หวังจางลี่ จบแล้ว (สนพ.B2S)

ตอนที่ 12 : บทที่12 ท่านป้าของขึ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,646
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,588 ครั้ง
    15 เม.ย. 62

หลันฮวาเกิดอาการลังเลเพราะไม่คุ้นชินกับการมีสามี
ชาติก่อนนางเป็นสาวแก่
ถ้าเกิดว่าเหอตงหายป่วยแล้ว
ข้าจะทำตัวเยี่ยงไร เมื่อสบตากับหลานสาวซึ่งมีแววล้อเลียนและรู้ทันก็ส่งค้อนให้หลานสาว

ข้าเห็นดังนั้นก็แอบกระซิบเบาๆ
"ท่านป้าเจ้าค่ะสมัยนี้ผู้ชายเป็นใหญ่ เราจำเป็นต้องมีเสาหลักเจ้าค่ะ ถ้าท่านลุงหายป่วยเราจะได้เริ่มกิจการกันสะดวก แล้วท่านป้าค่อยตัดสินใจเรื่องของท่านลุงอีกครั้ง"

หลันฮวานางฟังก็คิดตาม
"อืมจริงอย่างที่เจ้ากล่าว เอาตามนั้นก็แล้วกัน" หลันฮวาตอบรับเสียงเบา

"หมิ่นเอ๋อ ลี่เอ๋อเราไปดูท่านลุงกัน พวกเจ้าแยกย้ายกันไปทำงานเถอะ"

บ่าวทั้งสาม ตอนนี้มีหน้าที่คนสวนคือปลูกพืชผักที่ได้มาจากชายเขา ต่างแยกย้ายกันไปทำงาน

" แต่ก่อนไปข้าอยากรู้เรื่องของเจ้าลี่เอ๋อ ทำไมหน้าตาเจ้าเปลี่ยนไปและทำไมต้องใช้ผ้าคาดหน้าผากแบบนี้ด้วยเล่า" หลันฮวากล่าวจบก็ใช้มือปลดผ้าคาดหน้าผากจากหลานสาวออก
จางหมิ่นเห็นเช่นนั้นก็ทำตาโตรีบเบือนหน้าหนี แต่ก็ยังคอยแอบชำเลืองมองพี่สาวคนสวยอยู่เป็นระยะๆ ก่อนจะทนไม่ไหวมองหน้าพี่สาวแบบตรงๆ

ฝ่ายหลันฮวาตอนนี้ดวงตานางออกอาการหลงไหล สวย น่าหลงไหล ใบหน้าลิชาและจางลี่ช่างผสมกันได้อย่างลงตัว หัวกระไดบ้านคงจะไม่แห้งเป็นแน่ และไหนจะคนที่ตามล่าลี่เอ๋ออีก ไม่ได้การแล้วข้าจะต้องรีบทำให้ร่างนี้แข็งแรง ฝึกโยคะ ฝึกมวยไทย ข้าจะปกป้องเจ้าเองหลานข้า

ฝ่ายจางลี่นางนั่งนิ่ง หลังตรงให้คนทั้งสอง (มองซะให้พอ)​

"ท่านป้าเข้าใจรึยังเจ้าคะ ว่าทำไมข้าถึงต้องใช้ผ้าคาดหน้าผาก" จางลี่เป็นฝ่ายทำลายความเงียบ
พร้อมกับถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม

"อืม.. ป้าเข้าใจแล้ว เจ้าเอาผ้าคาด ปิดไว้เช่นเดิม เราไปเยี่ยมเหอตงก่อนแล้วกลับมาคิดเรื่องเจ้าต่อ" หลันฮวากล่าวจบก็ลุกขึ้นจับจูงมือหลานทั้งสอง เดินตรงไปยังเรื่อนเหอตง

เรือนเหอตง

" ท่านพี่ข้ามาเยี่ยมเจ้าค่ะ"

**หลายคนอาจจะสงสัยทำไมท่านลุงอยู่ได้คนเดียว ทั่วบ้านมีกระดิ่ง เมื่อท่านกระตุกเชือกกระดิ่งจะดังทั่วบ้านแสดงว่าท่านต้องการเรียกใช้**

" อืม" เสียงใหญ่ๆดังมาจากข้างใน
ข้าและน้องชายเดินตามหลังท่านป้าไป

"ท่านพี่ข้าพาหลานๆมาเยี่ยมเจ้าค่ะ"

"ลี่เอ๋อ/หมิ่นเอ๋อ คารวะท่านลุงเจ้าค่ะ/ขอรับ"

"อืม ตามสบายเถอะ แม่นมซันเล่าให้ข้าฟังเมื่อวานพวกเจ้าเข้าป่ากันรึ?"

"แล้วอาหารเที่ยงเจ้าเป็นคนทำสินะ?"

"เจ้าค่ะท่านลุง"

"อืมฝีมือดี อาหารก็แปลกตา เมืองเย่วเขาทำอาหารแปลกเยี่ยงนี้กันรึ?"

ฉันได้ฟังดังนั้นก็หันไปสบตาป้า (ก็ท่านป้าเป็นคนสอน)​

" ท่านพี่ ลี่เอ๋อชอบทำอาหาร นางเคยบอกข้านางเบื่อๆว่างๆเลยฝึกทำอาหาร จับนั่นใส่นี่จนได้อาหารแบบที่เรากินเจ้าค่ะ"

ข้าฟังท่านป้าอธิบายก็กล่าว
"ใช่เจ้าค่ะ" " จริงเจ้าค่ะ"
เสริมคำพูดท่านป้า

จางหมิ่นได้ฟังดังนั้น ก็งุนงงยิ่งนักท่านพี่ไม่เคยเข้าครัวด้วยซ้ำ ข้าอยู่กับท่านมาตลอดทำไมจะไม่รู้ แม่รองกับพี่รองชอบพูดจาถากถางเสมอ ว่าท่านพี่สวะ ไร้ค่า
แต่ก็ช่างเถอะพี่ใหญ่คนใหม่ย่อมดีกว่าคนเก่า ที่สุดข้าก็สนับสนุนท่าน ต่อให้บุกน้ำลุยไฟข้าก็จะทำเพื่อท่าน พี่ใหญ่พี่สาวคนเดียวของข้า

"เป็นเยี่ยงนี้เอง พวกเจ้าแค่เยี่ยมข้าใช่รึไม่" ถามพร้อมสายตากดดัน และขับไล่

ข้าสบตาท่านลุงแบบไม่สะทกสะท้าน (ไล่ข้ารึ ไม่ไป อายรึโรคอ้วนภพโน้นข้าพบเจอเยอะแยะไป)​

"ท่านพี่ข้าจะไม่อ้อมค้อม ลี่เอ๋อนางอยากช่วยท่าน อยากให้ท่านหายจากโรคนี้" หลันฮวากล่าวแทนหลานสาว

"เจ้าเป็นหมอรึ?" เหอตงถามจางลี่พร้อมกับสายตาดูถูก

"ปล่าวเจ้าค่ะข้าไม่ได้เป็นหมอ" ข้าตอบ

" แล้วเจ้ามายุ่งอันใด เจ้าควรเรียนรู้เรื่องกุลสตรี เย็บ ปัก ถัก ร้อยให้มากๆ ออกเรือนไปจะได้ไม่ขายขี้หน้าป้าเจ้า"

ข้ายืนอึ้งพูดไม่ออก (สามคำเท่านั้นจุก.เจ็บ.แค้น)​

" ลี่เอ๋อนางมีสูตรอาหารอร่อยให้ลิ้มลองทุกมื้อนะเจ้าคะ" หลันฮวากล่าวขึ้น

เหอตงได้ยินดังนั้นดวงตาเป็นประกาย
"จริงรึฮูหยินข้า"

หลันฮวาได้ยินคำว่า'ฮูหยินข้า'​ก็ขนลุกเกลียว ฮึ่ยยยหยะแหยง
(ฉันไม่ใช่เมียแกนะไออ้วน)​

ข้าเห็นอาการของท่านป้าก็หายจากอาการขุ่นมัว แทบจะหลุดขำ

ถ้าไม่มีสายตาคาดคั้นจากเหอตง

" จริงเจ้าค่ะท่านลุง แต่อาหารที่ข้าทำนั้นนอกจากแปลกประหลาดแล้วยังใช้ผักและสมุนไพรเป็นตัวหลักเจ้าค่ะ"

เหอตงได้ฟังคำว่าผัก จากทำหน้าดีใจก็เกิดอาการหน้าซีด

อ๋อ.. กินแต่เนื้อ ผักไม่กิน มิน่าอ้วนฉุเดินแทบไม่ไหว (ข้าคิด)​

"ข้าไม่กิน พวกเจ้าออกไปเถอะ" เหอตงโวยวาย

ข้ารีบส่งสายตาขอร้องท่านป้า

หลันฮวานางอยากจะหยิกหลานคนนี้ให้เนื้อเขียว
มันไม่กินจะทำให้กินทำไมปล่อยตายๆไปก็หมดเรื่อง บ่นในใจ แต่คำพูดตรงกันข้าม

"ท่านพี่ข้าจะมากินข้าวเป็นเพื่อนท่านทุกมื้อดีรึไม่เจ้าคะ? "

(อี้.... ขนลุกโว้ย.. ชีวิตข้าต้องมาเอาใจผู้ชายแบบนี้รึ... ข้าลินดาแชมป์มวยหญิงระดับจังหวัดเชียวนะ..... )​

ความทรงจำของหลันฮวาคนเก่าคือ หลังจากที่เหอตง(ประชด)​พาอนุเข้าบ้านมากมาย
หลันฮวาก็ยิ่งไม่สนใจไม่เห็นเหอตงอยู่ในสายตา วันใดนางอยากไปเยี่ยมหลานนางก็ไป เหอตงเห็นดังนั้นก็เครียด ดับเครียดด้วยการกิน กินจนอ้วนฉุอย่างที่เห็น

"จริงรึฮวาเอ๋อ? " เหอตงหันมาส่งยิ้มหวานให้หลันฮวา

หลันฮวานางรีบเบือนหน้าหนีเบ้ปากมองบน กิริยาเช่นนั้นอยู่ในสายตาหลานสาวตลอด

ข้ากลั้นหัวเราะแทบไม่ไหว และกระแอมเบาๆหนึ่งครั้ง

ฝ่ายจางหมิ่นก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม

หลันฮวาเห็นอาการของหลานทั้งสองก็ได้แต่ส่งค้อนให้วงใหญ่ พร้อมหันมากล่าวกับเหอตง

"จริงเจ้าค่ะท่านพี่ ถ้าท่านไม่กินข้าก็จะไม่มาให้ท่านเห็นหน้าอีก"กล่าวจบก็เบือนหน้าหนี
(หึ.. ถ้าไม่ใช่ความอยู่รอดของพวกข้า ข้ารึจะมาออดอ้วนเจ้า เจ้าหมูสีชมพู เจ้าหมู[1]บุรินเอ๊ย! )​

" ไม่น่ะฮวาเอ๋อ ข้าจะกินฝีมือหลานเจ้า กินผักที่นางทำทุกมือ ขอแค่เจ้ามาหาข้าทุกวันได้รึไม่" 
เหอตงทำท่าทางออดอ้อน

(ข้าเห็นแล้วเอิ่ม..ท่านลุงมีมุมนี้ด้วยรึนอกจากขี้วีน..ขี้ดุ.ดีหล่ะจุดอ่อนของท่านคือท่านป้าคนสวยของข้า..หึหึ.)​

"ขออภัยเจ้าค่ะท่านลุงท่านป้า ข้ากับน้องขอตัวนะเจ้าคะ" (ขอโทษนะป้าข้ากับน้องขอชิ่ง(หนี)​ก่อน)​

" เอ่อ.. ท่านพี่ข้าลืมว่าข้าตุ๋นน้ำแกงไก่ไว้ให้ท่าน ไม่รู้ตอนนี้น้ำแกงแห้งหมดรึไม่ ข้ากับหลานๆขอตัวนะเจ้าคะ"

เหอตงเห็นอาการของหลันฮวาก็คิดว่านางคงกำลังเขินอาย
"เอาเถอะข้าจะรอกินฝีมือเจ้านะฮวาเอ๋อ"

" จะ จะ เจ้าค่ะ" หลันฮวานางกลัวสายตาหวานเชื่อมของเหอตงเลยพูดจาตะกุก ตะกัก
(โอยจะอ้วก เลี่ยนสุดๆ)​ถ้านางยังขืนอยู่ต่อคงได้กระทืบหมูบุรินตัวนี้แน่
กล่าวกัยเหอตงจบ นางก็กึ่งลากกึ่งจูงหลานทั้งสองออกไป

ทิ้งให้เหอตงมองตามหลังตาละห้อย

------------------------------------------------

เมื่อออกจากเรือนเหอตงมาแล้ว

" เฮ้อ......."

" คิก คิก หึ หึ "

เสียงถอนหายใจของหลันฮวาทำให้จางลี่และจางหมิ่นหัวเราะเบาๆ

"พวกเจ้าหัวเราะเยาะข้ารึ ประเดี๋ยวเถอะจะโบยให้หลังลายเลย"
หลันฮวาขู่หลานทั้งสอง
แต่ก็ไม่ได้ผล แถมยังมีการล้อต่อ

"ท่านป้าขอรับป่านนี้น้ำแกงไก่ของท่านคง.."

"หมิ่นเอ๋อ มันมีซะที่ไหนเล่า พวกเจ้าลุมกันกลั่นแกล้งคนแก่เยี่ยงป้ารึ" หลันฮวากล่าวพร้อมทำหน้างอใส่หลานๆแบบไม่จริงจังนัก

" จริงสิลี่เอ๋อ เจ้าไปได้รอยสักนั่นได้ยังไง" หลันฮวาถามหลานสาว จางหมิ่นได้ฟังก็อยากรู้ไม่แพ้กัน

"มานี่เลยเจ้าค่ะ ตามข้ามา"ข้าไม่พูดปล่าวพร้อมกับลากคนทั้งคู่เข้ามาในห้องส่วนตัว พร้อมกับปิดประตูลงกลอน

การกระทำของนางสร้างความแปลกใจให้กับคนทั้งคู่ยิ่งนัก

จากนั้นลากคนทั้งคู่มานั่งเก้าอี้ตรงมุมห้อง เทชาในกาทิ้งพร้อมกล่าว

"เรื่องนี้ข้าพูดข้างนอกไม่ได้เจ้าค่ะ ข้าไม่รู้จะอธิบายยังไง ข้าอยากให้พวกท่านเห็นด้วยตาตัวเอง"

จากนั้นจางลี่ก็เล่าเรื่องกินน้ำในแอ่งน้ำ เรื่องมิติไท ให้คนทั้งคู่ฟัง พร้อมกับเรียกน้ำจากแอ่งที่ว่า เข้ามาใส่กาน้ำที่เตรียมไว้

"ถึงแม้แอ่งน้ำจะมีขนาดเล็กแต่ใช้ไหร่ก็ไม่หมด ข้าทดลองแล้วเมื่อคืนโดยการเอาไปรดน้ำผัก ผลไม้เล่น"กล่าวจบก็เรียกทุเรียนหมอนทองลูกใหญ่มา1ลูก

หลันฮวา จางหมิ่นแม้จะเหลืิอเชื่อกับสิ่งที่ได้ฟัง แต่เมื่อเห็นกับตาตัวเองก็พูดไม่ออก

ฝ่ายจางหมิ่น พี่ใหญ่ข้านอกจากงดงามแล้วยังเก่งกาจ มีความสามารถมากมาย ข้าเป็นน้องชายจะให้ด้อยกว่าพี่สาวได้เยี่ยงไร ข้าจะต้องเก่งขึ้นเพื่อปกป้องนาง ข้าจะตั้งใจฝึกยิงธนูให้คล่อง คิดพร้อมทำหน้าฮึกเหิม

ฝ่ายหลันฮวา ทุเรียนของข้า ข้าจะมีทุเรียนกินตลอดปี ตลอดไปแล้ว หลานสาวข้าวิเศษเยี่ยงนี้ ข้าจะต้องรีบๆซ้อมมวย ใช่แล้วต้องชวนหลานทั้งคู่ฝึกมวยไทย¡¡คิดพร้อมกับมองจางลี่และจางหมิ่นสลับกันไปมา

ข้าซึ่งเป็นคนกลางเกิดอาการขนลุกขึ้นมาเฉยๆ

"ท่านป้า หมิ่นเอ๋อ ข้าไม่รู้ว่าน้ำนี่จะมีผลกับพวกท่านรึไม่ แต่กับข้า.. พวกท่านก็เห็นสภาพข้าแล้ว" กล่าวพร้อมกับชี้มือเข้าหาตัวเอง
จากนั้นจึงรินน้ำจากกา ดื่มต่อหน้าคนทั้งสอง

หลันฮวานางเข้าใจทันทีว่าจางลี่ต้องการสื่อถึงสิ่งใด จึงจัดการเทน้ำในกา ใส่ถ้วย ยกขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูป ความเจ็บปวดก็เริ่มมา แต่ก็เบาบางมาก จากนั้นความสดชื่น เข้ามาแทน ผิวพรรณแต่งตึงไม่มีรอยเหี่ยวย่น การเปลี่ยนแปลงของหลันฮวาเกิดขึ้นและเห็นได้ชัด

ข้าเห็นดังนั้นจึงหยิบกระจกทองเหลืองให้ท่านป้าดู ท่านป้าอุทานลั่น

"โอ้.. โห.. ยังกับตอนอายุสามสิบ"
พร้อมกับโยกย้ายกระจกไปมา ผิวข้านุ่มลื่นขึ้น รู้สึกอยากเตะกระสอบทราย

ข้าเมื่อลดอาการตื่นเต้นลงก็กล่าวว่า

"ท่านป้าเจ็บมากรึไม่เจ้าค่ะ"

"เจ็บนิดเดียวลี่เอ๋อ ข้าทนได้"

ข้างุนงงกับคำตอบของท่านป้ายิ่งนัก(ทำไมข้าเจ็บทรมานเจียนตายเล่า)​พร้อมหันไปกล่าวกับน้องชาย

"หมิ่นเอ๋อ ถ้าเจ้ายังไม่พร้อมตอนนี้ พี่ก็ไม่ว่าอะไรเจ้าดอกนะ"

จางหมิ่นได้ยินพี่สาวกล่าวแบบนั้นก็ส่ายหน้า พร้อมกับเดินไปหยิบถ้วยรินน้ำดื่มตามที่หลันฮวาเคยทำ

ไม่ถึงอึดใจ...
"อึก... อ๊า...." จางหมิ่นทรุดกายลงพื้น กำมือแน่น ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดทันที

"หมิ่นเอ๋อ เข้มแข็งไว้"ข้ากล่าวจบก็รีบหาผ้ามาให้น้องชายกัดทันที และหยิบผ้าชุบน้ำมาให้หลันฮวา

" อดทนไว้เจ้าต้องผ่านมันไปให้ได้ เชื่อป้าเชื่อพี่สาวของเจ้า" หลันฮวากล่าวพร้อมใช้ผ้าเช็ดหน้า เช็ดหลังหลานชาย

ความรู้สึกจางหมิ่นตอนนี้คือ เจ็บปวดเหมือนจะขาดใจ เหมือนโดนตะปูตอกเข้ากระดูก

น้ำตาไหลอาบสองแก้ม มองแล้วให้เวทนายิ่งนัก

ข้าเห็นจางหมิ่นดิ้นรนสายหน้า พร้อมกับเสียงอู้อี้ในลำคอ จึงรีบดึงผ้าจากปากน้องชายออก
เสี่ยววินาทีนั้น ของเหลวสีดำไหลออกมาจากปากของน้องชาย

ข้ากับท่านป้าเห็นดังนั้นจึงช่วยพยุง จัดท่าทางจางหมิ่นให้อาเจียนได้สะดวก

หลันฮวาเห็นอาการดังกล่าวก็ให้ร้อนใจยิ่งนัก แต่ก็เชื่อมั่นในตัวหลานสาว

ใช้เวลาหนึ่งก้านธูปอาการเจ็บปวดเหมือนตะปูตำกระดูกก็ทุเลาเบาบางลง จนหายไปไม่เหลือ

ข้าสังเกตุรูปร่างน้องชาย เหมือนจะโตขึ้น(เป็นหนุ่มขึ้น.. หน้าตาหล่อเหลาขึ้น)​

"หมิ่นเอ๋อเจ้าเป็นเยี่ยงไร บอกป้ามาเร็ว"

"ข้าทรมานแทบขาดใจเลยขอรับ แต่ตอนนี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รู้สึกมีแรงเพิ่มขึ้นขอรับ ไม่เหนื่อยง่ายเหมือนเมื่อก่อน"
ข้าฟังอาการของน้องชายจึงสรุปได้ว่าข้าและน้องคงมีพิษในร่างกายเป็นแน่

"ท่านป้าข้าว่าก่อนหน้านี้ข้าและน้องโดนวางยาพิษเจ้าค่ะ"

จากนั้นสองพี่น้องจึงเล่าเรื่องราวต่างๆให้ผู้เป็นป้าฟังรวมถึงเรื่องจางลี่เคยตาบอด

''​''​ปัง....เพล้ง...โครม"" เสียงโต๊ะน้ำชาหักสองซีก พร้อมถ้วยชาแตกกระจาย

" ใคร ใครมันบังอาจวางยาพิษหลานข้า ข้ารู้ ข้าจะไม่เอามันไว้แน่ ไอ้พวกชาดหมานรกส่งมาเกิด ไอ้เวรตะไร ไอ้เชี้ยยยย.. ทำได้แม้กระทั่งเด็ก.. &​#@&&@#"
และอีกมากมายที่หลันฮวาสบถออกมา

ข้านั้นคุ้นชินกับท่านป้าแล้วจึงมองดูอย่างสงบต่างจากจางหมิ่น
รายนั้นแมลงวันแทบจะบินเข้าไปทำรังในปากได้เลย

----------------------------------------------

หลันฮวาเมื่ออาการของขึ้นสงบลง

"ลี่เอ๋อทุเรียนลูกนั้นป้าขอนะ กินดับโมโหสักหน่อย"

"เจ้าค่ะ ข้าก็เอามาให้ท่านกันหมิ่นเอ๋อกิน"

จางหมิ่นเมื่อหายจากอาการตกตะลึงก็คิดว่าข้าจะจำไว้ข้าจะไม่ทำให้ท่านโกรธเคือง.. ข้าไม่อยากเป็นเหมือนโต๊ะตัวนี้

"พี่ใหญ่มันคืออันใดขอรับ" จางหมิ่นตื่นเต้นพร้อมกับร้องถามพี่สาว

"ทุเรียน" หลันฮวาตอบ

"ท่านป้ามันกินได้รึขอรับ มีหนามเยอะเยี่ยงนี้"

"กินได้สิ ประเดี๋ยวพี่จะแกะให้เจ้าดู" ข้ากล่าวจบก็เดินออกไปนอกห้อง(ไปหามีด)

ได้มาแล้วข้าก็ปอกให้ทั้งสองกิน เนื่องจากข้าไม่ชอบทุเรียน จึงเรียกองุ่นออกมากินแทน

จางหมิ่นเมื่อได้ลิ้มลองทุเรียนก็วางไม่ลง มันหอมหวาน นุ่มปาก อร่อยยิ่งนัก พี่ใหญ่ของข้าดีที่สุด

ส่วนหลันฮวานางหลับตาพริ้มลิ้มรสทุเรียน

เห็นดังนั้นข้าจึงกล่าวกับจางหมิ่น
"หมิ่นเอ๋อที่เจ้ากินนี่คือทุเรียนพันธุ์หมอนทอง นอกจากอร่อยอย่างที่เจ้าว่าแล้ว ประโยชน์มีเยอะด้วยนะ

"จริงรึขอรับพี่ใหญ่" จางหมิ่นตาเป็นประกายด้วยความอยากรู้ พร้อมกับกัดเนื้อทุเรียนเข้าปากคำโต

ข้าได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจในความตะกละของน้องชาย พร้อมอธิบาย

"เนื้อทุเรียนช่วยทำให้ฝีแห้ง แก้โรคผิวหนัง ช่วยขับพยาธิ และช่วยลดความอ้วนด้วยนะ
ผลดิบ(มันควายใกล้สุก)​นำมาหั่นบางๆแล้วทอดก็อร่อย"

"ดีข้าจะกินเยอะๆ" หลันฮวากล่าว

"โธ่.. ท่านป้า ท่านก็รู้ว่าต้องกินวันละ1 พู ถึงจะลดความอ้วน ไม่ใช่กินเป็นลูกแบบนี้"
ข้าบ่นกระปอดกระแปด พร้อมกับคิดว่าจัดให้ท่านลุงเหอกินวันละพู ดีรึไม่???

(ข้อควรระวังในการกินทุเรียน
ห้ามผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานกินเพราะทุเรียนมีน้ำตาลเยอะ
ห้ามกินคู่กับแอลกอฮอล์และกาแฟเพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต)​

" ลี่เอ๋อ หมิ่นเอ๋อป้ามีเรื่องจะปรึกษาเจ้าทั้งสอง ข้าอยากให้พวกเจ้าเรียนมวยไทย" หลันฮวากล่าวจบก็มองหน้าหลานทั้งสอง

"ห๊า...." ข้าอุทานลั่น(นรกชัดๆ)​

"มันคืออันใดขอรับท่านป้า" เป็นจางหมิ่นที่สงสัย

"มันคือการต่อสู้ด้วยมือปล่าวเจ้าสนใจรึไม่หมิ่นเอ๋อ เจ้าจะได้มีวิชาไว้ปกป้องตนเองและพี่สาวของเจ้าอย่างไรเล่า"หลันฮวาหว่านล้อมหลานชาย

" จริงรึขอรับ ข้าจะเรียนกับท่านขอรับ"
(นั่นไง... ปลาติดเบ็ดแล้วท่านป้า แล้วเจ้าจะรู้ว่านรกมีจริง โชคดีน้องพี่)​

"ลี่เอ๋อ... "

" จะ จะ จะ เจ้าค่ะท่านป้า"

" เจ้าห้ามปฎิเสธ เรื่องนี้ เจ้าอย่าลืมว่าที่นี่มีแต่อันตราย ไม่มีใครปกป้องเจ้าได้ดีเท้ากับตัวเจ้าเอง ตนเท่านั้นเป็นที่พึ่งแห่งตน เข้าใจรึไม่"

" เข้าใจ.. เจ้าค่ะ"ข้ารับคำเสียงอ่อน

"ท่านป้าขอรับ... "

"หยุดเลยหมิ่นเอ๋อป้ารู้ว่าเจ้าจะพูดอะไร เจ้าไม่สามารถปกป้องพี่สาวเจ้าได้ทุกที่ดอกนะ ให้นางได้เรียนรู้และปกป้องตัวเองบ้าง เจ้าเข้าใจรึไม่?"

" ข้า.. เข้าใจขอรับ" จางหมิ่นรับคำเบาๆ ในใจเป็นห่วงพี่สาว นางบอบบาง ยิ่งนัก

"พวกเจ้าต้องเรียนโยคะควบคู่ไปกับการเรียนมวยด้วย ร่างกายจะได้ยืดหยุ่นได้ดี เรื่องนี้ข้าไม่เป็นห่วงลี่เอ๋อ แต่ข้าเป็นห่วงเจ้าหมิ่นเอ๋อ"หลันฮวากล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปทางหลานชาย

" ท่านป้าข้าว่าเรื่องโยคะให้ท่านลุเรียนกับเราด้วยดีรึไม่เจ้าคะ" ข้าเสนอ

"อืมความคิดดี"หลันฮวาสนอง

ฝ่ายจางหมิ่นตอนนี้ไม่อยากจะคิดอะไร เพราะทุกอย่างที่พูดมาให้งุนงงยิ่งนัก ได้แต่รอดูต่อไปว่าอันใดคือโย้คา¡¡

" พรุ่งนี้ป้าจะไปตลาดเจ้าทั้งสองจะไปรึไม่"

"ไปขอรับ/เจ้าค่ะ"

เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วทั้งหมดก็แยกย้ายไป... โดยทิ้งเปลือกทุเรียนไว้ให้ข้าดม เดือดร้อนข้าต้องโยนเปลือกเข้ามิติไทไป
พร้อมกับนำใบเตยออกมาพับเป็นกุหลาบใส่แจกันตรงมุมห้อง (ดับกลิ่นทุเรียนได้ดี)​ พร้อมกับคิดว่า

"พรุ่งนี้ข้าจะทำอะไรให้ท่านลุงกินดี"
เมื่อพับใบเตยเสร็จแล้วก็หยิบกระดาษกับพู่กันซึ่งอยู่ใกล้กับแจกันมานั่งจดรายการอาหาร

มื้อแรก ข้าจะทำโจ๊กไข่ขาว และ น้ำแมงลัก1แก้ว

มื้อกลางวัน แกงจืดมะระยัดไส้ ข้าว1ถ้วย และน้ำแมงลัก 1แก้ว

มื้อเย็น แกงเลียง ข้าว1ถ้วย และน้ำใบย่านาง1แก้ว

พรุ่งนี้ข้าจะไปตลาดกับท่านป้าซื้อแป้งผัดหน้า เอามาปิดปานนี่ คาดผ้าแบบนี้มันเป็นจุดเด่นเกินไป

ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูทำให้ข้าตื่นจากความคิด

"คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู"

"เข้ามาเลยถงถง ประตูไม่ได้ลงกลอน"

"คุณหนูเจ้าคะฮูหยินรอพบที่ห้องโถงเจ้าค่ะ"

"อืม.. ไปกันเถอะประเดี๋ยวท่านป้าจะรอนาน" รับคำพร้อมกับเดินไปที่ประตู

เมื่อมาถึงทางเข้าห้องโถง ข้าเห็นทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าไม่เว้นแม้แต่ท่านลุง ซึ่งมีอาหลงคอยประคองอยู่ไม่ไกล
ถงถงแอบกระซิบว่าฮูหยินไปเชิญด้วยตัวเอง ท่านลุงจึงมาอย่างที่เห็น

หลันฮวาเห็นจางลี่ กำลังเดินเข้ามาในห้องโถง นางจึงรีบเดินเข้าไปหา โดยกึ่งลากกึ่งจูงหลานสาวเพื่อหลบสายตาทุกคน
เมื่อพ้นสายตาของทุกคน

"ลี่เอ๋อ ป้ามาคิดดูแล้ว ป้าจะทำให้พวกเราทุกคนในบ้านแข็งแรง มีวิชาต่อสู้เพื่อปกป้องตัว ป้องกันพวกเรา ข้าจึงอยากให้เจ้าเอาน้ำที่ว่านั้นออกมาอีกสักกา ได้รึไม่? ข้าใจร้อนเจ้าก็รู้ อีกอย่างข้าเป็นห่วงเจ้าและน้อง คนพวกนั้นวางยาพิษพวกเจ้า หวังกำจัดเจ้าให้ถึงตาย มันไม่รามือแน่ เราต้องเตรียมพร้อมเพื่อเผชิญหน้ากับพวกมัน เรามัวแต่หลบซ่อนแบบนี้ไม่ได้ดอกนะลี่เอ๋อ เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดรึไม่? "หลันฮวาร่ายยาว

จางลี่ไม่พูดอะไรเพราะสิ่งที่ท่านป้ากล่าวก็ตรงกับความคิดของนาง
จึงเรียกน้ำมาใส่ไว้เต็มกา

หลันฮวาเห็นดังนั้นจึงหันหลังเข้าห้องโถงไป

" ท่านป้า ท่านไม่สนใจใยดีข้าเลยรึ ได้แล้วทิ้งชัดๆ"จางลี่บ่นหลันฮวาเบาๆพร้อมกับส่ายหน้าในความใจร้อนของนาง

หลันฮวาเมื่อมาถึงใจกลางห้องโถงก็กล่าวขึ้น
"ท่านพี่ ท่านคงแปลกใจที่ข้าขอร้องให้ท่านมาที่นี่ แต่ก่อนที่ท่านจะมายืนอยู่ตรงนี้ข้าก็ได้บอกท่านแล้วว่า พวกข้าค้นพบวิธีการปรุงน้ำบำรุงร่างกาย ข้า ลี่เอ๋อ หมิ่นเอ๋อได้ทดสอบกับตัวเองแล้ว ท่านก็เห็น" พร้อมกับชี้ให้ทุกคนดู

เหอตงได้ฟัง ได้เห็นสิ่งที่หลันฮวากล่าวอีกครั้ง ในใจคิดว่า ดูรึนางจากข้าไปไม่กี่ชั่วยาม กลับมางามเยี่ยงนี้เจ้าจะทำให้ข้าลุ่มหลงไปถึงเมื่อใด ข้าช่างไม่เหมาะสมกับเจ้าเลย ข้าอ้วนฉุเจ้านั้นงดงาม ข้าจะทำเยี่ยงไรดี หมอที่มารักษาข้า ไม่ทีใครเลยที่บอกว่าโรคนี้จะหาย ทุกคนให้ยาข้าแล้วจากไป.... เป็นแบบนี้ทุกคน ระหว่างที่เหอตงคิดไม่ตกอยู่นั้น

" ท่านลุงเจ้าคะ ท่านป้าชอบชายรูปร่างงดงาม ชอบคนเก่ง ชอบคนที่ตามใจท่าน ไม่ดื้อ ไม่ขัดใจท่านเจ้าค่ะ"
เป็นจางลี่ที่แอบกระซิบให้เหอตงฟัง

" จริงรึลี่เอ๋อ ข้าจะต้องทำเยี่ยงใดถึงจะเอาชนะใจป้าของเจ้าเล่า ในเมื่อข้ามีสภาพแบบนี้?"เหอตงกล่าวเสียงอ่อน

"ท่านก็อย่าลังเล ท่านป้าสั่งให้ทำอะไรท่านก็ทำเถอะเจ้าค่ะ"
เหอตงได้ฟังจางลี่กล่าวเช่นนั้นก็ให้รู้สึกฮึกเหิมยิ่งนัก ใช่ข้าจะต้องทำให้นางสนใจข้าให้ได้ ข้าจะต้องทำได้ คิดพร้อมกับใช้สายตามุ่งมั่น

จางลี่เห็นดังนั้นก็ยิ้มสมใจ

จางหมิ่นที่ยืนอยู่ใกล้พี่สาวได้ยินดังนั้นแทบจะสำลักน้ำลายตัวเองพร้อมกับคิดว่า

ท่านพี่ท่านหาเรื่องใส่ตัวแล้ว ข้าไม่รู้ ข้าไม่เกี่ยวนะขอรับ

ฝ่ายหลันฮวาเห็นเหอตกกำลังใช้ความคิดก็เงียบเสียง และหรี่ตามองหลานทั้งคู่สลับไปมา พลางคิด เจ้าพวกนี้เล่นพิเรนอะไรอีก?

"ข้าจะกินน้ำบำรุงร่างกายของเจ้า ส่งมันมาให้ข้า" อยู่ๆเสียงของเหอตงก็ทำลายความเงียบลง ทำให้ทุกคนสะดุ้งกันเป็นแถว

"ดีเจ้าค่ะ" หลันฮวากล่าว

"น้ำบำรุงต้องดื่มก่อนนอน คนละแก้วนะเจ้าคะ... พวกเจ้าทั้งสามด้วย"

"ขอรับ/เจ้าค่ะ ฮูหยิน"

ทั้งสี่ต่างรับน้ำไว้คนละแก้ว กำลังจะแยกย้ายกลับเรือน

"ฮูหยินข้า เจ้าช่วยประคองข้าเข้าเรือนได้รึไม่"

!!!! ???????



(เชี้ยยยยยยยย.....! )​

หลันฮวาตกใจยิ่งกว่าโดนผีหลอก
จะไห้ข้าประคองไอ้บุรินนั้นข้าตายเสียยังดีกว่า

ตุ๊บ............!!! 


ฮูหยิน??? / ท่านป้า??????

เหอตงรีบเข้าประคองหลันฮวาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ทันจางหมิ่นซึ่งไวกว่า

ข้าจึงสั่งให้คนทั้งคู่ถอยออกมา พร้อมกับอธิบาย

"ท่านป้าจะได้หายใจสะดวกเจ้าค่ะ"

แม่นมซันเป็นคนวิ่งไปเอายาหอม ถงถงวิ่งไปหาผ้าและน้ำ

จากนั้นข้าจึงเข้าไปใกล้ท่านป้า ตรวจดูว่ามีรอยตรงไหนรึไม่


!!!!! ???????????


โธ่..... ไอ้เราก็ตกใจแทบแย่ ที่แท้... แกล้งเป็นลม¡¡¡¡¡

จากนั้นจึงกล่าวกับท่านลุงว่า
"เมื่อคืนท่านป้านอนดึกเจ้าค่ะ สงสัยท่านจะอ่อนเพลีย ท่านลุงไม่ต้องเป็นห่วง ท่านกลับไปดื่มน้ำ พักผ่อนก่อนเถอะเจ้าค่ะ"

เหอตงทำท่าไม่ยอมไป

จางหมิ่นจึงกล่าวเสริม
"ข้าว่าหากท่านป้ารู้ว่าท่านลุงดื้อดึง ท่านคงจะไม่พูดคุยกับท่านแน่นอนขอรับ"

(ดีมากน้องรัก ช่วยทำมาหากินหน่อย)​

เหอตงได้ฟังหลานทั้งสองของหลันฮวากล่าวเช่นนั้นก็ต้องจำใจเดินกลับเรือนไปโดยมีอาหลงช่วยประคอง


กลางดึกคืนนั้น มีเสียงร้องของถงถงนางร้องด้วยความเจ็บปวด

องครักษ์แฝดได้ยินเช่นนั้นก็ต้องแปลกใจและคิดว่า
นายหญิงไม่เป็นห่วงนางเลยรึ?
บ้านนี้เป็นอันใดกันไปหมด

ข้าซึ่งได้ยินเสียงร้องของถงถงมาตลอดก็แน่ใจแล้วว่าถงถงก็โดนพิษ เช่นเดียวกับนางและน้องชาย พิษที่ว่ามาจากบ้านสกุลหวังอย่างแน่นอน













[1] บุริน หมูอวกาศ กาตูนย์โด่งดังในยุค90
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.588K ครั้ง

925 ความคิดเห็น

  1. #785 kikomako (@kikomako) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 03:41
    ดอกนะใช้แล้วมันแปลกไเหมือนไทยโบราณอ่ะ
    #785
    0
  2. #83 GeertAranya (@GeertAranya) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 21:24
    รอ อยู่นะไรท์จ๋า
    #83
    0
  3. วันที่ 8 เมษายน 2562 / 16:47
    ไรท์จ๋าวันนี้จะอัพไหมอ่ะะเ
    #81
    0
  4. #80 DHmoon (@DHmoon) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 10:19
    มะรู้จักบุริน???คือหมูอวากาศ???
    #80
    0
  5. #79 benjama1 (@benjama1) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 09:10
    รอค่ะอ่านรวดเดียวเพลินเลยท่านอ๋องกลับมาเร็วๆนะชักช้าลี่เออร์จะมีคนมาตามติดสะก่อนรีดเตือนด้วยความหวังดี..แอบคาดหวังท่านอ๋องพระเอก.รีดอิน555
    #79
    0
  6. #77 นาน่านะ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 06:07

    ท่านลุงลดมาหล่อเลยสิ ป้าจะได้ใจอ่อน อิอิ....

    #77
    0
  7. #76 แอน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 00:04

    มาต่อไวน๊าาาา

    #76
    0
  8. #75 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 22:54

    บ้านน้องลี่โดนยาพิษกันหมดไม่เว้นแม้แต่สาวใช้ ใจร้ายซะจริง คราวนี้คงถอนพิษได้ซะที ท่านลุงก็น่าจะลดความอ้วนได้สำเร็จ ท่านป้าจะได้ไม่เป็นสาวโสดอีกต่อไป

    #75
    0
  9. #74 Sidamao (@Sidamao) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 21:50
    สนุกมากขำตลอด อ่านเพลินดี
    #74
    0
  10. #73 ning792528 (@vj792528) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 21:31

    องครักษ์แฝดจงสงสัยต่อไป
    #73
    0
  11. #72 MoroniDorathy (@MoroniDorathy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 20:43

    สู้ๆแอดสนุกมากทำต่อเลื่อนๆน่ะสู้
    #72
    0
  12. #71 KAGAMI_LIS (@KAGAMI_LIS) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 19:13

    สนุกมากๆคะ มาต่อไวๆนะคะไรท์
    #71
    0
  13. #70 poosurat (@poosurat) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 17:47
    ขอบคุณค่ะ สนุกมากๆมาต่อไวๆนะคะ ชอบแนวนี้ แนวอาหารการกิน อิอิอิ
    #70
    0
  14. #69 Emmajung (@Emmajung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 17:26

    งื้อออออ กำลังสนุกเลยไรท์ ขอถี่ๆนะ ชอบท่านป้ามากเลย ฮาๆ
    #69
    0
  15. #68 Dojincartoon9538 (@Dojincartoon9538) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 17:21
    55555 น่าสงสารท่านลุงเหอ
    #68
    0
  16. #67 r123123 (@r123123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 17:16

    สนุกๆๆๆๆ

    ขอบคุณค่ะ

    #67
    0
  17. #66 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 17:09
    รอนะคะ
    #66
    0
  18. #65 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 16:38
    ขอบคุณ​ค่ะ​
    #65
    0
  19. #64 beebb_bb (@beebb_bb) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 16:25
    ท่านลุงกินน้ำแร้วจิเป็นยังงายน้าาาาาา
    สงสัยเงาจิได้ตกหลุมรักถงถง
    อิอิ
    #64
    0
  20. #63 kulrapas (@kulrapas) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 16:09

    ลุงผอมแล้วหล่อแน่เลย ป้าจะได้รักๆๆๆๆๆ
    #63
    0