Only One Shot [Produce101]

ตอนที่ 3 : สู่ความคาดหวัง [Seonho x Haknyeon]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 613
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    13 ก.ค. 60





               ในที่สุด ซอนโฮก็ได้อยู่ทีมเดียวกันกับพี่ฮักนยอน พี่ฮักนยอนที่ซอนโฮอยากจะสนิทด้วยตั้งแต่รู้ว่าพี่เขาเลี้ยงหมู แต่ไม่รู้ว่าซอนโฮจะเรียกมันว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้าย แม้กระทั่งการที่ต้องเปลี่ยนกลุ่ม พวกเขาก็ยังตามมาอยู่ทีมเดียวกันเสียได้

               พวกเขาทั้งคู่ทำได้ไม่ดีนักในการซ้อม และดูเหมือนว่าจะตามหลังสมาชิกในทีมอยู่หน่อยๆ แต่ซอนโฮรู้ดีว่าพวกเขาได้ทำเต็มที่แล้ว ยิ่งต้องเปลี่ยนทีม เปลี่ยนท่าเต้นที่ต้องซ้อมใหม่ทั้งหมดแบบนี้พวกเขายิ่งต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้ตามสมาชิกในทีมคนอื่นให้ทัน

               ซอนโฮฝึกมาเพียงหกเดือน เขาจึงได้ข้อยกเว้นจากการถูกต่อว่า แต่พี่ฮักนยอนที่เป็นเด็กฝึกมานานกว่าเขาดูจะถูกกดดันมากกว่ามากทีเดียว แม้ว่าอีกคนจะไม่ได้พูดอะไร แต่ซอนโฮรู้ว่ามันไม่ได้โอเคอย่างที่คนอื่นคิดหรอก

 

               ซอนโฮติดนิสัยมองพี่ฮักนยอนไปเสียแล้ว ตั้งแต่รู้ว่าบ้านพี่เขาเลี้ยงหมู ซอนโฮก็นึกสงสัยว่าคนที่ที่บ้านเลี้ยงหมูจะมีลักษณะอย่างไร เขาจึงมักลอบสังเกตการกระทำของฮักนยอนบ่อยๆ ทำให้ซอนโฮรู้ว่าถึงตอนนี้พี่ฮักนยอนจะยังยิ้ม แต่รอยยิ้มนั่นมันไม่เหมือนเดิมเลยสักนิด

 

               พวกเขาซ้อมกันเสร็จแล้ว เหลือก็แต่พี่ฮักนยอนที่ยังซ้อมร้องเพลงกับพี่ดงโฮอยู่ ซอนโฮเดินเตร่อยู่แถวหน้าห้องซ้อม รอจนกระทั่งพี่ฮักนยอนออกมา เห็นว่าพี่เขาเดินแยกกับพี่ดงโฮไปคนละทางแล้วเขาจึงเดินตามอีกคนไป


               ฮักนยอนเดินออกจากห้องซ้อมห้อมหนึ่งเพื่อไปยังห้องซ้อมอีกห้อง ไม่มีคนตามถ่ายแล้ว ซอนโฮจึงเดินตามเข้าไป

ฮักนยอนดูขัดเขินเล็กน้อยเมื่อเห็นซอนโฮที่เดินตามเข้ามา

               “ยังเพี้ยนอยู่เลยใช่ไหมล่ะ ทั้งๆ ที่เป็นเด็กฝึกมานานแท้ๆ”

               “ก็เพี้ยน แต่ผมรู้ว่าเดี๋ยวพี่ก็ทำได้ จริงๆ แล้วพี่เก่งกว่าที่ใครหลายคนพูดนะ” ซอนโฮว่าพลางเดินไปนั่งลงข้างๆ ฮักนยอน

               “มาชมกันแบบนี้พี่ไม่มีขนมให้นายหรอกนะ” ฮักนยอนหัวเราะแก้เขิน

               “ผมไม่ได้พูดเพราะของกินหรอกน่า แต่ถ้าไปเที่ยวบ้านพี่เมื่อไหร่พี่จะเลี้ยงผมเท่าที่อยากกินเลยใช่มั้ย”

               ฮักนยอนหัวเราะกับประโยคหลังของรุ่นน้อง เขาเชื่อว่าซอนโฮไม่ได้พูดเพียงเพื่ออยากเอาใจเขาอย่างที่เจ้าตัวว่า แต่ก็เชื่อด้วยว่าเรื่องอาหารนั่นซอนโฮหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ

               ฮักนยอนพยักหน้ารับ ก่อนจะผลักหน้าผากซอนโฮออกไปเบาๆ แล้วลุกขึ้น

               “ไปซ้อมเต้นกันมั้ย ในกระเป๋าพี่มีมาชเมลโล่วลูกหมูอยู่ ถ้านายช่วยพี่ซ้อมเดี๋ยวจะแบ่งให้กินก็ได้นะ”

               “ครับ” ซอนโฮพยักหน้ารับจนผมหน้าม้าปลิว เรียกรอยยิ้มจากฮักนยอนได้ไม่น้อย

 

               ในที่สุด วันที่พวกเขาต้องทำการแสดงบนเวทีก็มาถึง ซอนโฮคิดว่าตนเองสามารถแสดงให้เข้ากับคอนเซปท์ได้ดีทีเดียว แต่ก็ยังต้องยอมรับว่าพี่ฮักนยอนที่หน้าตาออกไปทางน่ารักสดใสกลับเข้ากันกับเพลงนี้ที่เป็นคอนเซปท์เซ็กซี่ได้ดีอย่างน่าประหลาด

 

               ซอนโฮคิดว่าความสามารถของคนเรานั้นไม่เหมือนกัน พี่ฮักนยอนนั้นดูแล้วออกจะเชื่องช้าเวลาซ้อม แต่ถึงเวลาแสดงจริงๆ ทีไรกลับทำได้ดีทุกครั้ง รวมถึงครั้งนี้ด้วย แม้ทุกคนจะบอกว่าซอนโฮทำได้ดีกว่าฮักนยอนมากแค่ไหนเวลาซ้อม แต่เมื่อยืนอยู่บนเวที พี่ฮักนยอนนั้นกลับทำได้ดีมากๆ นั่นก็คงจะเป็นความสามารถของพี่ฮักนยอน

 

               การประกาศคะแนนจบลงแล้ว ซอนโฮทั้งแปลกใจและดีใจเมื่อคะแนนออกมาว่าการแสดงของทีมเขามีคะแนนนำมาเป็นที่หนึ่ง แต่ถึงจะมีคะแนนพิเศษมากแค่ไหน ซอนโฮก็ยังรู้สึกว่าตนเองนั้นอาจจะหลุดจากการคัดออกได้ทุกเมื่อ เพราะคะแนนโหวตที่เหวี่ยงไปมายิ่งกว่าโรลเลอโคสเตอร์นั่น พี่ฮักนยอนเองก็คงจะเครียดเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย ซอนโฮรู้ได้จากแววตาหวั่นวิตกของอีกคนเมื่อใครคนหนึ่งพูดถึงการคัดออกขึ้นมา


               พวกเขาต้องกลับไปเตรียมของสำหรับการเข้าเก็บตัวอีกครั้ง ก่อนจะมาเจอกันเพื่อฟังผล ครั้งนี้แตกต่างออกไปจากรอบก่อนตรงที่การโหวตจะโหวตได้เพียงสองคนเท่านั้น และนั่นก็ยิ่งทำให้พวกเขาคาดเดาอะไรไม่ได้เลย

               ซอนโฮชอบความคิดที่ว่าจะได้เจอทุกคนอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่ชอบความคิดที่ว่ามันอาจจะเป็นวันสุดท้ายของใครบางคนเลยจริงๆ


               ใครบางคนที่อาจจะมีเขารวมอยู่ในนั้น



 

               เช้าวันถ่ายทำ เด็กฝึกที่มาถึงก่อนแล้วรวมตัวกันอยู่ในห้องโถงกว้างๆ ฮักนยอนที่เพิ่งมาถึงหามุมนั่งพักเพื่อรอเวลาอัดรายการ เด็กบางคนที่ยังไม่ได้แต่งหน้ามากำลังแต่งหน้าทำผมกันอยู่อีกห้องหนึ่ง แต่สำหรับฮักนยอนที่เตรียมตัวเองมาแล้วเรียบร้อยเพียงหามุมสงบนั่งรอเวลาเท่านั้น

 

               มีเด็กฝึกเดินทางเข้ามาอีกเรื่อยๆ กระเป๋าขนาดต่างๆ ถูกนำไปวางเรียงไว้ที่มุมหนึ่งของห้อง ในขณะที่ฮักนยอนกำลังคิดเกี่ยวกับมัน คิดว่ากระเป๋าที่พวกเขาถือมามีขนาดเท่าความคาดหวัง ก็มีเด็กฝึกอีกคนที่เดินเข้ามาพร้อมประเป๋าเป้เพียงใบเดียว

               “โอ๊ะ พี่ครับ” ฮักนยอนยั้งปากที่จะพูดประโยคถัดไปไว้ได้ทัน เขาเพียงแค่ลุกขึ้นยืนแล้วทำการทักทายอีกคนไปเท่านั้น เด็กฝึกรุ่นพี่คนนั้นยิ้มให้เขา คุยกันเล็กน้อยก่อนจะเดินผ่านเขาไปหาเด็กฝึกคนอื่น ทั้งๆ ที่เริ่มต้นได้ดีแท้ๆ แต่ทุกอย่างมันกลับไม่เป็นอย่างที่ใครๆ คาดคิด บางทีเขาก็ควรจะลดขนาดความคาดหวังของตนเองลงบ้างเช่นกัน ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ตัว แต่มันก็ช่วยไม่ได้ที่ลึกๆ ในใจแล้ว เขาจะยังหวัง

               “นายทำเต็มที่แล้วฮักนยอน” เขาบอกกับตัวเองเบาๆ

               “ใช่ครับ บนเวทีพี่ทำได้ดีมากเลยนะ” เป็นซอนโฮที่เดินเข้ามานั่งลงข้างๆ เขา

               “อ่าว ซอนโฮอ่า นายมานานแล้วเหรอ”

               “ใช่ครับ แต่งหน้าอยู่น่ะ พี่มัวแต่คุยกับพี่แดฮวีเลยไม่เห็นผมล่ะสิ” ซอนโฮพูด พร้อมกับล้วงกระเป๋า หยิบขนมออกมาแกะกินไปด้วย

               “นายยังไม่กินข้าวมาเหรอ”

               “กินแล้วครับ พี่เอาด้วยมั้ย”

               “พี่กินมาแล้ว” ฮักนยอนปฏิเสธพร้อมกับดันมือซอนโฮออกไป แต่ซอนโฮกลับหย่อนลูกอมในมือลงไปในกระเป๋าเสื้อของเขาแทน

               “ผมก็กินมาแล้ว ยังหิวอีกเลย” ซอนโฮว่าอย่างนั้น ก่อนจะแกะขนมชิ้นต่อไปแล้วส่งเข้าปาก

               พวกเขาคุยกันอีกเล็กน้อยเกี่ยวกับการฝึกที่บริษัทของตนเอง แดฮวีกับควานลินก็ตามมาสมทบ ไม่นาน สตาฟก็มาตามพวกเขา


               “ทุกคน เข้าห้องส่งได้แล้วนะ”

               ฮักนยอนที่คลายกังวลไปได้บ้างแล้วจากการพูดคุยกับเพื่อนๆ กลับมาตื่นเต้นอีกครั้งเมื่อต้องเดินเข้าไปในห้องส่ง สถานที่ ที่พวกเขาจะได้รับฟังผลโหวตว่าใครจะอยู่ต่อ หรือใครจะไป

               ในขณะที่เขากำลังเดินไปต่อแถวเพื่อเข้าห้องส่งนั้นก็มีมือหนึ่งมาจับมือเขาไว้

               “วันนี้ไม่ใช่วันสุดท้ายของพี่หรอกนะครับ พี่ต้องได้อยู่ต่อแน่ๆ”

               เป็นซอนโฮที่มาจับมือเขาไว้ น้ำเสียงหนักแน่นมั่นคงนั้นช่วยให้เขาคลายกังวลไปได้มากโข ทั้งที่ตนเองก็คงกังวลและตื่นเต้นไม่แพ้กัน ฮักนยอนรู้ได้จากมือที่เย็นเฉียบนั้น

               “อื้อ นายก็ด้วย อยู่ด้วยกันนะ” ฮักนยอนกระชับมืออีกคนให้แน่นขึ้น ก่อนจะบอกออกไป

 

               พวกเขาเพียงยิ้มให้กัน ก่อนที่ซอนโฮจะผละออกไปเมื่อควานลินเรียกหาเพราะถึงเวลาที่คิวบ์ต้องออกไปแล้ว ฮักนยอนเองก็เช่นกัน เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเดินเข้าห้องส่งเพื่อรอฟังผลโหวตที่จะเป็นตัวตัดสินชะตาชีวิตเขาในวันนี้






               Talk: สวัสดีอีกครั้งค่ะ ที่จริงเราเขียนคู่นี้ไว้ต่อกันกับตอนที่แล้วเลย แต่ว่ารู้สึกอารมณ์มันจะขัดกันมาก เลยแบ่งลงดีกว่า ชอบแบบไหนมากกว่าลองบอกกันได้นะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

408 ความคิดเห็น

  1. #293 JMHC (@playboyboy12) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 01:00
    อ่านแล้วคิดถึงในรายการเลยค่ะ เจ้าเจี๊ยบน่ารักให้กำลังใจพี่เขาตลอดเลย
    #293
    0
  2. #73 smile515903 (@smile515903) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 01:24
    ไม่รู้ทำไมถึงได้กลับมาเปิดตอนนี้อ่านอีกครั้ง...

    ความหวังบางทีมันก็ทำให้เราไม่อยากหวัง แต่ความหวังอีกนั่นแหละที่ทำให้เราแอบคาดหวังมากขึ้นกว่าเดิม

    ชีวิตนี่มันยากจัง
    #73
    0
  3. #59 smile515903 (@smile515903) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 00:13
    ชอบประโยคที่บอกว่า กระเป๋าที่พวกเขาถือมามีขนาดเท่ากับความหวัง มากๆ เลยค่ะ
    #59
    0
  4. #27 @byut_i (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 23:50
    เปงลูกเจี๊ยบด้วย เปงไมโครเวฟด้วย เปงแง้ะ คูลฝุดๆ หึ
    #27
    0
  5. #5 ( ̄ˇ ̄)♡ (@turtletoey) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 19:11
    เจ้าเจี๊ยบนี่พลังด้านบวกสุดๆเลย นี่มันน้องชัดๆเลย ฮืออออ 
    แล้วนี่มาอ่านวันนี้ โอ่ยย ใจไม่ดีเลย หว่า.. ต้องได้อยู่ด้วยกันนะ !
    #5
    0