Only One Shot [Produce101]

ตอนที่ 7 : Omegaverse | Little Sheep? [SamHwi]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,786
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 มิ.ย. 61






               ใช่ แดฮวีเป็นโอเมก้า แม้ว่าจะเกิดในครอบครัวที่มีพ่อและแม่เป็นอัลฟ่า อีกทั้งความโดดเด่นของความสามารถในหลายๆ ด้านของเขายังเป็นที่ประจักษ์จนทุกคน… ทุกคน ไม่ใช่แค่ตัวแดฮวีเองต่างก็เคยคิดว่าเขาจะต้องเป็นอัลฟ่าแน่ๆ
     ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะเป็นโอเมก้า แม้กระทั่งตัวเขาเองก็ตาม
          มันไม่ใช่เรื่องแย่ เดี๋ยวนี้สังคมไม่ได้แบ่งแยกชนชั้นกันด้วยเรื่องอะไรแบบนี้แล้ว ครอบครัวเขาก็ไม่ได้จะเอาเขาไปขายทิ้งหรือยกให้คนอื่นเพียงเพราะเรื่องแค่นี้
               แต่ถ้าให้เลือก แดฮวีก็ยังไม่อยากเป็นโอเมก้าอยู่ดี อย่างน้อยก็ขอเป็นเบต้าไม่ได้หรืออย่างไร อย่างน้อย ถ้าเขาเป็นเบต้า ก็ไม่ต้องมาเจออะไรแบบที่เขาต้องเจออยู่นี้ ช่วงฮีตของโอเมก้า...


               มันไม่ง่าย ที่จะใช้ชีวิตประจำวันอย่างปกติในช่วงฮีต ร่างกายของเขามักจะร้อนจนน่าหงุดหงิดในช่วงเวลาอย่างนี้ ไหนจะกลิ่นจากตัวของเขาอีก กลิ่นที่ทำให้เขาเป็นอันตรายได้หากไม่ระวังตัว แม้จะกินยาที่กดอาการฮีตและลดการปล่อยฟีโรโมนแล้วก็ตาม 
               ใช่ มันเป็นยาที่กดอาการฮีต เขายังมีความรู้สึกร้อนวูบวาบและไม่สบายตัวตลอดช่วงฮีตของเขาอยู่ มันมียาที่ใช้แก้อาการฮีตให้หายไปได้ด้วยก็จริง แต่ยาแบบนั้นไม่สามารถกินติดต่อกันได้ และเมื่อหยุด อาการฮีตอาจจะกลับมารุนแรงกว่าปกติอีกด้วย อาจจะ แปลว่าไม่ได้เกิดกับทุกคน แต่แดฮวีไม่อยากเสี่ยง เขาเคยรู้แล้วว่าอาการฮีตเต็มที่นั้นเป็นอย่างไร และยังนึกไม่ออกเลยว่าหากมันมากกว่าที่เคยเป็นนั้นเขาจะทำอะไรลงไปบ้าง


               แดฮวีไม่ได้กลิ่นของตัวเองในช่วงฮีต เป็นช่วงก่อนฮีตต่างหากที่แดฮวีจะรู้สึกได้ถึงกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ ตอนนั้นเป็นเวลาที่แดฮวีจะต้องเริ่มกินยา ก่อนที่วันต่อมาเขาจะเข้าสู่ช่วงฮีต
               แดฮวีคิดว่าสาเหตุที่เขาไม่ได้กลิ่นตัวเองคงเป็นเพราะจมูกได้ชินกับกลิ่นไปเสียแล้ว ปัญหาอยู่ตรงที่ว่ามันทำให้แดฮวีไม่รู้ว่าควรหยุดยาวันไหน และการกินยาเผื่อเอาไว้ก็ไม่ใช่จะดีนัก ช่วงฮีตของบางคนอาจมาตรงวันและเป็นเวลาแน่นอน แต่แดฮวีไม่ใช่อย่างนั้น อาจจะแค่สองสามวัน หรือมากหน่อยก็หนึ่งสัปดาห์ นั่นควรจะเป็นช่วงเวลาที่เขาจะเกิดอาการที่เรียกว่าฮีต ใช่ ควร แต่ในความเป็นจริงแล้วช่วงฮีตของแดฮวีเคยยาวนานถึงสิบวัน มันไม่ใช่ทุกครั้ง แต่ก็เคยเกิดขึ้น

               ถ้ายังอาศัยอยู่ที่บ้าน ครอบครัวของเขาสามารถบอกได้ว่าวันนั้นแดฮวีควรจะกินยาต่อไปไหม อย่างน้อยกลิ่นบ้าๆ นั่นก็ไม่มีผลกับคนในครอบครัวสายตรง ถือเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่ง 
               แต่เมื่อต้องออกมาจากบ้านมาเป็นเด็กฝึก แดฮวีก็ไม่มีใครที่จะคอยเตือนเรื่องกลิ่นของเขาได้ 

               เด็กชายใช้วิธีวัดอุณหภูมิของตนเอง แต่นั่นก็ช่วยไม่ได้นักเมื่อวันหนึ่งเขาเดินออกมาจากห้องนอนแล้วพบกับสีหน้าตกใจของเพื่อนร่วมหอเข้า ยังโชคดีที่เป็นพี่ดงฮยอน ใช่ว่าเบต้าจะไม่ได้กลิ่น เพียงแต่มันไม่มีผลกับเบต้าเท่ากับที่มีผลต่ออัลฟ่าแค่นั้นเอง
               แดฮวีโดนไล่กลับเข้าห้อง สั่งให้กินยาให้เรียบร้อยและลำบากไปถึงพี่ยองมินห้องข้างๆ ที่ถูกพี่ดงฮยอนสั่งห้ามออกจากห้องชั่วคราวด้วย
               "กลิ่นนายมันฟุ้งไปทั้งห้อง" พี่ดงฮยอนบอกว่าอย่างนั้น
               จากนั้นมา หากแดฮวีเกิดฮีตและไม่มีพี่อูจินอยู่ให้เขาถามว่ากลิ่นของเขาหมดไปแล้วจริงๆ หรือยัง แดฮวีก็ไม่เคยไว้ใจเจ้าเทอร์โมมิเตอร์แล้วออกจากห้องไปโดยไม่กินยาอีกเลย





___________________



               ซามูเอลเป็นอัลฟ่า ใช่ ถูกต้องแล้ว แม้จะมีบางคนบอกว่าเขาดูธรรมดาเกินกว่าจะเป็นอัลฟ่าได้ก็ตาม แต่ความเป็นจริงก็ยังไม่เปลี่ยน
               ซามูเอลไม่ค่อยชอบใจนักหรอกที่ต้องโดนกดดันเพียงเพราะเขาเกิดเป็นอัลฟ่า ใช่ว่าอัลฟ่าทุกคนจะเกิดมาเก่ง เหมือนกับที่โอเมก้าไม่ได้อ่อนแอไปเสียทุกคนนั่นแหละ

               มันไม่ใช่ว่าการเป็นอัลฟ่าจะดีหรือเป็นโอเมก้าจะแย่ แม่ของเขาเองก็เป็นโอเมก้า และซามูเอลก็ยังไม่เห็นว่ามันจะเป็นข้อเสียตรงไหน สำหรับเขา แม่ยังเป็นแม่ที่ดีที่สุดในโลกของเขาอยู่ดี ถ้าเพียงแต่ คนอื่นๆ จะคิดเหมือนกันน่ะนะ 
               ไม่มีใครห้ามความคิดที่ฝังหัวมาอย่างยาวนานของคนส่วนมากได้ ความคิดที่ว่าอัลฟ่าจะต้องเก่งที่สุด และโอเมก้านั้นอ่อนแอ เพราะอย่างนั้น ซามูเอลเองก็ยังคงต้องแบกน้ำหนักของการเป็นอัลฟ่าไว้บนบ่าต่อไป 

               อย่างไรถึงจะเรียกว่าสมกับเป็นอัลฟ่า ซามูเอลไม่แน่ใจนัก แต่เขาก็พยายามอย่างหนักในทุกสิ่งที่ตนต้องกระทำ ตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะไม่มีดี เขาเป็นถึงอัลฟ่าที่เกิดจากพ่อที่เป็นอัลฟ่าเชียวนะ 
               ซามูเอลไม่ใช่คนไม่มีความสามารถหรอก ใครๆ ก็รู้ เขาเองก็รู้ดี เพียงแต่ เขาขาดอะไรบางอย่างของการเป็นอัลฟ่าไป อะไรบางอย่างที่พ่อเขาบอกว่ามันจะมาเองเมื่อเขาโตขึ้น คนทั่วไปจึงมักจะคิดว่าเขาเป็นเบต้า เป็นเบต้าธรรมดาๆ ที่ซามูเอลอดคิดไม่ได้ว่าหากมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็คงจะดี อย่างน้อยเขาก็จะได้ไม่ต้องได้ยินเสียงกระซิบที่ว่าซามูเอลไม่เห็นจะดูเหมือนอัลฟ่าเลย หรือ ถึงจะเต้นเก่งก็เถอะ แต่ดูธรรมดามากเลยนะ คำเหล่านั้น ซามูเอลไม่อยากได้ยินมันเลย ไม่ใช่ว่าเขาทำไม่ได้ เขาทำมันได้ทั้งหมดนั่นแหละ แต่มันก็ยังไม่ดีพอ ไม่เคยดีพอ

               อันที่จริง ซามูเอลคิดว่าเขาอิจฉาพี่แดฮวีเล็กๆ ซามูเอลรู้ได้ในทันทีที่พบกันว่าอีกคนเป็นโอเมก้า กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ชวนให้เดินไปสูดดมใกล้ๆ นั่น….
               ถึงแม้จะเคยชื่นชมในความสามารถที่โดดเด่นของอีกคนมากแค่ไหน แต่พอเสียงพูดคุยในทำนองที่ว่าอีแดฮวีนั้นมีความสามารถและเสน่ห์สมกับการเป็นอัลฟ่ามากกว่าอัลฟ่าจริงๆ อย่างซามูเอลเสียอีก อีแดฮวีนี่เก่งสมกับเติบโตมาในครอบครัวอัลฟ่าเสียจริง หรืออะไรจำพวกที่ว่าเขาเป็นอัลฟ่าจริงๆ หรือ ไม่ใช่เบต้าหรอกนะ อะไรจำพวกนั้น พอได้ยินบ่อยๆ เข้า ความชื่นชมที่ซามูเอลมีให้อีกคนก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอิจฉาเล็กๆ แค่เล็กน้อยเท่านั้น...




               ถึงเวลาอาหารกลางวัน ซามูเอลที่ไม่เห็นแดฮวีมาตั้งแต่เช้าก็เริ่มอยู่ไม่สุข เขาชินเสียแล้วกับการมองไปที่พี่แดฮวี เพราะอีกคนเคยเป็นเป้าหมายของเขา เป็นคนที่เขาเคยตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะก้าวผ่านไปให้ได้ เคย ก่อนที่พวกเขาจะอยู่ทีมเดียวกัน และได้รู้จักกันและกันดีขึ้น ดีพอที่ซามูเอลจะรู้ว่าเขาไม่ควรไปรู้สึกอะไรในทางลบกับคนคนนี้เลย คนที่สดใสขนาดนี้ และหลังจากเกิดการทะเลาะกันใหญ่โตในกลุ่ม พวกเขารู้ตัวว่าไม่ควรไปตั้งเป้าแข่งกับใครนอกจากแข่งกับตัวเองเท่านั้น มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยหากเอาชนะตัวเองไม่ได้

               เพราะซามูเอลไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับพี่แดฮวี เขาจึงต้องวิ่งไปถามเอากับพี่ซองอุนที่กำลังยืนต่อแถวรับอาหารอยู่ 
          หลังจากซักถามกันสักพักก็ได้ความว่าพี่แดฮวีไม่สบายและนอนอยู่ที่ห้องตั้งแต่เช้าแล้ว เพราะในช่วงเช้าเป็นช่วงที่พวกเขาแยกกันซ้อม ก่อนจะมารวมกันในช่วงบ่าย ซามูเอลจึงไม่รู้เลยว่าพี่แดฮวีป่วย

               แล้วยังไงล่ะ ถ้าเขาไปเยี่ยมมันจะดูออกนอกหน้าไปไหม จะวุ่นวายมากเกินไปหรือเปล่านะ

               ซามูเอลคิดแล้วก็คิดอีก จนในที่สุดก็ตัดสินใจได้ว่าเขาควรจะหาอะไรไปให้พี่แดฮวีกินรองท้องและจะได้กินยาได้ (แม้ว่าพี่ซองอุนจะบอกว่าหลังมื้อเที่ยงจะเป็นคนหาอะไรให้พี่แดฮวีกินเองก็ตาม) หรือหากอีกคนไม่มีเขาก็จะได้ไปช่วยหามาให้ อย่างน้อยก็เป็นการของคุณที่มาช่วยคิดท่าเต้น นี่ไง ดูดีมีเหตุผล ซามูเอลพยักหน้ากับตนเอง




               กลิ่นหอมอ่อนๆ ของพี่แดฮวีทักทายซามูเอลเป็นอย่างแรกเมื่อเขาวิ่งมาถึงส่วนของห้องพัก 
               ฮีต คำเดียวที่พุ่งเข้ามาในหัวของซามูเอลเมื่อได้กลิ่นของพี่แดฮวีตั้งแต่ยังอยู่หน้าห้องพักแบบนี้ เขาจำได้ว่าโอเมก้าจะตอบสนองต่ออัลฟ่ามากขึ้นในช่วงฮีต มากในขนาดที่ว่าอาจจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้หากไม่กินยา และนั่นดูจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักสำหรับพี่แดฮวี หากเขาที่เป็นอัลฟ่าจะเข้าไป 
               แต่พี่แดฮวีกำลังป่วย และอาจจะยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า..

               อย่างน้อยก็ลองถามดูก่อน…

               ซามูเอลเดินเข้าไป หยุดอยู่หลังบานประตูสีขาว ก่อนจะลงมือเคาะ แม้จะห่วงอีกคนมากแค่ไหน แต่ซามูเอลก็ยังไม่กล้าเปิดประตูเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าด้วยกลัวว่าจะทำให้คนที่อยู่ในห้องมีอาการแย่ลง

               ไม่มีเสียงตอบรับหลังจากซามูเอลเคาะประตูเป็นรอบที่หก ซามูเอลเริ่มร้อนใจขึ้นมาเล็กๆ เขากลัวว่าคนที่อยู่ในห้องจะป่วยหนักกว่าที่พี่ซองอุนบอก สองขาพาซามูเอลเดินวนไปมาอยู่ที่หน้าประตู 

               อยากเข้าไป ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ควร

               เพราะเรื่องน่าปวดหัวอย่างอัลฟ่าโอเมก้าอะไรนี่แท้ๆ… แต่ซามูเอลเป็นอัลฟ่าที่ไม่เหมือนอัลฟ่านี่ แล้วนอกจากนั้น อายุเขาก็ยังน้อย ยังไม่ใช่อัลฟ่าที่โตเต็มที่ ถึงจะไม่แน่ใจนักว่าช่วงอายุที่อัลฟ่าจะไม่มีผลกับโอเมก้าคือเท่าไหร่กันแน่ แต่ซามูเอลก็ขอคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาอาจจะยังไม่มีผลอะไรกับพี่แดฮวีมากนักแบบที่ซอนโฮเองก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรกับพี่แดฮวีในช่วงฮีตเช่นกัน 

               ถึงมันจะดูเป็นเหตุผลที่ไม่ค่อยมีเหตุผล แต่ซามูเอลก็ผลักประตูเข้าไป

               พี่แดฮวีอยู่ตรงนั้น ข้างที่นอน คู้ตัวอยู่ตรงมุมระหว่างเตียงและโต๊ะไม้ตัวเตี้ย ใส่ชุดสีดำทั้งชุดอย่างที่เจ้าตัวชอบ สิ่งไม่คุ้นตาจะมีก็แต่ปลอกคอสีดำนั่น สิ่งเดียวที่พี่แดฮวีไม่ได้สวมมันบ่อยนัก
               “มันอึดอัด” 
               ซามูเอลได้ยินพี่แดฮวีบ่นอย่างนั้นตอนที่พี่อูจินจับพี่แดฮวีมาใส่ปลอกคอ

               ใบหน้าแดงก่ำและลมหายใจหอบถี่

               ซามูเอลรู้สึกร้อนวูบวาบ ดูเหมือนอาการไม่สบายของพี่แดฮวีจะติดมาที่เขาด้วยเสียแล้ว



               ซามูเอลไม่รู้ว่าทำไมพี่แดฮวีจึงไปนั่งอยู่บนพื้นอย่างนั้น แต่มันดูไม่ใช่สิ่งที่คนป่วยพึงกระทำ เขาจึงลองส่งเสียงเรียกออกไปเบาๆ อีกครั้ง 
               “พี่แดฮวี”
               ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่แม้จะมีสัญญาณอะไรให้ซามูเอลรู้เลยว่าพี่แดฮวีได้ยินที่เขาพูดหรือไม่ ร่างบางตรงหน้าดูป่วยกว่าที่ซามูเอลคิด

               อย่างน้อยก็น่าจะจัดการให้กินข้าวกินยา แล้วนอนบนที่นอนดีๆ
               “ผมเดินเข้าไปแล้วนะ”

               ทุกย่างก้าวที่เดินเข้าไป ระยะห่างถูกย่นย่อให้ลดลงเรื่อยๆ สวนทางกับกลิ่นหอมหวานของอีกคน

               ช่องท้องของซามูเอลวูบโหวงราวกับมีใครมาขโมยเครื่องในของเขาไป ความรู้สึกปั่นป่วนในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนทำให้ซามูเอลคิดอะไรไม่ออกนักในตอนนี้

               มันเป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างดูร้อนไปหมด กลิ่นของพี่แดฮวีกำลังทำให้เขามึนเมา

               ใกล้เพียงเอื้อมมือ ซามูเอลคุกเข่าลงกับพื้น ก่อนจะลองเรียกแดฮวีอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ดูเหมือนการมาของเขาจะทำให้อีกคนรู้สึกตัวได้ในที่สุด 

               เพราะซามูเอลกำลังคุกเข่า ระดับสายตาเขาจึงอยู่สูงกว่าคนเป็นพี่ และเพราะแบบนั้น ภาพที่เด็กหนุ่มเห็นจึงเป็นการช้อนตามองจากอีกคน ริมฝีปากอิ่มเผยอออกจากกันอย่างคนหายใจไม่ถนัดนัก ซามูเอลรู้ว่ามันเป็นเพราะอีกคนกำลังป่วย แต่ถ้าภาพที่พี่แดฮวีกัดปากบนเวทีนั่นเคยทำให้เขาใจเต้นแรงมาแล้วล่ะก็ ครั้งนี้หัวใจเขาก็แทบหยุดเต้น มันเทียบกันไม่ได้เลย

               ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาก้าวไปประชิดตัวพี่แดฮวีตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาขึ้นมาอยู่บนเตียงเดียวกับพี่แดฮวีได้อย่างไร และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสื้อยืดสีดำนั่นทำไมถึงไปกองอยู่บนพื้นห้อง ทั้งๆ ที่มันเคยอยู่บนตัวพี่แดฮวี
               ซามูเอลอยากจะบอกได้ว่าเขาไม่รู้ตัวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น แต่เขารู้ รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป รู้ว่ามันไม่ควร และรู้ ว่าหากเขาทำอะไรอย่างนี้ลงไป พี่แดฮวีอาจจะไม่อยากมองหน้าเขาอีกเลยก็ได้

               ใช่ว่าไม่รู้ แต่ห้ามไม่ได้ต่างหาก

               มีใครจะหยุดตัวเองจากพี่แดฮวีได้อย่างนั้นหรือ ทั้งกลิ่นหอมๆ และจูบหวานๆ นี่ 

               หยุด ซามูเอลตะโกนบอกตัวเองในหัวเป็นครั้งที่ร้อยน่าจะได้ แต่สิ่งที่เขาทำหลังจากละริมฝีปากออกจากส่วนเดียวกันของอีกคนคือก็คือการจูบ เขากดจูบลงไปบนริมฝีปากที่แดงก่ำและบวมเจ่อนั่น อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง

               เขากำลังทำร้ายพี่แดฮวีหรือเปล่า มีคำตอบที่แน่ชัดของคำถามนั้น เพียงแต่ซามูเอลปฏิเสธที่จะยอมรับมัน

               ต้นแขนของพี่แดฮวีมีรอยแดงจากแรงบีบของเขา ซามูเอลไม่แน่ใจว่าตนเองใช้แรงขนาดไหนถึงยังทิ้งรอยแดงไว้ทั่วผิวกายของอีกคนได้ขนาดนั้น ซามูเอลเคยหงุดหงิดเรื่องที่เขาไม่ใช่คนแรงเยอะเหมือนอัลฟ่าคนอื่นๆ แต่ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกว่ามันก็ยังเยอะเกินไปอยู่ดี 

               รอยกัดของเขาเด่นชัดอยู่บนไหล่บาง อย่างน้อยก็ยังดีที่มีปลอกคอ… ซามูเอลยกมือขึ้นจับที่ต้นคอของตนเอง รอยคล้ายๆ กันนั่นก็คงมีอยู่ที่คอของเขาเช่นกัน คงต้องระวังเรื่องการเลือกเสื้อผ้าอยู่สักหน่อย แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เขารู้สึกตัว ก่อนที่จะถลำลึกจนสายเกินแก้

               พวกเขาต่างคนต่างเงียบอยู่พักใหญ่ ก่อนที่พี่แดฮวีจะขอบใจเขา... ทั้งๆ ที่ซามูเอลอยากจะหาฆ้อนมาทุบหัวตัวเองกับสิ่งที่เพิ่งทำลงไปเสียด้วยซ้ำ 

               แม้จะดูเหนื่อยอ่อน แต่รอยยิ้มของพี่แดฮวียังสดใสและอบอุ่นเช่นที่เคยเป็นมาเสมอ

               ซามูเอลรู้สึกว่าเขาควรจะคุยกับพี่คนนี้ให้รู้เรื่อง แต่กลับนึกหาคำพูดดีๆ ไม่ออกเลยสักนิด

               ซามูเอลจัดการกับเสื้อผ้าของตนเองและพี่แดฮวีให้อยู่ในสภาพที่ควรจะเป็น ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงถาดอาหารที่วางอยู่หน้าห้อง เด็กหนุ่มผลุนผลันออกไป ก่อนจะกลับเข้ามาพร้อมกับถาดอาหาร

               เมื่อถาดอาหารถูกวางอยู่ข้างหน้า แดฮวีก็เริ่มจัดการมื้อกลางวันของเขาเงียบๆ

               ถาดอาหารพร่องลงไปไม่มาก ซามูเอลไม่ชอบใจนัก แต่เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรเกี่ยวกับมัน... ไม่กล้าพูดอะไรออกไปเลยมากกว่า



               ถาดอาหารถูกย้ายออกไปวางที่โต๊ะไม้ข้างเตียง ซามูเอลนั่งอยู่ที่ปลายเตียงนั้น ก้มหน้าลงมองผ้าปูที่นอนราวกับมันมีลวดลายที่น่าสนใจหนักหนา ทั้งที่ผ้าปูที่นอนของแดฮวีนั้นเป็นสีขาวล้วน เมื่อเด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาก็สบสายตากับเจ้าของเตียงที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว เขาอ้าปากเพื่อที่จะพูดทำลายความเงียบลงบ้าง แต่ในหัวก็ว่างเปล่า จากนั้นจึงกลับไปนั่งมองผ้าปูที่นอนเช่นเดิม
 
               “คือ...พี่มียากินแล้วใช่ไหมครับ”
               “มีแล้ว”
               “คือว่า… ก่อนหน้านี้ ผมขอ…”
               “พี่ดีใจนะที่เป็นนาย” ยังไม่ทันที่ซามูเอลจะพูดจบประโยค แดฮวีก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน
               “แต่ผมทำแบบนั้นกับพี่…” ความรู้สึกผิดที่เกาะกุมจิตใจจากการกระทำที่จาบจ้วงยังคงอยู่ ซามูเอลไม่กล้าแม้กระทั่งจะมองหน้าพี่แดฮวีตรงๆ เสียด้วยซ้ำ
               “พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษนาย เพราะมาป่วยเอาในเวลาแบบนี้ ไปซ้อมกับนายก็ไม่ได้ แล้วก็เพราะว่ามัวแต่นอนจนไม่ได้กินยาให้ตรงเวลา นายก็เลย…ต้องมาลำบาก” ท้ายประโยคแผ่วเบา ซามูเอลคิดว่าเขาเห็นหูของพี่แดฮวีแดงขึ้นจากก่อนหน้านี้

               เหมือนที่มันเป็นมาเสมอ เด็กผู้ชายที่ชื่ออีแดฮวียังสามารถทำให้ซามูเอลรู้สึกดีขึ้นได้แม้ในเวลาอย่างนี้

               จากความกระอักกระอ่วนแปรเปลี่ยนเป็นความเก้อเขิน ซามูเอลต้องกลับไปซ้อม แต่ก็ยังไม่วายกำชับให้คนป่วยพักผ่อนให้มาก




               ระยิบระยับ แสงแดดที่ตกกระทบหน้าต่างวันนี้ดูระยิบระยับจับตา แดฮวีนั่งมองมันผ่านรอยแยกของผ้าม่านที่ปิดไม่สนิท 

               ความร้อนในตัวของเขาลดลงไปมากแล้ว แต่ผลจากการไม่ยอมใช้ยากดอาการฮีตให้ตรงเวลาของวันนี้ยังคงอยู่ มันอาจจะดูไม่เหมาะสมนัก แต่หลังจากวันประกาศผล แดฮวีก็ไม่รู้จริงๆ ว่าเขาจะยังสามารถมองเด็กคนนั้นได้อีกไหม

               มันเสี่ยง เขารู้ พี่ซองอุนเองก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเขานัก แต่ทว่าแดฮวีก็รั้นเกินกว่าจะฟังการห้ามปราม

               หลังจากกินทั้งยาแก้ไข้และยากดอาการฮีตเรียบร้อยแล้ว แดฮวีก็ออกไปซ้อมรวมกับเด็กฝึกคนอื่นได้ในช่วงบ่าย เขารู้สึกได้ถึงสายตาห่วงใยของซามูเอลที่ส่งมา
               สายตาที่แดฮวีอยากจะให้มองแค่เขา…





               ดึกมากแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครกลับไปที่ห้องพัก เพราะใกล้จะถึงวันแสดงเต็มที ทุกคนจึงซ้อมให้หนักเท่าที่ร่างกายจะสามารถรับไหว พวกเขาทำได้เท่านี้ แค่ทำให้ดีที่สุดบนเวทีที่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเขา จนกระทั่งเข็มสั้นของนาฬิกาเดินเลยเลขสองไป ใกล้ๆ จะถึงเลขสาม ทุกคนจึงลงความเห็นกันว่าควรกลับไปพักผ่อนเพื่อที่จะได้มีแรงซ้อมต่อในวันรุ่งขึ้น



               ดวงตารีสวยจ้องมองแผงยาสีเงินอย่างครุ่นคิด ในที่สุด แดฮวีก็หยิบมันขึ้นมา แกะยาเม็ดสีแดงใสออกจากแผงแล้วเก็บใส่กระเป๋ากางเกงไว้ เขาไม่ได้ตั้งใจว่าจะกินมันในคืนนี้ก็จริงอยู่ แต่หากเขาจะกลับหอมาทั้งๆ ที่ยังปล่อยกลิ่นฟุ้งคงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก

               “มูเอลอ่า ไปช่วยพี่ซ้อมเต้นหน่อยสิ”
               “พี่ดีขึ้นแล้วเหรอครับ ไหวแน่นะ”
               “อื้อ วันนี้นอนมาทั้งวันแล้วน่ะ”
               “อ่า ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ ผมอยากซ้อมต่ออีกหน่อยอยู่พอดี”






#OneShotPD



Talk:      สวัสดีค่ะ ในที่สุดก็ออกแนว Omegaverse มาอีกเรื่อง ส่วนหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้คลอดออกมา นอกจากจะเป็นรูปแดฮวีกับโชกเกอร์นั้นแล้วก็ฟิคของคุณเดียร์นี่แหละค่ะ ถ้าใครคุ้นๆ กับการที่พี่อูจินเขาเรียกแดฮวีมาใส่ปลอกคอก็จะบอกเลยว่าใช่ค่ะ 555555
               อันที่จริง เราไม่เคยได้คอมเมนท์เกินหนึ่งหลักเลย รู้สึกอะเมซิ่งดินด่านเกวียนกับตอนที่แล้วมากๆ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน และทุกๆ คอมเมนท์ด้วยนะคะ
               สุดท้าย หวังว่าทุกคนจะชอบกัน ขอบคุณทุกคนอีกครั้งที่เข้ามาอ่านค่ะ /โค้ง/
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

408 ความคิดเห็น

  1. #320 カッパ (@ayamu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 01:19
    เราอดคิดดีไม่ได้จริงๆเลยค่ะ แดฮวีคงจะชอบเจ้าแซมอยู่แล้วด้วยล่ะ ถึงได้บอกว่าดีใจที่เป็นน้อง
    #320
    0
  2. #40 tyren.95 (@marry95) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 22:31
    โอ้ยยยย ได้อ่านแซมฮวีในรอบหลายปี (?) เว่อร์ละ 5555 ฮืออ รักคู่นี้มากกก ไรท์แต่งได้ดีมาก ภาษาดีมาก พล็อตก็ดี แงงง

    แดฮวีแอบชอบน้องแซมใช่มั้ยถึงได้บอกว่าดีใจที่เป็นน้อง ? ชัวค่ะ ฮืออ เค้าแอบชอบกันค่ะแม่ เหนือสิ่งอื่นใดคือเค้าได้กันแล้วค่ะแม่ .โดนตบ
    #40
    0
  3. #34 final (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 00:11
    อยากจะกรีดร้องเเต่เกรงใจข้างบ้านมากเลย แงงงงง

    พี่เเดฮวีคงต้องชอบน้องอยู่บ้างใช่ไหมคะ ถึงยอมปล่อยให้น้องเเซมผู้ไม่ประสาทำตามสัญชาตญาณขนาดนั้น

    ได้อ่านเรื่องของคุณเดียร์มาก่อนหน้านี้เหมือนกันค่ะ เลยอยากจะบอกว่าอินมากเลย ล้านตัวเลย แงงง

    แดฮวีสุดดื้อของพี่ๆเเบรนนิวมาเรื่องนี้ก็ดื้อกับพี่ซองอุนอีก พัง ค่ะ

    ชอบรักมุมดื้อดึงของแดฮวีมาก ในขณะเดียวกันก็รักมากอัลฟ่าซื่อๆของแซมด้วย จุดเริ่มต้นจากการเป็นห่วงพี่

    ชอบน้องเเซมตอนที่น้องเเซมไม่ทันตั้งตัวกับอาการฮีตของคนพี่มาก มันเผลอไผล มัวเมา จนทำมันลงไปอย่างไม่ตั้งใจ

    (กระโดดกลับดาวไปกรีดร้อง) อยากบอกเลยค่ะว่าขออังกอร์อีก ขอบคุณมากๆนะคะฟิคสนุกมาเลยค่ะ TT
    #34
    0
  4. #33 @byut_i (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 19:58
    ออหออออ! ฉากนั้นมันบับ.. *เบิ่งตาออก 1.5 ซม. /เบิ่งได้แค่นี้เพราะสุดแล้ว 555555

    นึกภาพหวีช้อนตามองน้องแล้วก็เคลิ้ม ถ้าเป็นพี่เสื้อน้องก็คงลงไปกอ--แค่กๆๆ

    ฮืมมมม นี่ไม่ได้คิดอะไรไม่ดีเลยจริงๆนะคร๊ะคุณพรี่ :D



    อันนี้จบแค่นี้ป่ะคะ หรือมีต่อคะ ต่อมั้ยคะ ต่อสิคะ อั้ยย่ะ
    #33
    0
  5. #32 Drucula (@vampyr_kmsl) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 02:56
    อ๋อ เรื่องทั้งหมดมันเป็นอย่างงี้นี่เอง ทำไมน้องหวีถึงได้ร้ายเวอร์ขนาดนี้ ฮืออ อยากจะจับมาตีๆๆๆๆ
    #32
    0
  6. #31 sweetieb (@yerene_ss) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 00:24
    ฮื่อออรอนะคะ สู้ๆค่ะ
    #31
    0