Fic Onepiece : All Luffy [NL,Yaoi]

ตอนที่ 66 : The Story of Mother Luffy [END]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,983
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    4 ธ.ค. 57



The Story of Mother Luffy

 

                มังกี้ ดี ลูฟี่พบทราฟาลกา ลอว์ครั้งแรกที่ซาบอนดี้ ปาร์ค
 

                แน่นอนว่าเธอไม่รู้จักเขา ไม่เคยได้ยิน และถึงได้ยินก็คงไม่สนใจ อันที่จริงเธอค่อนข้างจะสนใจเจ้าหมีขาวพูดได้ที่นั่งข้างหลังนั่นมากกว่าด้วยซ้ำไป
 

                ตอนที่โรบินแนะนำว่าอีกฝ่ายเป็นใครลูฟี่จึงไม่คิดจะจำชื่อ ณ จุดนั้นเขาสนใจแค่พวกเคย์มี่ สนใจการต่อสู้แล้วต่อมาก็สนใจเรื่องราวของเรย์ลี่ จากนั้นก็สนใจในเพื่อนพ้องของตนที่กระจัดกระจายกันไป
 

                เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้พบกับชายคนนี้อีก และ
 

                จะไม่มีวันไม่สนใจเขาได้อีกเลย

 

 

               

                “อ้าว!? เจ้านั่นมัน…!” กัปตันหมวกฟางตะโกนพร้อมเผยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาสีดำจ้องที่ชายตัวสูงในชุดกันหนาวสีดำ เธอดีใจที่ได้เจอชายที่ช่วยชีวิตเอาไว้ มันเป็นเรื่องบังเอิญอย่างมากที่พวกเขาได้เจอกันอีกหลังจากนั้นสองปีที่พังค์ ฮาซาร์ดแห่งนี้ แต่เนื่องจากสถานการณ์ไม่อำนวยจึงไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก จะได้คุยจริงจังมากหน่อยก็เป็นเรื่องการเป็นพันธมิตรโจรสลัด  รายละเอียดเข้าใจยากเธอมองข้ามไปซะ คิดแค่ว่ามันน่าสนุกแล้วก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ถึงอย่างไรเธอก็จะจัดการสี่จักรพรรดิทุกคนอยู่แล้ว แผนการ(ที่ไม่คอยเป็นแผนนัก)ดำเนินไป สุดท้ายก็จับตัวซีซ่าร์ได้
 

                งานฉลองชัยชนะดำเนินไปเรื่อยๆทว่าเนื้อหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ คนที่ชอบเนื้อเป็นชีวิตจำต้องตามหา เธอเดินไปเรื่อยๆโดยไม่ได้สนใจทิศทาง
 

                จะเรียกว่าโชคดีได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ที่เธออยู่ในสายตาคู่หนึ่งพอดี
 

                “ นั่นแกจะไปไหน” ร่างสูงส่งเสียงเรียก เขาเดินมาเอาของที่ลืมในโรงงานไม่นึกว่าจะได้เจออีกฝ่าย
 

                คนถูกเรียกหันควับ
 

                “ แกมาพอดีเลย ช่วยฉันหาเนื้อหน่อยสิ” ลูฟี่ชักชวน พูดจาอู้อี้นิดหน่อยเพราะกำลังเคี้ยวเนื้อติดกระดูก
 

                ลอว์หรี่ตา คิดว่าเนื้อไม่ได้หายไปไหนหรอก มันหมดแล้วมากกว่า โดยคนตรงหน้านี่แหละ
 

                “ มันไม่มีหรอก” ลอว์พูดเสียงเรียบ ก้มหน้าจะเดินกลับ ทว่า
 

                “ ทางนู้นน่าจะมีอยู่  ชี้ไปอีกทางไม่ฟังที่ชายหนุ่มบอกสักคำ
 

                ลอว์เกือบหลุดมาด บอกให้ฟังกันบ้างแต่ยั้งไว้ทัน
 

“ จะทำอะไรก็รีบทำซะ พายุกำลังจะมา” เขาเตือน หมุนตัวไปอีกทาง เดินได้เพียงสองก้าวก็ถูกหยุดอีกครั้งด้วยมือที่ยืดมา
 

                “ เราเป็นพันธมิตรกันไม่ใช่เหรอ” กัปตันสาวอ้าง
 

                “ ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้” กัปตันหนุ่มแย้ง
 

                “ บู่วววววว ใจร้าย” เธอทำปากยื่น
 

                เขาไม่สนใจ
 

                “ ไปทางนี้ดีกว่า” ลูฟี่ดึงให้ลอว์ไปทางหนึ่ง
 

                ลอว์แย้งว่ามันไม่มีเนื้อ แต่อีกคนไม่ฟัง
 

                “ เอาแต่ใจจริงนะแก” ลอว์พึมพำ
 

                “ ฮี่ๆๆๆ พึ่งจะรู้เหรอ” ไม่สำนึก ซ้ำยังหัวเราะ ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพันธมิตรถอนหายใจดังเฮือก ยอมขยับตามเธอ
 

                พรืด!!!
 

                กัปตันสาวเหยียบลงบนพื้นหิมะทว่าตรงจุดนั้นเป็นทางลาดลง เนื่องจากไม่ได้ตั้งตัวจึงเสียหลัก สัญชาตญาณที่จะคว้าหาสิ่งยึดทำงาน ซึ่งสิ่งยึดที่ว่าก็ไม่ใช่อะไรตัวของร่างสูงข้างๆนั่นเอง!
 

                และ
 

                เขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวเช่นกัน!
 

                ทั้งสองกลิ้งลงมาตามทาง สิ่งที่เกิดขึ้นเกิดในช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีจึงไม่รู้ว่าความจริงทั้งคู่ตกลงมาไกลพอสมควร
 

                ลอว์ลุกขึ้นก่อน เขาแหงนหน้ามองด้านบน ดูจากระยะทางคร่าวๆด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าปีนขึ้นไปไม่ได้แน่นอน
 

                “ ไม่ต้องคิดจะปีนเลย” ลอว์ยึดคอเสื้อคนที่หมุนแขนบ่งบอกว่าเตรียมตัวจะปีนเต็มที่ “ ไม่ต้องยืดขึ้นไปจับหรืออะไรด้วยเพราะมันไม่มี” ระหว่างทางที่ตกไม่มีกิ่งไม้หรือหินเลย
 

                “ งั้นค่อยๆเดินขึ้นไปก็ได้ เดี๋ยวก็ถึง” ลูฟี่พูดอย่างไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ
 

                ” ลอว์ไม่แสดงความคิดเห็น
 

แปะ!
 

บางสิ่งเย็นๆร่วงลงบนจมูกเขา ลอว์เงยหน้าอีกครั้ง ที่แท้ก็หิมะกำลังตกลงมา เมฆดำก้อนใหญ่นั้นดูไม่ดีเลย แล้วมันก็เป็นอย่างที่ลอว์สังหรณ์ เมฆก้อนนี้นำพาพายุหิมะมาให้ นั่นแสดงว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฝ่าเพื่อกลับไปยังเรือ
 

“ แกทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ ใช้พลังของแกน่ะ” ริมฝีปากคนพูดสั่น ฟันกระทบกึกๆ เสื้อหนาวไม่ค่อยช่วยเลยเมื่อเจอระดับแรงลมเท่านี้
 

” ตอนนี้เขาไม่มีพลังมากพอเพราะพึ่งใช้ในการรักษาพวกเด็กๆที่ตกเป็นหนูทดลองของซีซาร์ เขาไม่แน่ใจว่ามันจะพาพวกเขาไปได้ไกลถึงเรือไหม
 

“ มาทางนี้” มือใหญ่ยื่นมาจับข้อศอกเธอ ลูฟี่ทำตามทั้งที่ไม่เข้าใจ
 

“ นี่เรากำลังจะไปไหนน่ะ” เธอถาม
 

“ แถวนี้น่าจะมีถ้ำอยู่ นั่นพอจะใช้หลบได้ชั่วคราว” ลอว์อยู่ที่เกาะนี้มานานจนจำที่ตั้งอะไรต่างๆได้
 

“ มีของกินไหม” ยังไม่วายจะถามเรื่องนี้
 

ลอว์ไม่ตอบ เขาเดินนำเร็วขึ้น
 

เมื่อลูฟี่มองอีกทีก็ไม่เห็นอีกร่างซะแล้ว เธอตะโกนฝ่าเสียงลม แต่ไร้วี่แวว
 

“ โทราโอะ!” เธอตะโกนซ้ำ มองไปรอบๆ ชักเป็นห่วงอีกฝ่าย “ โทราโอะ! แกอยู่ไหนน่ะ!?
 

ลูฟี่ยื่นมือออกไปคว้าแบบเปะปะ
 

หมับ!
 

เหมือนจะจับโดนบางอย่าง ดวงตาสีดำเพ่งพินิจดูดีๆจึงเห็นว่ามันคือมือที่สักตัวอักษร DEATH  ดูเหมือนเจ้าของมือจะยืนรอเธออยู่
 

“ มาทางนี้” ลอว์ว่า เขาขยับมือของตัวเองแต่อีกฝ่ายจับเอาไว้แน่น
 

“ แบบนี้จะได้ไม่หลงทาง” ลูฟี่หัวเราะพลางดึงมือของลอว์เข้ามาใกล้อีก แน่นอนว่าลอว์จะพยายามขัดขืนอย่างไรก็ไม่เป็นผล ต้องเลยตามเลย แม้จะรู้สึกแปลกๆก็ตามที
 

“ ถ้าเป็นที่นี้คงพอจะหลบได้สักพัก” ที่นี่ที่ว่าก็คือถ้ำขนาดกลาง จริงอย่างที่ลอว์บอก คือที่แห่งนี้ช่วยกันลมได้จริงๆ ไม่มากแต่ก็ดีกว่าต้องออกไปเผชิญกับสภาพอากาศแบบนั้น
 

“ เมื่อไรจะหยุดเนี่ย” ลูฟี่เริ่มบ่นเมื่อเห็นว่าผ่านไปครึ่งชั่วโมงหิมะก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ร้ายกว่าคือไม่เบาลงเลย “ เฮ้!โทราโอะ ทำอะไรสักอย่างสิ”
 

“ ทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น” ชายที่นั่งขัดสมาธิพิงผนังถ้ำตอบเสียงเรียบนิ่ง
 

10 นาทีต่อมา
 

“ โอ่ยยยยยย น่าเบื่อออออออ” คนที่เดินวนไปวนมาตั้งแต่เมื่อครู่ทิ้งตัวลงข้างๆคนที่เงียบ ลูฟี่เอียงคอ ลอบมองเสี้ยวหน้าของลอว์ จากนั้นก็
 

“ จะทำอะไรน่ะ!  ดวงตาสีเทาเปิดทันที คว้ามือที่กำลังจะตบหน้าเขาตามสัญชาตญาณ
 

“ นึกว่าแกหลับซะอีก” ลูฟี่ถอนหายใจ “ ช็อปเปอร์บอกว่าถ้านอนในที่อากาศหนาวจะแข็งตาย”
 

“ ฉันไม่ได้หลับ” ลอว์บอก น้ำเสียงหงุดหงิดเล็กๆ เขามีเหตุผลที่จะไม่นอนหลับในสภาพอากาศแบบนี้นอกจากเหตุผลปกติ “ หืม?”
 

!!!
 

เหลือบตามองจึงเห็นว่าคนที่เตือนว่าหลับแล้วจะตายกำลังหลับขี้มูกโป่ง!
 

คราวนี้มีคนถูกเขกศีรษะจริงๆหนึ่งคน
 

“ รู้สึกว่ามันหนาวกว่าเมื่อกี้อีกนะ” เธอบ่น “ แกไม่หนาวหรือไง”
 

“ หนาว” ลอว์หลับตาอีกแล้ว “ แต่ทนได้ฉันไม่ได้หลับ” ลืมตาทันทีเพราะสัมผัสได้ว่าอีกคนเงื้อมือขึ้น เหงื่อตกเลยเมื่อเห็นสีหน้าเสียดายนั้น
 

“ บรื๋อออออออ” ยิ่งตอนนี้มืดแล้วอากาศก็ยิ่งเย็น ลูฟี่หันมาหาลอว์ที่นั่งนิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไร จ้องจ้องแล้วก็นึกบางอย่างที่(ตนคิดว่า)ฉลาดขึ้นมาได้
 

“ โทราโอะ!แลกเสื้อ
 

“ ไม่” ตัดบทตั้งแต่ยังพูดไม่จบ
 

“ งั้น
 

“ ไม่” ไม่รู้ว่าจะทำอะไรหรอกแต่ชิงปฏิเสธก่อนท่าจะดีกว่า
 

แต่คนเอาแต่ใจระดับจักรพรรดิไม่สน
 

“ จะทำอะไรน่ะ!?” ชายหนุ่มหลุดมาด รีบเอามือดันหน้าคนที่เข้ามาใกล้ ทำท่าเหมือนจะกอดและขึ้นมานั่งบนตักเขา ปลุกปล้ำ(?)กันไปมา ท้ายที่สุดก็กลายมาอยู่ในสภาพแปลกๆ ลูฟี่นั่งระหว่างขาของลอว์ หันหน้าเข้าหาแล้วยังโอบไหล่เขาเอาไว้
 

“ ทำแบบนี้จะได้ไม่หนาวทั้งคู่ ชิชิชิ” เธอคงคิดว่านี่เป็นวิธีที่ชาญฉลาดอย่างมาก “ สมัยก่อนตอนที่ฉันอยู่กับเอส พอถึงฤดูหนาวก็ทำแบบนี้”
 

“ ฉันไม่ใช่พี่ชายแกนะ” ลอว์ว่าเสียงต่ำ พูดเป็นนัยๆว่าไม่ควรจะทำแบบเดียวกับเขา
 

“ ไม่เป็นไรหรอก” อีกฝ่ายเข้าใจผิด “ ฉันไม่ถืออยู่แล้ว”
 

ไม่รู้จะทำเช่นไร จะผลักออกอย่างไรเธอก็ไม่ยอมไปอีกอย่างลอว์ปฏิเสธไม่ได้ว่าความอบอุ่นจากร่างกายมนุษย์มันทำให้รู้สึกดีอย่างไม่น่าเชื่อ
 

ครั้งหนึ่งคุณโคร่าก็เคยกอดเขาแบบนี้เขาพยายามคิดแบบนี้จะได้ไม่คิดมาก นอกจากนี้ตัวเขาเองก็ไม่ใช่พวกที่จะหวั่นไหวอะไรกับผู้หญิงง่ายๆอยู่แล้ว
 

จะทำอะไรก็ทำไป
 

ผ่านไปพักหนึ่งลูฟี่เริ่มขยับอีกครั้งเนื่องจากเมื่อย เธอเปลี่ยนเป็นนั่งหันข้าง ชันเข่าขึ้น “ แบบนี้ดีกว่า” เธอว่า เอาศีรษะพิงที่ไหล่กว้าง
 

“ ไม่ได้หลับใช่ไหม” ลอว์ถาม สัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดตรงแก้มและลำคอของเขา
 

ลูฟี่ส่งเสียงในลำคอเป็นเชิงปฏิเสธ “ แกล่ะ”
 

“ ถ้าหลับคงไม่ถามแกได้แบบนี้”
 

“ อืม”
 


 


 

“ แกหลับไปแล้วใช่ไหมเนี่ย” จริงอย่างที่ลอว์พูด คนในอ้อมกอดหลับไปเรียบร้อย  เนื่องจากเธอเป็นยางฉะนั้นทำอะไรไปก็คงไม่เจ็บง่ายๆดังนั้น
 

“อื้อออออ อื้ออออออ  มือเริ่มปัดป่ายไปมา ดวงสีดำเบิกโพลง ตื่นปุ๊บก็รีบโวยวายคนที่เอานิ้วมาบีบจมูก ปิดกั้นทางเดินหายใจ
 

“ ถ้าเงียบแบบนี้ฉันหลับแน่” ลูฟี่โอดครวญหลังโวยวาย “ เราสู้กันไหม”
 

ลอว์ปฏิเสธเด็ดขาด ในถ้ำแบบนี้จะไปอย่างนั้นได้ที่ไหน
 

“ งั้นชวนคุยอะไรสักอย่าง”
 

“ แกเป็นนักฟัง นักคุยหรือไง” เขาพอจะรู้นิสัยอีกฝ่ายว่าเป็นพวกฟังได้สองประโยคก็หลับแล้ว
 

“ งั้นก็ทำอะไรสักอย่าง” ลูฟี่ยังโอดครวญต่อ ลอว์หัวคิ้วเริ่มขมวดเพราะรำคาญ บางทีน่าจะปล่อยให้แข็งตายไปซะเลย “ ทำไมแกไม่รู้สึกง่วงบ้าง”
 

“ ฉันมีอดีตที่ไม่ค่อยดีกับหิมะ” ลอว์หลุดปาก
 

“ เอ๊?” อยู่ในความสนใจกัปตันหมวกฟางเรียบร้อย
 

งานนี้จะบ่ายเบี่ยงก็ลำบากกว่า ลอว์เลยบอกสั้นๆแค่ว่า “ คนสำคัญฉันตายตอนหิมะตก”
 

“ งั้นเหรอ” ลูฟี่พยักหน้า ถึงเธอจะไม่ค่อยฉลาดแต่ก็สัญชาตญาณดี “ มันเกี่ยวกับเจ้าสี่จักรพรรดินั่น หรือเจ้ามิงโก้หรือเปล่า”
 


 

 เธอรู้สึกได้ว่าบรรยากาศรอบตัวคนตรงหน้าเปลี่ยนไป
 

สิ่งที่คนพูดปลอบไม่เก่งจะทำให้ได้มีแค่อย่างเดียว
 

มือของลูฟี่เอื้อมไปด้านหลัง กดศีรษะที่สวมเจ้าหมวกปุยสีขาวให้หน้าผากของอีกฝ่ายแตะกับหน้าผากเธอ “ฉันจะจัดการเตะก้นเจ้าพวกนั้นให้แกเอง”
 

ดวงตาสีเทาเบิกกว้าง
 

“ อย่าลืมสิ” ลอว์กระซิบย้ำ “ เราต้องทำตามแผน แกจะทำตามใจตัวเองไม่ได้”
 

“ รู้แล้วล่ะน่า ” เธอลูบศีรษะชายอายุมากกว่าเบาๆ “ ถ้าเพื่อนมีปัญหาล่ะก็ฉันจะต้องช่วยอยู่แล้ว อีกฝ่ายจะเป็นใครก็ช่าง ฉันไม่แพ้แน่”
 

ขยับออกมามองหน้ากันชัดๆ
 

“ฉันจะช่วยแกเองโทราโอะ”
 

ทั้งน้ำเสียงและแววตาแสดงความมุ่งมั่น
 

ลอว์คิดว่าลูฟี่ไม่ได้เข้าใจประเด็นที่เขาย้ำเลย ถึงอย่างนั้น
 

“อืม” เขารับคำในลำคอ จะลองเชื่อดู แต่อยากให้อีกฝ่ายสัญญากับเขาอย่างหนึ่ง “ อย่าตายละกัน”
 

“ ชิชิชิ ฉันไม่ตายหรอก” เธอสัญญา “ แกเองก็ด้วย ฉันไม่ปล่อยให้แกตายเหมือนกัน”
 

ไม่ได้บอกให้สัญญาว่าเขาจะไม่ตาย แต่เป็นฝ่ายให้สัญญาเสียเองว่าจะไม่ปล่อยให้เขาตาย
 


 

“ โทราโอะ?”  ลูฟี่ทัก “ แกเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหัวใจแกเต้นเร็วขึ้น”
 

ลอว์ส่ายหน้า บอกว่าไม่มีอะไรทั้งนั้น

 

 

…………….

 
 

ออกเดินทางจากพังค์ฮาซาร์ด ยังไม่ถึงเดรสโรซ่าก็เจอการโจมตีเข้าโดยกะทันหันจากชายที่ชื่อบรีด ตอนแรกพวกลูฟี่นึกว่าจะเป็นพวกของโดฟลามิงโกที่มาช่วยซีซ่าร์ แต่หลังจากเข้าไปชิงตัวประกันกลับมาก็ได้รู้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับโดฟลามิงโกเลย ลูฟี่รู้เรื่องที่ชายคนนี้ใช้พลังพิเศษบังคับพวกสัตว์ทะเลให้ทำตามที่ตนต้องการเหมือนเป็นสัตว์เลี้ยง ตามนิสัยก็ย่อมปล่อยไปไม่ได้ เพียงแต่เธอไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะใช้ช็อปเปอร์เป็นเครื่องมือด้วย เธอกับลอว์พลาดท่าโดนจับเช่นกัน และโดนบังคับให้ต้องต่อสู้กันเอง

ในที่สุดเรื่องนี้ก็จบลงเพราะความฉลาดของลอว์ที่รู้วิธีแก้พลังพิเศษของศัตรู กับด้วยหมัดของลูฟี่กับลูกศิษย์คงฟูจูกอน

หลังล่ำลาเรียบร้อยและแยกกับกับกลุ่มโจรสลัดสัตว์ทะเล ทุกคนก็กลับไปประจำตำแหน่ง ทำหน้าที่ของตนเช่นเดิม

ดวงตาสีดำของกัปตันสาวมองไล่หาคนบางคนที่หายตัวไปโดยไม่มีใครสังเกต เดินถามแฟรงกี้  ถามซันจิ ถามลูกเรือแต่ก็ไม่มีใครรู้ เดินวนหาทั่วเรือ แล้วเธอก็เจอจนได้

“ อยู่นี่เอง! แกทำอะไรอยู่น่ะ” ลูฟี่เจอคนที่ตามหาที่ห้องพยาบาล รอยยิ้มชะงักค้างเมื่อเห็นแผลฟกช้ำสีม่วงเข้มตรงสีข้าง ที่แท้ลอว์ก็กำลังทำแผลอยู่นั่นเอง

“ นั่นแกไปโดน?”

นึกได้เสียก่อนว่ารอยมันเหมือนรอยหมัดและคนที่พึ่งจะต่อสู้กับเขามาหมาดๆก็ไม่ใช่ใคร ลูฟี่นั่นแหละ

“ นี่ฉัน” รู้สึกผิดที่ทำให้เพื่อนบาดเจ็บ

“ มันเป็นแผลจากการต่อสู้ที่พังค์ ฮาซาร์ด” จู่ๆลอว์ก็พูดขึ้น เขาไม่มองที่ลูฟี่  ที่พูดอย่างนี้ก็เพราะรู้ว่าเธอจะต้องเชื่อแล้วก็จะได้ไม่ต้องคิดมาก

“ งี้นี่เอง!” เห็นไหม

ลอว์คว้าเสื้อสีน้ำเงินขึ้นมาเตรียมใส่แต่กลับถูกหยุดไว้ด้วยฝีมือคนเดิม


“ มีอะไร”


“ แล้วแกไม่ทำแผลแล้วเหรอ ให้ฉันไปเรียกช็อปเปอร์ไหม”


“ ฉันเองก็เป็นหมอ” จะบอกว่าทำแผลเองได้

“ ฉันรู้แล้วว่าแกเป็นหมอ” ลูฟี่ย่นจมูก ไม่เข้าใจประเด็น “ แต่แกจะทำแผลไม่ใช่เหรอ จะให้ตามช็อปเปอร์ให้ไหม”

ลอว์เริ่มเหงื่อตก ตั้งใจจะพูดต่อตรงๆเลยว่าให้เธอออกไปก็พอ

“ หรือแกอยากให้ฉันช่วยทำให้” ลูฟี่ทำตาโตเหมือนพึ่งจะนึกอะไรสำคัญออก

!?”  ลอว์กะพริบตาถี่ๆ “ แกว่าไงนะ? ไม่ๆ แค่ออก

“ อันนี้คือยาสินะ” ไม่ได้ฟังกันเลย

                งานนี้ลอว์ยืนยันหนักแน่นว่าจะทำเองคนเดียว คนอย่างลูฟี่ทำไม่ได้แน่นอน แต่ก่อนจะทะเลาะกันมากกว่านี้คุณหมอกวางที่อยู่ในบทสนทนาก่อนหน้าก็เปิดประตูเข้ามาทันเห็นฉากประหลาด(?)

                “ พวกนายทำอะไรกันน่ะ!?” จะไม่ให้ร้องได้อย่างไรก็ในเมื่อภาพตรงหน้าคือกัปตันสาวกำลังยื้อยุดกับกัปตันโจรสลัดอีกกลุ่ม ในมือถือแขนเสื้อคนละฝั่ง

                “ หา?”

….

..

.

                “ ถ้าจะทำแผลเดี๋ยวฉันจัดการให้เอง” ช็อปเปอร์อาสา เริ่มเตรียมอุปกรณ์อย่างรวดเร็ว ลอว์บอกไม่ต้องแต่ลูฟี่จับไหล่กว้างแล้วยึดให้นั่งลง ช็อปเปอร์ก็รีบมาทำหน้าที่ทันที

                “ แผลช้ำหนักเอาเรื่องเลยนะ” คุณหมอกวางพึมพำพลางป้ายยาลงไป

                “ ” คนเจ็บไม่พูดอะไร สีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอาการเจ็บปวด

                “ หรือว่า!? นี่เป็นแผลของหมัดลูฟี่!” เผลอตะโกนสิ่งที่รับรู้จากการตรวจออกมา

                ลอว์นึกอยากจะกุมขมับ ทำไมโจรสลัดกลุ่มนี้ถึงชอบพูดอะไรออกมาก่อนคิดนะ ไม่รู้หรือไงว่าไอ้คนที่สร้างแผลให้เขายังนั่งตรงนี้ แล้วไม่รู้อีกหรือไงว่ากัปตันของตนนั้นมีนิสัยอย่างไร หากรู้เข้าก็จะแสดงอาการรู้สึกผิดที่ทำเพื่อน(ถึงลอว์จะยืนยันว่าไม่ใช่ก็เถอะ)อีก

                “ อ๊า!!! ตกลงมันเป็นแผลจากหมัดของฉันจริงๆเหรอ!” นั่นไงล่ะ

                “ ดูจากลักษณะรอยช้ำ กับเวลาที่เกิดแผลแล้วก็ไม่น่าเป็น” คุณหมอคนเก่งกำลังพินิจพิเคราะห์ผลการตรวจสอบอย่างชาญฉลาดแต่หยุดกลางคันเมื่อเห็นดวงตาสีเทาเหลือบมอง ช็อปเปอร์มองสลับกับมองลูฟี่ ในที่สุดก็เข้าใจความหมายของสายตานั้น

                “ โอ๊ะๆๆ แต่บางทีอาจจะเป็นรอยอื่นก็ได้นะ ไม่สิๆ นี่เป็นรอยดาบ ไม่สิๆ รอยฟันของสัตว์ทะเล รอยระเบิดเอ๊ะๆ ช่างมันเหอะ!” คุณหมอกวางปรี๊ดแตก เลิกพูดแก้ เปลี่ยนมาสนใจทำแผลต่อ

                ลอว์มองช็อปเปอร์แวบหนึ่งแล้วเลื่อนไปมองลูฟี่ที่อยู่ด้านหลัง สีหน้าของเธอเฉยนิ่ง ไม่บ่งบอกอารมณ์

                “ เสร็จแล้ว!” ลอว์หันกลับมา ไม่รู้ตัวเลยว่าทำแผลเรียบร้อย เขาบอกขอบใจสั้นๆ

                “ อ่ะ” ลูฟี่ยื่นเสื้อคืนให้

                ลอว์รับมาสวม แต่ขณะที่สวมลงบนศีรษะก็สัมผัสได้ว่ามีมืออุ่นๆจับตรงบริเวณที่พันแผลเอาไว้

                “ ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

                “” พยักหน้าน้อยๆ สวมเสื้อแล้วจัดให้เข้าที่

                แต่ลูฟี่ก็ยังขอโทษอยู่ดี สำหรับคนอย่างเธอการทำร้ายเพื่อนเป็นเรื่องใหญ่แล้วก็ยกโทษให้ยาก

                ดวงตาสีเทากลอกมองสีหน้าที่ฉายแววกังวลผสมโกรธชัดเจน เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ ใช้หลังมือแตะไหล่ของอีกฝ่ายเบาๆสั้นๆ “ ฉันก็แค่ประมาทเลยได้แผลมา ไม่เกี่ยวกับแก”

                “ นั่นนายจะไปไหนน่ะ” ช็อปเปอร์ถามคนที่เดินไปตรงประตู

                “ เฝ้าซีซ่าร์ ถึงเรื่องเมื่อกี้จะไม่เกี่ยวกับโดฟลามิงโก แต่มันอาจจะส่งใครมาจริงๆก็ได้ ยังไงก็ต้องหาทางป้องกันเอาไว้ก่อน” ทิ้งท้ายแล้วออกไป ในห้องพยาบาลจึงเหลือเพียงลูฟี่และช็อปเปอร์

                “ หมอนั่นไม่อยากให้ลูฟี่รู้สึกผิดสินะ เห็นท่าทางน่ากลัวแต่ไม่คิดเลยว่าจะใจดีขนาดนี้ คงจะต้องมองใหม่แล้ว” ช็อปเปอร์ถอนหายใจ ระบายยิ้มนิดๆ “ เนอะลูฟี่?”

                “ อืม” เห็นด้วยกับลูกเรือ “ เจ้านั่นใจดีจริงๆนั่นแหละ” ทั้งเรื่องเมื่อสองปีก่อน เรื่องที่ช่วยเด็กที่ถูกจับทดลองแล้วยังตอนนี้อีก

                “ ลูฟี่? เป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบาย?หรือว่าบาดเจ็บเหมือนกัน ให้ฉันตรวจดูให้ไหม” ช็อปเปอร์ขยับเข้ามาใกล้กัปตันสาวเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติ ลูฟี่คุกเข่าลงให้ความสูงไม่ต่างจากคุณหมอมากนัก

                “ อืมมมมม ดูแล้วก็ไม่มีไข้นี่นา” ช็อปเปอร์เอามือ(?)แตะหน้าผากของคนที่เอาแต่จ้องไปทางประตู “ แต่ทำไมหน้านายถึงแดงล่ะ”

 

……………..

 

                อืมมมมมมมมมม

                ต้นหนผมส้มยืนเท้าเอวจ้องดูกัปตันหมวกฟางซึ่งกำลังเดินเร็วๆเข้าไปหากัปตันของอีกกลุ่ม ทั้งคู่พูดคุยอะไรกันบางอย่างที่เธอไม่ได้ยินแต่เดาว่าเป็นเรื่องเล่นทั่วไป

                “ สองคนนั้นดูสนิทกันนะ” โรบินเดินเข้ามาทางด้านหลัง เธอพูดถึงลอว์และลูฟี่

                นามิพยักหน้า “ เหมือนลูฟี่จะพยายามเข้าหาโทราโอะคุงนะ”

                “ เป็นครั้งแรกเลยนะ” โรบินขำคิก

                “ อะไรเหรอ” นามิไม่เข้าใจ

                “ เป็นครั้งแรกที่กัปตันของเราเข้าหาคนอื่น” โรบินยิ้มกว้างกว่าเก่า “ ในลักษณะแบบนี้”

                ไม่จำเป็นต้องขยายเพิ่มว่าลักษณะที่ว่าคืออะไร ก็มันออกจะเห็นชัดว่ากัปตันสาวกำลังจีบกัปตันหนุ่มอยู่(?)

                “ ไม่เข้าใจหรอกนะว่าทำอะไรถึงได้ทำให้คนที่ไม่เคยชอบอะไรนอกจากเนื้อ ผจญภัย ต่อสู้ เพื่อน หมวกฟางกลับมามีท่าทีและความคิดแบบผู้หญิงทั่วไป แต่ดูเหมือนจะต้องมีการติวกันหน่อย”

                ก็ลูฟี่เล่นเข้าหาแบบซื่อๆ เอาแต่ชวนคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้คนที่ไม่ชอบสนทนาอย่างลอว์ก็มีอันเบื่อพอดีน่ะสิ

                “ อาจจะไม่ต้องก็ได้นะ” โรบินกลับเห็นต่าง

                “ เอ๊ะ?”

                “ดูสิ”

                นามิมองไปที่ทั้งสองคนอีกรอบ เวลานี้ทั้งคู่นั่งลง ลูฟี่ยังคงพูดบางอย่าง ขณะที่อีกคนก็นั่งพยักหน้าเป็นพักๆ

                ปกตินิสัยเงียบขรึมอย่างลอว์มีเหรอจะนั่งทนฟังคนน่ารำคาญ ทำอะไรตามอารมณ์แบบลูฟี่ได้ แต่งานนี้ทนได้นั่นก็แปลว่า


“ แบบนี้ท่าจะมีหวังนะ” นามิยิ้ม          


…………3…………

 

“ ได้ยินจากช็อปเปอร์ว่าแกเป็นคนช่วยพวกเด็กๆไว้งั้นเหรอ” ลูฟี่ถามชายหนุ่มที่นั่งติดกัน

“ก็นะ” ลอว์ตอบแบบไม่คิดอะไร

“ ชิชิชิ แกนี่ใจดีจริงๆนะโทราโอะ” เธอหัวเราะเสียงใส “ เมื่อสองปีก่อนก็ช่วยฉันเอาไว้อีก”

“ ไม่จำเป็นต้องเก็บมาเป็นหนี้บุญคุณอะไรหรอก” ลอว์ย้ำคำเดิม “ เรื่องเด็กยักษ์พวกนั้นฉันถือว่าเราเป็นพันธมิตรกันเลยช่วย ส่วนเรื่องเมื่อสองปีก่อนฉันลงมือทำไปเองตามใจ”

“ ยังไงก็ช่าง” ลูฟี่ไม่ใส่ใจ ยืนยันว่าเธอเห็นอีกฝ่ายว่าเป็นคนดีมาก

ลอว์เลือกที่จะเงียบ

“ แล้วพวกเพื่อนแกอยู่ที่โซ เจ้าหมีพูดได้ก็อยู่ด้วยใช่ไหม”

“อ่าใช่”  ลอว์นิ่งไป เขาเริ่มนึกถึงพวกลูกเรือ ถ้าพวกโซโลสำคัญสำหรับลูฟี่ พวกเบโปะก็สำคัญสำหรับลอว์เช่นกัน

และลูฟี่สังเกตเห็นมัน

“ ดีล่ะ! ไว้จัดการเจ้ามิงโก้แล้วก็ไปที่โซเพื่อจัดการเรื่องของพวกโมโมะแล้วก็ไปหาพรรคพวกของแกกัน” เธอวางแผนเองเออเอง

“ จะให้ฉันบอกอีกกี่ครั้ง” พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับแผนสำคัญ ลอว์ต้องรีบดัก  “ ว่าอย่าทำอะไรตามอารมณ์ ต้องทำตามแผน เข้าใจไหม”

คนฟังทำปากยื่น ไม่อยากทำตาม

“ อีกอย่างนะ โดฟลามิงโกไม่ใช่พวกที่จะจัดการได้ง่ายๆ เจ้านั่นชั่วร้ายและร้ายกาจ” มือที่จับดาบกำบริเวณด้ามแน่นเมื่อนึกถึงสิ่งที่โดฟลามิงโกทำกับคุณโคร่า

“ อย่าห่วงเลยน่า” คนถูกเตือนฉีกยิ้มกว้าง

ลอว์อ้าปากจะเถียงแต่ช้ากว่าลูฟี่

“ ฉันสัญญาแล้วไงว่าจะจัดการเจ้ามิงโก้ให้” ไม่รู้ทำไมคำพูดดูเหมือนเล่นๆถึงได้มีพลังที่ทำให้น่าเชื่อได้อย่างประหลาด

เขามองหน้าเธอ

สุดท้ายก็รู้ตัวว่าเถียงไปก็ป่วยการ อธิบายด้วยเหตุผลยิ่งเสียเวลา สู้นิ่งเฉยแล้วบอกให้ลูกเรือของกัปตันเจ้าปัญหาจัดการเองดีกว่า

“ นี่โทราโอะ”

“ อะไรอีก”

“ฉันชอบแกจัง ชิชิชิ”

!!!

 จู่ๆก็พูดอะไรที่ไม่เข้ากับบรรยากาศและสถานการณ์ที่สุด แต่มันก็สมกับนิสัยคนไม่มีแบบแผนของลูฟี่ นั่นทำให้คนที่มาดขรึมหลุดมาด ทำตาโต อ้าปากค้างหน่อยๆรีบหันมามองทันที

“ หน้าแกตลกชะมัดเลย” เธอกุมท้อง หัวเราะแล้วยังวิจารณ์สีหน้าท่าทางของเขา

“ เมื่อกี้” ลอว์หลุดพึมพำ

“ ฉันบอกว่าฉันชอบแกไง” ยืนยันคำเดิม

” คนถูกบอกชอบไปต่อไม่ถูก พยายามหาเหตุผลว่าด้วยนิสัยอย่างหญิงสาวตรงหน้าน่าจะหมายถึงการชอบในความหมายของเพื่อนมากกว่า

เขาไม่ซักไซ้ต่อว่าชอบแบบไหน เขาคิดว่าเขาไม่รู้จะดีกว่า  ใช่อย่ารู้ดีกว่า

“ มองเห็นเดรสโรซ่าแล้วนะ!!!” เสียงตะโกนของแฟรงกี้ดังขัดได้อย่างถูกจังหวะ ลูฟี่รีบกระโดดขึ้นยืนจากนั้นวิ่งไปเกาะที่ขอบเรือเช่นเดียวกับคนอื่นๆที่ทยอยทำตาม

สิ่งแรกที่กัปตันสาวทำก็คือตะโกนท้าทายศัตรูในครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าเธอมุ่งมั่นในเรื่องนี้อย่างมาก

เมื่อเรือจอดเทียบฝั่งลอว์ก็จัดแจงรายละเอียดแผนการที่ตกลงกันก่อนหน้าซ้ำอีกครั้ง ตอนนั้นเองที่สังเกตว่าตัวเจ้าปัญหาประจำกลุ่มหายตัวไป

“หมวกฟาง-ยะอยู่ไหน” ถามคนอื่น

ไม่มีใครทราบ

ลอว์ถอนหายใจสั้นๆก่อนจะออกเดินตามหา เวลานี้ถ้าเธอเกิดทำอะไรที่ไม่ระวังลงไปอาจจะส่งผลเสียตามมาอย่างมากมายก็ได้

“ นั่นแกกำลังทำอะไรอยู่” ลอว์ขมวดคิ้ว เขาเจอเจ้าตัวจนได้แต่เธอแต่งกายแปลกๆ

“ อำพรางตัวไง” ลูฟี่ที่ติดหนวดปลอมฉีกยิ้ม “ ชุดนี้ให้คินเสกให้ ปลอมตัวเป็นผู้ชายแบบนี้น่าจะดีกว่า”

เขาไม่วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอแค่ไม่ทำให้เสียเรื่องเป็นพอ

“ แกมีอะไรหรือเปล่า” ลูฟี่เอียงคอมองชายตรงหน้าเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ยอมพูดอะไรต่อ

เรื่องก่อนหน้านี้

“?”

“ ที่แกบอกว่าแกชอบฉัน”

“ ใช่” ลูฟี่นึกออกจนได้

“ ชอบในความหมายไหน” ถามออกไปซะแล้ว ไม่รู้ว่าเขาเกิดคิดอะไรจึงได้เปลี่ยนใจถามเรื่องนี้ บางทีหลังจากถามเขาอาจจะต้องนึกเสียใจก็ได้

“ หมายถึงฉันชอบแกแบบเพื่อนน่ะเหรอ” ลูฟี่ยิ้ม

นั่นไงล่ะเขาก็นึกเอาไว้แล้

“ เปล่า” ลูฟี่ชิงพูดต่อ

ห๊ะ!?

“ ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจแต่ฉันคิดว่าฉันชอบแกคนละแบบกับพวกโซโล” เธอหัวเราะด้วยเสียงเอกลักษณ์

ดวงตาสีเทากะพริบโดยอัตโนมัติ

“ อืมมมม แต่ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะ แกว่าไงล่ะโทราโอะ” ดันย้อนถาม

” คุณหมออ้าปากจะพูดแต่ไม่มีเสียงหลุดรอด

ใช้เวลาอยู่หลายนาทีลอว์ก็ออกเสียง

“ อย่า

“เอ๊ะ?”


ลอว์แสดงอาการลังเลอย่างเห็นได้ชัดซึ่งเกิดได้ไม่บ่อย  เขารู้ว่าเธอเป็นคนเชื่อคนง่ายหากบอกว่าสิ่งเธอชอบมันเหมือนชอบเพื่อนธรรมดา เธอคิดไปเอง ลูฟี่ย่อมเชื่อโดยง่ายแต่

เขาไม่อยากบอกแบบนั้น

และเขาก็รู้ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

แบบนี้ไม่ดีเลย

“ โทราโอะ?” ดวงตาสีดำจับจ้องที่ใบหน้าอีกฝ่าย มือเอื้อมมาจะแตะไหล่ แต่แล้วก็เปลี่ยนเป้าหมายกะทันหัน เป็นที่ใบหน้าแทน “โทราโอะ?”

สัมผัสใต้มือบอกให้รู้ว่าเขาสะดุ้ง

“ อย่าอย่าชอบฉัน” ลอว์พูดได้ในที่สุด ทว่าการกระทำกลับตรงข้ามกับคำพูด มือที่จับดาบและใช้มันดึงหัวใจของคนอื่นอย่างโหดร้ายวางทับลงบนมือเล็กกว่าอย่างอ่อนโยน

ลูฟี่กะพริบตาถี่ๆ ไม่เข้าใจ

“ อย่าชอบฉัน รู้แค่นั้นก็พอ” เขาฝืนว่าต่อ เพราะบางทีเขาอาจจะไม่รอดจากศึกนี้ ไม่สิเขาเองก็ไม่คิดว่าจะรอดอยู่แล้ว ขอเพียงจัดศัตรูของคุณโคร่าผู้พระคุณได้ก็พอ

“พูดอะไรของแกน่ะ” ลูฟี่พ่นลมหายใจเสียงดัง “ ไม่เห็นจะเข้าใจเลย”

ลอว์ชักมือกลับ “ อย่าชอบฉัน จำเอาไว้ ไม่ว่าจะในแบบเพื่อนหรือแบบไหนก็อย่า”

“ หา?” ขมวดคิ้วมุ่น “ ฉันไม่ฟังหรอก ฉันจะทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการเท่านั้น”

ยืดดดดดดดดด

ลอว์ดึงแก้มของลูฟี่ “ หัดฟังกันบ้างได้ไหม”

ลูฟี่ส่ายหน้าดิกๆ ความเอาแต่ใจระดับจักรพรรดิน่ะไม่สามารถใช้คำพูดหรือเหตุผลอะไรมาหยุดได้ ลอว์เลือกถอนหายใจ หันหลังให้และเดินออกไปจากตรงนั้น ทว่าเดินได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกเรียกอีก

“ มีอะไรอีก” หันมามองข้ามไหล่

“ แล้วแกคิดยังไง”

ยังไงหมายถึงเขาคิดยังไงกับเรื่องที่เธอบอกหรือ

ถามว่าเขารู้สึกยังไงกับเธอ

คนถามรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ขณะที่คนตอบบอกเพียง

“ ถ้าเรื่องนี้จบฉันจะบอก”

เดินออกไปเลยโดยไม่สนอาการไม่พอใจทำปากยื่นแบบเด็กๆของลูฟี่

 

…………………….


 

เธอมัวแต่ยุ่งกับเรื่องผลเมระ เมระจนไม่รู้ถึงสถานการณ์ภายนอก พอรู้ตัวอีกทีเธอก็เจอเข้ากับเหตุการณ์ที่ศัตรูตัวสำคัญในเวลานี้ใช้ปืนยิงพันธมิตรของเธอ

“ โทราโอะ!!!!!!” ลูฟี่ตะโกนออกมาสุดเสียงตามสัญชาตญาณ

วินาทีนั้นลูฟี่จำได้ว่าลมหายใจของเธอสะดุด หัวใจกระตุกเหมือนมีคนมากระชาก เธอยอมรับว่าอาการแบบนี้เคยเป็นเวลาที่พวกคนสำคัญรอบตัวถูกทำร้าย แต่ครั้งนี้มันมากกว่าทุกที

มันหนักยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา!

แล้วเธอยังต้องทนมองโดฟลามิงโกจับตัวลอว์ไปอีกโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้สักนิด ถึงผลปีศาจของเอสจะสำคัญ แต่ว่าพวกพ้องลอว์สำคัญกว่ามาก

แต่ว่าในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี และเป็นความโชคดีที่ไม่คาดฝันมาก่อนด้วย นั่นคือการปรากฏตัวของซาโบ พี่ชายอีกคนที่เธอคิดว่าตายไปนานแล้ว เท่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องผลเมระ เมระอีกแล้ว

การต่อสู้ในเดรสโรซ่าดำเนินไปอย่างดุเดือดและสุดท้ายจบลงที่ความพ่ายแพ้ของพวกโดฟลามิงโก ลูฟี่ฝืนความเหนื่อยล้าและอาการเจ็บทั่วร่างกายเดินเข้าไปหาคนที่เธอนึกเป็นห่วงที่สุด ทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่ แข้งขาที่ฝืนลากก็อ่อนแรงจนทรุดลง

หมับ!

ลอว์กางแขนรับร่างของเธอได้ทันพอดี

 เนื่องจากลูฟี่ตัวชา ไม่รู้สึกแล้ว ดวงตาก็พร่าเบลอ จึงไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ที่อีกฝ่ายกอดเธอเอาไว้แน่น

“ โทราโอะ โชคดีจริงๆที่แกไม่เป็นอะไร” ลูฟี่ยิ้ม พยายามเค้นเสียง “ ฉันไม่ยอมให้ใครแตะต้องพวกพ้องของฉัน”

แล้วเธอก็หมดสติไป

……………………

 

ต่อให้บาดเจ็บขนาดไหนก็ไม่สน เมื่อมีงานเลี้ยงลูฟี่ย่อมต้องร่วมด้วย ยิ่งงานนี้เป็นงานฉลองใหญ่ระดับประเทศของกินอร่อยๆก็ต้องมีมากตามไปด้วย

“ กินให้ช้าๆหน่อยลูฟี่ นายยังไม่ฟื้นตัวดีนะ” คุณหมอกวางเตือน แต่กัปตันตัวดีเพียงรับลอยๆว่ารู้แล้วๆ

“โอ้?” ดันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เธอหันกลับมาถามเพื่อน “ แล้วโทราโอะล่ะ”

“ แหมมมมม” นามิเดินถือแก้วเหล้าผ่านมาได้ยินพอดี “ ตื่นมาก็ถามอยู่สองเรื่องนะ เรื่องกินไม่ก็โทราโอะคุง”

คนถูกแซวพยักหน้ารับโดยดีทำให้สาวผมส้มหมดอารมณ์

“ ไม่เห็นเลยนะ” โรบินเดินเข้ามาอีกคน ในมือมีชามใส่เนื้อหอมฉุย เธอถือมาให้กัปตันสาวนั่นแหละ

“ หลังจากอุ้มนายมาถึงที่พยาบาล ก็ช่วยช็อปเปอร์ทำแผลให้ อยู่เฝ้าจนนายตื่นก็ไปไหนไม่รู้” นามิเล่า

อย่างนั้นเหรอลูฟี่พึมพำ

“ มีอะไรหรือเปล่า” ช็อปเปอร์ลองถามดู “ ถ้าอาการหมอนั่นล่ะก็ไม่ต้องห่วงเลย”

ลูฟี่ส่ายหน้า เธอดีใจที่ได้ยินแบบนั้นแต่ที่เธอหาอีกฝ่ายน่ะเพราะมีเหตุผลอื่น พวกเพื่อนถามกลับว่าอะไร ลูฟี่ฉีกยิ้มกว้าง ตอบชัดเจน

“ ฉันจะทวงคำตอบจากเจ้านั่นน่ะ”

แต่ไม่เฉลยให้คนฟังคลายสงสัยว่าคำตอบอะไร

 

………………………………

 

หลังจากคุยกับพี่ชายพร้อมทั้งฉลองไปในตัวเรียบร้อยลูฟี่ก็นึกได้ว่าเธอกำลังตามหาชายหนุ่มพันธมิตรอยู่ เธอเดินไปเรื่อยๆโดยอาศัยสัญชาตญาณเอา ไม่รู้ตัวสักนิดว่าเดินคลาดกันแค่เสี้ยววินาที แต่อย่างไรก็ช่าง เพราะหลังจากนี้เธอเดินกลับไปที่ห้องพักที่ถูกเตรียมไว้ และไม่ถึงยี่สิบนาทีคนที่ตามหาก็เดินหาเธอจนเข้าไปในห้องนี้

ลูฟี่บอกสิ่งที่เธอรู้สึกตอนเห็นลอว์โดนยิงให้เขาฟัง ว่าเธอกลัวมากขนาดไหน

ฉันไม่อยากสูญเสียแกไปโทราโอะ” เธอบอก

“ รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา” ลอว์ย้อนถาม ใบหน้าเขามีสีแดงจางๆ

ลูฟี่สังเกตเห็นและเริ่มทักอย่างอารมณ์ดี ลอว์ผลักหน้าเธอแบบที่รู้ดีว่าเธอไม่เจ็บหรอก

“ นี่ๆฉันมีเรื่องจะถามแกด้วยแหละ” ร่างบางที่อยู่บนตัวเขายิ้ม “ ตกลงแกคิดยังไงกันแน่”

ลอว์ไม่เข้าใจในนาทีแรกแต่แล้วเขาก็นึกออกว่าเธอกำลังทวงสัญญาที่เขาบอกว่าถ้ารอดจากศึกนี้ได้เขาจะให้คำตอบว่าคิดอย่างไรกับเธอ

“ว่าไงล่ะ” ไม่ถามเปล่า ยังโน้มตัวลงมากดดัน ใบหน้าเข้ามาชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ

“ ฉันจำไม่ได้แล้ว” บ่ายเบี่ยง

“ แกโกหก” ทีอย่างนี้ล่ะฉลาดรู้ทัน

ลอว์ยกยิ้มกวนๆ ประมาณว่าแล้วจะทำอย่างไรล่ะ ในเมื่อเขาจำไม่ได้

“ งั้นฉันถามแกใหม่ ตกลงแกคิดยังไงกับฉัน” คนตรงไปตรงมาถามอีกหน อีกฝ่ายก็เล่นตัว(?)ไม่พูด ซ้ำยังยิ้มมากกว่าเก่าแบบคนได้เปรียบ

หรือเปล่า


ดวงตาสีเทาเบิกกว้างเมื่อหญิงสาวบนตัวเขาก้มลงมา ริมฝีปากเรียวประทับลงบนริมฝีปากเขาแรงๆเร็วๆหนึ่งครั้ง

“ ชิชิชิ ฉันชอบแกจริงๆนะโทราโอะ” ผละออกมาหัวเราะด้วยเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะแล้วตามด้วย “ แล้วแกล่ะ คิดยังไง”

คนที่พึ่งถูกขโมยจูบไปอ้าปากค้าง แน่นอนว่ามันไม่ใช่จูบแรก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกตื่นเต้นและหัวใจเต้นแรงกับการจูบผู้หญิง

“ ฉัน” ไม่มีสติ จะหลุดบอกสิ่งที่ตัวเองคิดซะแล้ว ทว่าคำพูดถูกหยุดเอาไว้ เขาไม่ได้หยุดเองซะด้วย เป็นริมฝีปากคู่เดิมที่หยุดเขา ครั้งนี้ลอว์จูบตอบ มือที่เจ็บจากการต่อสู้ยกขึ้นมาจับหน้าของลูฟี่เอาไว้

“ จะไม่รอฟังคำตอบก่อนหรือไง” ลอว์หัวเราะเสียงแผ่วเมื่อถอนริมฝีปากออกมา

“ก็แกบอกเองไม่ใช่เหรอว่าฉันไม่ใช่นักฟังที่ดี”

ลอว์จำไม่ได้ว่าเขาพูดเมื่อไร แต่คลับคล้ายคลับคลาว่าจะพูดจริงๆ แต่ในเวลานี้เขาไม่สนใจเรื่องนั้นอีกแล้ว

“ ฉันก็ว่างั้น” เขาว่าก่อนจะเอื้อมมือไปวางบนแผ่นหลังของลูฟี่ ปล่อยเรื่องราวหลังจากนี้ให้เป็นไปตามอารมณ์และความรู้สึกที่ไม่อาจปฏิเสธได้

 

…………………….

 

แสงแดดที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระทบเข้าที่ใบหน้าของลูฟี่อย่างพอดิบพอดี ด้วยความที่เป็นพวกนอนน้อยตื่นง่ายอยู่แล้วจึงได้ลืมตาขึ้นมา เธอขยับขึ้นมานั่งอย่างงัวเงีย มองไปที่หน้าต่างก่อน จากนั้นจึงย้อนกลับมาดูที่ความอบอุ่นข้างตัว

ลอว์อยู่ใต้ผ้าห่มเดียวกันและกำลังโอบกอดเอวของเธอเอาไว้

“ โทราโอะ” ลูฟี่เรียกพลางเอามือตบๆบริเวณศีรษะเบาๆ ได้ยินเสียงอีกคนครางในลำคอและแรงกอดตรงเอวก็มากขึ้น

“ขี้เซาจริงนะแก” เธอทำเสียงบ่น พ่นลมหายใจทางจมูกสั้นๆ แต่จะว่าไปนี่อาจจะเป็นคืนแรกที่ชายหนุ่มได้นอนหลับแบบสบายจริงๆก็ได้ คิดอย่างนี้เธอเลยตัดสินใจว่าออกไปก่อนดีกว่า วันนี้เธอต้องไปลาซาโบซะด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไร

ลูฟี่คิดว่าลอว์คงจะเหนื่อยจริงๆก็ขนาดที่เธอลุกขึ้นแต่งตัวอะไรเรียบร้อยอีกฝ่ายก็ยังหลับผิดวิสัยปกติ

มือหยาบกร้านไม่สมกับเป็นมือผู้หญิงเอื้อมไปลูบเส้นผมสีดำและใบหน้าของคนบนเตียง ก่อนที่เธอจะผละออกเพื่อไปทำธุระที่ค้างคาไว้

                “ ลูฟี่!” อุซปเป็นคนแรกที่เจอ เขารีบเรียกทักทายแล้วยังถามต่อว่าไปอยู่ที่ไหนมา

                “ อยู่กับโทราโอะ” ตอบซื่อๆตามตรง

                “ ห๊ะ?”  อุซปไม่เข้าใจ แต่ยังไม่ทันจะถามให้กระจ่างกัปตันสาวของเขาก็วิ่งไปยังบริเวณที่พี่ชายต่างสายเลือดยืนอยู่

                “ จะไปแล้วเหรอ” ลูฟี่ถามซาโบ “ อุตส่าห์ได้เจอกันอีกแท้ๆ”

                “ ทำไงได้ล่ะ” ซาโบจับปีกหมวกของตน “ ยังมีภารกิจต้องไปทำอีกนี่นา”

                “ อืม” น้องสาวพยักหน้า

                “ แต่ฉันดีใจนะที่ได้เราได้เจอกันอีก” ซาโบพูดจากใจจริง เขาเอื้อมแขนออกมากอดลูฟี่ “ ดีใจมากจริงๆ”

                “ ชิชิชิ ฉันรู้” ลูฟี่กอดตอบแรงๆ บอกให้รู้ว่าเธอก็คิดเช่นนั้น

                “ ว่าแต่ว่า” ซาโบดันน้องสาวออกห่างจากตัว พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดมากขึ้น “ อย่าลืมล่ะ สิ่งที่ฉันเตือนเมื่อวาน”

                “ เรื่องระวังตัวน่ะเหรอ”

                “ ใช่ๆ ฉันรู้ว่าเธอชอบการต่อสู้แล้วก็ไม่ยอมใครง่ายๆ แต่อย่าลืมตัวล่ะว่าตัวเองเป็นผู้หญิง”

                “ แล้วไง”

                “แล้วไง?” ซาโบทวนคำอย่างไม่เชื่อหู “ ก็อย่าทำตัวห้าวให้มาก อย่าทำตัวเหมือนผู้ชายน่ะเข้าใจไหม”

                อาการปากยื่นบ่งบอกว่าเข้าใจแต่ไม่เห็นด้วยและไม่คิดทำตามคำสั่งคำเตือนของพี่ชาย

                “ เฮ้ออออออ อยากให้เอสอยู่จริงๆจะได้ช่วยสั่งสอน

               

                “ ถ้าคิดว่าพูดแล้วจะเศร้าก็อย่าพูดสิฟะ!” อุซปที่เห็นเหตุการณ์โวยวายเสียงดังเมื่อเห็นสองพี่น้องทำหน้าซีดหลบตาคนละทางเมื่อนึกถึงพี่น้องที่จากไปแล้ว

                “ จะไงก็ช่าง เอาเป็นว่า รักษาตัว แล้วก็ทำตัวดีๆ ” ซาโบยิ้ม สิ่งที่พี่ชายจะกลัวมากที่สุดที่จะเกิดกับน้องสาวที่น่ารักก็คือ “ อย่าเจอกันอีกครั้งแล้วอุ้มหลานมาให้ดูละกัน”

                เขาพูดติดตลกโดยไม่นึกเลยว่า




มันจะเป็นจริง

…………………..

 
 

 

“ นายมั่นใจนะว่าไม่ได้เป็นอะไร” โซโลหรี่ตามองเพื่อนสาวที่แลบลิ้นห้อย เอาตัวพาดกับขอบเรือ เธอพึ่งจะอาเจียนเอาอาหารเมื่อเช้าออกไป

“ พักนี้รู้สึกว่านายจะอ้วกบ่อยนะ” ซันจิตั้งข้อสังเกต ครั้งแรกเขาคิดว่าเป็นเพราะว่าเรือโคลงเคลง ครั้งที่สองคิดว่าเพราะทานเยอะไปแต่เมื่อมีครั้งที่สาม สี่ ห้า ตามมาเรื่อยๆก็ว่าพิกลแล้ว

“ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่พักนี้เหมือนไม่อยากจะทานอะ

!!!

ไม่มีใครไม่ทำหน้าตกใจ แถมแต่ละหน้ายังตกใจช็อคยิ่งกว่าการเจอศัตรูหรือได้ฟังข่าวใหญ่

“ ต้องเป็นโรคร้ายอะไรสักอย่างแน่ๆ” โรบินหนอนหนังสือทำหน้าจริงจังและเคร่งเครียด

“ ไม่ได้นะครับ คุณลูฟี่อยากจะเป็นเจ้าแห่งโจรสลัดต้องทำให้ได้ก่อน อีกอย่างต้องกลับไปเจอลาบูนกับผมด้วยสิครับ” บรู๊คส่งเสียงหนวกหู

“ ว๊ากกกกกกกก! ลูฟี่ไม่สบายซะแล้ว ต้องป่วยหนักแน่ๆ หมอออออ หมอออออ!” ช็อปเปอร์โวยวาย

“ ก็แกแหละหมอ!” อุซปตบมุก

“ เออใช่!” พึ่งรู้ตัว

“ นายไม่สบายใช่ไหม” นามิเป็นห่วงอย่างจริงจัง เธอเอื้อมมาแตะหน้าผากลูฟี่เพื่อวัดอุณหภูมิ “ ไม่มีไข้นะแต่อาจจะป่วยแล้วช่วงไข้ลดก็ได้ ให้ช็อปเปอร์ตรวจหน่อยจะดีกว่า”

                คุณหมอกวางรับช่วงต่อจูงมือพาลูฟี่เข้าไปที่ห้องพยาบาล

                พวกหน้าห้องรออย่างใจจดใจจ่อ ผ่านไปสิบนาที….

                เอ๊!!!!!!!!!!!!?

                ก็มีเสียงโวยวายของคุณหมอดังออกมา

                “ เกิดอะไรขึ้นน่ะ!?” พวกพ้องที่เหลือเปิดประตูเข้าไป สภาพที่เห็นคือลูฟี่นั่งขัดสมาธิทำหน้างงบนเตียงส่วนช็อปเปอร์นั้นหันหลังมาให้พวกเขาแต่ตัวสั่นดิกๆไม่รู้ว่าโกรธหรือกลัวหรืออะไร

                พรวด!

                พวกที่ออตรงประตูสะดุ้งเมื่อช็อปเปอร์ลุกขึ้นกะทันหัน

                “ มีอะไรหรือเปล่าครับ” บรู๊คถามแต่ช็อปเปอร์ไม่ตอบ

                “ จะไปไหนน่ะ” แฟรงกี้ถามต่อพลางมองตามร่างเล็กที่เดินลิ่วๆไปที่ขอบเรือ

                “ ลอว์! ลอว์! อยู่ไหนน่ะออกมาเดี๋ยวนี้นะ!” ตะโกนเสียงดังมาก

                “ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” โซโลพึมพำ เขาหันมาที่กัปตันซึ่งทำเพียงยักไหล่บอกว่าตนก็ไม่รู้

                ไม่นานหลังจากส่งเสียงเจ้าของชื่อก็ปรากฏตัวบนเรือเธาซันด์ ซันนี่ ลอว์เข้าไปในห้องพยาบาล

                “ ไง” เธอทักทายผู้มาใหม่

                “ อืม” ลอว์พยักหน้ารับ เขาเริ่มจากคำถามง่ายๆ จากนั้นก็ลองตรวจลูฟี่ดู และผลที่ได้ก็คือลูฟี่กำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา!!!

                “ มันเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ” ลูฟี่ถามแบบบื้อๆ

                มันเป็นเรื่องใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย!

                “ ฉันนึกว่าจะป่วยเป็นอะไรแล้วทานเนื้อไม่ได้ซะอีก”

                คุณหมอไม่เข้าใจตรรกะของเธอเลย

                “ ไม่นึกกังวลเยหรือไง” ลอว์หรี่ตา

                ลูฟี่ส่ายหน้า “ ทำไมต้องกังวลด้วยก็แค่มีลูก”

                ไม่ก็แค่นะ!

                “ แค่ฉันมีลูกกับคนที่ฉันรักก็ไม่เห็นเป็นไรนี่” แต่ละประโยคของเธอชวนให้เขาใจเต้นแรงและหน้าร้อนได้ไม่ยากแต่ยิ่งกว่าคือทำให้เขาดีใจ

                ลูฟี่บอกเพื่อนพ้องของเธอที่กังวลแทนแบบนี้เช่นกัน และทุกคนก็พร้อมจะสนับสนุนเธอเต็มที่  ทุกอย่างดูจะดีไปหมด ยิ่งตอนที่ชายหนุ่มยอมรับต่อหน้าทุกคน ต่อหน้าปู่ของเธอว่าเขารักเธอจริงๆ

                เขารักเธอ

                นั่นคือคำตอบที่ลอว์ติดค้างลูฟี่

                ทุกอย่างไปได้สวยจริงๆ

                หากจะหาเรื่องแย่ก็มีเพียงแค่เรื่องที่เธอถูกสั่งห้ามเด็ดขาดว่าห้ามสู้ กับอีกเรื่องคือเรื่องจำกัดการทานอาหาร ทั้งสองเรื่องนี้มันแย่จริงๆนะ จะยกตัวอย่างให้ดูสักหนึ่งกรณี

                “ แหยะ!

                มื้ออาหารที่บำรุงเด็กจำเป็นอย่างยิ่งทว่าคุณแม่ในไม่ช้าไม่ให้ความร่วมมือสักเท่าไร ปกติเธอไม่ค่อยเลือกทานนะแต่เจ้าชามข้ามต้มใส่ผักตรงหน้า ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เอา

“ ทำไมนายถึงทำอาหารรสชาติเห่ยๆแบบนี้ออกมา” โอดครวญกับกุ๊กผมทอง

                “ เสียมารยาทจริงๆ” ซันจิยืนยันว่าต้องทาน “ มันเป็นอาหารบำรุงสูตรพิเศษ เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของเด็กในครรภ์”

                “ พูดอะไรไม่เห็นเข้าใจ”

                “ ก็หมายความว่ามันดีต่อลูกในท้องน่ะสิ”

                “ ถ้ามันเป็นลูกฉันก็ต้องชอบกินอะไรเหมือนฉันแน่นอน ซันจิเอาเนื้อมาเยอะๆ”  เรื่องแบบนี้ล่ะฉลาด

                “ ไม่” ยืนยันเสียงเฉียบ “ คุณพ่อมาพอดีเลยช่วยจัดการกับเจ้านี่ทีสิ”

                โบ้ยงานให้คุณพ่อที่เดินมาเช็คดู

                “ กินเข้าไปสิ” ลอว์นั่งลงข้างลูฟี่ บอกสั้นๆ

                “ ไม่” ยืนยันการปฏิเสธ

                “ เพื่อลูก” ลอว์พูดต่อ คำนี้ได้ผล ลูฟี่ชะงักเล็กน้อย รับชามมาเขี่ยๆ พึมพำไม่หยุดว่ามันรสชาติเห่ยบ้าง ไม่อร่อยบ้าง ไม่น่ากินเลย

                “ ขาดำ-ยะ” ลอว์หันไปหาอีกบุคคลในห้อง “ มีขนมปังบ้างไหม”

                “ เหออออ?” ซันจิครางด้วยเสียงงุนงง “ ก็พอมีนะแต่แกจะเอาไปทำอะไร” ต่างก็รู้ดีว่าคุณหมอคนนี้ไม่ชอบขนมปัง ถึงอย่างนั้นก็ยังส่งให้ก้อนหนึ่ง ไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่เล็ก

                ลอว์มองเจ้าขนมปังในมือ คิ้วขมวด เบ้ปากหน่อยๆ นิ่งไปหลายนาทีราวกับทำใจ เขาหันมาเผชิญหน้ากับลูฟี่

                “ ฉันเกลียดขนมปัง” เขาว่า

                “ฉันรู้แล้ว” จะบอกทำไม

                “ แล้วแกก็ไม่ชอบอาหารนี่ใช่ไหม” ลูฟี่พยักหน้า “ แกกินอาหารนี้ซะแล้วฉันจะกินขนมปัง”

                “ จะทำแบบนั้น” จะถามว่าทำเพื่ออะไรแต่เธอเข้าใจซะก่อนพร้อมกับตอนนั้นลอว์ก็กัดขนมปังเข้าไปแล้วหนึ่งคำ สีหน้านิ่งขรึมค่อยๆบิดเบี้ยว หน้าซีดนิดๆ เขาหันไปด้านอื่น

                ลอว์ลงทุนทำแบบนี้เพื่อจะได้เข้าใจความรู้สึกของลูฟี่ ขณะที่ลูฟี่ก็จะเห็นว่าเธอไม่ได้ต้องฝืนทำสิ่งที่ไม่ชอบเพียงคนเดียว

                “ ขนมปังมันไม่ได้รสชาติแย่สักหน่อย” ลูฟี่แย้งขำๆ ตักอาหารเข้าปาก สีหน้าค่อยๆเจื่อนลง ปากเม้มแน่นเพื่อไม่ให้คายสิ่งที่อยู่ในปากออกมา หันหน้าไปคนละด้านกับลอว์

                “ นี่พวกนายกำลังเล่นอะไรกันอยู่น่ะ” ซันจิที่เห็นเหตุการณ์ตลอดพึมพำ แต่สุดท้ายเขาก็ยิ้มออกมา คิดว่าสองคนนี้เป็นคู่บ้าที่เหมาะสมกันมาก


                …หรือบางทีกรณีนี้อาจจะไม่ได้แย่ก็ได้

 

…………………

               

                โป๊ก!

                “ จะให้บอกอีกกี่ครั้งว่าอย่าทำแบบนี้” คุณพ่อคนใหม่เขกศีรษะคุณแม่คนใหม่เนื่องจากเธอกำลังเอาเนื้อชิ้นโตยัดเข้าปากทารกเอสอายุหนึ่งวันเท่านั้น

                “ ฉันแค่อยากให้เอสทานของอร่อยบ้าง” ลูฟี่แย้ง

                “ เด็กทารกทานไม่ได้” ลอว์บอกเป็นรอบที่เกินสิบ เขาอุ้มลูกชายไว้ไม่ยอมให้ลูฟี่ทำอย่างเมื่อครู่อีก “ ตัวเลอะเทะหมดเลย”

                น้ำซอสจากอาหารมื้อค่ำของคุณแม่เลอะตามใบหน้าและตัวของทารก อันที่จริงมันเลอะตัวลูฟี่ด้วยเพราะเอสดิ้น

                “ ไปอาบน้ำไป” ลอว์บอกกึ่งสั่ง

                “ อาทิตย์หนึ่งฉันอาบหนึ่งครั้งก็พอ”

                “

               

                ..

                .

                “ ห้องอาบน้ำอยู่ตรงนี้” ลูฟี่นำทางร่างสูงที่มีทารกน้อยในอ้อมแขนไปที่ห้องอาบน้ำบนเรือเธาซันด์ ซันนี่ เขาบอกพวกนามิไว้แล้วจึงไม่ต้องกลัวว่าจะมีผู้ใช้อยู่

                พอเข้ามาคนที่ไม่คิดอะไรอย่างลูฟี่ก็ถอดเสื้อออกในทันที ลอว์ไม่ได้หวั่นไหวหรือคิดอะไรหรอกนะแต่ก็อดเหงื่อตกกับพฤติกรรมไม่สมหญิงอันนี้ไม่ได้

                “ แกไม่อาบด้วยกันเหรอ” ลูฟี่ถามพร้อมจุ่มเท้าลงงในอ่างก่อน

                ลอว์ส่ายหน้า

                “ ฉันแค่อาบให้เอส ส่วนแกก็จัดการตัวเองซะ” เขาบอกเสียงนิ่ง วานให้ลูฟี่ช่วยอุ้มเอสให้ชั่วครู่(ไม่ลืมเตือนว่าห้ามเอาจุ่มลงไปในน้ำเด็ดขาด!) เขาถกแขนเสื้อทั้งสองข้างขึ้นมาอยู่ที่ข้อศอก ย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งใกล้ขอบอ่าง รับเอสคืนจากลูฟี่จากนั้นก็เริ่มอาบน้ำให้ทารกตัวน้อย

                “ ดูคล่องจังนะแกเนี่ย” ลูฟี่ขยับมานั่งขอบอ่างบ้าง เธอมองดูลอว์และเอส “ เพราะแกเป็นหมอหรือเปล่า”

                “ ไม่” ลอว์ยิ้มนิดๆ “ ฉันเคยทำให้น้องสาวต่างหาก”

                “ น้องสาว?” ลูฟี่ตกใจ ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

                “ นั่นเพราะฉันไม่ได้เล่าให้ฟัง” ลอว์ว่ากวนๆ

                “แล้วแกจะเล่าให้ฉันฟังไหม”

                “ ขึ้นกับว่าแกอยากฟังไหม”

                “ ก็เล่ามาสิ” ตอบสมกับเป็นลูฟี่

                ลอว์มองเธอแวบหนึ่งก่อนจะเล่าให้ฟังถึงชีวิตในวัยเด็ก เรื่องของครอบครัวของเขาที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน พอเล่าจบ

                โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!

                คนฟังก็มีอาการอย่างที่เห็น น้ำหูน้ำตาไหลเพิ่มระดับน้ำในอ่าง

                “ ชีวิตแกนี่มันเศร้าจริงๆเลย”  พูดเสียงอู้อี้พลางยกมือปาดน้ำตาน้ำมูกออก “ ถ้าแกบอกแบบนี้แต่แรกฉันจะช่วยจัดการเจ้ามิงโก้ให้เร็วกว่านี้อีก”

                ลอว์ยกมือข้างหนึ่งขึ้นแตะผิวแก้มที่อุ่นร้อนเพราะน้ำอาบ ตามด้วยการโน้มลงไปจูบลูฟี่

                “ แกจัดการให้ฉันแล้ว”

                ลูฟี่เห็นรอยยิ้มกว้างของอีกฝ่ายเมื่อถอนริมฝีปากออกไป นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเขายิ้มแบบนี้

                “ ขอบใจ”

                ยังตามด้วยคำขอบคุณ

                มีเสียงน้ำกระเซ็นดังขึ้น เมื่อก้มดูจึงเห็นว่าเอสกำลังเอามือตีน้ำเหมือนลูกชายอยากจะมีส่วนร่วมด้วย ลูฟี่เกิดความคิดประหลาดในตอนนั้น

                “ นี่โทราโอะ

                “ว่าไง” ลอว์อุ้มเอสขึ้นจากน้ำ เตรียมหยิบผ้าขนหนูมาห่อ

                “ ถ้าเรามีลูกอีกคนตั้งชื่อตามนี้นะ ถ้าเป็นผู้หญิงให้ชื่อเดียวกับน้องสาวแก แต่ถ้าผู้ชายให้ชื่อเดียวกับผู้มีพระคุณ แบบนี้ดีไหม”

                หากเป็นผู้หญิงตั้งชื่อว่าลามี่ หากเป็นผู้ชายตั้งชื่อว่าโคราซอน

                “ เอสพึ่งจะเกิดได้ไม่ถึงสองวันก็คิดถึงลูกคนใหม่แล้วเหรอ”

                “ แล้วแกว่าไงล่ะ” ไม่สนใจ ถามเรื่องเดิมต่อ

                อ่า

                “ ถ้ามีคนต่อไปนะ” เขาพูดคร่าวๆแค่นั้น

 

……………………..

 

 

                สามวันต่อมาเรือเธาซันด์  ซันนี่มีแขกคนสำคัญมาเยือน คนคนนั้นไม่ใช่ใคร เขาคือพี่ชายร่วมสาบานของลูฟี่ ซาโบนั่นเอง!

 

 

                 “ลูฟี่!” อุซปเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นซาโบ เขาเรียกกัปตันสาวและทุกคนให้มาดู
 

                “ ดูท่าจะงานเข้าซะแล้ว” โซโลพึมพำ ยิ้มนิดๆและเหงื่อตก

                คนอื่นๆก็คิดเหมือนกับนักดาบผมเขียว

                แต่งานนี้คนที่จะงานเข้ามากที่สุดคงไม่พ้นสองตัวต้นเรื่อง ลอว์นั้นไม่อยู่บนเธาซันด์ ซันนี่ ส่วนลูฟี่ก็ไม่ทุกข์ร้อนใจสักนิด เธอตะโกนทักทายพี่ชายกลับ

                พรึ่บ!

                ดูท่าคุณพี่จะรีบร้อนมากเป็นพิเศษ บอกได้จากการที่เขารีบกลายร่างเป็นไฟขึ้นมาบนเรือเธาซันด์ ซันนี่ เมื่อคืนร่างลูฟี่สังเกตเห็นว่าในมือของซาโบมีหนังสือพิมพ์อยู่ด้วยแต่มันยับยู่ยี่เหมือนโดนทั้งบิดทั้งม้วนมา

                “ นั่นอะไร…!!?” ยังถามไม่จบคำก็โดนซาโบเอามือดึงผิวแก้มอย่างแรง จงใจใช้ฮาคิซะด้วย

                “ ฉันเห็นข่าวของนายในหน้าหนังสือพิมพ์” ซาโบยิ้มทว่าพูดเสียงต่ำ เขาคลี่กระดาษในมือให้ดู มันมีรูปของลูฟี่และลอว์อยู่  ที่สำคัญเป็นรูปที่เธอท้องป่อง นี่น่าจะถ่ายก่อนเธอคลอดเอสไม่นาน

                “ แล้วรีบมาเลย” ซาโบว่าต่อ เขายื่นหน้าเข้ามาจนแทบชิดน้องสาวต่างสายเลือด “ จะอธิบายว่ายังไง”

                “ ก็ไม่อะไรนี่” คำตอบชวนให้โดนลงโทษหนักกว่าเดิม


                “ จะไม่อะไรได้ไง มันเป็นเรื่องใหญ่นะ!” ซาโบเริ่มว่ายาวเหยียด ดุลูฟี่ที่ไม่ยอมดูแลตัวเอง แถมยังไม่คิดอะไรให้รอบคอบ

                “ อ้อไอ่เอ็นเอ็นไออี่ (ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่) ” เธอตบมือพี่ชายเบาๆให้ปล่อยก่อน อีกฝ่ายยอมทำตาม “ เจ็บๆ ชาหมดเลยไม่เห็นเป็นไรเลย แค่ทุกอย่างออกมาดีก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ”

                ซาโบไม่รู้จะกุมขมับหรือทำโทษลูฟี่อีกดี

                “ แล้วดรากอน พ่อของเจ้านี่ว่าไงบ้าง” ซันจิลองถามอีกประเด็นขึ้นมา

                “ คุณดรากอนน่ะเหรอ” ซาโบเล่าว่าพอนายทหารคนหนึ่งเอาหนังสือพิมพ์มาให้ดรากอนอ่านจากนั้นก็เงียบไปหลายนาทีแล้วพูดแค่ว่า

                “ แค่ลูฟี่ก็โตถึงวัยแล้วนี่นะเนี่ยนะ!!!!” สมาชิกกลุ่มหมวกฟางร้องพร้อมกัน

                “” ซาโบพูดไม่ออก เขานึกถึงตอนที่เขาเห็นข่าวแล้วเขาจำได้ว่าเกือบจะเผาพวกเพื่อนที่อยู่รอบๆ เผาโต๊ะและเก้าอี้ไม้ไปหลายตัว เขารีบออกเรือมาทันทีโดยไม่สนใจเสียงคัดค้าน

                “ แล้วนายก็เลยมาหาฉันถึงนี่ใช่ไหม” ลูฟี่สรุป ซาโบพยักหน้า เธอหัวเราะลั่น “ มาถึงเร็วจังเลยนะ รู้ได้ไงว่าฉันอยู่ไหน”

                “ จะรู้ได้ไงก็ช่างเถอะลูฟี่ บอกฉันทีสิว่าทรารอสซิโออยู่ไหน”

“ หา?” ลูฟี่ทำหน้างง

“ ทราฟาลกา ลอว์หรือเปล่า” อุซปลองถาม

“ นั่นแหละ” ซาโบตอบโดยไม่มอง

                ไม่รู้ๆ ไม่อยู่ที่นี่

                พวกนามิทำปากกับโบกมืออยู่เบื้องหลัง

                “ อ่อ!” ลูฟี่ทำตาโต เธอน่าจะเข้าใจ “ อยู่บนเรือของเจ้านั่นน่ะ ตามหลังซันนี่มา”

                เข้าใจซะเมื่อไร!!!

                “ ดี” ซาโบพูดเสียงเย็น คุณพี่ชายไม่รอช้ากลายร่างเป็นไฟอีกครั้ง เป้าหมายคือเรือดำน้ำสีเหลืองที่กำลังแล่นอยู่

                “อ้าว? ซาโบมีธุระอะไรกับโทราโอะน่ะ” พลันนึกออก “ อย่าบอกนะว่าจะไปมีเรื่องน่ะ”


                “ พึ่งจะนึกออกเหรอเจ้าบ้า!!!” คนอื่นโวย

                ตอนที่พวกลูฟี่ตามมาบนเรือดำน้ำชายสองคนก็กำลังเผชิญหน้ากันแล้วโดยมีพวกลูกเรือกลุ่มโจรสลัดฮาร์ทอยู่เบื้องหลัง

                “ หมายเลขสองของคณะปฏิวัติทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ” ซาจิกระซิบถามเพนกวิน

                “ ฉันจะรู้ได้ไงล่ะ” เพนกวินก็ไม่รู้

                “ มีธุระอะไร” ลอว์ถาม แม้พอจะเดาได้ว่าต้องเป็นเรื่องของกัปตันหมวกฟางนั่นแหละ

                “ พอดีฉันมีธุระกับแกเรื่องน้องสาวของฉันน่ะสิ” ซาโบตอบเสียงเย็น

                “น้องสาว!!!?”พวกที่สนับสนุนอยู่ด้านหลังตะโกนออกมา

                “ เรื่องที่ลูฟี่ท้องน่ะ” ซาโบหรี่ตา

                ลอว์ไม่ตอบ เพียงจ้องกลับ บรรยากาศยิ่งแย่ขึ้นทุกที

                “ จะไม่เข้าไปห้ามเหรอ” ช็อปเปอร์เกาะไหล่ของลูฟี่

                “ ก็น่าสนุกดีนี่” ลูฟี่หัวเราะ เธอนึกว่าเป็นการสู้กันธรรมดาๆ

                “ ไม่น่าสนุกเฟ้ย” ซันจิไม่เห็นด้วย

                ก่อนที่ทุกอย่างจะวุ่นวายไปกันใหญ่ สงครามเย็นทางสายตาก็จบลงด้วยฝีมือของทารกหนึ่งเดียวในที่นี้ ทารกเอสตื่นเพราะเสียงดัง เมื่อครู่ทารกน้อยกำลังหลับพักผ่อนบนตัวนุ่มๆของพี่เลี้ยงหมีขาว

                “เกิดอะไรขึ้น” เบโปะลุกขึ้นแบบงัวเงีย

                “ นี่หลับตลอดเลยเหรอ!” พวกซาจิตกใจ

                “ ขอโทษ” เบโปะหน้าซีด

                “อ่ะ!” ทารกส่งเสียงร้อง ไม่ได้ร้องไห้นะ เหมือนจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นมากกว่า  เบโปะต้องรีบจับเอาไว้เพราะเอสกำลังจะกลิ้งลงจากตัวมัน

                “ นั่น…!” ชายหนุ่มนักปฏิวัติตาโตสุดขีด มองที่ทารกน้อย เขาหันกลับมาที่น้องสาว สังเกตว่าเธอท้องแฟบแล้ว “ นี่นายคลอดแล้วเหรอ!!!

                “ พึ่งจะสังเกตเหรอ!!!” ทุกคนยกเว้นลอว์และลูฟี่ตบมุก

                ความโกรธมันบังตาจนเขาไม่ได้สังเกตเลย

                “ แอ่ะ” เด็กทารกส่งเสียงอีกรอบ บอกให้สนใจตนบ้าง ครั้งนี้ซาโบเข้ามาดูใกล้ๆ อุ้มขึ้นมาดูด้วยสีหน้าตื่นเต้น ถามพวกที่ยืนแถวนั้นด้วยเสียงสั่นนิดๆ

                “ เขาชื่ออะไร”

                “ เอส” คุณพ่อเป็นผู้ตอบ

                “ โทราโอะ ดี เอส” ลูฟี่เสริม (แต่ผิด)

                “ ทราฟาลกา ดี เอส” ลอว์แก้อย่างรวดเร็ว เตรียมตัวไว้แล้วว่าเธอจะต้องพูดชื่อผิด

                “ เอส?” ซาโบพึมพำ “ เอสเอส

               

 

               

                สรุปงานนี้จบลงที่ไม่มีการต่อสู้ไม่มีใครเจ็บตัว คุณพี่ชายที่กลายสภาพมาเป็นคุณลุงก็ดูจะเอ็นดูหลานชายคนนี้หลังจากเห็นเพียงชั่วเสี้ยววินาที

                “ พวกแกไม่สู้กันแล้วเหรอ” ลูฟี่ทำปากยื่นถามชายที่นั่งข้างตัว

                “ จะบ้าเหรอ!เขาไม่สู้กันก็ดีแล้ว” พวกโจรสลัดหมวกฟางตบมุก

                ลอว์พูดไม่ออก ดวงตาสีเทาหรี่มองลูฟี่

                 

 

 

 

                ก่อนจะกลับซาโบได้ย้ำว่าให้ลูฟี่ดูแลตัวเองดีๆด้วย เลี้ยงดูเอสให้ดีและสุดท้ายเขาบอกกับว่าที่น้องเขย(?) ด้วยเสียงจริงจัง

                “ดูแลน้องสาวกับหลานชายฉันให้ดีไม่งั้นฉันกลับมาจัดการกับแกแน่” สายตาของซาโบบอกได้ว่าไม่ได้ขู่

                “ถึงนายไม่บอกก็จะทำอย่างนั้นอยู่แล้ว” ลอว์ตอบ

                ซาโบจ้องดวงตาอีกฝ่าย เมื่อแน่ใจว่าไม่มีแววโกหก ริมฝีปากจึงค่อยๆคลี่เป็นรอยยิ้ม

               

 

 

 

                “ โทราโอะๆ” ลูฟี่ขึ้นเรือดำน้ำและเริ่มเรียกกัปตันของอีกกลุ่ม

“ กัปตันอยู่กับเอสในห้องนอน” พวกลูกเรือบอก

“ ขอบใจนะ” ลูฟี่ไปตามทางที่บอก เธอเปิดเข้าไปโดยไม่อนุญาตหรือเคาะก่อนตามนิสัยปกติ “ โทรา

ปรากฏว่าร่างสูงที่เธอกำลังตามหาอยู่นั้นกำลังนอนหลับโดยมีลูกชายนอนอยู่ใกล้ๆ  ทั้งคู่หลับในท่าเดียวกันอีกต่างหาก

                ลูฟี่พยายามปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะเมื่อเห็นภาพนี้ แต่ขนาดเธอส่งเสียงแล้วยังเดินเข้ามาใกล้ลอว์ก็ยังไม่ตื่นอีกแปลว่าต้องเหนื่อยหรือเพลียมากจริงๆ

                ลูฟี่เอียงคอ เธอมองดูคนทั้งสอง ความคิดชั่ววูบทำให้ก้มลงไปจูบที่หน้าผากของลูกชาย ก่อนตามด้วยหน้าผากของคนรัก ขนาดทำแบบนี้ทั้งคู่ก็ยังหลับอยู่ดี

                เธอยังจ้องอยู่อีกหลายนาทีจึงรู้สึกว่าง่วงบ้าง เตียงนี้ก็กว้างพอให้เธอนอนได้อีกคน ไม่ต้องทายเลยสินะว่าลูฟี่ปีนขึ้นเตียงแล้วทิ้งตัวลง อ้าปากหาวกว้างๆหนึ่งครั้งแล้วหลับตามอย่างรวดเร็ว

                หลังจากนี้อีกหนึ่งชั่วโมงซันจิกับโรบินจะมาตามพวกเธอไปทานมื้อเย็น และพวกเขาจะโชคดีได้เห็นภาพตลก(หรือน่ารักก็ไม่รู้) ภาพที่ว่าก็คือภาพลอว์ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแต่ยังคงหลับตา(นอนต่อได้อย่างไรก็ไม่รู้)  เนื่องจากเอสปีนขึ้นมานอนบนอกเขา ส่วนลูฟี่ก็นอนกางแขนกางขาจนขาข้างหนึ่งพาดตรงเอวของลอว์

 

               

 
 

                แหวะ!

                หญิงสาวพาดตัวกับขอบเรืออาเจียนเป็นรอบที่สามของวัน สภาพแย่มาก สาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะเธอแพ้ท้องลูกคนที่สอง

                “ แหยะ” ลูฟี่เริ่มบ่นว่าทำไมเธอต้องมีสภาพแบบนี้ด้วย

                “ ก็แกบอกเองว่าอยากมีลูกอีกคน” ลอว์ยกยิ้มพลางเดินเข้ามาใกล้ เขาลูบหลังเธอเบาๆ

                ลูฟี่บ่นอีกหลายคำแต่ไม่มีคำไหนเลยที่พูดว่าเธอไม่อยากมีลูก

                “ กินยาซะสิ” ลอว์แนะนำ

                “ ไม่เอา” ลูฟี่เบ้ปาก “ มันขม”

                ลอว์หรี่ตามองภรรยาที่ทำตัวเหมือนเด็กไม่เปลี่ยน “ ก็เอายัดลงไปในเนื้อที่แกชอบสิ”

                “แบบนั้นเนื้อก็เสียรสชาติหมดสิ” ไม่เอาเด็ดขาด

                “ แกก็กินไม่ได้อยู่แล้วถ้าไม่กินยา” ลอว์เหงื่อตก

                “ เอสล่ะ” ดวงตาสีดำมองไปรอบๆ

                “ อยู่กับพวกนิโค-ยะ” ว่าพร้อมกับนั่งลงพิงกาบเรือ

                “ งั้นอุ๊บ!” รีบปิดปากหันกลับไปโก่งคออาเจียนอีกรอบ การที่อาหารออกไปเร็วแบบนี้ทำให้คนที่ชอบการทานเป็นชีวิตจิตใจรู้สึกแย่มาก

                ลูฟี่หันกลับมาทิ้งตัวลงนอนบนพื้นเรือ สักพักก็ขยับไปใกล้สามี ก่อนตัดสินใจเอาศีรษะวางลงบนตัก ทำท่าเหมือนจะนอน

                ลอว์ไม่ว่าอะไร เขาเอามือเกลี่ยเส้นผมสีดำที่เริ่มยาวของลูฟี่เบาๆ

                “ แกคิดว่าจะเป็นลามี่หรือว่าโคร่า”

                ลูฟี่หมายถึงคิดว่าเด็กจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

                “ จะเพศไหนก็ได้” ถึงอย่างไรก็ลูกทั้งนั้น “ แล้วแกล่ะ”

                “ ชิชิชิ จะเพศไหนก็ไม่ต่างกันหรอก” สำหรับลูฟี่

                “ก็จริง” ลอว์ยิ้ม “ รอดูตอนคลอดเลยละกัน”

 

 

 

                “ อยากได้อะไรหรือไง” ลูฟี่ตั้งคำถามกับลูกชายที่พึ่งคลานได้คล่องแล้วคลานมาชนข้อเท้าเธอ ทารกโคร่าส่งเสียงอ้อแอ้ ชูมือขึ้นเหมือนจะบอกว่าให้อุ้มหน่อย

                คุณแม่ก้มตัวลงไป อุ้มลูกชายขึ้นมาชูขึ้นลง

                “ ชอบไหม” เธอหัวเราะ

                โคร่าหัวเราะเอิ๊กอ๊ากท่าจะชอบใจ

                “ สูงกว่านี้ละกันนะ” ว่าแล้วก็ชูสูงขึ้นโดยการยืดแขนออกไป  เริ่มจากสูงกว่าศีรษะเธอพอสมควรจากนั้นก็สูงขึ้นเรื่อยๆ

                “ ทำอะไรของนายน่ะลูฟี่” เสียงอุซปดังจากด้านหลัง

                ลูฟี่หันไปทักเพื่อนที่เหงื่อตกแหงนหน้ามองระดับความสูงที่ทารกอายุไม่ครบปีกำลังอยู่

                “ กำลังเล่นกับโคร่า”

                “จะบ้าเหรอ! เคยบอกตั้งแต่ตอนเลี้ยงเอสแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าเล่นอันตรายแบบนี้ จะต้องให้ฉันไปหยิบบันทึกการเลี้ยงเอสมาเปิดอ้างไหม เอาโคร่าลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”

                “ก็ได้ๆ” ลูฟี่ทำปากยื่น หดแขนกลับเข้าที่

โคร่ายังส่งเสียงหัวเราะเช่นเคย คนแม่เลยหัวเราะบ้าง

                เห็นชัดเลยว่าครอบครัวนี้มันเหนือมนุษย์เกินไปแล้ว

                อุซปเหงื่อตก

 

 

 

                “ นี่คือกบ” เอสจับกบสีเขียวที่ดิ้นยุกยิกด้วยมือเดียว ยื่นมาจ่อตรงหน้าน้องชายวัยสามปี “ และนี่คือมีด”

                มือที่ว่างอีกข้างหยิบมีดผ่าตัดขึ้นมาโชว์บ้าง

                “ แล้ว?” โคร่ายังไม่เข้าใจว่าพี่ชายจะสอนอะไร

                “ แล้วเราก็จับกบหงายท้องลงบนถาด” ทำตามที่พูด

                “แล้ว?”

                “ ความจริงจะต้องเอาอะไรเจาะสมองให้ตัวมันชาซะก่อนแต่ข้ามขั้นนิดหน่อยคงไม่เป็นไร ข้ามมาเอามีดจ่อที่พุง

                หมับ!

                โคร่าจับข้อมือพี่ชายไว้แน่น เบิกตากว้างจนเห็นเส้นเลือดขึ้น

                สงครามจ้องตาเริ่มขึ้น

                “ น่าสงสาร” โคร่าพูดสั้นแต่ก็สื่อความหมายได้

                ขณะที่เอสไม่สนใจ

                “ ปล่อยเจ้ากบนั่นไป ” ลอว์ที่นั่งไขว้ห้างมองดูลูกชายสองคนตั้งแต่ต้นหรี่ตา รีบห้ามปรามเอสซึ่งกำลังออกอาการแกล้งน้องชายที่ใจดีต่อสิ่งมีชีวิตอยู่

                เอสไม่ทำตามง่ายๆแกล้งโคร่าอีกอยู่เกือบสิบนาทีจึงยอมปล่อยเจ้ากบที่แสนโชคดี

                ทว่า

                สามวันต่อมา

                “ เกิดอะไรขึ้นกับโคร่า” ลอว์ถามลูฟี่พลางมองลูกชายที่นั่งชันเข่าตรงมุมหนึ่งของเรือ แผ่รังสีทะมึนออกมาอย่างเข้มข้น

                “ คืออย่างนี้” เอสที่อยู่ใกล้ตอบให้ “ พ่อจำเจ้ากบที่โคร่าช่วยไว้ได้ไหม”

                ลอว์พยักหน้า หัวคิ้วขมวดนิดๆ

                “ เจ้ากบนั่นโดนลุงซันจิจับย่างแล้วแม่ก็ทานเป็นมื้อเที่ยงเรียบร้อย”

                คนที่ต้นเหตุหัวเราะแบบไม่สำนึก

                “” ลอว์ไม่รู้จะพูดอะไร

 

 

 

                “ ทานช็อคโกแลตร้อนกับเค้นมสดหน่อยไหม” ซันจิพยายามง้อเด็กชายด้วยขนมซึ่งมันได้ผล โคร่าหันกลับมายอมรับของพวกนั้นไปทาน กุ๊กหนุ่มชูนิ้วโป้งให้ทุกคนเห็น

                พวกที่เหลือพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงว่าโอเค

                ทีนี้ก็เหลือเพียง

                “ ทำไมฉันต้องทำอะไรแบบนั้นด้วย” ลูฟี่เกาศีรษะไม่เข้าใจว่าทำไมตนต้องไปอโทษลูกชายด้วย

                “ ก็เพราะนายกินเจ้ากบที่โคร่าเลี้ยงเข้าไปน่ะสิ” นามิย้ำช้าๆ

                “ อ่อ! เจ้ากบเมื่อตอนเที่ยงน่ะเหรอ” ลูฟี่นึกออกในที่สุด แปลว่าที่ผ่านมาไม่รู้ตัวเลยน่ะสิ

                “ ถ้านึกออกแล้วก็เข้าไปขอโทษโคร่าเลยนะ” ทุกคนสั่งเป็นเสียงเดียว

                “เข้าใจแล้วๆ” เธอเดินพุ่งเข้าไปที่ลูกชายนั่งอยู่

                ทุกคนมองดูกัปตันสาวพูดบางอบ่างพร้อมรอยยิ้ม ส่วนเด็กชายก็นิ่งฟัง สักพักโคร่าก็สะดุ้ง หันกลับมามองหน้าลูฟี่ จากนั้น

                “ แม่บ้าที่สุดเลย!

                อ้าว!? ไหงเป็นงี้ล่ะ?

                โคร่าวิ่งจากตรงที่นั่งเข้ามาหาลอว์ กอดขากางเกงเอาไว้ เขาไม่เข้าใจสถานการณ์หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็หยิบตัวลูกขึ้นมา

                “ ไม่อยากคุยกับแม่แล้ว” นั่นคือคำที่ลูกชายบอก ยิ่งสร้างความงุนงง เมื่อเอสพาโคร่าออกไปตามที่ลอว์สั่งแล้ว เขาก็ถามภรรยาในทันทีเลยว่าพูดอะไรออกไป

                “ ก็พูดว่ามันก็แค่กบ อย่าไปคิดมากเลยประมาณนั้น”

                “ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโคร่าถึงได้เกลียดแก” โซโลหรี่ตามองคนที่พูดไม่คิด


                “ ไปพูดแบบนั้นก็ต้องโกรธล่ะ” ช็อปเปอร์เห็นด้วย

                “ นายมันซูปเปอร์งี่เง่าเลย” แฟรงกี้ว่า

                “ จริง” พยักหน้าพร้อมกัน

                “ แล้วฉันต้องทำยังละ” ลูฟี่เกาศีรษะแกรกๆ

                “ แกเป็นแม่เด็กนั่นนี่ คิดเอาเองสิ” โซโลปัดง่ายๆ

                “ ลิงยังมีพัฒนาการได้เลยนะ” สามีได้ทีก็เลยเหน็บแนมซะ

                ลูฟี่หลับตาปี๋ พยายามเค้นพลังสมองสุดฤทธิ์ “ งั้นทำขนมแบบซันจิได้มะ”

                “ ก็ได้อยู่นะ แต่ต้องมั่นใจว่าจะไม่ถูกกินหมดก่อนถึงมือโคร่า”  ซันจิพ่นควันบุหรี่เป็นสายยาว “อยากได้ขนมอะไรล่ะ”

                “ เอาเค้กใส่เนื้อกบ” ลูฟี่พูดอย่างมั่นใจ

                “ จะบ้าเหรอ! เค้กที่ไหนเขาใส่เนื้อกบน่ะเจ้าบ้า แล้วที่สำคัญลูกชายแกกำลังโกรธเพราะแกเอากบเขาไปกินนะเฟ้ย!

                “ไม่ได้เหรอ”

                “ไม่ได้น่ะสิ!

                “ งั้น” กลอกตาคิดหาวิธีใหม่ “เอาอย่างนี้ละกัน”

                “ ขอให้เป็นวิธีดีๆเถอะ” นามิพึมพำ

                ลูฟี่สะกิดไหล่ให้ลอว์เอียงหูมา เธอกระซิบบอกบางอย่าง ลอว์ฟังแล้วก็พูดเพียงว่าก็โอเค ถ้าร่างสูงพูดอย่างนี้ก็คงจะไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วง

               

 

 

                “ แม่กับพ่อล่ะ” เอสมองไปทั่วดาดฟ้าเรือแต่ไม่เห็นเงาของผู้ใหญ่สองคน

                “ ลูฟี่บอกให้ลอว์พาไปไหนสักแห่งนี่แหละ” ซันจิตอบ ก่อนจะถามถึงเด็กชายอีกคน

                “ ดีขึ้นแล้วล่ะ” อันที่จริง

                โคร่าเดินอยู่ด้านหลังพี่ชาย เด็กชายบอกว่ารู้สึกไม่ดีที่พูดกับแม่แบบนั้นเลยจะมาขอโทษ

                “ โคร่ายังดูเป็นผู้ใหญ่กว่าลูฟี่อีกนะเนี่ย” นามิหัวเราะคิก โรบินที่รับฟังเห็นด้วย

                “ เดี๋ยวพวกนั้นก็มาแล้วล่ะ” ช็อปเปอร์ชวนให้นั่งรอก่อน

                “ โอ๊ะ! มาแล้วล่ะครับ”  บรู๊คพูดจบร่างสองร่างก็แวบมาโผล่บนเรือด้วยฝีมือของศัลยแพทย์แห่งความตาย สภาพสองคนเลอะเทอะด้วยโคลน โดยเฉพาะตัวคุณแม่ที่มาพร้อมกับถุงใบใหญ่ด้านหลัง

                “ โคร่า!” ลูฟี่เข้าไปหาลูกชาย วางถุงลงตรงหน้าเขา เธอเปิดถุงออกเผยให้เห็นว่าด้านในมีกบอยู่จำนวนหนึ่ง “ ไถ่โทษน่ะชิชิชิ”

                เด็กชายกัดริมฝีปากแน่นมองเจ้าของในถุง

                “ คืนดีกันนะ ชิชิชิ” ลูฟี่ยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าเด็กชาย


                พรึ่บ!

                โคร่าโผเข้ากอดแม่อย่างแรงเอาขาเกี่ยวรอบตัวเธอด้วย บอกขอโทษเรื่องที่ว่าก่อนหน้านี้ ลูฟี่หัวเราะชิชิชิไม่นึกโกรธหรืออะไร

                “ คืนดีกันก็ดีน่ะนะ” เอสพึมพำ เหงื่อเม็ดโตผุดตรงแก้ม “ ไม่อยากจะทักในเสียบรรยากาศแต่ลืมอะไรไปหรือเปล่า” เหลือบตามองที่พื้น

                “ กรี๊ดดดดดดด!!! กบมันหลุดออกจากถุงมาแล้ว” นามิกรีดร้อง ไม่ได้กลัวนะ แต่เพราะเจ้าพวกนี้มันเปื้อนโคลนแล้วกำลังทำซันนี่สกปรก

                คนที่กรีดร้องต่อมาคือแฟรงกี้

 

 

 

 

                “สนุกดีนะเมื่อกี้” จู่ๆลูฟี่ก็หัวเราะ เธอหมายถึงเหตุการณ์ที่ต้องช่วยกันจับเจ้ากบพวกนั้นแล้วปล่อยทิ้ง นอกจากพวกมันจะทำเรือเลอะเทอะแล้วยังทำพวกเธอเลอะด้วย ดังนั้นหลังเคลียร์ทุกอย่างก็ต้องอาบน้ำ(แม้ไม่อยาก) เนื่องจากสองสาวจะใช้ห้องอาบน้ำที่ซันนี่ ลูฟี่เลยเลือกหลบออกมา เพราะว่าถ้าอาบกับพวกนั้นจะต้องโดนจับถูสบู่ แชมพูและของบำรุงผิวอีกมากมาย น่าวุ่นวาย พอลูฟี่หนีลูกชายสองคนจึงตกเป็นเป้าหมายแทน

                แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่ต้องอาบนะ แค่เปลี่ยนมาเป็นห้องอาบน้ำอีกเรือเท่านั้น และอาบพร้อมกับกัปตันเรืออีกลำด้วย

                “ วุ่นวายไปหมดมากกว่า” ร่างสูงที่ซ้อนด้านหลังพึมพำกับไหล่ของเธอ

                “ แต่โคร่าก็ดีใจนี่” เธอแย้ง

                ลอว์ถอนหายใจสั้นๆ แอบสงสัยว่าตัวเองทำไมไม่ค้านนะตอนที่เธอกระซิบบอกวิธีกับเขา

                “ แบบนี้ก็ดีแล้ว ชิชิชิ” ลูฟี่ยังหัวเราะต่อ

                ลอว์ไม่เถียง มันเป็นเรื่องจริง เขาขยับแขน เปลี่ยนมาโอบเอวเล็กของอีกคน

                “ แกแอบกินอะไรมาอีกแล้วหรือไง” ทักเล่นๆเพราะสัมผัสจากมือบ่งบอกว่าบริเวณท้องของภรรยามันป่องหน่อยๆ

                “ ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย หิวจะตายเนี่ย” ลูฟี่ทำลิ้นห้อยบ่งบอกว่าเธอหิวมากจริงๆ กะว่าหลังอาบน้ำเสร็จจะรีบไปให้ซันจิทำอะไรให้ทาน ว่าแล้วก็รีบวักน้ำใส่หน้า เตรียมตัวจะลุกขึ้น

                “ โอ๊ะ!...” ลูฟี่อุทานเมื่อลอว์ไม่ยอมปล่อยเธอ  “ โทราโอะ?”

                กัปตันสาวทำหน้างุนงงเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำตาโต นิ่งไม่ขยับ

                “ เกิดอะไรขึ้น”

 

 

 

                “ เอ๊!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

                ร้องเสียงดังหลังจากโดนลากขึ้นจากอ่างแล้วให้รีบมาที่ห้องพยาบาล ลอว์สงสัยบางอย่างและพึ่งจะตรวจเช็คจนแน่ใจ

                “ ไม่ผิดแน่” ลอว์ยืนยัน “ แกกำลังท้อง”

                เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดมาก่อน พอรู้จึงตกใจมากกว่าครั้งที่ตั้งครรภ์โคร่า

                “ ต้องกินเจ้าอาหารแหยะๆนั่นอีกแล้วน่ะสิ” เบ้ปาก ย่นจมูก

                “ ฉันคิดว่านั่นเป็นปัญหาที่เล็กมากนะเมื่อเทียบกับเรื่องอื่น”

                “ งั้นแกก็ต้องกินขนมปังใช่ไหม”

                ดวงตาสีเทากระพริบถี่ๆ

                “ ว่าไงล่ะโทราโอะ แกจะกินขนมปังเป็นเพื่อนฉันทานเจ้าอาหารแหวะนั่นใช่ไหม”

                “ ได้”

                ลูฟี่ชูมือสองข้างอย่างยินดี ถ้าเธอสังเกตจะเห็นว่าสามีแอบหน้าซีดลงนิดหน่อย

                “ ฉันจะทนๆกินไปเพื่อลามี่ละกัน”

                “ ลามี่?”

                “ ก็มีเอส มีโคร่าแล้วก็เหลือลามี่”

                “ ยังไม่รู้สักหน่อยว่าเป็นเด็กผู้หญิง”

                “ เชื่อฉันสิ เจ้านี่เป็นเด็กผู้หญิงแน่ๆ” ลูฟี่หัวเราะ ฉีกยิ้มกว้าง

                ลอว์เลิกคิ้ว

                “ ลามี่ ลามี่ ลามี่” แต่ดูเหมือนลูฟี่จะเชื่อมั่นเกินร้อยเปอร์เซ็นต์เรียบร้อย

                เมื่อแจ้งข่าวนี้กับทุกคน แน่นอนว่าเริ่มจากตกใจ แล้วก็เปลี่ยนเป็นฉลอง ไม่ถึงวันทุกคนก็เรียกเด็กที่ยังไม่ทันเกิด ไม่ทันจะรู้เพศเลยว่าลามี่ โดยเฉพาะพี่ชายทั้งสองคนที่ดูจะดีใจจนออกนอกหน้า

                พอถึงวันคลอดทุกคนก็เฝ้ารออยู่ด้านหน้าห้องอย่างตื่นเต้น ในห้องผ่าตัดมีแค่คุณพ่อกับคุณแม่สองคน รออยู่นาน(ความจริงไม่ถึงชั่วโมง) ก็มีเสียงลอดออกจากห้องนี้ เป็นเสียงเด็กร้องไห้แล้วตามด้วย

                เสียงหัวเราะของลอว์?

                ขณะที่คนอื่นกำลังสงสัย เด็กสองคนก็เปิดประตูเข้าไปในทันที อยากจะเห็นหน้าน้องเต็มแก่ ภาพเบื้องหน้าคือลอว์ที่ก้มตัวหัวเราะจนตัวสั่นข้างเตียงกับลูฟี่ที่เม้มริมฝีปากแน่น ตาไม่กระพริบ กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง ในมือมีห่อผ้า

                “ ลามี่!

                “ น้องสาว!

                “ อุ้ย!” เสียงสุดท้ายนี่อุทานพร้อมกัน จากนั้นก็ทำหน้าเหมือนกับคุณแม่

                “ เกิดอะไรขึ้นน่ะ” ช็อปเปอร์อาศัยที่ตนก็เป็นหมอเดินเข้ามาดูให้ ขยับมาดูเด็กในห่อผ้าแล้ว “ เอ๊!!!!!!!!!!!!!

                “ เกิดอะไรขึ้นน่ะ” ลูกเรือสองกลุ่มถามพร้อมกัน

                ช็อปเปอร์ค่อยๆหันกลับมาที่ประตู บอกกับทุกคนว่า

                “ เป็นเด็กผู้ชายล่ะ”

                ….

                …

                ..

                เงียบกันไปหลายวินาที จึงตามด้วยเสียงหัวเราะลั่น

 

 

 

                “ จำสีหน้ามั่นใจของคนบางคนได้เลยว่าเด็กในท้องจะต้องเป็นผู้หญิงแน่นอน” ไม่บ่อยที่ลอว์จะเอ่ยล้อคนอื่น แถมยังเป็นท่ากวนๆอีกต่างหาก

                ลูฟี่ยังไม่เลิกทำท่าเดิม

                “ แล้วแบบนี้ต้องตั้งชื่อลามี่ เอ๊ย ต้องตั้งชื่อน้องชายใหม่ไหม” โคร่าถามพ่อกับพี่เพื่อขอความคิดเห็น

                “ ฉันก็ไม่รู้” เอสส่ายหน้า

                “ เรียกกันจนชินแล้วไม่ใช่เหรอ ลามี่น่ะ ก็เรียกต่อไปนั่นแหละ มันไม่ใช่ชื่อที่ไม่ดีนี่” ลอว์ตัดสินให้

                “ งั้นก็ ลามี่ ลามี่ น้องคนใหม่ ลามี่” เอสกับโคร่ารับน้องจากมือของลูฟี่

                “ ลามี่ก็เป็นชื่อที่เพราะดีนี่” พวกที่อยู่หน้าประตูเห็นพ้องกัน “ เอาล่ะ แบบนี้ต้องจัดงานฉลองต้อนรับสมาชิกคนใหม่!

                “ เฮ!!!!” ไม่มีใครค้าน

                ออกไปช่วยกันเตรียมงานจึงเหลือเพียงครอบครัวทราฟาลกา ดี

                “ เลิกอึ้งได้แล้วน่ะ” ลอว์ก้มลงไปใกล้ จู่ๆคนที่นิ่งมาตลอดก็อ้าแขนแล้วรับดึงเขากับพวกลูกเข้าไปในอ้อมแขนจนหมด

                “ ฉันกำลังดีใจ” ลูฟี่หัวเราะ ตรงหางตามีหยดน้ำเกาะ “ ดีใจจริงๆที่ได้เจอแกโทราโอะ แล้วก็ดีใจที่มีพวกนี้ด้วย ฉันมีความสุขจริงๆ”

                ลอว์รู้ดีว่านี่เป็นต่อหน้าลูกๆแต่เขาอดไม่ได้

                คุณพ่อก้มลงประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากของคุณแม่ เมื่อถอนออกมาเขายิ้ม

                “ ฉันก็เหมือนกัน” ลอว์บอก “ ฉันก็มีความสุข”

                “ พวกเราก็มี” สองเสียงประสานกัน

                “ ลามี่ก็มีนะ” เอสพูดแทน จังหวะนั้นเด็กทารกก็หาวพอดีเหมือนกับขานรับ

                ลูฟี่หัวเราะด้วยเสียงเอกลักษณ์เช่นเคย 

 

 








 

                และนี่คือเรื่องราวของคุณแม่ลูฟี่ตอนจบคิดหนักอยู่เหมือนกันว่าจะจบแบบมีลามี่ดีไหม แต่ไหนๆก็เอ่ยถึงแล้วจะตัดทิ้งก็น่าสงสาร แต่ก็ขอหักมุมตามสไตล์นิดหนึ่ง

                เรื่องของครอบครัวนี้ต่อไปจะเป็นยังไงบ้างถ้ามีโอกาสจะเอามาลงต่อให้นะคะ

 

 

                ขอบคุณค่ะ

 

             





 

 

[ส่วนที่ 4 :ในรวมเล่มตอนพิเศษใครอ่านก็คงจะรู้ว่ามีคุณพี่โผล่มาด้วย  (ไม่สปอยละกัน 555) แต่ถ้ามีโอกาสจะเขียนเสริมเพิ่มเติมถึงเรื่องของคุณพี่เจอหน้าหลานๆแน่นอนค่ะ จะได้รู้กันว่าปฏิกิริยาเป็นแบบไหน คุณน้องสาวจะโดนอะไรบ้าง

 

รู้สึกเขียนฉากหมอกับลูฟี่หวานแล้วแอบอายแปลกๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน >////<

 

รออีกนิดคุณลูกๆก็จะออกแล้วค่า]

 

 


 

 

 

[ จากส่วนที่ 3 : (แต่ถ้าใครอ่านเรื่อง Unexpected กับในรวมเล่มแล้วก็คงจะพอเดาเหตุการณ์หลังจากนี้ได้ ซึ่งพาร์ทคุณแม่ก็จะเป็นการเสริมเรื่องราวเหล่านั้นค่ะ)

 

การแต่งให้สองคนชอบกันจะว่ายากก็ยาก ง่ายก็ง่าย (เข้าใจกับเราไหมนะ) เพราะสองคนนี้มีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยถ้าเทียบกับเพื่อนๆในกลุ่ม(ที่น่าจิ้น )แต่เราคิดว่าคุณหมอน่าจะชอบความบ้า (?) ความจริงใจ ความใสซื่อ(จนบื้อ) ของลูฟี่จนถอนตัวไม่ได้ 555 ส่วนลูฟี่ชอบหมอได้ไงก็ตามในเรื่องค่ะ ช่วยชีวิตไว้  ปากหนักแต่แอบใจดี (ล่ะมั้ง) มันเลยอาจจะดูขัดบ้างนะคะถ้าสงสัยว่าทำไมรักกันเร็วจริงๆ พวกโซโลที่มาก่อนยังสู้ไม่ได้เลย  5555 ]

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

1,299 ความคิดเห็น

  1. #1201 Timpanteen (@simsi) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 22:00
    สนุกมากกก เป็นครอบครัวที่อบอุ่นน >< ชอบตอนลอว์กินขนมปัง555555
    #1201
    0
  2. #1155 inlove_Yaoi (@inlove_poo) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 07:29
    กลับมาอ่านอีกครั้ง ก็ยังคงประทับใจเช่นเดิม
    อ่านแล้วมีความสุขมากเลย Happy มากกกก
    #1155
    0
  3. #1105 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 12:12
    น่ารัก ละมุน สุขสันต์ อ่า ไรต์แต่งดีมากอ่า อ่านแล้วรู้สึกว่านี่คือลอว์ลู

    ลูฟี่น่ารักกก เป็นคนเริ่มรุกซะด้วยยย >< ลูกคนแรกยังไม่ทันโตถามเรื่องลูกอีกคนเชียวนะ 55
    #1105
    0
  4. #1081 여우 (@prai2727) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 01:49
    คุณพ่อขยันจัง ลูก 3 ชายหมด อยากรู้ว่าหัวปีท้ายปีอ่ะเปล่า 
    #1081
    0
  5. #1045 sara (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 17:00
    รู้สึกฮานิสัยของลูฟี่นี่แหละค่ะ โดนเฉพาะตอนมีลูกนี่ ต้องให้เพื่อนๆช่วยเหลือตลอด ลอว์ก็สุดยอดไปเลยนะคะ ยอมกินของที่เกลียดเพื่อลูฟี่ด้วย*-* ชอบทั้งเรื่องเลยค่ะ รู้สึกว่ามีลูกกันไวมาก
    #1045
    0
  6. #1004 ~PiToN~ (@nightsza) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2557 / 03:00
    ครอบครัวนี่น่ารักจริงๆนะ แอบฮาตรงลอว์แกล้งเหน็บลูฟี่เนี่ยแหละ 
    #1004
    0
  7. #1002 purple_dolphin (@purple_dolphin) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2557 / 12:24
    เอสนิสัยไม่ดีแกล้งน้อง 5555555555 ลูฟี่นี่ซื่อบื้อเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ โคร่าจะโมโหก็ไม่แปลก ฮาตอนลามี่คลอดมาก นึกหน้าลอว์กับลูฟี่ออกเลย มั่นใจมาก 55555555555 เป็นครอบครัวสุขสันต์จริงๆ ว่าแต่คุณหมอขยันปั๊มลูกจังนะ -.,-
    #1002
    0
  8. #1001 jeantorikoma (@jeenchun) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2557 / 08:42
    โอ๊ยยย แฮปปี้เอนด์ดิ้งมาก >/////< น่ารักจังมีลูกชายอีกคนด้วย ครอบครัวนี้น่ารักจริงๆ จะรอฟิคเรื่องต่อไปจากคุณซุปผักนะค้าาา
    #1001
    0
  9. #1000 tityjiu (@tityjiu) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2557 / 08:23
    มีความสุข สนุกทุกครั้งที่อ่านเลยคร้าาา
    #1000
    0
  10. #999 ขอแค่รัก (@areyouloveme) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2557 / 07:40
    ในที่สุดก็แฮปปี้แอนดิงท์ มีเด็กตัวน้อยๆเพิ่นมาอีกคนแล้ว■น...
    น่าร้ากอ่ะ>\\< ตอนกบที่โคร่าขี้งอนได้น่ารักมากนะเนี่ย×_×
    #999
    0
  11. #998 oOoLuNaoOo (@killer_of_derk) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2557 / 01:35
    ครอบครัวสุขสันต์สุดๆค่า ว่าละจะขยันปั้มลูกไปไหนเนี่ย จริงๆคุณหมอแอบหื่นสินะ
    #998
    0
  12. #996 inlove_inlove (@inlove_poo) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 16:06
     หวานมากเลย คุณพี่ซาโบ ก็เห่อหลานซะงั้น
    ติดตามจ้า อิอิ
    #996
    0
  13. #995 Chocky (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 00:55
    ครอบครัวสุขสันต์จริงๆเลยน้า. คุณพี่ชายก็สุดแสนจะหวงน้องสาว อยากมีพี่ชายแบบนี้มั่งจัง จะรออ่านส่วนสุดท้ายอย่างใจจดใจจ่อเลยค่า 😻
    #995
    0
  14. #994 ขอแค่รัก (@areyouloveme) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 / 22:11
    ฮาชื่อที่ชาโบเรียกลอว์มากเลย555555 ตอนที่ลอว์เอสลูฟี่ นอนด้วยกันอร้ายๆๆๆน่ารัก-/////- แต่สปอยตอนล่าสึดนี่สิ ลอว์อย่าไป1รน่ะ;_;
    #994
    0
  15. #993 purple_dolphin (@purple_dolphin) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 / 21:38
    อย่างแรกขอขำก่อนเลย 555555555555555555
    พี่น้องตระกูลนี้จะฮาไปไหน ทรารอสซิโอ นั่นมันใครฟร่ะะะ
    ไม่ได้สู้กันนะดีแล้ว สงสารลูกเรือสองกลุ่มนี่จริงๆ
    นี่นึกหน้าลอว์ ตอนที่เอสกับฟี่น้อยมานอนด้วยออกเลย
    คิ้วคงแทบขมวดกัน 55555555555
    พาร์ทคุณแม่เป็นอะไรที่ฮามากจริง รอส่วนสุดท้ายอยู่นะคะ สู้ๆค่ะ
    #993
    0
  16. #992 ขอแค่รัก (@areyouloveme) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 20:20
    อิจษาลูฟี่(เอ่ย..ไม่ใช้แหละ)ตอนนี่น่ารักมากเลยอ่ะอ่านไปยิ้มไปโอ้ย..ฟินเว้ยยยยยยยยยยยยยย..ไม่รู้จับรรยายอะไรแล้ว♡[]♡แบบว่าลอว์ย้อมกินขนมปังเพื่อลูฟี่โอ้ยๆๆๆๆๆๆไม่ไหวแล้วยิ่งตอนต่อไป.....ชาโบ้บบบบบบบ มาเร็วๆให้ไวๆ อยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขื้น
    #992
    0
  17. #991 Chocky (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 17:12
    คือแบบว่า มันน่ารักกก คู่นี้สมกันมากๆเลย รออ่านต่อจะไม่ไหวแล้วว มาต่อเถอะนะค้าา
    #991
    0
  18. #990 jeantorikoma (@jeenchun) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 07:56
    อั๊ยยยยยยยยย เขินนนนน ว่าแต่พาร์ทหน้าคุณพี่ก็โผล่มาละ ลูฟี่จะโดนอะไรไหมน้าา555
    #990
    0
  19. #989 jeantorikoma (@jeenchun) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 06:55
    อั๊ยยยยยยยยย เขินนนนน ว่าแต่พาร์ทหน้าคุณพี่ก็โผล่มาละ ลูฟี่จะโดนอะไรไหมน้าา555
    #989
    0
  20. #988 dark_violeta (@darkinsides) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 01:51
    ชอบมากเลย อยากอ่านต่อ ฮือออ > < ฟี่น่ารักมาก รุกได้สมเป็นฟี่ ส่วนลอว์ก็ซึนสมเป็นลอว์ น่ารักมากเลยค่าา
    อยากเอากล้องไปตั้งไว้ในโมเม้นที่ทั้งคู่จู๋จี๋กันฝุดๆ // ปิดหน้าขวยเขินแต่ก็จะถ่ายยย 
    ขรรมที่ลอว์ยอมกินหนมปังให้ฟี่ดู แล้วทั้งคู่ก้อหันหน้าไปอ้วกพร้อมกัล //ไม่ใช่แระ (แต่คงฮา)

    น่ารัก รออ่านต่อ หัวใจชุ่มชื่นขึ้นมาทันทีด้วยคู่ลอว์ลู อุอุ ฟินๆ ยิ้มหน้าบานน 
    #988
    0
  21. #987 tityjiu (@tityjiu) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 23:55
    อ่านกี่ทีกี่ที ก้อฟินอย่างนี้ตลอดเบย คึๆๆๆ น่าร๊ากกก
    #987
    0
  22. #986 purple_dolphin (@purple_dolphin) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 23:26
    ตลกตอนกินอาหารคุณแม่กับคุณหมอกินขนมปังมาก
    นี่นั่งอ่านมาบนบีทีเอส จะมีคนว่าเราเป็นบ้าไหม นั่งยิ้มมาคนเดียว
    5555555555
    แอบเขินตอนคุณหมอาบน้ำให้เอส แล้วจุ๊บคุณแม่ ฮอลลลลล ฟินพะยะค่ะ
    #986
    0
  23. #985 ขอแค่รัก (@areyouloveme) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 19:59
    ฟินมากโอ้ยไม่ขอพูดมากดีกว่า.....ต่อๆๆ
    #985
    0
  24. #984 ขอแค่รัก (@areyouloveme) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 19:59
    ฟินมากโอ้ยไม่ขอพูดมากดีกว่า.....ต่อๆๆ
    #984
    0
  25. #983 inlove_inlove (@inlove_poo) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 16:19
    โอ๊ยยยย  จบยังเนี่ยตอนนี้  คงยังไม่จบหรอกเนอะ 
    จินตนาการไปไกลแล้ว 55555 
    #983
    0