คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย OS : I LIKE ME BETTER ( youngmin x donghyun ) OS : I LIKE ME BETTER ( youngmin x donghyun ) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...
b
e
r
l
i
n
?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 มิ.ย. 61 / 11:51



OS: I LIKE ME BETTER
PAIRING: LIMYOUNGMIN x KIMDONGHYUN
"I like me better when I'm with you"





ยองมินห้องสองฝากมาให้เสียงที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นอยู่ไม่ไกล เป็นปฏิกิริยาตอบสนองปกติของคนเราที่จะต้องให้ความสนใจกับอะไรที่แปลกไปจากชีวิตประจำวัน ดงฮยอนเงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่สามที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ดวงตาเรียวหรี่มองแผ่นป้ายชื่อสีดำสนิทที่ติดอยู่บนยูนิฟอร์มเดียวกับเขา คังดงโฮใบหน้านั่นไม่ค่อยจะเป็นมิตรเท่าไหร่ ไหนจะไรหนวดที่ขึ้นอยู่ประปรายเป็นสิ่งตอกย้ำว่าผู้ชายคนนี้ดูเป็นนักเลงมากกว่านักเรียนเสียอีก ซึ่งมันก็ค่อนข้างขัดหูขัดตากับซองขนมสีฟ้าเบบี้บลูที่ถูกยื่นมาให้เขาอย่างลวกๆ

ยองมิน ?” เขาเอ่ยทวนอัตโนมัติ ก็แหงล่ะชีวิตนี้เคยรู้จักคนชื่อยองมินซะที่ไหน เขาไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าทำหน้ายังไงออกไปคนตรงหน้าถึงได้ทำหน้ายุ่งเสียขนาดนั้นพร้อมวางถุงขนมสีน่ารักนั่นไว้ตรงหน้าเขาอย่างไม่ใส่ใจมากนัก

มันบอกว่าถึงไม่อยากกินก็ต้องกิน



นับจากประโยคนั้นที่คังดงโฮทิ้งท้ายไว้ เขาก็เดาไว้ก่อนเลยว่าคนที่ชื่ออิมยองมินน่ะต้องเป็นคนเอาแต่ใจมากแน่ๆ เขามองซองขนมนั่นก่อนจะหยิบเก็บมาใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ของตัวเอง ใครเขาจะไม่กินกัน ในเมื่อขนมที่พึ่งได้มาน่ะนะเป็นของโปรดของเขาชัดๆ

เปิดเทอมวันแรกก็มีหนุ่มมาจีบแล้ว เสน่ห์แรงจังเฮ้อคิมดงฮันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตัดพ้อแค่ฟังก็รู้แล้วว่าฝ่ายนั้นตั้งใจจะแหย่เขาชัดๆ ดงฮยอนหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทที่นั่งทานข้าวด้วยกันด้านข้างก่อนจะยิ้มให้กับสีหน้าที่ทีเล่นทีจริงของอีกฝ่าย

เขาอาจจะไม่ได้จีบเราก็ได้ เอาอะไรมาพูดกันเนี่ย

ให้ของโปรดซะขนาดนี้ก็ไม่ธรรมดาแล้วมั้งคนนั้นน่ะดงฮยอนไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไปเพียงแต่ยิ้มให้ดงฮันอีกครั้ง เจ้าเพื่อนตัวดีก็ไม่ได้น้อยหน้า ด้วยความหมั่นไส้หรืออะไรเขาก็ไม่ทราบได้ถึงทำให้ดงฮันยีหัวเขาอย่างบ้าคลั่งจนต้องเอี้ยวตัวหลบ


ผมเรายุ่งหมดแล้ว

ข้อหาทำตัวให้น่าหมั่นไส้ไง ตอนเย็นอย่าลืมนัดด้วยว่าต้องไปสมัครชมรมเป็นเพื่อนเรา!” พยักหน้ารับข้อตกลงของเพื่อนสนิทตัวดี ก่อนที่จะจัดแจงยกจานข้าวทั้งของตนและเพื่อนสนิทนำไปเก็บ แต่เขาก็คงไม่ได้สังเกตสายตาที่เป็นประกายพร้อมรอยยิ้มของคนที่อยู่แถวท้ายสุดของโรงอาหารที่นั่งมองทุกการกระทำของเขาตั้งแต่ก้าวย่างเข้ามาในโรงอาหาร จนถึงเวลาที่ลุกออกไป

 



ตาวาวเชียวเพื่อนกู

โอ้ะ!” สัมผัสรุนแรงที่กระทบกับศีรษะของเขาทำให้เขาต้องสบถคำอุทานออกมาอัตโนมัติ คังดงโฮ เป็นเพื่อนสนิทของเขามาตั้งแต่อยู่มัธยมต้นและแน่นอนว่าเป็นคนเดียวกันกับที่เขาบังคับให้เดินเอาขนมโดรายากิช็อคมิ้นต์ซองสีฟ้าเบบี้บลูนั่นไปให้คิมดงฮยอนเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วอีกด้วย

รู้ว่าเขาชอบอะไรเหมือนเป็นสตอล์คเกอร์เขาเลยนะยองมินยักไหล่ให้กับดงโฮอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว จะว่าเขาเป็นสตอล์คเกอร์ก็ไม่ค่อยจะเข้าข่ายเท่าไหร่ ความจริงแล้วการที่รู้ว่าอีกฝ่ายชอบอะไรมันอาจจะเป็นเพราะความบังเอิญมากกว่าที่ต้องเจออีกคนหน้าโรงเรียนในตอนเช้าหรือในบางวันก็เจออีกฝ่ายบนรถโดยสารประจำทาง พร้อมกับการที่มือเล็กๆนั่นมักจะกำซองโดรายากิแปลกประหลาดสีเบบี้บลูในทุกวัน เขาเองก็พึ่งมารู้นั่นแหละว่ามันคือโดรายากิ แต่ที่แปลกใจคือมันก็ไม่ใช่ขนมที่จะหาซื้อได้ที่นี่เสียเมื่อไหร่ ให้เดาก็คงน่าจะเป็นการที่ว่าเด็กคนนั้นต้องมีตุนไว้เป็นสต็อกอยู่ที่บ้านแน่ๆ ด้วยความที่แอบสงสัยในรสชาติของมันก็ทำให้เขาอดที่จะพรีออเดอร์มาลองเองอย่างช่วยไม่ได้ คำแรกที่กัดเข้าไปน่ะเหรอ ยาสีฟันชัดๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ รู้ตัวอีกทีเขาก็ดันพรีออเดอร์มาเป็นโหล เหตุผลก็เพราะคิมดงฮยอนนั่นแหละ

 



จากการที่เขาคอยดูชีวิตประจำวันของดงฮยอนก็พอจะเดาได้ว่าอีกคนชอบสีฟ้ามากขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า นาฬิกา หรือแม้กระทั่งเสื้อโค้ทสีฟ้าอ่อนที่เจ้าตัวมักจะใส่ในทุกฤดูหนาว เดาเถอะว่าหากอีกฝ่ายบอกว่าที่กินโดรายากิช็อคมิ้นต์ในทุกวันเพราะซองมันเป็นสีฟ้าด้วยเนี่ย เขาก็เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้สึกขอบคุณสีฟ้าจริงๆที่ถูกคิมดงฮยอนลักพาตัวไป สารภาพเลยว่าถ้าไม่มีสีฟ้าเป็นองค์ประกอบบนร่างกายของคนเด็กกว่าขนาดนั้น เขาก็น่าจะไม่มีวันได้พบเจออีกฝ่ายรวมไปถึงการตกหลุมรักรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าน่ารักนั่นอีกด้วย แต่ก็เหมือนว่าเป็นเรื่องเล่าหลอกเด็กที่อิมยองมินกำลังคิดอยู่ในหัว เพราะต่อให้วันนี้หรือวันอื่นที่ไม่ใช่ในฤดูหนาวถึงแม้ว่าคิมดงฮยอนจะใส่เสื้อยูนิฟอร์มเดียวกับคนทั้งโรงเรียน สายตาของเขาก็มักจะหยุดอยู่ที่คนเด็กกว่าอยู่ดี

 

 

 


ตกลงดงฮยอนจะอยู่ชมรมอะไรกันเนี่ยหลังจากหมดคาบสุดท้ายของการเรียนประจำวัน ทุกคนภายในห้องสี่เหลี่ยมที่คุ้นเคยทยอยกันเก็บของพร้อมเลื่อนเก้าอี้ให้อยู่ในที่ที่เป็นระเบียบ เสียงดังโครมครามจากการวิ่งบนทางเดินอาคารเรียนรวมทั้งเสียงปลายขาเก้าอี้ที่สัมผัสกับพื้นไม้ ทำให้ดงฮยอนหน้านิ่วคิ้วขมวดจนดงฮันต้องเรียกร้องความสนใจด้วยประโยคคำถามนั้น


เรายังไม่รู้เลย อาจจะไม่เข้าอะไรเลยก็ได้มั้งเขาตอบปัด ก่อนที่มือเรียวนั่นจะค่อยๆไล่เก็บปึกชีทและหนังสือสองสามเล่มที่ได้มาในวันเปิดภาคเรียนวันแรก ดวงตาเรียวสะดุดกับซองขนมในกระเป๋าที่พึ่งได้มาจากบุคคลแปลกหน้าเมื่อตอนกลางวัน ก่อนจะหยิบขึ้นมาถือไว้เหมือนในทุกวันเพียงแต่วันนี้ได้ถือเพิ่มมาอีกหนึ่งเวลาก็คือตอนเย็น มีหลายคนชอบบอกว่าเขาน่ะแปลกที่ชอบถือถุงขนมเอาไว้กับมือ ย้อนไปเมื่อสองปีก่อนตอนที่รู้จักกับดงฮันในช่วงแรก นิสัยการติดถือถุงขนมของเขามันก็ค่อนข้างที่จะขัดใจดงฮันเล็กน้อย ในตอนนั้นนจำได้เลยว่าดงฮันพูดกับเขาว่า ทำตัวให้มีมือบ้าง มันน่าหงุดหงิดแต่เขาก็ไม่ค่อยเข้าใจมากนักว่าการติดถือถุงขนมของเขามันน่าหงุดหงิดอย่างไร ถ้าถามว่าตอนนี้เข้าใจแล้วน่ะเหรอก็ตอบได้เลยว่า ไม่ มีเพียงดงฮันที่ต้องเป็นฝ่ายเข้าใจเขาเสียเอง

 

งั้นลองไปดูชมรมนี้ก่อน เราเห็นว่าตอนเย็นเขาจะมีตั้งมินิสเตจใต้โรงอาหารด้วยอย่างน้อยก็ไปฟังเพลงเล่นแล้วกัน ตอนแรกก็กะว่าจะปฏิเสธเพื่อนสนิทตัวเองตั้งแต่เมื่อตอนกลางวันแต่สรุปสุดท้ายด้วยความทีเล่นทีจริงว่าจะโกรธของดงฮันก็ทำให้เขาไม่กล้าที่จะปฏิเสธเท่าไหร่เลยจำเป็นที่ต้องเดินตามมาด้วย เหตุผลที่จะเบี้ยวนัดน่ะเหรอก็ไม่ใช่อะไรเลยนอกจากอยากรีบกลับบ้านมาให้อาหารเจ้าวิปปิ้งก็แค่นั้นเอง

ทำหน้าแบบนั้นรู้นะว่าไม่อยากตามมาด้วยน่ะเขาก็พึ่งรู้ว่าตัวเองเก็บสีหน้าไม่เก่งเอาเสียเลยก็ตอนที่ดงฮันหันกลับมาหาเขาก่อนจะก้าวพ้นประตูห้องเรียนออกไป อ่า แย่จังโดนจับได้ซะแล้ว


เครื่องให้อาหารปลาก็ซื้อแล้ว เห็นปลาทองสำคัญกว่าเพื่อนหรือไงเนี่ยคิมดงฮยอนดงฮันบ่นอุบแต่ก็ยังเดินจูงมือเขาไปตลอดทาง ตอนนี้เป็นเวลาที่ไม่ได้ถือว่าเย็นมากนัก ภายใต้โรงอาหารที่ปกติในทุกวันหลังสี่โมงครึ่งมักจะไม่ค่อยมีเด็กนักเรียนหลงเหลืออยู่แต่ในวันนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังเดินพลุกพล่านเพื่อหาที่ที่ดีที่สุดในการนั่งฟังดนตรีสดจากชมรมดนตรีที่เพื่อนสนิทของเขาอยากเข้านักหนา รวมถึงฝั่งซ้ายมือนั่นก็มีโต๊ะเก้าอี้ไม้ยาววางอยู่พร้อมกับบุคคลที่คอยยิ้มแย้มต้อนรับผู้คนที่ยืนต่อแถวกันยาวเหยียดซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีแต่ผู้หญิง ถ้าเดาไม่ผิดบริเวณตรงนั้นก็คงจะเป็นที่ลงทะเบียนเข้าชมรมและถ้าดงฮยอนเดาไม่ผิดอีก ผู้หญิงพวกนั้นน่ะน่าจะเข้าชมรมมาเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับคนที่ตัวเองชอบมากกว่า ถามว่ารู้ได้ยังไงน่ะเหรอ ถึงแม้ว่าดงฮยอนจะไม่ค่อยสนใจชมรมดนตรีเท่าไหร่ แต่ก็พอจะรู้มาจากเพื่อนผู้หญิงในห้องบ้างว่าชมรมดนตรีรวมบุคคลหน้าตาดีของโรงเรียนไว้ค่อนข้างเยอะ เอ .. หรือนี่จะเป็นเหตุผลที่ดงฮันอยากเข้าชมรมนี้กันแน่นะ

 

 


ดงฮยอนเข้าไปข้างในไปนั่งฟังเพลงก่อนเดี๋ยวเราตามเข้าไปดงฮันเอ่ยพูดกับเขาอย่างรีบร้อนพลางโบกมือไล่เมื่อเจ้าตัวเห็นว่าหางแถวเริ่มจะยาวเพิ่มมากขึ้นทุกที เขาพยักหน้ารับก่อนจะเดินเข้าข้างใต้โรงอาหารเพื่อหาที่นั่งคอย ดงฮยอนไม่ได้เข้าใกล้มินิสเตจมากนักเป็นเพราะถูกผู้คนที่มาถึงก่อนหน้าเขาจับจองไปเป็นที่เรียบร้อย แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเท่าไหร่ให้เขาต้องใส่ใจในเมื่อมันไม่มีอะไรให้ต้องใส่ใจเลยสักนิด ไม่ได้วางแผนจะมาดูนักร้องสักหน่อย โดรายากิที่เขาถือมาในมือถูกแกะออกมาช้าๆก่อนจะถูกละเลียดเข้าปากไปทีละนิด สารภาพว่าเขาน่ะติดโดรายากิช็อคมิ้นต์มากๆถึงขนาดต้องเหมาซื้อมาตุนที่บ้านทุกครั้ง เพราะคุณพ่อคุณแม่ของเขาเวียนไปญี่ปุ่นบ่อยเขาเลยได้ผลพลอยได้มาเป็นขนมชิ้นนี้ แอบเคยโดนหลายคนถามอยู่ว่ามันอร่อยตรงไหน เขาก็ไม่รู้ควรจะตอบว่าอย่างไร ก็อร่อยเหมือนตอนเผลอกินยาสีฟันในตอนเด็ก อะไรประมาณนั้น

 

 

ตึ๊ง

เสียงเทสกีตาร์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรี๊ดที่ดังไปทั่วบริเวณ เขาหันหลังกลับไปมองตามความเคยชินของมนุษย์ที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกโดยไม่ใส่ใจอะไรมากนัก แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนที่อยู่บนเวทีที่เขาคุ้นตากับกีตาร์อะคูสติกนั่นยังทำให้เขาหยุดมองไม่ได้ถึงแม้ว่าเพลงที่เขาชอบจะดำเนินผ่านไปครึ่งนาทีแล้ว เขาก็พึ่งจะรู้วันนี้ว่าเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนน่ะมันเข้ากันได้ดีกับกีตาร์สีซันเบิร์สเป็นไหนๆ

I like me better when I’m with you
I like me better when I’m with you
I knew from the first time, I’d stay for a long time
‘Cause I like me better when
I like me better when I’m with you

 

เพลงนี้เป็นเพลงที่เขาชอบมากที่สุด ถึงแม้ว่าจะไม่เคยมีความรักอย่างจริงจังในช่วงที่ผ่านมาแต่เพลงนี้ก็ยังทำให้เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้ฟัง คนที่ไม่ได้อกหักแต่ฟังเพลงเศร้าแล้วอินไปกับมันก็คงไม่ต่างอะไรกับเขาที่ฟังเพลงรักแล้วฟีลกู้ด แต่ในตอนนี้เขาก็ชักจะเริ่มไม่แน่ใจว่าที่กำลังยิ้มอยู่ เป็นเพราะเพลงที่ชอบหรือเป็นเพราะคนบนเวทีที่กำลังนั่งบรรเลงเพลงนี้อยู่กันแน่ บ้าจริง ใจเต้นไปหมดแล้วคิมดงฮยอน

Stay awhile stay awhile
Stay here with me
Stay awhile stay awhile, oh

เหมือนหูดับไปชั่วขณะ เขาแทบจะกัดลิ้นตัวเองตายในเมื่อเนื้อร้องท่อนนี้มันชัดเจนกว่าท่อนไหนๆก็ตอนที่สายตาที่เป็นประกายใสเหมือนมีดาวล้านดวงนั่นกำลังจ้องมองมาทางเขา รวมทั้งริมฝีปากที่กำลังไล่ร้องเนื้อเพลงนั่นก็ยกยิ้มไปพร้อมกัน ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่สายตาของเขาและอีกฝ่ายประสานกันจนกระทั่งเขาเผลอพูดกับตัวเองขึ้นมาว่า yes, sure ในท่อน stay awhile ตอนเกือบสุดท้ายของเพลง อ่า ก็ภาวนาไมให้อีกฝ่ายอ่านปากออกก็แค่นั้น  

 

 

 

"ดงฮยอน!" ดงฮันตะโกนเรียกดงฮยอนจากข้างนอกทำให้เขาตกใจเล็กน้อยก่อนจะพยายามเดินแทรกตัวออกจากผู้คนที่ค่อนข้างเบียดเสียด เดาได้ไม่ยากเลยที่คนเยอะขนาดนี้เนี่ยส่วนหนึ่งก็คงเป็นคนบนเวทีนั่นแหละ ร้ายกาจชะมัด รอยยิ้มของดงฮันบ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวกำลังมีความสุขขนาดไหนที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของชมรมดนตรีนี้ สองมือนั่นจับมือเขาขึ้นแล้วเขย่าไปมาเหมือนเด็กจนเขาต้องปรามให้อีกคนเก็บอาการ แต่ผ่านไปไม่นานก็เหมือนเขาเองที่จะแทบทรงตัวไม่ได้ เมื่อได้ยินเพื่อนสนิทตัวดีบอกกระซิบบอกว่าคนที่อยู่บนเวทีน่ะ อิมยองมิน

"บ้าหรือเปล่า!" ต่อให้เขาเอ่ยถามสักกี่ครั้งแต่ดงฮันก็ยังยืนยันว่าคนบนนั้นน่ะชื่ออิมยองมินจริงๆโดยให้คำอธิบายที่ว่าตอนกำลังกรอกรายละเอียดตอนลงทะเบียน รุ่นพี่ที่โต๊ะรีจิสเป็นคนบอกเองกับปากว่าวันนี้อิมยองมินขึ้นแสดงบนเวที แต่ .. คนที่ชื่อยองมินก็ไม่ได้มีอยู่คนเดียวในโรงเรียนสักหน่อย

ยองมินไง พี่ยองมินห้องสอง เขาเหวอไปเล็กน้อย เอาจริงก็คือไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้ายังไงดงฮันถึงได้กลั้นขำขนาดนั้นก่อนจะโบกมือลาเขาแล้วหนีเขากลับบ้านไปดื้อๆ เรื่องราวตอนนี้ในหัวของเขาน่ะนะบอกได้เลยว่าจะยกดิฟฟังก์ชันเอ็กซ์เทียบเอ็กซ์กยังไปไม่ถูก ถามว่าความจริงถ้าเป็นคนเดียวกันกับคนบนเวทีคนที่ทำให้เขาละสายตาออกไปไม่ได้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจตอนนี้กำลังพองโตมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา แต่อีกใจก็แอบภาวนาให้ไม่ใช่คนเดียวกัน นี่มันบ้าไปแล้ว

 

 

กินขนมหมดแล้วเหรอ เสียงที่ไม่คุ้นหูในรอบที่สองของวันทำให้เขาต้องชะงักจังหวะการเดินของตน ดวงตาเฉี่ยวที่กำลังเดินมองพื้นด้วยความกังวลใจและกระวนกระวายในตอนแรก เงยขึ้นสบตากับบุคคลที่กำลังยืนขวางเขาอย่างเต็มทาง ผู้ชายผมสีน้ำตาลอ่อน กีตาร์สีซันเบิร์ส เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนและกางเกงสีขาวล้วนนั่นที่สะท้อนกับแสงไฟสีขาวบนเวทีจนทำให้เขาละสายตาออกไม่ได้ตลอดสามนาทีเต็มเมื่อห้านาทีที่แล้วในตอนนี้กลับยืนอยู่ข้างหน้าเขา ดงฮยอนถึงกับจับต้นชนปลายไม่ถูก ปกติขาที่ไม่ค่อยจะทำตามคำสั่งมากนักวันนี้กลับทำงานได้ดีเหลือเกิน เขาเดินเอี้ยวหลบอีกฝ่ายผ่านไปแต่ก็ยังถูกรั้งด้วยมือของใครสักคนเอาไว้ซึ่งก็เดาได้ไม่ยากว่าเป็นบุคคลที่เอ่ยถามเรื่องขนมกับเขาในตอนแรกนั่นแหละ

 

ขอโทษที่แตะตัวนะไม่ได้ตั้งใจ แต่ไม่อยากให้เดินหนีไปเลย เขาไม่ได้หันกลับไปมองหน้าอีกฝ่ายได้แต่ยืนหันหลังให้แบบนั้นจนร้อนถึงยองมินต้องเดินอ้อมมาข้างหน้าเขาอีกครั้ง ดงฮยอนเอาแต่ก้มหน้ามองปลายเท้าของตนด้วยความประหม่า สาบานเถอะว่าถ้าเขาเป็นโรคหัวใจขึ้นมาเขานี่แหละจะโทษคนตรงหน้าเป็นอันดับแรก ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้ใบหน้าเขามันร้อนผ่าวไปหมดทั้งที่อุณหภูมิในตอนนี้ก็ไม่ได้มากไปกว่ายี่สิบสององศา ทั้งที่เดินออกมาได้แล้วในทุกครั้งแต่ครั้งนี้ทำไมไม่เดินหนีกันนะ อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกของเขาสั่งให้เขายืนอยู่ตรงนี้อีกสักนิด หรืออาจจะเป็นเพราะคำพูดของตรงหน้า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรเขาจะไม่เดินหนีไปอีกแล้ว

 

เลิกหนีพี่ได้แล้วครับ สัมผัสบนกลุ่มผมทำให้เขาต้องเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็เหมือนกับว่าตัวเองกำลังคิดผิดที่ทำแบบนั้น รอยยิ้มอ่อนโยนที่เขาแอบชอบมันมาตลอดในตอนนี้กำลังถูกมอบให้แก่เขา เขาซึ่งอยู่ตรงนี้ เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมาก็เผลอทำให้เขาอยากจะร้องไห้ใส่คนตรงหน้ามันซะตอนนี้

 

คิมดงฮยอนคนที่แอบชอบอิมยองมินในเวลาห้าเดือนเต็มและอิมยองมินคนที่แอบชอบคิมดงฮยอนในเวลาหนึ่งปีเต็ม ฟังแล้วอาจจะดูประหลาดที่ต่างฝ่ายต่างไม่กล้าเข้าหากัน รวมทั้งคิมดงฮยอนซึ่งไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อของอิมยองมิน วันแรกที่อิมยองมินเจอคิมดงฮยอนถ้าเดาไม่ผิดคงเป็นช่วงฤดูหนาวหน้าโรงเรียน แต่ในวันแรกของดงฮยอนที่ได้เจออิมยองมินเป็นวันที่คิมดงฮยอนหัดขึ้นรถเมล์ครั้งแรก ด้วยความที่ทางบ้านของเขาต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้งจากที่เคยถูกรับส่งโดยคุณพ่อและคุณแม่ เหตุการณ์ที่บังคับเลยจำเป็นต้องทำให้เขาขึ้นรถเมล์มาโรงเรียนด้วยตัวเอง อะไรที่เป็นวันแรกถึงแม้มันจะยุ่งยากแต่เชื่อเขาเถอะว่ามันเป็นความทรงจำที่ดีที่ไม่สามารถลืมได้เลย รวมถึงคนนั้นด้วย

 

ในวันนั้นเขาจำได้ว่าค่อนข้างสับสนกับเส้นทางของรถประจำทางเล็กน้อยแต่ด้วยความที่ใช้สายตาจ้องมองเด็กนักเรียนชุดยูนิฟอร์มเดียวกับเขาก็ทำให้การโดยสารโดยรถประจำทางไม่ได้ยุ่งยากอะไร โดยเฉพาะกับการที่ใช้สีผมสีแดงของอีกฝ่ายในการจับจุดเริ่มต้นในการเดินทาง ใช่ เมื่อก่อนน่ะอิมยองมินทำผมสีแดง และมันก็เกือบทุกวันที่เขามักจะเจออีกคนบนรถประจำทาง บ้างก็ยืนหันหลังให้เขา บ้างก็นั่งข้างเขา บ้างก็ลุกให้เขานั่งหรือแม้แต่บางทีก็แอบถามชื่อเขา

'เราชื่อคิมดงฮยอน' นั่นคือประโยคแรกที่เขาพูดกับอีกฝ่าย แต่หลังจากนั้นบทสนทนาก็ถูกคั่นกลางโดยเสียงเพลงที่ถูกถ่ายทอดออกผ่านเฮดโฟน เขาพยายามจะไม่ใส่ใจมากเท่าไหร่นักและสายตาไม่เคยถูกหันกลับไปจ้องมองป้ายชื่อสีดำที่อยู่บนหน้าอกของอีกคนแม้แต่น้อยรวมทั้งการมองหน้าอีกคนตรงๆ รู้แค่ว่าชอบรอยยิ้มนั้นแต่ไม่ได้พร้อมที่จะรู้จัก อาจจะเป็นเพราะที่ผ่านมาเขามักจะถูกโดนให้วิ่งตามอยู่บ่อยครั้ง การที่จะชอบใครสักคนหรือพาตัวเองเข้าไปในชีวิตใครสักคนจึงเป็นเรื่องยาก ถึงแม้จะอยากรู้จักกับอิมยองมินมากเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เขาทำกลับตรงกันข้ามกับความรู้สึกทั้งหมด พูดได้ว่าต่อให้อิมยองมินพยายามยัดตัวเองเข้ามาในชีวิตเขาเขาก็เอาแต่วิ่งหนี ไม่เคยอยากรู้ ไม่เคยอยากสนใจว่าอีกฝ่ายจะชื่ออะไร อยู่ชั้นอะไรหรืออยู่ห้องไหน นั่นคือสิ่งที่ดงฮยอนทำ

 

อิมยองมินก็เช่นเดียวกัน ต่อให้เขาจะชอบดงฮยอนมากขนาดไหนแต่ท่าทีที่ดงฮยอนแสดงออกในตอนแรกก็ทำให้เขาไม่เคยคิดที่จะเข้าหาคนเด็กกว่าเลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่เพราะความรู้สึกที่มีมันไม่ได้มากพอแต่เพราะว่ารู้สึกด้วยมากๆและชอบมากๆ เลยอยากให้อีกฝ่ายพร้อมที่จะเปิดใจด้วยความรู้สึกที่พร้อมจริงๆ การไม่พยายามยัดตัวเองเข้าไปในชีวิตของคิมดงฮยอนนั่นคือสิ่งที่ยองมินทำ

 

แต่ในท้ายที่สุดเขาก็เหมือนว่าต้องยอมแพ้กับความรู้สึกที่มันแทบล้นทะลักออกมาของตัวเอง ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่เขาจะได้อยู่ในรั้วโรงเรียนก่อนจะย้ายไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ สถานการณ์บีบคั้นทุกอย่างทำให้เขาอยากที่จะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของดงฮยอนถึงแม้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร ถ้ามองถึงการทอยลูกเต๋าแล้วดันออกมาเป็นพี่ คนรู้จักหรือแม้กระทั่งแฟน ต่อให้ผลลัพธ์ไม่ใช่ข้อสุดท้าย เขาก็ไม่เสียใจเลยสักนิดแลกกับการที่อีกฝ่ายรู้จักเขาและรู้ชื่อของเขาในความทรงจำที่เป็นความทรงจำที่ดีที่เขาสามารถจะสร้างมันให้ได้ เขาก็ดีใจมากแล้ว

 

เราขอโทษนะ

พี่ชื่ออิมยองมิน

เราชื่อคิมดงฮยอน

 

.

.

.

.


ไม่เคยลืมชื่อของเรามาตั้งแต่วันแรกแล้วครับ







END

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

อินสไปเรชั่นมาจากเพลง i like me better ของคุณ lauv อีกแล้วค่ะ

ฟังแล้วให้ฟีลแบบว่าอยู่ไฮสคูลมากๆครั้งนี้เลยแต่งเป็นแนวโรงเรียนหน่อย

อีกนิดจะทำเป็นสตอรี่รวมวันช็อตจากเพลงคุณ lauv แล้วจีมๆ y _ y 

ขอให้มีความสุขกับวันเสาร์นะคะ <3 

ฝากแท็กฟิคด้วยค่ะฮื่อ #ลมบทยองดง (พึ่งจะมารู้ตัวว่าควรลงแท็กฟิค)


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ochqx จากทั้งหมด 12 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 นัมเบ้อทู
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 00:16

    โฮรรรรร เพลงโปรดเราเลยค่ะ แงงง ชอบเพลงเค้ามากๆๆๆ ทำคอลเลคชั่นฟิคเลยค่ะ ติดตามๆๆ คือเหมือนเจอขุมทรัพย์เลยแะ จริงๆ ภาษาดีมาก คำบรรยายดีมาก และเนื้อเรื่องก็น่ารักมากๆๆๆ ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะคะㅠㅠ

    #3
    0
  2. #2 pmdZ
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 02:03

    ชอบการที่ไปเจอกันบนรถเมล์แล้วก็ได้อยู่ใกล้ๆกัน ตอนที่รู้ว่าอีกคนชอบกินอะไรก็ไปซื้อมาให้ ตอนที่น้องมาดูพี่ยองมินร้องเพลงจนละสายตาไปไม่ได้นี่ก็น่ารักมากๆๆ แอบชอบกันทั้งคู่แต่ว่าไม่บอกกันจนสุดท้ายพี่ยองมินก็สารภาพจนได้ ที่พี่เค้าบอกว่า'ไม่เคยลืมชื่อของเรามาตั้งแต่วันแรกแล้วครับ'นี่เขินมากเลยค่ะTvT ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆนะคะ^^

    #2
    0
  3. วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 13:13

    น่ารักมากเลยยยย ฮืออออ แอบชอบกับไปแอบชอบกันมาแบบนี้มันพรหมลิขิตชัดๆ เป็นฟิคhighshchool vibeที่อ่านแล้วfeel goodสุดๆ น้องดงน่ารักมากเลย พี่ยองมินก็โคตรคูล เพลงก็น่ารักมากๆเลยด้วย ชอบบบบ

    #1
    0