love song ทำนองแห่งรัก

ตอนที่ 10 : love song ทำนองแห่งรัก ตอนที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 178
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ส.ค. 51

บ้านพักริมหาด...งานแถลงข่าวเปิดกล้องละครเรื่องใหม่ของทางช่อง CTV

“ชิดกันหน่อย...เจี๋ยเค่อโอบไหล่ไลนี่ด้วย...นั่นแบบนั้นแหละ”  ตากล้องหลายช่องข่าวบันเทิง หลายสำนักพิมพ์ ร้องสั่งให้พระนางคู่ขวัญคู่ใหม่ที่ทางช่องหมายมั่นปั้นมือให้ละคนเรื่องนี้ดังเป็นพลุ ด้วยว่ารวมไปด้วยดารานักแสดงคุณภาพคับคั่ง อีกทั้งคู่พระนางนั่นเป็นถึงไอดอลคนดังแห่งยุคปรับเปลี่ยนอิริยาบถต่าง ๆ เพื่อการเก็บภาพข่าวที่สวยงาม

“เฮ้! เฉิงเฟยทำหน้าให้มันทะเล้นกว่านี้หน่อย...โจแอนกระโดดสูง ๆ ครับ”

“ครับ...รับทราบ”  หลินเฉิงเฟยที่คราวนี้มารับบทพระรองอีกครั้งรับคำและทำตามอย่างกระตือรือร้น เถียนป๋อซือก็เช่นกัน นี่เป็นละครเรื่องแรกของเธอ

ถ่ายรูปเสร็จก็เป็นการสัมภาษณ์รายตัว หลินเฉิงเฟยที่ตอนนี้นั่งอยู่กับนักข่าวนิตยสารสองสามฉบับใต้ต้นไม้

“ละครเรื่องที่สี่แล้วนะ คุณก็ยังรับบทเล็ก ๆ หรือไม่ก็พระรองอยู่เลย ไม่รู้สึกน้อยใจบริษัทบ้างเหรอ...ดูอย่างเจี๋ยเค่อสิได้เป็นพระเอกตั้งหลายเรื่องแล้ว”  เจอคำถามแรกชายหนุ่มนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนตอบด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มตามแบบฉบับของตน

“สี่เรื่องแล้วหรือเนี่ย...นับว่ามากนะครับกับคนที่เกิดมาจากเวทีประกวดนักร้องอย่างผม...บริษัทดูจากความเหมาะสมมากกว่าครับ ได้รับงานมาผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด พวกคุณได้ดูเรื่องรักอลวนครอบครัวอลเวงกันมั้ยครับ...ผมแสดงเป็นยังไง ดีขึ้นหรือยัง”   อยู่วงการนี้ต้องรู้จักการเบี่ยงประเด็นของนักข่าวบ้าง นักข่าวสาว ๆ เริ่มแสดงความคิดเห็นกับละครที่เขาเล่น หลินเฉิงเฟยเริ่มงานละครเรื่องแรกด้วยบทน้องชายพระเอก เรื่องรักอลวนครอบครัวอลเวงนั้นเขารับบทพระรอง เรื่องนี้ได้พระนางคู่ขวัญของช่องแสดงนำ อีกเรื่องที่เขาได้รับเชิญไปเล่นเป็นนักดนตรีถ่ายแค่สามตอนเท่านั้น ตอนนี้อยู่ในช่วงรอออกอากาศ...ดูเหมือนชายหนุ่มจะเบนความสนใจของพวกนักข่าวได้ไม่นานนัก หนึ่งในนั้นก็วกกลับมาถามเขาในเรื่องเดิมอีก

“เรื่องคลิกรักให้ลงล็อกนี่ คุณก็ได้รับบทที่ด้อยกว่าเซี่ยเจี๋ยเค่อสมาชิกร่วมวงของคุณ คุณไม่คิดว่าบริษัทลำเอียงและไม่ค่อยจะพลักดันคุณบ้างเลยเหรอ...” 

“อืม...”  หลินเฉิงเฟยหยุดคิดกับคำถาม “บทของผมก็สำคัญไม่น้อยไปกว่าของเจี๋ยเค่อหรอกครับ พวกคุณและแฟน ๆ ของstorm จะได้เห็นบทบาทของพวกเราคู่กันไปตลอดเรื่องแน่นอน”  ทำไมนะ...ทำไมชอบถามแต่เรื่องที่ชวนให้แตกคอกันอยู่เรื่อย

“เจี๋ยเค่อนั้นเป็นมืออาชีพด้านการแสดง...เขาเข้าวงการมาก่อนผมน่ะ ผมยังต้องขอคำปรึกษาจากเขาอีกเยอะ พวกเราไม่มามัวคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องนี้หรอกครับ...ผมเชื่อในการตัดสินใจของบริษัทครับ...ไม่แน่ละครเรื่องหน้าผมอาจได้เป็นพระเอกก็ได้”  นอกจากงานละครเรื่องงานทัวร์คอนเสริ์ตก็เป็นที่สนใจของนักข่าวด้วยเหมือนกัน เสียเวลาให้สัมภาษณ์กันซักพักก็เวียนนักข่าวกลุ่มใหม่เข้ามา

                                                       *****************************

“อยู่ร่วมบริษัทกันมาก็เกือบสามปีแล้ว เพิ่งจะได้แสดงละครด้วยกันพวกคุณรู้สึกยังไงบ้าง”  เซี่ยเจี๋ยเค่อที่นั่งเคียงข้างเฉินจิ่งไฉพยักหน้าให้หญิงสาวเป็นฝ่ายตอบคำถามนักข่าวก่อน

“ดีใจสิค่ะ...เพื่อนได้ทำงานร่วมกับเพื่อนก็ย่อมต้องดีใจเป็นธรรมดา”  ชายหนุ่มพระเอกของเรื่องพยักหน้ารับเห็นด้วย

“แล้วไม่กลัวตกเป็นข่าวด้วยกันอีกหรือค่ะ”  นักข่าวอีกคนถามแทรกขึ้น แม้ไม่เคยเล่นละครด้วยกัน แต่ทั้งสองก็ร่วมงานโฆษณาและออกงานพร้อมกันบ่อย ๆ ผู้หญิงก็สวยผู้ชายก็หล่อย่อมต้องมีข่าวการจับคู่ออกมา

แม้จะรู้สึกหงุดหงิดที่นักข่าวมักสร้างข่าวการจับคู่เขากับคนนู้นคนนี้ กับผู้หญิงทุกคนที่เขาร่วมงานด้วย...กับสมาชิกร่วมวงก็เคยมี แต่จะไปโกรธพวกนักข่าวก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นหน้าที่เป็นงานของพวกเขา ถึงคราวเซี่ยเจี๋ยเค่อเปิดปากบ้าง ริมฝีปากบางแย้มยิ้มตอบคำถามแกมขอร้องอยู่ในที...น้ำพึ่งเรือเสือก็ย่อมพึ่งป่าเป็นธรรมดา “พี่ ๆ ก็อย่าเขียนข่าวทำนองนั้นสิครับ” 

“แหมพวกพี่ก็แค่อยากเห็นหนุ่มหล่อสาวสวยได้คู่กันเท่านั้นเอง คนอ่านก็ชอบก็ลุ้นกันเหลือเกิน” นักข่าวสาวคนเดิมพูดขึ้น

“เจี๋ยเค่อเค้าหวงเนื้อหวงตัวแบบนี้แล้ว...ก็อย่าขัดเค้าเลยค่ะ คนเป็นคู่กันใช่จะแค่สวยและหล่อนี่ค่ะ”

“ครับ...ผมเห็นด้วยกับไลนี่ ความรักจะมองแค่เรื่องภายนอกไม่ได้หรอกครับ มันต้องมาจากข้างใน...”

“ตอบคำถามรับกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยแบบนี้ จะไม่ให้พวกพี่คิดได้ยังไง”  หยิกแกมหยอกได้แบบนี้ทั้งวงก็หัวเราะครื้นเครง เถียนป๋อซือที่เพิ่งเสร็จจากการให้สัมภาษณ์นักข่าวอีกกลุ่มก็เดินมาร่วมวงด้วย

“หัวเราะอะไรกันสนุกเชียว”  นักข่าวคนหนึ่งเลยอาสาเล่าย้อนให้หญิงสาวฟัง

“งั้นคราวนี้เปลี่ยนมาจับคู่ฉันกับเจี๋ยเค่อบ้างซิค่ะ...ลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง หรือจะให้ฉันคู่กับเทย์ก็ได้นะ...พวกเราว่างทั้งคู่เลย”  นี่ก็เรียกเสียงหัวเราะได้อีก

ช่วงบ่ายของวันเป็นการเปิดกล้องถ่ายทำเอาฤกษ์เอาชัยไปหนึ่งซีน หลินเฉิงเฟยที่ไม่มีคิวถ่ายทำมีนัดไปให้สัมภาษณ์ที่สถานีวิทยุกับหลี่ซู่หลง หยางชิงจื้อกับจินคังเว่ยนั้นไปอัดรายการเกมส์โชว์ที่ห้องส่งของ CTV

“กลับยังไงไลนี่...”  เซี่ยเจี๋ยเค่อเปิดกระจกรถร้องถามเพื่อนร่วมงาน เลิกกองเอาเกือบค่ำ พนักงานกองถ่ายกำลังเก็บฉากและอุปกรณ์ เขากำลังบึ่งรถจะจากกอง ทันได้เห็นหญิงสาวยืนคุยโทรศัพท์อยู่

เฉินจิ่งไฉยกมือขึ้นบอกให้ชายหนุ่มรอสักครู่ เธอคุยโทรศัพท์ต่ออีกสองสามประโยคก่อนกดตัดสาย

“รถฉันเสีย...ตอนนี้อยู่ที่อู่ คุณจะเข้าบริษัทมั้ย...”  เธอถามเผื่อจะขอติดรถเขาไปด้วย ยังมีอีกงานตอนสองทุ่ม ไม่อยากรบกวนรถกองถ่ายให้ขับเข้าเมืองไปส่งเธอคนเดียว

“วันนี้ไม่เข้า...แต่ผมไปส่งคุณได้น่า ขึ้นมาสิ”  เจ้าของริมฝีปากบางกวักมือเรียกให้หญิงสาวรีบขึ้นรถ เฉินจิ่งไฉวิ่งไปหยิบกระเป๋าก่อนกระโดดขึ้นรถไปกับชายหนุ่มท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่มองอยู่

“สองทุ่มฉันมีงาน...ถ้าไม่มีรถจริง ๆ ก็ว่าจะโทรให้โจแอนมารับแล้วเชียว ตอนนี้คงไม่ต้องแล้ว ขอบคุณมาก” แล้วหญิงสาวก็กดโทรทัพท์ต่อสายถึงเพื่อนสาวคู่ดูโอ้ของเธอที่ออกจากกองไปตั้งแต่ให้สัมภาษณ์เสร็จ บอกว่าให้ไปรอที่บริษัทได้เลย

“คุณมีงานต่อมั้ย...”  เฉินจิ่งไฉถามขึ้นพร้อมกับขวานหาเครื่องดื่มในกระเป๋าใบโต เสียเวลาขวานอยู่นานกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ

ชายหนุ่มลอบมอง เขายิ้มกับท่าทางของเธอ “มีซ้อมตอนห้าทุ่ม”  หญิงสาวยื่นขวดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพให้เขา เขาส่ายหน้าปฏิเสธ เธอจึงเปิดขวดเพื่อดื่มเอง

“ว่างตั้งหลายชั่วโมง”  แล้วก็เริ่มข้นหาของกินในกระเป๋าต่อ  “ไปไหนต่อเหรอ”  ลืมตัวละลาบละล้วงถามออกไปจนได้ คนข้างเคียงยิ่งได้ชื่อว่าโลกส่วนตัวสูงอยู่ด้วย  “ไม่ตอบก็ได้...”  บอกเสียงอ่อย

“กลับบ้าน...น้องรออยู่ วันนี้วันเกิดน้องชายผม”

“อ้อ...” ทีนี้เฉินจิ่งไฉก็ได้รู้ว่าของขวัญกล่องใหญ่ที่เบาะหลังเป็นของใคร “ฝากอวยพรวันเกิดให้น้องคุณด้วยแล้วกัน” 

ชายหนุ่มส่งเธอถึงบันไดหน้าตึกฟาไฉจิ้ง ก่อนที่จะตีรถย้อนกลับไปทางเดิม เฉินจิ่งไฉมองตามจนรถญี่ปุ่นคันงามแล่นหายเข้าไปในหมู่ยวดยานพานหะที่ขับเคลื่อนเต็มท้องถนน ...ตอนนี้เวลาหกโมงสี่สิบนาทีแล้ว หญิงสาวรีบวิ่งเข้าตึกสวนทางกับอวี๋ซานจุ้นศิลปินเบอร์ต่อไปที่บริษัทกำลังจะปั้น เธอไม่ลืมที่จะส่งยิ้มให้เขา

“สวัสดีครับรุ่นพี่”  เฉินจิ่งไฉเบรกตัวโก่งแม้ว่าจะวิ่งผ่านชายหนุ่มไปแล้วก็ตาม “รีบร้อนจังนะครับ”

“งานด่วน...ยังไม่ได้แต่งหน้าทำผมเลย...ไปไหนเหรอ”  ถึงจะยังไม่มีผลงานของตัวเอง แต่บริษัทก็เริ่มเปิดตัวชายหนุ่มให้ออกงานกับบรรดารุ่นพี่และเด็กสร้างใหม่ ๆ ในบริษัทด้วยกัน

“ซีเหมินติ้งครับ...กับรุ่นพี่เว่ย”  เสียงบีบแตรรถดังที่หน้าตึก อวี๋ซานจุ้นรีบวิ่งลงบันไดแล้วแทรกตัวขึ้นไปบนรถ สองพี่น้องฝาแฝดตระกูลเว่ยโผล่หน้าโบกมือทักทายมายังหญิงสาวเพื่อนร่วมบริษัท

                                                   *****************************

“...กับแมคเคย์หรือพี่...”  จางฉืออ้ายกำลังคุยโทรศัพท์กับพี่สาวของเธอ ในห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราของคอนโดมิเนียมกลางไทเป

“ทีพลัสแชนแนลอยากได้พระเอกนางเอกจากสังกัดของเรา เขาเจาะจงเลือกแมคเคย์มาเลย แล้วก็ให้อิสระทางเราเลือกนางเอกได้เองด้วย... พี่ว่าถึงเวลาแล้วที่เธอจะรับละครเรื่องใหม่ คิดดูให้ดีแล้วกัน เรื่องนี้ทางช่องเค้าทุ่มงบไม่อั้น...ถ้าเธอสนใจจะรับงานหรือว่าไม่รับก็บอกพี่แต่เนิ่น ๆ จะได้มีเวลาคัดนักแสดงคนใหม่”

“คนอื่นเค้าจะไม่ว่าเราเล่นเส้นสายเหรอ ใครเค้าก็รู้ว่าเราน่ะลูกสาวFCJ...”

“ช่างสิ...แล้วแต่คนจะคิด เพราะเธอเหมาะกับบทนี้ พี่ถึงได้นึกถึงเธอก่อนคนอื่น ผลงานเธอเรื่องก่อนใช่ว่าจะขี้ริ้วเสียหน่อย ทางเราเห็นว่าเหมาะทางนั้นก็ต้องคิดแบบเดียวกัน...ว่าไง พี่ให้เวลาคิดสองวัน พี่ขอบอกหน่อยแล้วกันนะว่าน่าเสียดายถ้าเธอจะไม่รับงานนี้...แค่นี้นะ อย่าลืมโทรบอกพี่ด้วย” 

จางฉืออ้ายวางโทรศัพท์ลงบนเตียง หญิงสาวกดรีโมทไล่ดูรายการทีละช่อง “รักอลวนครอบครัวอลเวง”กำลังออกอากาศพอดี คนที่เธอคิดอยากจะร่วมงานด้วยซักครั้งกำลังโลดแล่นอยู่ในจอ บทหนุ่มทะเล้นตึงตังเอะอะมะเทิ่งเหมาะสมกับเขาดีอยู่หรอก แต่บริษัทไม่คิดที่จะเปลี่ยนบทบาทหรือผลักดันเขาอย่างจริงจังในด้านละครบ้างเลยหรือไงนะ...หรือเพราะหน้าตาของเขาที่ดูธรรมดา ฐานะชาติตระกูลไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับสมาชิกบางคนในวง ฝีมือการแสดงเท่าที่เธอดูเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเสียหน่อย

                                       ************************

 ที่สวนของบ้านหลังใหญ่ย่านที่อยู่อาศัยของบรรดาเศรษฐีผู้มีอันจะกิน เวลาล่วงเข้าวันใหม่แล้ว....หลี่ซู่หลงที่นอนเอกเขนกบนเตียงผ้าใบยังข่มตาให้หลับไม่ได้เลย ในมือเขาถือเบียร์หนึ่งกระป๋อง พื้นรอบ ๆ ตัวเขามีกระป๋องที่ว่างเปล่าถูกทิ้งระเกะระกะ เขากับแฟนสาวตกลงจะยุติความสัมพันธ์กันในวันนี้ งานที่มากมายของเขาเป็นอุปสรรคสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอ...เขากับเธอจากกันด้วยดี แต่ความรู้สึกของหลี่ซู่หลงตอนนี้ไม่เป็นอย่างที่พูดเลย

จากกันด้วยดี เป็นคำที่สวยหรู ความรักของคนสองคนที่ต้องจบลง ย่อมต้องทิ้งร่องรอยของความเจ็บปวดไว้ กาลเวลาเท่านั้นที่จะช่วยลบเลือนรอยแผลให้จางลง...

 ยิ่งใกล้วันงานคอนเสริ์ตบริษัทก็ยิ่งสุมงานให้เขามากขึ้น เขาเพิ่งตกลงรับเล่นละครของช่องทีพลัสแชนแนล ละครเรื่องแรกที่เขาได้รับบทพระเอกเต็มตัว หลังจากที่เคยรับบทพระรองพี่ชายของเซ็ทสึมาแล้วหนึ่งเรื่อง...แต่เขาก็ดีใจได้ไม่นาน  ชายหนุ่มโยนกระป๋องเปล่าใส่กองกระป๋องเสียงกระทบกันดังเคร้ง แล้วก็กลับเข้าสู่ความเงียบเช่นเดิม ยังเหลือเบียร์อีกหลายกระป๋อง ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนานสำหรับเขา

                                       ********************************

 

19 ความคิดเห็น