คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย OS : BLOOM ( youngmin x donghyun ) OS : BLOOM ( youngmin x donghyun ) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...
b
e
r
l
i
n
?
>

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 มี.ค. 62 / 15:37



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ pinterest piano


ONE SHOT - BLOOM

re-write from special hyunbin x donghyun





ยองมิน วันนี้ต้องซ้อมเปียโนอีกหรือเปล่าสมุดเล่มเล็กถูกปิดลง บันทึกที่เขียนเป็นประจำในทุกวันไม่เคยทำให้ตัวของเขาเบื่อมันเลยสักนิด ในเมื่อเรื่องราวที่อยู่ในนั้นเป็นเรื่องราวทั้งหมดของเจ้าของเสียงเจื้อยแจ้วที่เอ่ยขึ้นมาเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน ดงฮยอนมีรอยยิ้มที่สดใส มีพลังบวกภายในตัวที่ค่อนข้างสูง และในข้อนั้นมันก็ทำให้ใครหลายคนที่อยู่ข้างๆอีกฝ่าย รู้สึกมีความสุขไปตามๆกัน




รวมถึงเขาด้วยมั้ยน่ะเหรอ

เรื่องอะไรจะปฎิเสธว่าไม่ล่ะ




ซ้อมเหมือนเดิมเลย ดงฮยอนจะเข้าไปดูเราซ้อมด้วยมั้ย

แล้วเราไม่เคยไม่เข้าไปดูเหรอ

เขาส่ายหัว ก็ถูกอย่างที่ดงฮยอนพูด อีกไม่กี่วันเขาต้องแสดงงานของโรงเรียนและดงฮยอนก็มักจะมานั่งดูเขาซ้อมเปียโนทุกครั้ง ถึงแม้ว่าตัวของสเกลงานจะไม่ใหญ่จนต้องออกปากร้องอย่างตกใจอะไรแบบนั้น แต่มันก็จะดูเป็นเรื่องโกหกไปหน่อยหากจะบอกว่าเขาไม่ตื่นเต้นกับการแสดงครั้งนี้ จำนวนนักเรียนในโรงเรียนของเขาก็ค่อนข้างที่จะเยอะและความจริงอีกหนึ่งอย่างคือเขาเป็นพวกไม่ชอบพบปะผู้คนรวมไปทั้งกับการต้องพบเจอผู้คนเยอะๆ ถ้าหากครูประจำชั้นไม่ขอร้อง เขาก็คงจะไม่ยอมทำอะไรแบบนี้เป็นแน่



ตั้งแต่ที่ได้ย้ายเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ ดงฮยอนเป็นคนแรกที่เข้ามาทำความรู้จักกับเขา

รู้ตัวอีกทีก็สนิทและตัวติดกันไปเสียแล้ว

และรู้ตัวอีกที

เขาก็หลงรักเพื่อนสนิทคนนี้ไปเสียเต็มประดา



หากแต่ความรู้สึกทั้งหมด ยังคงถูกกักเก็บไว้อย่างมิดชิด สถานะของเพื่อนสนิทที่จะก้าวข้ามไปอีกขั้นที่มากกว่านั้น ก็คงจะเป็นไปได้ยาก ยิ่งท่าทางที่อีกฝ่ายแสดงออกถึงเขตที่วางเอาไว้ระหว่างเขากับเจ้าตัวว่าควรเป็นแค่เพื่อน ทุกอย่างมันไม่สามารถที่จะไปต่อได้อีกอยู่ดี



ถ้าจะให้เลิกรู้สึกไปเสียเลยก็คงจะยาก

ความรู้สึกการชอบใครสักคนมันห้ามกันได้ด้วยหรือไงกัน

ถ้ามีใครทำได้สัก 99% เขาขอเป็น 1% ที่เหลือแทนก็แล้วกัน

เข็มนาฬิกาบ่งบอกถึงเวลา เสียงปึงปังจากความร้อนรนของนักเรียนสี่สิบชีวิตภายในห้องเรียนกำลังเก็บข้าวของและสัมภาระเมื่อจบคาบเรียนสุดท้าย



เขาไม่ได้รีบร้อนในการจัดเก็บของลงภายในกระเป๋า ในเมื่อหลังจากนี้แล้วสถานที่ที่เขาต้องไปคือห้องดนตรีไม่ใช่การเร่งฝีเท้ากลับบ้านแบบที่นักเรียนคนอื่นเป็นกัน



วันนี้ยองมินต้องเล่นเก่งกว่าเมื่อวานอีกแน่ๆเลย



ยกยิ้มให้กับคำพูดน่ารักที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากของอีกฝ่าย เหลือบมองเสี้ยวหน้าของบุคคลซึ่งเป็นเพื่อนสนิท พวงแก้มที่กำลังขึ้นสีระเรื่อเพราะความร้อนวาบจากอุณหภูมิที่ก่อตัวจากแสงแดดภายนอกทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนภายในท้องเสียแปลกๆ



เขาว่ากันว่า เมื่อเรารู้สึกตื่นเต้นมากๆหรือว่าได้พบกับบุคคลซึ่งเป็นสาเหตุของการตกหลุมรัก อาการผีเสื้อบินวนอยู่ในท้องน่ะ มักจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง

 

หน้าเรามีอะไรติดหรือเปล่า

จริงๆแล้วเขาก็แอบคิดว่าตัวเองก็ไม่ได้ทำตัวเนียนเลยสักนิดแต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะถูกจับได้แบบโต้งๆขนาดนี้ เหตุผลร้อยแปดพันเก้าที่ก่อตัวขึ้นในสมองเริ่มเรียงลำดับก่อนหลังแทบไม่ถูก สิ่งสุดท้ายที่เกิดขึ้นมีเพียงแค่เสียงหัวเราะของดงฮยอนและอาการเกาท้ายทอยแก้เขินของเขาแทน



ใช้เวลาเดินออกมาจากห้องเรียนเพียงไม่นานก็ถึงสถานที่ปลายทาง ห้องดนตรีถูกปิดล็อคหากแต่กุญแจดอกสีเงินที่เขามี สามารถที่จะไขเข้าไปได้

 

เปิดประตูให้อีกฝ่ายได้ก้าวตามเข้ามาเหมือนในทุกวัน ที่ประจำที่ดงฮยอนมักจะใช้นั่งดูเขาซ้อมไม่ใช่เก้าอี้เปียโนตัวยาวแบบในนิยายหรือละครทั่วไปการนั่งเล่นนอนเล่นอยู่บนพื้นห้องดนตรีเป็นสิ่งที่ดงฮยอนมักจะชอบทำ เพราะอีกฝ่ายชอบกินอิ่มในตอนกลางวันรวมไปทั้งเสียงดนตรีที่บรรเลง ตามธรรมชาติของร่างกายก็คงหนีไม่พ้นที่จะเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างง่ายดาย

 

ดังนั้นในทุกวันหลังเลิกซ้อมเขาต้องเป็นคนปลุกดงฮยอนเพื่อให้กลับบ้านด้วยกันเสมอ



อาจจะดูเป็นเพื่อนที่ไม่ดีไปเสียหน่อยแต่เขาก็รู้สึกชอบที่ในบางครั้งดงฮยอนก็เผลอหลับไปด้วยเสียงบรรเลงเปียโนของเขา การได้มองใบหน้าของเพื่อนสนิทตัวเล็กใกล้ๆก่อนจะลงมือปลุก ก็เป็นสิ่งที่เขาทำในทุกวันเช่นเดียวกัน



แล้วใครใช้ให้น่ารัก ?



ถ้าหากวันนึงเขาโดนจับได้ขึ้นมา ก็อยากจะแก้ตัวด้วยคำนั้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเสีย

แต่ก็นั่นแหละทำได้แค่ความคิด ในเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนเขายังเดตแอร์จนแทบช็อคพอโดนจับได้ว่าไปแอบมองหน้าของเพื่อนสนิทตัวเองเข้า

 

จะหลับอีกหรือเปล่าน่ะ

ไม่หลับหรอกน่า

ก็เห็นหลับทุกวันเลย

อ่ะ งั้นเอางี้ วันนี้เรานั่งข้างๆยองมินเลย



ไม่พูดเปล่า ร่างที่กำลังนั่งจุ้มปุ๊กกับพื้นเมื่อไม่กี่นาทีกลับลุกพรวดพราดขึ้นมาพร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้เปียโนตัวเดียวกับเขา และวินาทีนั้นที่เขาคิดว่าหัวใจของเขาเริ่มกระตุกอย่างห้ามไม่อยู่



ที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้ใกล้กันมากขนาดนี้เสียด้วยซ้ำ

ใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆออกมาจากอีกฝ่าย

วันนี้อิมยองมินไม่ปลอดภัยอีกต่อไป



เริ่มเล่นได้หรือยัง อยากฟังคนเก่งเล่นเปียโนแล้วเนี่ย

คำพูดที่น่ารักถูกส่งออกมาอย่างที่เจ้าตัวก็คงจะไม่รู้เสียกระมังว่ามันมีอิทธิพลต่อใจของคนที่ได้ฟังมากขนาดไหน สารภาพว่าในตอนนี้หูเขาแทบจะดับไปแล้วเสียด้วยซ้ำ ความใกล้ชิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกลับกำลังวิ่งมาหาเขาด้วยความรวดเร็วจนไม่ทันได้ตั้งตัว



ยามที่เรียวนิ้วไล่บรรเลงลงบนเปียโน กดไล่ไปในแต่ละคีย์ ดวงตาเรียวสวยกำลังจดจ้องมาที่ใบหน้าของเขาอย่างเปิดเผย เสี้ยววินาทีหนึ่งที่เขารู้ตัวเองว่ากำลังกดคอร์ดผิด เสียงเพลงที่ถูกบรรเลงก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีถูกหยุดลง ความมั่นใจที่สั่งสมมาไม่ได้เหือดหายไปไหน ในเมื่อเขารู้ตัวเองดีว่าสาเหตุในการพลาดพลั้งครั้งนี้มันไม่ใช่เพราะความไร้ความชำนาญของตัวเขาเอง



หากแต่เหตุผลที่กำลังทำให้เขาสติขาดสะบั้น เป็นบุคคลที่กำลังนั่งอยู่ข้างกายของเขาตั้งหาก

ไม่เป็นไรนะ



ยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง สติที่กระจัดกระจายไปเมื่อสักครู่เขากำลังที่จะจัดการมันให้เป็นปกติเฉกเช่นเดิม แต่จะให้ใจเย็นได้อย่างไร ในเมื่อคิมดงฮยอนเล่นทำให้เขาปั่นป่วนภายในจิตใจและร่างกายมากขนาดนี้ หากได้ปลดปล่อยผีเสื้อที่บินวนอยู่ในท้องทั้งหมดทั้งมวล ห้องแห่งนี้ก็คงไม่เหลือแม้แต่ที่ไว้หายใจเป็นแน่




ใจเย็นๆเนอะ ยองมินเก่งที่สุดแล้วเพียงแค่หันกลับไปมองรอยยิ้มที่อยู่ใกล้เพียงไม่กี่เมตร หัวใจเขาก็เริ่มกลับมาเต้นเร็วระรัวอย่างน่ากลัว ด้วยความเงียบที่ปกคลุมภายในห้องเขาก็ได้แต่ภาวนาให้อีกฝ่ายไม่ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นจนผิดปกติในขณะนี้ แต่เหมือนทุกอย่างก็ไม่ได้ถูกตอบรับความต้องการอย่างง่ายดายเสียขนาดนั้น ดงฮยอนยังคงส่งยิ้มให้แก่เขาประโยคที่เอ่ยถามเรื่องเสียงของหัวใจกำลังทำให้เขาเหมือนเจอทางตัน

 

สติที่คิดว่าเริ่มจะรวบรวมมันเอาไว้ได้

 

ในตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกระจัดกระจายกลายเป็นตะกอนที่หล่นตามแรงโน้มถ่วง หากแต่มันกำลังแหลกละเอียดและย่อยสลายหายไปแทบทั้งหมด



แค่มือเรียวที่กำลังประคองใบหน้าของเขาเอาไว้อย่างแผ่วเบา เพียงเท่านั้น เขาก็แทบจะไม่รู้จักวิธีการหายใจอีกเลย



รู้ใช่มั้ยว่าเราอยู่ตรงนี้ตลอด เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลอะไรนะ



คนน่ารักมักจะไม่รู้ตัวเองว่าน่ารัก

และคนน่ารักมักจะไม่รู้ว่ากำลังจะทำให้คนอื่นขาดใจตาย

อื้ม




.






บันทึกประจำวันของอิมยองมิน

12.02.2019 – คิมดงฮยอน ผู้ไม่รู้อะไรเอาเสียเลย





.





วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันแห่งความรัก ใครๆหลายคนบนโลกก็คงที่จะทราบเป็นอย่างดี และมันก็เป็นวันเดียวกับการที่โรงเรียนของเขามีงานแสดงประจำปีที่ให้นักเรียนได้ออกมาแสดงความสามารถรวมไปถึงการจัดกิจกรรมออกบูธโดยงดการเรียนการสอนทั้งหมด การแสดงของเขาที่ถูกเลือกคือการโชว์บรรเลงเปียโนบนบริเวณห้องประชุมที่ถูกจัดลำดับไว้เป็นคิวลำดับแรก



ดงฮยอนยังไม่มาและอีกหนึ่งชั่วโมงที่เขาใกล้ที่จะต้องขึ้นแสดง



ความกังวลทั้งหมดเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างน่ากลัว ในเมื่อการทำอะไรในทุกครั้งหากเขาไร้ซึ่งความมั่นใจ ดงฮยอนจะเป็นฝ่ายมอบพลังนั้นให้แก่เขาเสมอ ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นหายไปไหนในเมื่อเมื่อวานก่อนที่จะแยกกัน เพื่อนสนิทตัวเล็กบอกเขาล่วงหน้าเอาไว้แล้วว่าอาจจะไปช้าเพราะมีทำธุระในตอนเช้ากับทางบ้าน



เขาจะดูงอแงไปหรือเปล่าหากจะโทรเรียกให้ดงฮยอนรีบมาหาเขาเสียตอนนี้ ?



อาการกระวนกระวายที่เกิดขึ้น เขาไม่สามารถที่จะจัดการอารมณ์เหล่านั้นได้เลยสักนิด สุดท้ายแล้วก็ได้แต่พาตัวเองมาอยู่ในห้องดนตรีเพียงคนเดียว แค่เพียงคิดถึงแสงไฟที่ต้องสาดส่องมาที่ตัวเขารวมไปทั้งสายตานับหลายสิบคู่ที่จ้องมองมาก็รู้สึกจะทำให้เขาเป็นบ้าเสียให้ได้



ก็แค่หวังว่าการอยู่คนเดียวจะทำให้เขาขจัดความประหม่าและความกลัวออกไปได้บ้าง



ผ่านไปสิบนาที

จนถึงช่วงเวลาที่ยี่สิบนาที

กับการจัดการความรู้สึกของตัวเองก่อนขึ้นแสดง เขาพบว่ามันไม่ได้ผลอะไรเลยสักนิด มิหนำซ้ำยังรู้สึกว่ามันแย่กว่าเดิมเสียอีก ในตอนนี้ถ้าหากเป็นไปได้เขาก็แค่ต้องการดงฮยอน ดงฮยอนคนที่คอยปลอบประโลมและเชื่อมั่นในตัวเขาเสมอมา เขาไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้แล้วจริงๆ




ยองมิน.. ทำไมมาอยู่ที่นี่

ร้องไห้ทำไมเนี่ย



ก็คงที่จะเป็นครั้งแรกที่เหมือนว่าคำขอร้องภายในใจของเขาได้ผล ถึงแม้ว่าความข้องใจจะเกิดขึ้นว่าทำไมดงฮยอนถึงเข้ามาที่ห้องดนตรีในขณะนี้ แต่ความรู้สึกกดดันและประหม่าในทุกอย่างทำให้เขาไม่อยากที่จะเอ่ยถามอะไรอีกคนออกไปเลยเสียสักนิด



ไม่ได้อยากที่จะแสดงความอ่อนแอให้ดงฮยอนได้เห็นแต่สุดท้ายแล้วเขาก็ห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ

ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองต้องการดงฮยอนมากขนาดนี้



ยองมิน..

คนตัวเล็กกำลังย่อตัวอยู่ข้างหน้าของเขา ดวงตาเรียวสวยเป็นอีกสิ่งที่เขาก็รักมันไม่แพ้กันกับความเป็นคิมดงฮยอนคนนี้ เรียวนิ้วไล่ปาดหยาดน้ำตาที่ไหลลู่ไปตามใบหน้าของเขา ชั่วจังหวะหนึ่งที่ภาพความใกล้ชิดเมื่อสองวันที่แล้วดันแทรกเข้ามา

หากเขาจะลองจูบเพื่อนสนิทของตัวเองดูสักครั้ง มันจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นหรือเปล่านะ ?



อารมณ์เอาแต่ใจและความรู้สึกทุกสิ่งอย่างที่ตีรวนกันจนผสมปนเปกันไปหมดลบสติของเขาขาดหายหมดสิ้น ลมหายใจอุ่นร้อนจากคนตรงหน้าเริ่มถี่รัวไปพร้อมกับเสียงหัวใจของเขาอีกครา ดงฮยอนรับรู้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นนับแต่จากนี้ หากแต่คนตัวเล็กกว่ายังคงไม่ขยับเขยื้อนถอยห่างออกไปไกล จวบจนกระทั่งสัมผัสบนริมฝีปากของเราทั้งสองถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์




จูบแรกระหว่างเขาทั้งสองคน

และเป็นจูบแรกในวันวาเลนไทน์



ผละตัวออกมาเพียงชั่วครู่ แววตาของคนตรงหน้าทำให้เขาจับหาทางไปแทบไม่ถูก สิ่งที่ไม่เคยคิดและไม่เคยฝันไม่เคยหวังอะไรทั้งหมดที่ผ่านมากำลังเกิดขึ้นเพราะความเอาแต่ใจของเขา เส้นที่คิมดงฮยอนเคยขีดไว้มันกำลังถูกทำลายหรืออีกฝ่ายคิดที่จะก่อกำแพงให้สูงขึ้นมาแทนกันนะ



ยองมิน..

ดงฮยอน เราขอโทษ



สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว หากให้คิดจะแก้ไขก็คงเป็นไปได้ยาก ในตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกที่จะเกลียดตัวเองมากขึ้นแทบทุกวินาที ทั้งที่บอกกับตัวเองอยู่ทุกครั้งว่าจะไม่ก้าวข้ามไปเส้นที่อีกฝ่ายได้ขีดเอาไว้ แต่สุดท้ายแล้วฝ่ายที่เป็นคนทำมันพังทั้งหมดก็คือตัวเขาเองทั้งนั้น แววตาวูบไหวของดงฮยอนเป็นสิ่งที่เขาแทบจะเดาอะไรที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไม่ได้



ดงฮยอนเดินออกไปแล้ว

ภายในห้องสี่เหลี่ยมยังคงเหลือไว้แค่ตัวเขาเฉกเช่นเดิม



ความรู้สึกพังและแตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี หยดน้ำตาที่ไหลลงมาในคราแรกด้วยความกังวลใจกำลังแปรเปลี่ยนเป็นความเศร้าโศกเสียใจในความรัก

เขาจะทำยังไงหากในวันต่อไป ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและดงฮยอนนั้นขาดสะบั้น



เหลือบมองนาฬิกาเวลา เหลืออีกแค่ไม่กี่นาทีและเขาควรจะไปเตรียมความพร้อมที่หลังเวทีได้แล้ว หากแต่ปลายเท้าของเขายังคงหนักอึ้งและแทบไม่อยากจะเคลื่อนย้ายมันไปไหนเลยด้วยซ้ำ ความเสียใจกำลังกัดกินตัวเขาเข้าไปในทุกวินาที นั่งทบทวนตัวเองจวบจนหนึ่งนาทีสุดท้ายก่อนเวลาขึ้นแสดง และไล่ช่วงไปจนเข็มยาวเดินผ่านเลขศูนย์บนหน้าปัดนาฬิกา



อ่า.. เกินเวลาแสดงมาห้านาทีแล้ว

ทำไมไม่ขึ้นไปแสดง

ประตูถูกเลื่อนออกอย่างรุนแรงและไม่ต้องเสียแรงหันไปมอง เขาก็รู้ว่าใครที่กำลังก้าวเข้ามาหาเขาในตอนนี้ คิมดงฮยอนที่เดินออกไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน กลับมาหาเขาอีกครั้ง



เราพูดด้วยก็หันมามองหน้าเราสิยองมิน

ใครจะกล้าหันไปมองกัน แล้วทำไมถึงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักนิดล่ะ ?



ซ้อมมาตั้งหลายวันเพื่อไม่ขึ้นแสดงน่ะเหรอ



แล้วมันทำไมล่ะดงฮยอน ?”



แล้วจูบกับเรามันเศร้าขนาดนั้นเลยหรือไงอ่ะ



ประโยคสุดท้ายที่ดังเข้าโสตประสาท ทำให้เขาต้องหันไปมองคนที่กำลังยืนอยู่ด้านหลัง ใบหน้าของดงฮยอนเรียบเฉยแบบที่เขาก็ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายในโหมดแบบนี้มาก่อน เขาไม่เข้าใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดในเมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อน คนที่ลุกออกไปจากตรงนี้ก็คือคิมดงฮยอนทั้งนั้น คนที่ควรรังเกียจเขาก็ต้องเป็นคิมดงฮยอนไม่ใช่หรือไงกัน




ชอบเราจริงป่ะเนี่ย

เหมือนถูกของแข็งฟาดกระทบกับหัวอย่างจัง ความรู้สึกล้านแปดกำลังไหล่พรั่งพรูจนเหมือนจะทำให้ร่างกายทั้งร่างของเขาระเบิดมันเสียตรงนั้น




ดงฮยอนรู้ได้ยังไง ?

นี่คือสิ่งที่เต็มอยู่ในหัวของเขาไปหมด



ถามว่าชอบเราจริงมั้ย

เออ ชอบ พอใจยัง

ก็ไปแสดงดิ แสดงจบแล้วค่อยคุยกัน



สุดท้ายแล้วเขาก็ถูกลากเดินออกมาที่หอประชุมอย่างง่ายดาย ท่าทางของดงฮยอนค่อนข้างที่จะฟึดฟัด ตลอดทางเดินไม่มีบทสนทนาระหว่างเขากับคนตัวเล็กเกิดขึ้นแม้แต่ประโยคเดียว



ขึ้นไปได้แล้ว

จนกระทั่งถึงบริเวณหลังเวที ดงฮยอนก็ไม่ได้มอบรอยยิ้มให้เขาอีกอยู่ดี




เสียงที่ดังออกมาตามลำโพงของห้องประชุมทำให้เขาเริ่มประติดประต่อเรื่องราวได้เล็กน้อย ก็คงจะเป็นดงฮยอนนั่นแหละที่บอกให้พิธีกรที่กำลังดำเนินเรื่องบนเวทีหยุดรอเขา เสียงปรบมือเริ่มดังขึ้นตามลำดับเมื่อตัวของเขาก้าวขึ้นไปบนเวที พยายามบังคับให้ใจของตัวเองเย็นลง หลับตาลงปิดรับประสาทสัมผัสทางสายตาก่อนจะตั้งสติใหม่อีกครา หันไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเวทีก็พบว่าไม่เจอใครอีกแล้ว



คิมดงฮยอนโคตรใจร้าย ไม่คิดจะให้กำลังใจกันสักนิด



เปียโนเรือนใหญ่สีขาวสะอาดตั้งตระหง่านเป็นสง่าอยู่กลางเวทีพร้อมกับการฉายไฟสปอร์ตไลท์จากด้านบนมันช่างดูน่าแปลกตา เฮือกสุดท้ายที่เขากลั้นใจเดินไปนั่งบนเก้าอี้เปียโนตัวยาวนั่น หลับตาลงเพียงครู่ก่อนจะเริ่มบรรเลงบทเพลงที่อยู่ภายในใจ ใช่ เขากำลังหมายถึงอย่างนั้นจริงๆ ในเมื่อคอร์ดแรกที่เขาเริ่มกดลงไปไม่ใช่คอร์ดของเพลงที่เขาซ้อมนักซ้อมหนามาเป็นเวลาหลายอาทิตย์



เสียงเปียโนที่ดังขึ้นเพียงชั่วครู่ ทำให้หอประชุมเต็มไปด้วยความเงียบ หันหน้าลงมองไปจากเวทีถึงแม้ว่าแสงที่กำลังสาดส่องเข้ามาจะทำให้เขาแทบที่จะมองไม่เห็นใบหน้าของคนด้านล่าง แต่ดงฮยอนก็มักที่จะเป็นข้อยกเว้นในทุกเรื่องเสมอๆ



ดงฮยอนกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวหน้าสุดและยิ้มมาให้กับเขา

แค่เพียงเท่านั้น อารมณ์น้อยใจที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก็พลันหายไปหมดสิ้น



River flows in you คือบทเพลงที่เขาเริ่มบรรเลงในวันนี้ หากจะถามถึงความหมายของมันเขาก็คงจะตอบมันไม่ได้อย่างถูกต้องเสียเท่าไหร่ แต่ความตั้งใจที่กำลังจะสื่อและส่งทอดไปยังผู้คนด้านล่างเวทีก็คือความรักและถ้าหากจะต้องพูดเป็นประโยคก็คงเป็นประโยคขอร้องที่ไม่อยากให้คุณต้องไปไหน



เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้งเมื่อการแสดงจบลงพร้อมกับแสงไฟที่หรี่ลงจนเต็มไปด้วยความมืดมิด บุคคลที่กำลังวิ่งมาหาเขาทางด้านหลังเวทีเรียกรอยยิ้มของเขาขึ้นมาอีกครา



แปลกดีจัง เล่นเพลงอื่นซะงั้น

เพลงนั้นดงฮยอนได้ยินทุกวัน เอามาแสดงอีกก็เบื่อแย่

แต่คนอื่นก็ไม่ได้เคยฟังนี่นา

ถ้าหากสามารถขอพรได้สักข้อหนึ่ง เขาก็อยากขอให้รอยยิ้มของคนตรงหน้าไม่หายไปไหน เหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อนกลับเข้าสู่ห้วงความคิดของเขาอีกครั้ง และนั่นก็เหมือนว่าดงฮยอนก็คงจะนึกได้เหมือนกันไม่มีผิด มือบางกำลังจับที่ข้อมือของเขา ห้องเก็บของหลังเวทีถูกใช้เป็นสถานที่เพื่อคุยเรื่องของเราทั้งสองคน หากไม่นับความประหม่าในการแสดงบนเวที เรื่องนี้ก็คงต้องยกให้เป็นอันดับแรกของความตื่นเต้นเลยก็ว่าได้




มีอะไรจะพูดกับเรามั้ยยองมิน



ไม่รู้สิก็พูดไปหมดแล้ว



ดงฮยอนเลิกคิ้วขึ้น และนั่นมันทำให้เขาคิดว่ามันควรจะเป็นเขาไม่ใช่หรือไงกันที่ต้องทำหน้าสงสัยแบบนั้น




แล้วดงฮยอนมีอะไรจะพูดไหม



มี



ว่ามาเลย



แต่จริงๆแล้ว การที่เราไม่ผลักตัวออกไปตอนโดนจูบก็คงกลายเป็นสิ่งที่อยากบอกได้ทั้งหมดแล้วมั้ง





.





14.02.2019 – คิมดงฮยอนแฟนคนแรกของอิมยองมิน

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ochqx จากทั้งหมด 12 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 ศรรรรค์
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 00:54

    แต่งดีเลย เเต่ ตัวหนังสือเป็นสีชมพู พื้นขาว อ่านยากชิบบบ 5555

    #3
    0
  2. #2 PanuPlangdee (@PanuPlangdee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 02:30
    โอ้ยยย เขิน น่ารักมากเลย บ้าจริง 555555555555555

    เขียนดีมาก ๆเลย ชอบ ๆๆๆ ติดตามแน่นอน !!!
    #2
    0
  3. #1 llSHININGBOYll (@sugar_sugar) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 01:29
    ยองมินเนี่ยยย ต้องให้ดงฮยอนดุใช่ป้ะถึงจะยอมพูดว่าชอบ 555555 เป็นแฟนกันแล้ว วันวาเลนไทน์ซะด้วยยย แง้
    #1
    0