เจ้าน่ะหรือคือบุพเพ (เทพเซียน Yaoi)

ตอนที่ 49 : บทที่ 4 - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 มิ.ย. 61





               ถานเยี่ยจวินพารุ่นซีไปไกลถึงเขตทะเลประจิม ช่วงถลาลงพลันคืนสู่ร่างเซียน รุ่นซีจากที่นั่งอยู่บนหลังกระเรียนหนุ่ม กลับกลายเป็นถูกอุ้มอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวสูงใหญ่กว่า

อย่างนี้มันไม่ถูกต้อง!

สองเท้าเซียนกระเรียนแตะพื้นไม่ถึงอึดใจ รุ่นซีก็ดีดตัวจากการโอบอุ้มอันอักอ่วนใจ

แยกกันตรงนี้เลยกล่าวจบก็หันรีหันขวางควานหาทางไป

กลับไปตอนนี้ได้อย่างไร ข้าหรืออุตส่าห์พามาไกลถึงนี่ ไม่แน่คนพวกนั้นอาจจะย้อนกลับไปสร้างความรำคาญให้เจ้าอีก

ข้าก็จะไล่พวกนั้นไปด้วยกระบี่ของข้า

เจ้าจะเหนื่อยเสียเปล่า ข้าห่วงหรอกนะ ถึงพาหนี

เจ้ามันไร้น้ำยาน่ะสิคิดเอง ตัดสินใจเอง เอาแต่ใจชะมัด

ขืนสู้แล้วชนะ เจ้าก็ไล่ข้ากลับบ้าน คงไม่สงสารเห็นใจข้าแล้ว

ให้ตายเถอะ เวรกรรมอะไรของข้าที่เก็บเจ้ากลับเรือนด้วยเพราะไม่อยากอยู่กับเจ้ากระเรียนเอาแต่ใจให้เสียอารมณ์ รุ่นซีจึงเดิน ปึงปังตามกลุ่มคนไปยังสถานที่หนึ่งซึ่งมองเห็นอยู่ไม่ไกล 

ถานเยี่ยจวินรีบก้าวเท้าตีตื้น พร้อมกล่าว ไหนๆ ก็เป็นผู้ร่วมเดินทาง เจ้าไม่อยากทำความรู้จักข้าสักหน่อยหรือ

ยิ่งรู้จัก ยิ่งสลัดยาก ข้ามิใช่คนโง่ปานนั้น

เจ้าของร่างสูงใหญ่ที่เดินเคียงปล่อยเสียงหัวเราะขบขัน ทอดสายตามองอีกคนที่ก้าวเร็วๆ ราวอยากจะหนีหน้าเขาให้พ้น

เจ้าน่ะ ปากมีดใจเต้าหู้[1]ชัดๆ

รุ่นซีหยุดเดิน หันขวับ หวังส่งหมัดกระแทกหน้าคนชอบวิพากษ์นิสัยใจคอคนอื่นไม่ให้ตั้งตัว แต่อีกคนก็มีปฏิกิริยาตอบรับไวเหลือเกิน หมัดของเขาจึงเข้าไปอยู่กลางฝ่ามือใหญ่แทน

คนอ่อนด้อยเรื่องแรงกำลังรู้สึกขุ่นเคืองนิดๆ กล่าวเสียงกร้าว ชักกำปั้นตัวเองกลับ

ข้าใจดีพอหรือยัง

เจ้าเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว

สำหรับเขาแล้วกำปั้นที่ส่งมาเมื่อครู่ให้ความรู้สึกดั่งเปาจื่ออ่อนนุ่มลูกหนึ่ง ในสายตาถานเยี่ยจวินคล้ายคนงามกำลังงอนป่องกระนั้น

ขืนให้มองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และสบตาคนผู้นี้นานเข้า เขาคงลมปราณแตกซ่านด้วยโมโหเป็นแน่ รุ่นซีหันกายหนีหน้าแล้วก้าวดุ่มๆ หลายอึดใจต่อมาก็มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูเมืองที่สลักจากศิลาหยกสูงราวห้าจ้าง

ประตูเจี๋ยฉาง

เจ้าเคยมาหรือไม่

รุ่นซีส่ายหน้า ชีวิตเขาวนเวียนอยู่แต่แดนฉุนจิ้ง ทะเลอวี๋ฉิงและเขตเขาคุนหลุนเท่านั้น การปรารถนาจะไปนั่น เห็นนี่ ล้วนก่อกวนให้ใจเกิดกิเลส

ผู้คนหลั่งไหลมาจากทุกทิศทางราวกับนัดหมาย บ้างก็เดินเท้า ควบขี่ม้า เหาะเหินอาศัยร่างเดิม มีบ้างที่มาด้วยสัตว์พาหนะกับเมฆมงคล เพียงยืนอยู่หน้าประตูเมืองก็ยินเสียงดนตรีและการขับร้องแว่วมาตามลม

ข้ามีเพื่อนเปิดเรือนรับรองที่นี่ เจี๋ยฉางเป็นสถานที่พลุกพล่าน ไร้ระเบียบแบบแผน นี่เป็นดินแดนแห่งเดียวที่เทพเซียนปีศาจและหมู่มารสามารถเข้าออกเพื่อเสพความสุขได้อย่างอิสระ

แค่ฟังเจ้าเอ่ยด้วยความชื่นชม คาดว่าคงเป็นสถานที่แห่งอบายมุขมอมเมาให้หลงระเริงในโลกีย์เป็นแน่

เจ้าเป็นผู้ฝึกตน จึงสมควรเข้าไปอย่างยิ่ง ถ้าใจเพริดไป ก็ให้ถือเสียว่าไม่ผ่านด่าน เว้นแต่เจ้าไม่กล้า...

อย่าได้ท้าข้าเชียว!

รุ่นซีไม่ตอบความ ย่างเท้าผ่านประตูเจี๋ยฉางด้วยใจมุ่งมั่น ตัวเขาบำเพ็ญตนมาร่วมห้าร้อยปี ไม่มีวันจะถูกแดนเริงรมย์แห่งนี้ล่อลวงให้ลุ่มหลงด้วยใจฝ่ายต่ำ

ทว่าเพียงก้าวพ้นเขตศิลาหยก สองขาก็แทบหยุดตัวโก่ง ด้วยเห็นชายหญิงก่ายกอดยักย้ายเป็นจังหวะตามเสียงเครื่องดนตรีทั้งเป่า ทั้งเคาะอยู่บนยกพื้นสูงประมาณอก กลุ่มคนที่กำลังเริงรื่นนั้นนุ่งน้อย ห่มกายแทบปิดไม่ทั่วร่าง ผู้คนที่โต๊ะรายล้อมล้วนดื่มกินสรวลเสเฮฮา ชายหลายคนไม่ได้ดื่มด่ำเพียงสุรา มีหญิงสาวพริ้มเพรานวลเนื้อเนียนนุ่มคลอเคียงอยู่ในอ้อมกอด

ฝั่งนี้มีดนตรีและการร่ายรำ ฝั่งตรงข้ามเปิดเป็นโรงพนันขันต่อ  ที่ใกล้กันก็เป็นโรงน้ำชา เรือนร้องรำ ตลอดจนหอคณิกาและชายงามที่ส่งเสียงเรียกแขกเหรื่อกันดังขรม บนถนนเส้นกลางหน้าเมือง สองฟากฝั่งแลไกลสุดลูกหูลูกตา ล้วนมีร้านรวงและผู้คนคับคั่งหนาตา

รุ่นซีรู้สึกวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม ร่างสูงโปร่งซวนเซเล็กน้อย จังหวะนั้นมีคนผู้หนึ่งถลากายเข้ามายืนขวางทางเขา

คนงาม เจ้ามีคู่ใจแล้วหรือยัง

แมงมุมหนุ่มผู้หลงลืมการปลอมตัวเพราะออกจากเรือนกะทันหันถึงกับผงะกายด้วยถูกจู่โจมจากปีศาจวัวเขาแหลมผู้หนึ่ง จากหนึ่งเป็นสอง ไม่เพียงแต่ชายเข้ามาเกี้ยว กลับมีดรุณีแรกรุ่นหลายนางแสดงท่าทางคล้ายจะมุ่งตรงมาทอดสะพานซึ่งหน้า

เวลานี้คนที่หนักใจกลับไม่ใช่เพียงรุ่นซี ดูเหมือนว่าคนงามของเขาจะเป็นจุดสนใจเกินไป ถานเยี่ยจวินใช้เวทเสกหมวกพร้อมผ้าคลุมใบหน้ามอบแก่รุ่นซี ชายหนุ่มตั้งท่าจะไม่รับน้ำใจ

หรือเจ้าทนผลจากแรงดึงดูดของตนเองได้

ข้าไม่ได้ดึงดูดผู้ใดเสียหน่อยกล่าวอย่างฉุนเฉียวแล้วกระชากหมวกจากมือใหญ่มาสวม ผ้าคลุมสีดำโปร่งบางทำให้ยังพอมองเห็นเส้นทางเดิน เพื่อตัดปัญหาการติดพันของผู้ที่หลงใหลรูปร่างหน้าตาแต่ภายนอก รุ่นซีก้มหน้างุดสาวเท้าก้าวยาวกว่าเดิมจนทิ้งห่างถานเยี่ยจวิน ครั้นชายหางตากลับไปมอง ดูเหมือนคนข้างหลังก็ประสบปัญหาไม่ต่างจากเขา เพราะตอนนี้เจ้ากระเรียนฟ้าตนนั้นกำลังถูกห้อมล้อมด้วยสาวงามสามสี่นาง

นี่มันแดนเริงโลกีย์ชัดๆ

รุ่นซียังคงเดินหน้าต่ออย่างไม่รู้จุดหมายว่าตนเองควรหยุดเท้า ณ ที่แห่งใด กระทั่งถูกฉุดข้อมือไว้

ถึงแล้ว

ผู้มาจากเขตทะเลอวี๋ฉิงเงยหน้ามองแผ่นหยกขาวสลักคำว่า เรือนเมฆาใส

เราจะพักกันที่นี่

ที่เห็นตรงหน้ายังมิใช่ตัวเรือนรับรองหรือโรงเตี๊ยมอย่างที่เขาเคยเห็น นี่เป็นเพียงซุ้มประตูหน้า มองผ่านเข้าไปเห็นลานกลางที่มีอาคารไม้สีน้ำตาลแดงสองชั้นปลูกสร้างทั้งสามทิศ พินิจพิเคราะห์สถานที่จำต้องค้างคืนอยู่อึดใจหนึ่ง เพิ่งรู้สึกตัวว่าแขนตนยังไม่เป็นอิสระจากการถูกเกาะกุม รุ่นซีกระตุกมือกลับ ก่อนก้าวอาดๆ เข้าไปในเขตเรือนรับรอง

เสี่ยเฟิงหลังจากรับรองแขกคนสำคัญจากทะเลตงไห่ส่งเข้าห้องพักเป็นที่เรียบร้อย ขณะเดินลงบันไดของเรือนกลางลงมายังชั้นล่าง พลันเห็นสหายที่ไม่ได้ร่ำสุรากันนานกว่าหนึ่งปีแล้ว ทว่ายังช้ากว่าน้องสาวเขาที่พลิ้วร่างลงจากชั้นสองของเรือนฝั่งซ้ายเข้าคลอเคลียเจ้าของร่างสูงใหญ่ผู้เป็นชายในดวงใจอีกคนของนาง

ข้านึกว่าท่านพี่หลงลืมทางมาเรือนเมฆาใสเสียแล้ว

จากกันเพียงหนึ่งปี เจ้าก็ยังเก่งเรื่องฉอเลาะดังเดิมว่าพลางพยายามแกะมือไม้ที่เกี่ยวพันเขาดั่งเครือเถาวัลย์ออก ด้วยยามนี้คนเดินนำได้ผินหน้าชำเลืองผ่านม่านผ้าโปร่งบางมายังเขา

เสียนซานกับเจี๋ยฉางใช่ห่างไกล แต่กว่าท่านพี่จะโผล่หน้ามาได้ รู้หรือไม่ข้าเสียน้ำตาเพราะห่วงหาไปมากเท่าไรนางยังคงจีบปากจีบคอชม้ายตาซ้ายขวาถามหาน้ำใจจากเขา

ลี่เอ๋อร์ไยไม่รักษามารยาทพี่ชายเอ็ดให้หนึ่งประโยค “...ดีใจที่ได้พบเจ้าเสี่ยฟางประสานมือน้อมกายให้สหายรุ่นพี่ ไม่ลืมที่จะหันมาทางชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่เขาเห็นว่าเดินนำหน้าถานเยี่ยจวินเข้ามา สหายท่านนี้...

เขามากับข้าเมื่อถูกแนะนำ รุ่นซีจึงถอดหมวกคลุมหน้าออก

ข้ารุ่นซี มาจากเขตทะเลอวี๋ฉิง

ช่างรูปงามยิ่งนักเผยลี่ผละจากเซียนกระเรียนทันควัน นางยื่นหน้าเข้ามาเพ่งพิศชายหนุ่มจากดินแดนของเหล่าเซียนมังกรน้ำด้วยสายตาส่อแววลุ่มหลง มิไยที่คนถูกมองถ้วนถี่จากหัวจรดเท้าจะรู้สึกเกร็งจนต้องก้าวถอยหลัง เสหน้ามองไปยังทิศทางอื่น

เขาไม่เก่งเรื่องพบผู้คน และไม่ปรารถนาจะเป็นจุดสนใจ นึกเคืองความเผอเรอของตัวเองอยู่หน่อย เหตุใดไม่ก้มตัวคว้าเศษดินมาป้ายหน้าทาตาเสียก่อนเดินเข้าประตูเจี๋ยฉาง

รุ่นซีถูกผู้อื่นใช้สายตาแทะโลมอีกแล้ว แขกมาถึงเรือนชาน    ไยเจ้าสองพี่น้องไม่รีบต้อนรับ

น้ำเสียงทุ้มต่ำขรึมเคร่งที่มาพร้อมประกายความไม่พอใจวาบหนึ่งในดวงตาสหายเซียนจากเสียนซาน ทำให้เสี่ยเฟิงรีบดึงน้องสาวผู้มีนิสัยไม่ระวังตัว ชมชอบการได้ยวนยั่วบุรุษรูปงามตามต้นกำเนิดของหญิงเผ่างูดำให้ไกลจากชายหนุ่มนามรุ่นซี ผลักดันนางเต็มสามารถให้กลับไปดูแลแขกเหรื่อคนอื่น หลังจากนั้นก็กระวีกระวาดเชื้อเชิญทั้งสองขึ้นไปยังชั้นสองของเรือนฝั่งซ้าย 

ถึงเจ้าไม่มานานเป็นปี แต่ข้าก็ให้เด็กๆ ขึ้นมาทำความสะอาดเป็นประจำกล่าวพร้อมผลักประตูบานคู่ให้เห็นโถงกลางของห้องพักที่ถานเยี่ยจวินจ่ายเงินซื้อเต็มจำนวนเพื่อเป็นเจ้าของ และทุกครั้งที่มาพักก็จะมอบเงินค่าดูแลห้องให้เขาอีกก้อนหนึ่ง

เซียนกระเรียนผายมือให้รุ่นซีเข้าไปก่อน

ข้าขอเวลาส่วนตัวสักครู่เจ้าของห้องกล่าว เสี่ยเฟิงจึงถอยกาย ช่วยปิดประตูให้

เราจะพักที่นี่สักหลายวันหน่อย

ได้อย่างไร ป่านนี้กั๋วกั่วคงกลับถึงเรือนแล้ว ข้าจากมาไม่บอกกล่าว คงร้อนใจแน่ และไม่รู้ศพนั่นมีคนเก็บไปแล้วหรือยัง จู่ๆ มีคนมาตายที่เรือน ป่านนี้มิใช่แล่นไปส่งข่าวคนบ้านข้าแล้วหรือ

นอกจากเจ้าพรายอ้วน เจ้าก็มีครอบครัวด้วย

ทำไมจะไม่มีครอบครัวของฟางเหลียน ก็นับเป็นครอบครัวของเขาไม่ใช่หรือ

เห็นทีต้องหาโอกาสยกน้ำชาคารวะเพื่อฝากตัว

อย่าได้เสียเวลา แยกย้ายกันหนนี้ก็ต่างคนต่างไป อย่าได้พบกันอีก

วาจาดั่งมีดเดียวสองท่อน ไม่ได้ทำให้คนฟังยี่หระ ถานเยี่ยจวินทรุดกายลงนั่งยังโต๊ะกลาง ในขณะที่รุ่นซีเริ่มเดินสำรวจรอบห้อง ก่อนจะโผล่หน้าออกมาจากฉากกั้นอีกครั้งพร้อมคำถาม

ข้าหรือเจ้าที่จะต้องนอนห้องนี้

ก็ทั้งสองคน

ข้าเห็นมีเตียงเดียว

ก็นั่นแหละ

นั่นแหละกับผีน่ะสิ เรือนรับรองออกกว้างใหญ่ ทำไมจะไม่มีห้องว่างสำหรับข้า

คนในเจี๋ยฉางแทบจะเหยียบกันตาย เจ้าก็เห็นอยู่ว่าแขกเหรื่อที่นี่หนาตาเพียงไร นี่เป็นห้องส่วนตัวของข้า และหากมีห้องว่าง เสี่ยเฟิงมีหรือจะไม่จัดให้พวกเราประเดี๋ยวคงต้องออกไปกำชับเสี่ยเฟิงเรื่อง  ไม่มีห้องพักเหลือสักหน่อยแล้ว

เจ้าทำอย่างกับว่าไม่เคยนอนร่วมเตียงเดียวกับข้าดวงตาขณะพูดนั้นแพรวพราวลุ่มลึก

ที่เขายอมให้นอนด้วยคืออาเยี่ย ใครจะคาดว่าเด็กนั่นจะเป็นอีกร่างของกระเรียนปากเหม็นผู้นี้!

ข้าละอยากจะสับปากเจ้านัก ชอบพ่นคำทำให้ข้าแปดเปื้อนเสื่อมเสียอยู่เรื่อย

ถานเยี่ยจวินยิ้มกริ่ม มีใครกล้าตำหนิ กล้าแสดงท่าทีรังเกียจเขาต่อหน้าแบบนี้บ้าง อย่างเขานี้มีแต่ผู้หญิงอยากวิ่งเข้าหา อยากขึ้นเตียงด้วย

เมื่อรู้ว่าอย่างไรก็ต้องร่วมห้อง แต่เขาไม่ยอมร่วมเตียงเป็นหนสองหรอกนะ รุ่นซีกระแทกกายลงนั่งบนตั่งยาวริมหน้าต่าง ออกคำสั่ง

ชาล่ะ ข้าวล่ะ นี่เวลาใดแล้ว เจ้าพาข้ามาตกระกำลำบาก ก็น่าจะเลี้ยงปากเติมกระเพาะข้าให้เต็ม อีกสองสิ่งที่ข้าต้องการคือกระดาษกับพู่กัน หลังจากนั้นก็มอบให้คนส่งจดหมายไปถึงกั๋วกั่ว

ย่อมได้ทั้งหมดที่เจ้าต้องการเรื่องทำให้คนงามพอใจ เขายินดีทำอยู่แล้ว




[1] ปากร้ายใจดี



อีบุ๊กวางขายแล้วนะคะ มาดาวโหลดกันเร้ววววว รับประกันความสนุก ของแรงสนับสนุนเยอะๆ หน่อยนะคะ ยอดจองยอดโหลดทำใจแกว่งหมดแล้ววววววว T^T

ชอบแนวจิกๆ กัดๆ แนะนำเรื่องจอมโจรชิงรักจ้า สนุกไม่แพ้เจ้าน่ะหรือฯ

20 ความคิดเห็น