรไม่ออก นั่นคือที่เขารู้สึกในตอนนี้ มันตื้อไปหมด รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่วิ่งออกมาจากห้องสโลปแล้วนั่งร้องไห้แทบขาดใจอยู่ตรงบันไดชั้นสามของตึก ไม่รู้เลยว่าร้องไห้นานขนาดไหนนานจนกระทั่งสัมผัสอ้อมกอดของใครสักคนที่กอดเขาไว้จนแทบจมอก อิมยองมินมักจะมาทันในเวลาที่เขาแทบจะลุกขึ้นยืนไม่ไหวเสมอ



ยองมิน .. ฮือเอ่ยเรียกคนตรงหน้าด้วยประโยคที่ขาดห้วงปนเสียงสะอื้นจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงกว่า นักศึกษาเริ่มทยอยเดินออกมาจากห้องเรียน กระเป๋าของดงฮยอนรวมทั้งชีทเลคเชอร์ถูกเพื่อนร่วมห้องคว้าออกมาให้ ยองมินเอ่ยขอบคุณบุคคลนั้นก่อนจะลูบหัวคนตัวเล็กที่กำลังสะอึกสะอื้นจนน่าสงสาร เจ็บ นี่คือสิ่งที่เขากำลังรู้สึก ใบหน้าน่ารักที่มักจะมาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส ดวงตาเรียวสวยและขนตาที่เรียงเป็นแพที่เขามักจะแอบมองบ่อยๆตอนนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ก่อตัวขึ้นไหลออกมาไม่หยุดหย่อน ตาของดงฮยอนแดงจนน่ากลัว เขาไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ กลัวว่ามือของเขาที่สัมผัสบนใบหน้าของคนที่เขาหลงรักมากที่สุดจะเจ็บ

 


ยองมินไม่ได้ถามอะไรดงฮยอนตลอดหนึ่งชั่วโมงที่นั่งกอดอีกคนอยู่ตรงนี้ มีเพียงอ้อมกอดและริมฝีปากที่ไล่จูบอย่างแผ่วเบาไปตามกลุ่มผมนุ่มของคนที่อยู่ตรงหน้าเพื่อปลอบประโลม จนกระทั่งเสียงสะอื้นนั่นเริ่มแผ่วเบาลง ยองมินผละตัวออกจากคนตัวเล็ก ดวงตาของเขาไล่มองใบหน้าที่ตอนนี้แดงก่ำจนน่ากลัวเพราะพิษจากการร้องไห้มามากกว่าหนึ่งชั่วโมง ปลายนิ้วของคนโตกว่าไล้ไปตามแก้มนิ่มของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกที่หน่วงในใจเต็มที


พ่อเรา ไปแล้วนะยิ่งได้ฟังจากปากของดงฮยอน ยองมินก็อยากสั่งให้คนตัวเล็กนี่กลืนคำนั้นลงไปซะเดี๋ยวนี้ ริมฝีปากอิ่มที่เขาชอบมันมาตลอดกำลังสั่นเครือ ยองมินจูบลงบนกลุ่มผมสีดำขลับอีกครั้ง เขาไม่ได้พูดอะไรมีเพียงแต่ยกผ้าเช็ดหน้าไล่เช็ดน้ำตาให้ดงฮยอนอย่างเบามือที่สุด

 

 

มีเพียงเสียงเพลงที่กำลังบรรเลง ไร้ซึ่งคำพูดใดออกมาจากปากของพวกเขาทั้งสองคน ยองมินเลือกจะเปิดเพลงสนุกสนานเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องรู้สึกแย่มากไปกว่าเดิม ตั้งแต่ขึ้นรถมา ดงฮยอนแทบไม่พูดอะไรเลยด้วยซ้ำนอกจากบอกทางไปบ้านของเจ้าตัว มีเวลาหนึ่งชั่วโมงดงฮยอนก็เสหน้ามองออกนอกหน้าต่างรถไปได้แล้วประมาณ 59 นาที เขากังวลใจเล็กน้อยกลัวว่าดงฮยอนจะแอบทำร้ายร่างกายตัวเอง เหมือนที่เพื่อนของเขาเคยทำเมื่อสามปีก่อนเนื่องจากเสียแม่ของตัวเองไป

อยากกินอะไรก่อนเข้าบ้านหรือเปล่า ดงฮยอน

“ … ” อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไรยองมินกลับไป เขาไม่ได้คิดอะไรมากและไม่ได้หวังให้คนข้างกายตอบอยู่แล้ว นอกจากจะพาดงฮยอนไปซื้อไอศกรีมบัมเบิลกัมที่มาร์เกต ในตอนแรกคนตัวเล็กก็โวยวายเพราะอยากกลับบ้านแต่สุดท้ายพอเจอไอศกรีมรสโปรดก็เหมามาสองควอท ยองมินอุ่นใจขึ้นเล็กน้อยที่ดงฮยอนยังพอยิ้มได้ ถ้ามีพรอยู่ทั้งหมดสามข้อ เขาเลือกที่จะให้ทั้งสามข้อนั้นแก่ดงฮยอน หนึ่ง เขาจะขอให้ดงฮยอนมีความสุขมากๆ สอง เขาจะขอให้ดงฮยอนมีรอยยิ้มเยอะๆ และสาม เขาจะขอให้ดงฮยอนยิ้มเยอะๆเฉกเช่นเดียวกับข้อสอง

 

ยองมินไปอาบน้ำก่อนเลยหลังจากจัดแจงจอดรถเป็นที่เรียบร้อย คนเป็นพี่เดินลงมาเปิดประตูรถให้คนเด็กกว่าแต่รุ่นเดียวกัน ดงฮยอนไล่ให้เขาไปอาบน้ำแต่เอาจริงๆเขาก็กังวลใจไม่หายว่าระหว่างเวลาอาบน้ำ ดงฮยอนจะแอบคิดอะไรที่ไม่ดีหรือเปล่า ไม่รู้ว่ายองมินแสดงสีหน้ายังไงออกไปถึงทำให้ดงฮยอนหลุดยิ้มออกมาซะอย่างนั้น


ทำหน้าเหมือนเราจะไปกรีดข้อมือตัวเองอย่างนั้นแหละก็ใช่น่ะสิ จะว่าเขามองโลกในแง่ร้ายขนาดนั้นก็ได้แต่ขนาดเพื่อนสนิทของเขายังเคยทำ เพราะฉะนั้นเขาขอมองโลกในแง่ลบไว้ก่อน วันนั้นถ้าเขาไปไม่ทันเพื่อนตัวเองล่ะก็ .. บางทีเขาอาจจะเสียเพื่อนคนนั้นไปตลอดกาลเลยก็ได้ และเขาก็กลัวว่าเหตุการณ์แบบนั้นจะเกิดขึ้นอีก กลัวมากจริงๆ


เราไม่ทำแบบนั้นหรอก เรายังมีแม่อยู่นะ

มียองมินด้วยคนโตกว่าได้ยินแบบนั้นก็สบายใจขึ้นมาหนึ่งเปราะ มือหนายกถุงไอศกรีมที่คนตัวเล็กซื้อมาก่อนจะจัดเข้าตู้เย็นเป็นที่เรียบร้อย เขาปฏิเสธที่จะอาบน้ำก่อนเพราะตั้งใจจะทำกับข้าวให้ดงฮยอนทานเป็นข้าวเย็น สารภาพตรงๆว่าไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองเลยสักนิดแต่เห็นรอยยิ้มของแฟนตัวเองแล้วก็มีกำลังใจจะทำมาเสียอย่างนั้น ตู้เย็นของดงฮยอนแทบไม่มีอะไรแช่อยู่เลย อาจจะเป็นเพราะคนเด็กกว่าอยู่บ้านคนเดียวเลยไม่น่าจะมีอารมณ์ทำกับข้าวทานเองล่ะมั้ง



หอมจังเขาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆดงฮยอนก็โผล่มาทางด้านหลัง อ่า มีดเกือบบาดมือแล้วมั้ยล่ะ

อาบน้ำไวจัง วิ่งผ่านน้ำมาใช่มั้ยเนี่ยยองมินแซวอีกคนที่กำลังยืนมองเขาซอยหัวหอมใหญ่อยู่ข้างๆ เขาไม่ได้มองหน้าดงฮยอนว่าตอนนี้ใบหน้าของคนที่เขารักสุดหัวใจกำลังทำหน้าแบบไหน รู้แค่ว่า นี่มันฉากในหนังโรแมนติกชัดๆ เหมือนได้แต่งงานกับดงฮยอนแล้วเลยโว้ย

ในห้องน้ำมันมีอะไรทำไมต้องอาบนานด้วยอ่ะริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มเล็กน้อยพอได้ยินเสียงของดงฮยอนเริ่มกลับมาในโหมดกวนใจอีกครั้ง แต่เขาก็ยังรับรู้ได้ดีว่าคนข้างๆน่ะในใจอาจจะดิ่งจมน้ำไปไม่รู้แล้วกี่รอบ เมื่อคิดแบบนั้นแล้วร่างของคนสูงกว่าหันตัวมามองคนข้างกายก่อนจะจูบหัวอีกคนอย่างแผ่วเบา

จุ๊บ

ดงฮยอนหน้าเหวอเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้างุดพร้อมกับฟาดไปที่บ่าของยองมินอย่างเต็มแรงแล้วเดินหนีไป ไม่ใช่ว่าโกรธหรืออะไรแต่อิมยองมินทำให้เขาใจสั่นรอบที่สามสิบล้านแล้วก็ว่าได้ จะว่าเว่อร์ก็เว่อร์เถอะแต่ก็เว่อร์จริงๆนั่นแหละ

 



กิจกรรมในช่วงพลบค่ำของเขาสองคนไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษมากนัก ดงฮยอนแอบแปลกใจเล็กน้อยกับฝีมือทำกับข้าวของยองมินที่อร่อยแทบจะใกล้เคียงกับฝีมือของคุณแม่เขาซะด้วยซ้ำ เอาจริงๆแล้วเขาไม่คิดว่ายองมินจะเป็นคนที่อ่อนโยนทุกอย่าง ทั้งคำพูด การกระทำ ความเอาใจใส่ ต้องเติบโตมายังไงกันนะถึงออกมาสมบูรณ์แบบขนาดนี้ ต่างจากเขาจริงๆที่ออกจะแนวห่ามๆเสียด้วยซ้ำ

 

หลังจากทานข้าวเสร็จคนเด็กกว่าเดินมานั่งโซฟาที่ตั้งอยู่กลางห้องรับแขก จริงๆแล้วโซฟาตัวนี้เขาก็ไม่ค่อยได้มานั่งนานมากแล้ว อาจจะเดือนหรือสามเดือน เพราะตั้งแต่ที่แม่ของเขาไปเฝ้าพ่อที่ต่างจังหวัด หลังกลับมาจากเลิกเรียนเขาเอาแต่นั่งกินมาม่าในห้องครัวก่อนจะเดินขึ้นห้องนอนตัวเองไปเลย รีโมทที่วางจนฝุ่นเกาะบนโต๊ะหินอ่อนสีดำบ่งบอกถึงการใช้งานครั้งล่าสุดซึ่งน่าจะนานอยู่พอสมควร ตอนนี้ยองมินกำลังล้างจานอยู่ที่ห้องครัว อีกสักพักเขาคิดว่ายองมินน่าจะมานั่งดูหนังกับเขา ก็ .. ยองมินบอกเองนี่นาว่าอยากดูหนัง

 

มือเรียวไล่กดเปิดไปทีละช่อง เขาจำไม่ได้มากนักว่าช่องไหนเป็นช่องไหนหรือว่าช่องไหนมีอะไรบ้าง แต่ด้วยความที่ชอบสารคดีท่องโลก หลังจากเจอช่องโปรดเขาก็ไม่เปลี่ยนไปไหนอีกเลย จนกระทั่งรับรู้ถึงแรงยุบข้างๆเป็นสัญญาณที่ว่าอิมยองมินน่ะล้างจานเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ชอบเรื่องแบบนี้เหรอเสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมลูบหัวคนตัวเล็กอย่างเบามือ

ชอบสิ ตอนเด็กเราดูทุกวัน

เราก็ชอบนะ หมายถึงชอบดงฮยอนน่ะ

ตึ๊ง เดตแอร์ขึ้นมาทันที

ดงฮยอนไม่ได้พูดอะไรนอกจากพยายามกลั้นยิ้มไว้สุดขีด อารมณ์ไหนของเขากันเนี่ย

ยองมินรู้มั้ย

หืมเขาหันไปมองหน้าของคนตัวเล็กที่กำลังจดจ้องไปที่หน้าจอสี่เหลี่ยมอย่างไม่ละสายตา ดงฮยอนไม่ได้หันมามองเขาแต่ริมฝีปากอิ่มนั่นกำลังคลี่ยิ้มอยู่


ยองมินเป็นผู้ชายคนแรกที่เราคบด้วย

แล้วเราก็รู้สึกดีมาก เราไม่คิดว่าเราจะมีความสุขขนาดนี้เลย

ขอบคุณนะ


เป็นครั้งที่สองที่ดงฮยอนทำให้หัวใจของเขากระตุกมากเป็นพิเศษ จริงๆแล้วเขาใจสั่นกับดงฮยอนไปนับครั้งไม่ถ้วนแต่คำว่าขอบคุณของคนที่เด็กกว่า ทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะแทบจะทุกครั้ง ยองมินกำลังยิ้มกว้าง ไม่ใช่เป็นเพราะแค่ว่าคำขอบคุณ แต่เป็นทุกคำพูด ทุกการกระทำที่ผ่านมาของดงฮยอนที่ทำให้เขารู้ว่าที่ผ่านมา เขาทำให้คนตัวเล็กมีความสุขมากขนาดไหน

เราก็ขอบคุณ

ขอบคุณดงฮยอนที่เกิดมาเจอกับเรา ถ้าเป็นเมื่อก่อนดงฮยอนอาจจะยันเขาด้วยฝ่าเท้านั่น ตอนนี้เขาได้แต่นั่งนิ่งลุ้นแค่ว่าคนข้างกายจะมีปฏิกิริยาอะไรตอบโต้มาหรือเปล่า สิบวิ ยี่สิบวิ ผ่านไปไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบโต้ เขาแอบลอบมองใบหน้าที่เขาชอบนักหนา ดงฮยอนกำลังร้องไห้เพียงแต่ไร้ซึ่งเสียงเล็ดลอด ใจเขาวูบไหวอีกครั้งพร้อมทั้งขยับกายให้แนบชิดกับคนตัวบางมากขึ้น อ้อมกอดของเขามอบให้ดงฮยอนโดยที่ไม่รู้สึกนึกเบื่อเลยสักนิด



ยองมินจะทิ้ง .. ฮึก จะทิ้งเรามั้ยเขาเกลียดตัวเองตอนนี้จริงๆที่ดูเป็นคนอ่อนแอไปเสียทุกอย่าง แต่ความกลัวที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมันมาตลอดได้กลืนกินใจเขาไปแล้วครึ่งหนึ่ง คำอธิษฐานที่เขาเคยขอร้องต่อท้องฟ้าหรือดวงดาวว่าไม่อยากให้ผู้เป็นพ่อจากไปกลับไม่เคยได้ผล นึกน้อยใจและเกลียดตัวเองอยู่เหมือนกันว่าที่ผ่านมาทำไมเขาไม่ยอมลาเรียนไปหาคุณพ่อเสียบ้าง เอาแต่คิดว่าท่านต้องหาย แต่นั่นก็เหมือนเป็นการหลอกตัวเอง ชายสูงอายุซึ่งพบเจอกับความทรมาณที่เขามักได้ยินเสียงหลุดลอดออกมาจากทางโทรศัพท์ปลายสายของผู้เป็นแม่ เขาก็ยังไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แม้กระทั่งสองสามชั่วโมงก่อนท่านจะจากไป บุคคลผู้เป็นแม่ยื่นโอกาสให้เขาพูดกับพ่อ เขาก็ยังปากหนักไม่ยอมพูดด้วยเพียงแค่คิดว่า ไว้ออกจากโรงพยาบาลแล้วคุยกันก็ได้นี่นา คำว่ารักที่ไม่เคยพูดให้ท่านได้ยินกลับเอามาพร่ำบอกตอนที่ได้เสียท่านไปแล้ว มันจะมีประโยชน์อะไรกัน


ดงฮยอน ..กระชับอ้อมกอดให้แน่นมากขึ้น ร้องเรียกชื่อคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบาไม่ได้หวังให้ได้การตอบรับจากคนในอ้อมกอดเลยแม้แต่นิด เรียกเพราะอยากให้รู้ว่าดงฮยอนยังมีแม่ ยังมีเพื่อน และยังมีเขาอยู่ข้างกาย จะอยู่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ใบหน้าของคนน่ารักเงยขึ้นมาจากอ้อมกอดของผู้เป็นพี่ ยองมินมองภาพตรงหน้าได้ไม่นานมากนัก ปฏิเสธไม่ได้ว่าเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของดงฮยอนทีไรเขาเจ็บจนเหมือนจะหายใจไม่ออกทุกที


อยู่กับเรานานๆได้มั้ยไม่ใช่ประโยคคำสั่งแต่เป็นประโยคขอร้อง น้ำเสียงของคนตรงหน้าเขาฟังแล้วดูอ่อนแอมากเหลือเกินจนทำให้ยองมินต้องหันหน้ากลับมามองหน้าอีกคน เขาจ้องเข้าไปในดวงตาเรียวสวยที่หยดน้ำตาก่อตัวขึ้นไม่หยุดทำให้เขาใจกระตุกอีกครา แต่ก็คงไม่เท่ากับการที่อีกฝ่ายเริ่มขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น จนระยะห่างเขาของทั้งสองไร้ซึ่งช่องว่าง สัมผัสที่แผ่วเบาของริมฝีปากทำให้หัวใจของดงฮยอนเต้นไม่เป็นจังหวะทั้งที่ตัวเองเป็นคนเริ่มก่อนเสียด้วยซ้ำ ความรู้สึกที่ว่าเหมือนมีผีเสื้อบินวนอยู่ในท้องเนี่ย เป็นแบบนี้เองสินะ

 

 


ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ดงฮยอนรับรู้ได้แค่ความรู้สึกเปียกแฉะบนริมฝีปากของตนที่ถูกคนตรงหน้าฉกชิงไปนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ใช่การจูบที่รุนแรงมีเพียงแต่การจูบที่เต็มไปด้วยความอ้อยอิ่งและอ่อนโยนเพียงเท่านั้น อิมยองมินดูดดึงริมฝีปากเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ไม่รู้สึกวาบหวิวไปมากเท่ากับตอนที่ลิ้นร้อนนั่นไล่เลียริมฝีปากของเขาอย่างเอาแต่ใจ

แฮ่กดงฮยอนพยายามดันไหล่ของคนตรงหน้าออกแต่ก็เหมือนไม่เป็นผลเพราะเรี่ยวแรงทั้งหมดของเขา ถูกอิมยองมินขโมยไปหมดแล้ว หมดแล้วจริงๆ

 

 

 

 


 

เรารับปากไม่ได้หรอกว่าจะอยู่กับดงฮยอนนานๆ

แต่เชื่อเถอะว่าวันแต่งงานดงฮยอนน่ะ

มีเราเป็นเจ้าบ่าวแน่นอน







END



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ะแต่ง one shot แล้วสุดท้ายมันก็มีภาคต่อออกมาเป็น SF เฉยเลยค่ะท่าน

จริงๆแล้วชอบบุคลิกของยองมินเรื่องนี้มากเลยมีความคึกจะแต่งฮือ

ขอบคุณอีกครั้งนะคะ :-)

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ochqx จากทั้งหมด 12 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 Sept17
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 20:53

    แงงงง ซึ้งจนน้ำตาไหลเลยค่ะ สงสารน้องดงจริงๆ พี่ยองมินก็อบอุ่นมาก อ่อนโยนมากก ฮือออออ บรรยายออกมาได้ดีมากๆเลยค่ะ

    #3
    0
  2. #2 pmdZ
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 02:57

    ดงฮยอนน่าสงสารจังเลยอะ;-; ฮืออออยองมินต้องดูแลดงฮยอนดีๆนะ ช่วงนี้มันเป็นช่วงอ่อนไหว แต่ก็ดูแลดีจริงๆแหละ มีการทำกับข้าวให้กินด้วยยย แถมตอนจุ๊บๆกันนี่มันแบบ-////- ถึงจะไม่ได้รับปากว่าจะอยู่ด้วยกันนานๆแต่ก็สัญญาว่าจะป็นเจ้าบ่าวนี่มันโอ๊ยยยยเขินนนนนนบ้าจริงง /ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆค่าา^^

    #2
    0
  3. #1 pppw (@pppw) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 00:08
    เจ้าบ่าวอ่ะะะะะเจ้าบ่าววววว แงงงงงงเขินไม่ไหวแล้ววววววววว
    #1
    0