หวังจางลี่ จบแล้ว (สนพ.B2S)

ตอนที่ 15 : ตอนที่15 ท่านอ๋องมีคู่แข่งแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,528 ครั้ง
    9 พ.ค. 62

หลันฮวานางรีบออกไปดู พบชายชุดดำ สวมหน้ากากสีดำ นอนคว่ำหน้า จึงใช้มือจับชีพจรตรงต้นคอดู...... "ยังไม่ตาย"

จึงรีบสั่งการให้แม่นมซันวิ่งไปตามจิ้นม้อออกมาช่วยพยุงคนเจ็บเข้าไปข้างใน เพราะอาหลงติดตามเหอตงไปดูโรงเตี๊ยมที่กำลังปรับปรุง

จิ้นม้อเมื่อเห็นบุรุษสวมหน้ากากก็ผงะเล็กน้อย จากนั้นจึงทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น รีบเข้าพยุงคนเจ็บเข้าจวน

----------------------------------------------

วันนี้เป็นวันที่ข้าถอดผ้าคาดหน้าผากออก เพราะถงถงซื้อแป้งผัดหน้ามาให้

ดีไม่ต้องรออีกหนึ่งเดือนเพื่อปลดผ้าคาดนี้ออก แต่กว่าจะปิดรอยใบกัญชาตรงหน้าผากได้เล่นเอาซะเหงื่อตก
จะทำแป้งทาหน้าเองแต่ต้องใช้เวลาแช่ข้าว นานถึง40วัน

"ขอบใจเจ้ามากถงถง เฮ้อโล่งโปร่งสบายสักที"ข้าบ่นเบาๆ

"มิเป็นไรเจ้าค่ะคุณหนู" ถงถงกล่าวพร้อมกับมองใบหน้าเรียวสวยของคุณหนูด้วยความชื่นชม พลางคิดว่าคุณหนูของข้ามิจำเป็นต้องผัดหน้า ทาปากก็งามมากแล้ว นี่แค่ผัดหน้านิดหน่อยยิ่งงามขึ้นไปอีก

"คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินให้ไปพบที่ห้องโถงด่วนเจ้าค่ะ" แม่นมซันกล่าวปนหอบ เพราะวิ่งหลายรอบเหลือเกิน

"ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ ไปกันเถอะถงถง" กล่าวจบก็เดินนำหน้าทุกคนไป

จางหมิ่นตอนนี้กำลังรำมวย ชก-ลม ฝึกโยคะอย่างจริงจังโดยลืมการซ้อมยิงธนูไปแล้ว! 

เมื่อถึงห้องโถง

"ลี่เอ๋อเจ้ามาแล้วรึ มีคนเจ็บนอนอยู่หน้าจวน ข้าเลยพาเข้ามา เจ้าช่วยเขาได้รึไม่"หลันฮวาถามหลานสาว

" ท่านป้าข้าไม่ได้เป็นหมอเสียหน่อย"กล่าวกับผู้เป็นป้าแบบไม่จริงจังนัก

จึงได้รับค้อนกลับมา

" ใครกัน ทำไมต้องใส่หน้ากาก" กล่าวจบก็เอื้อมมือจะไปปลดหน้ากากสีดำนั้นออกมา

" คุณหนูมิได้ขอรับ"เป็นจิ้นม้อที่เอ่ยขัดขึ้น

" เอ้า" ข้างงแต่ไม่ได้ซักไซร้ต่อ
จิ้นม้อจึงจับชีพจรของชายปริศนาพร้อมกับขมวดคิ้ว

"ชีพจรแปรปรวน คาดว่าจะถูกพิษมาด้วย" จิ้นม้อกล่าว

"ไปๆรีบพาไปหาหมอ"หลันฮวากล่าว

"ฮูหยินมิได้ขอรับ เรื่องนี้จะให้คนนอกรู้มิได้" จิ้นม้อกล่าวพร้อมกับตรวจดูร่างกาย มีแผลฉกรรจ์ตรงหัวไหล่แต่เลือดซึมออกมาเล็กน้อยเท่านั้น 'คงจะใช้ผงห้ามเลือดก่อนที่จะสลบไป'แต่ไม่ใช่สาเหตุุที่ทำให้เกิดพิษจึงจัดการให้นอนคว่ำหน้า จิ้นม้อกำลังจะฉีกเสื้อออก แต่ก่อนที่จะได้ฉีกเสื้อ แม่นมซันก็ร้องลั่น

"คุณหนู ฮูหยิน มันไม่งามรีบหลบมาตรงนี้เจ้าค่ะ" กล่าวจบก็ลากทั้งคู่มาอีกมุม
'สองป้าหลานบ่นในใจว่า อีกนิดเดียว.. เท่านั้น.. ไม่น่าเลย'​

"เอ้า.. แล้วจะทำเยี่ยงไรจะให้มาตายในเรือนข้ารึ..ไม่ได้นะ"หลันฮวากล่าวร้อนรน

" ท่านป้าใจเย็นเจ้าค่ะ มานั่งพัก จิบชา ก่อนเจ้าค่ะ" ข้ากล่าวกับท่านป้าแม้ในใจร้อนรนไม่แพ้ท่าน

"ใช่แล้วลี่เอ๋อ เจ้าต้องช่วยเจ้านั่น นำน้ำมิติไทให้มันกินสักอึกสองอึกอย่าให้มันมาตายในจวนเรานะ.. ข้ากลัวผี" หลันฮวากระซิบบอกหลานสาวเบาๆ

ข้าได้แต่ส่ายหน้าให้กับผู้เป็นป้า พร้อมกับแอบบ่นผู้เป็นป้าในใจ 'อย่างอื่นไม่เคยกลัวแต่กลัวสิ่งที่มองไม่เห็น... เฮ้อ'​

จางลี่เดินไปหยิบจอกชาพร้อมกับเรียกน้ำในมิติไทออกมา ให้แม่นมซันนำไปป้อนแก่คนป่วย
แม่นมซันรับถ้วยชาก็เดินไปป้อนคนป่วย โดยมีจิ้นม้อช่วยประคอง

ฝ่ายคนเจ็บนั้นรู้สึกตัวตั้งแต่หลันฮวาใช้มือจับชีพจรตนแล้ว คิดจะหนีหรือต่อต่านก็ไม่ได้เพราะร่างกายตอนนี้ขยับเขยื้อน​ไม่ได้ ไม่มีแรงแม้จะลืมตามาดูว่าคนพวกนี้เป็นใคร
ณ ตอนนี้จึงปล่อยเลยตามเลย

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูป

อึก... อ๊า... อ๊ากกกก
"จะ จะ เจ้า.. เจ้า... เอา.. อะไร.. ให้ ขะ ขะขะ..." ไม่ทันกล่าวจบก็สลบไป

จิ้นม้อไม่รอช้ารีบตรงเข้าไปตรวจดูชีพจรทันที ก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นบาดแผลของคนเจ็บ มันมีของเหลวสีม่วง อมเขียวไหลออกมาจากบาดแผล กลิ่นเหม็นบวกกับกลิ่นคาวเลือดแล้ว ชวนคลื่นไส้และดูน่ากลัวยิ่งนัก
จึงตรวจสอบคนเจ็บอีกรอบ ริมฝีปากไม่เป็นสีคล้ำอย่างก่อนหน้านี้ สีเล็บก็ปกติ แสดงว่า....น้ำในจอกชานั่นเป็นยาถอนพิษแน่นอน คุณหนูท่านหายาถอนพิษจากที่ใดได้รวดเร็วเยี่ยงนี้ จิ้นม้อสงสัยใคร่รู้แต่ไม่เอ่ยปากถามอันใด

จางลี่และหลันฮวาเห็นสีหน้าท่าทางจิ้นม้อมาตลอด ทั้งคู่ต่างทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ส่งให้กับจิ้นม้อ

ยามอู่ (11.00-12.59 น.)​
เหอตงและอาหลงก็กลับมาพร้อมกับ ข้าวของต่างๆที่หลันฮวาสั่งซื้อ
เมื่อรู้ว่ามีคนแปลกหน้านอนป่วยอยู่ในเรือน จึงรีบตรงเข้าไปดูทันที

เหอตงเห็นหลันฮวากำลังนั่งดูคนป่วยก็ให้หงุดหงิดใจ 'ตอนข้าป่วยไม่เคยดูแลแต่กับเจ้านี่ถึงขนาดนั่งเฝ้าเลยรึ'​มันเป็นใครกัน

จากนั้นจึงตรงไปยังเตียงคนป่วย จังหวะเดียวกับที่คนป่วยลืมตาตื่นขึ้นมาพอดี

ทำให้เหอตงต้องหยุดชะงักความคิดต่างๆพร้อมกับคิดว่า สายตาน่ายำเกรงยิ่งนัก ลักษณะเสื้อผ้าสีดำขลิบทองบ่งบอกว่าเป็นเนื้อผ้าดีมีฐานะ ผิวพรรณขาวผ่องบ่งบอกว่าเป็นลูกผู้ดี

"เจ้าฟื้นแล้วรึ เจ้าเป็นใคร? " เหอตงเอ่ยปากถาม

องค์ชายหยวนเป่ยเย่ ถอนหายใจเบาๆ พร้อมกับคิดว่า ข้าคงต้องบอกฐานะแก่พวกเขาแล้ว เพราะป่านนี้เลี่ยงเหยาคงตามหาข้าให้วุ่นเป็นแ
น่ หรือไม่ก็คงตามรอยข้าจนเจอแล้ว

คงได้แต่ขอร้องให้พวกเขาเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับแล้ว

"องค์ชายรองแคว้นเป่ย นามของข้าคือเป่ยเย่ขอให้ทุกคนเก็บเรื่องของข้าไว้เป็นความลับด้วย" กล่าวจบก็ล้วงหยกจากอกเสื้อส่งให้เหอตงดู

เหอตงรับมาอ่าน บนหยกมีตัวอักษร'เป่ย'​คำเดียว ก็ต้องรีบให้ทุกคนคุกเข่าคำนับทันที

แม้หลันฮวากับจางลี่จะแปลกใจแค่ไหนแต่ก็ต้องทำตามอย่างว่าง่าย

'ไม่ทำสิประเดียวมันก็เอาข้าและหลานไปตัดหัว... เบิกเครื่องประหารหัวสุนัข โอยคิดแล้วน่ากลัว'​ หลันฮวาคิดติดตลก

คนที่ไม่แปลกใจก็คงมีแต่จิ้นม้อ เพราะองค์ชายหยวนเป่ยเย่ทรงเป็นพระสหายของท่านอ๋องเย่วหยาง

"นายท่านขอรับ นายท่าน มีชายชุดดำจำนวนยี่สิบคนมาหน้าจวน หนึ่งในนั้นขอเข้าพบ คุณชาย ผู้สวมใส่หน้ากากสีดำขอรับ" อาหลงรายงานเหอตงด้วยอาการสั่นๆ

ฝ่ายเหอตงกำลังจะเอ๋ยปากกับองค์ชาย ก็มีเสียงองค์ชายขัดขึ้นมาเสียก่อน

"เรียกข้าว่า เป่ยเย่ คุณชายเป่ยเย่ ในที่นี้ไม่มีองค์ชาย ห้ามทุกคนเรียกข้าว่าองค์ชายเด็ดขาด เข้าใจรึไม่"

" เข้าใจขอรับ/เจ้าค่ะ"ทุกคนรับคำอย่างพร้อมเพรียง

" ส่วนเจ้า" กล่าวพร้อมกับชี้มือไปที่อาหลง
อาหลงนั้นเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่าชายผู้บาดเจ็บท่านนี้คือองค์ชาย ก็ให้เกิดอาการกลัวยิ่งนัก ไม่กล้ามองหน้าตรงๆ

" เจ้าไปตามคนที่ชื่อเลี่ยงหลงมาคนเดียว"เป่ยเย่กล่าวจบก็เอนตัวลงนอน

(เอ้า สั่งๆๆๆเสร็จนอนเฉย นี่บ้านพวกข้านะ บ้านพวกข้า)​ จางลี่บ่นในใจ

"ท่านลุงท่านป้าเจ้าคะ ในเมื่อไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวนะเจ้าคะ"จางลี่กล่าวจบก็เกินจากไปโดยไม่ลืมย่อกายให้กับเป่ยเย่

เป่ยเย่เมื่อเห็นจางลี่ก็เกิดอาการชะงัก พร้อมกับคิดในใจว่าใช่แม่นางคนที่เจอในป่ารึไม่

เมื่อจางลี่ออกไปได้ไม่นานเหอตง และหลันฮวาก็ขอตัวเช่นกัน

ทำให้เป่ยเย่คิดถึงเรื่องเหตุการณ์ก่อนที่จะบาดเจ็บ และมาอยู่ในจวนสกุลเหอแห่งนี้

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้2ชั่วยาม (4ชม.)

"องค์ชายเพคะ รองเจ้าสำนักให้ข้านำชาโมลี่มาให้ท่านดื่ม ท่านยังบอกอีกว่าช่วยให้ผ่อนคลายเจ้าค่ะ" หวังเสวี่ยกล่าวจบก็ยื่นชาโม่ลี่ให้องค์ชายหยวนเป่ยเย่

ข้านั้นรำคาญแค่ไหนแต่ก็ต้องรับไว้เพราะมันเป็นชาจากรองเจ้าสำนักซึ่งเป็นน้องชายของเจ้าสำนักคนปัจจุบัน

และเจ้าสำนักคนปัจจุบันก็เป็นอาจารย์ของข้า

เมื่อดื่มชาเรียบร้อยแล้ว หวังเสวี่ยนางก็คอยติดตามข้าตลอด ข้าใคร่รำคาญยิ่งนัก

จึงหนีออกนอกสำนักมาคนเดียว กำลังจะเข้าไปในป่าด้านชายเขาตรงที่เคยพบหญิงปริศนานางนั้น

แต่ระหว่างทางกลับเจอนักฆ่าสิบคน

สิบคนแค่นี้ข้าย่อมสู้ได้ส​บายอยู่แล้ว​ แต่เมื่อข้าเดินลมปราณมันกลับไม่มี ลองเดินอีกครั้งชีพจรแปรปรวนทำให้ข้ากระอักเลือดคำโต แน่แล้วข้าโดนพิษ

จากนั้นข้าจึงใช้แรงทั้งหมดที่มีต่อสู้ไปพร้อมๆกับถอยร่น ข้าพลาดโดนฟันเข้าอย่างจังตรงช่วงแขน เลือดไหลบ่าทำให้ข้าเริ่มหน้ามืด โชคดีที่ข้ามีห่อยาห้ามเลือดมาด้วย ระหว่างที่วิ่งมาหลบต้นไม้ข้าก็แกะห่อยาเทใส่บาดแผล นักฆ่าพวกนั้นก็ไล่ล่าข้าตลอด

ข้าฆ่าพวกมันตายไป5คน เหลืออีก5คน ข้ารู้สึกล้าเต็มทีเพราะแขนขา ปวดชาไปหมดจึงล้มทั้งยืน จากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องของหญิงวัยกลางคน และก็มาอยู่ในบ้านสกุลเหออย่างที่เห็น

นักฆ่าพวกนั้น มันคงเห็นว่ามีคนมา พวกมันจึงหนีไป

(ข้าเกลียดพวกลอบกัดที่สุด ใช่แล้วที่ข้าต้องใส่หน้ากากก็เพราะตอนเด็กข้าโดนวางยาพิษด้วยน้ำล้างหน้า ทำให้ใบหน้าซีกขวา และมือขวาของข้ามีรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัว ช่วงนั้นท่านพ่อข้าเป็นแค่รัชทายาทเท่านั้นไม่ได้เป็นกษัตริย์​เหมือนตอนนี้ และเมื่อไม่มีหมอใดรักษาให้หายได้ ข้าจึงต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา และโดนเหล่าบรรดา​น้องๆต่างแม่ล้อเสมอว่าตัวอัปลักษณ์​)​

ใครกันที่บังอาจลอบทำร้ายข้า เป็นรองเจ้าสำนักรึ หรือเป็นหวังเสวี่ย แล้วต้องการเอาชีวิตข้าเพื่อประโยชน์อันใดกัน เป่ยเย่เฝ้าคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาซ้ำไปซ้ำมา

"คารวะองค์ชาย ได้โปรดลงโทษกระหม่อมด้วยพะยะค่ะ กระหม่อมผิดเองที่ทำให้องค์ชายเจ็บตัว กระหม่อมไร้ความสามารถพะยะค่ะ" กล่าวจบเลี่ยงเหยาก็โขกหัวกับพื้นดังปึกๆสนั่นห้อง ทำให้เกิดรอยแดงตรงหน้าผาก

"ลุกขึ้น ไม่ใช่ความผิดของเจ้า เป็นข้าเองที่ประมาท ข้ามิคิดว่าจะมีคนลอบทำร้ายข้าอีกครั้ง"เป่ยเย่กล่าวด้วยสายตาดุดัน

" และข้าบอกกี่ครั้งแล้วไม่ต้องใช้คำราชาศัพย์กับข้าในขณะที่เราอยู่นอกวัง"

"ขออภัยขอรับคุณชาย" เลี่ยงเหยากล่าวพร้อมคำนับอีกครั้ง

"ไปสืบมา มันผู้ใด ที่คิดจะเอาชีวิตข้า และให้ที่เหลือกระจายกำลังรอบจวนสกุลเหอ ข้าจะรักษาตัวที่นี่สักพัก"

"ขอรับคุณชาย แต่คุณชายไว้ใจคนพวกนี้รึขอรับ" เลี่ยงเหยามิวายเป็นห่วงองค์ชาย

" อืม ไปเถอะ ตอนนี้กำลังข้าฟื้นขึ้นมาแล้ว ข้าจะนั่งเดินลมปราณ เจ้าออกไปเถอะ" เป่ยเย่กล่าวจบก็หลับตาลง

เลี่ยงเหยาถึงแม้มีเรื่องจะถามองค์ชายมากมาย แต่พระองค์ไม่เปิดโอกาส​ให้ข้าถามแม้เพียงน้อยนิด

เมื่อเลี่ยงเหยาออกไปแล้ว เป่ยเย่จึงนั่งเดินลมปราณ​ก็ต้องแปลกใจ ก่อนนี้ข้าโดนพิษ แล้วพิษที่ว่าเล่าไปไหน เมื่อสังเกตุดูมือขวา ไม่มีรอยแผลเป็น¡

จากนั้นจึงรีบมองหากระจก ไม่มีกระจก ถอดหน้ากากออกมาลูบหน้าตัวเอง ใบหน้าเกลี้ยงเกลา​ เห็นอ่างน้ำวางอยู่ไม่ไกล ข้าจึงลุกขึ้นพร้อมกับก้มหน้าดูเงาในน้ำ ข้าดีใจยิ่งนัก

สกุลเหอข้าเป็นหนี้พวกเจ้าแล้ว ข้าจะไม่ต้องทนกับคำว่าองค์ชายอัปลักษณ์​อีกต่อไป

สกุลเหอต้องมีหมอเทวดาซ่อนอยู่แน่ๆ
ข้าช่างโชคดียิ่งนัก สกุลเหอข้าไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณพวกเจ้าด้วยอะไรถึงจะสาสมกับการที่พวกเจ้าช่วยข้าไว้

----------------------------------------------
ด้านจางลี่

"ทุกคนวันนี้ถึงเวลาทำผงชูรสแล้ว"

"คุณหนูเจ้าคะ ข้าสงสัยยิ่งนักอันใดคือผงชูรส" แม่นมซันกล่าว

"มันใช่ใส่ในอาหารทำให้น่ากิน อร่อยด้วย" กล่าวจบก็ลงมือทำ

"นำทุกอย่างที่ตากไว้เมื่อวานมาบดโขลกให้ละเอียด จากนั้นใส่น้ำตาล และเกลือลงไป ชิมดูว่าอร่อยรึไม่" จากนั้นจึงตักออกมาครึ่งถ้วยและให้ทุกคนชิมรสชาติ​ดู

" อืม.. หวานเค็ม มีกลิ่นหอมน่ากินยิ่งคุณหนูเก่งยิ่งนักเจ้าค่ะ" แม่นมซันกล่าวชื่นชื่นชมจางลี่

จางนั้นข้าจึงไปตักน้ำแกงจืดมา
สองถ้วย วางไว้บนโต๊ะ ถ้วยนึงใส่ผงชูรสลงไป แต่อีกถ้วยไม่ได้ใส่

แม่นมซันและถงถงมองด้วยความงุนงง

หลันฮวาเห็นหน้าบ่าวทั้งสองก็แทบจะหลุดขำ

" พวกเจ้าสองทั้งสองมาชิมรสชาติน้ำแกงสองถ้วยนี้และบอกข้ามาถ้วยไหนอร่อยที่สุด"

สองบ่าวทำตามอย่างว่าง่าย ท้ายที่สุดน้ำแกงที่ใส่ผงชูรสก็ไม่เหลืิอสักหยด

ข้าและท่านป้าต่างปรึกษากันว่า หากเราใส่เนื้อหมูต้มและบดให้ละเอียดผสมลงในผงชูรสน่าจะอร่อยกว่านี้ แต่ข้อเสียของมันคือเก็บได้ไม่นาน

เมื่อช่วยกันคิดวิเคราะห์รสชาติ​ตามที่ต้องการได้แล้วทุกคนต่างพากันช่วยบดกันต่อไป

จางลี่และหลันฮวาต่างก็คิดเหมือนกันว่า'หากภพนี้มีไฟฟ้าและเครื่องปั่นก็คงจะดี ข้านี้มือพองหมดแล้ว....¡¡¡'​

------------------------------------------------

ด้านเป่ยเย่เมื่อลดจากอาการตื่นเต้น และดีใจลง ก็ออกจากห้องเดินสำรวจจวนสกุลเหอ
พลันได้ยินเสียงแปลกๆแว่วมาตามลม

"หนึ่ง..... สอง.... สาม ชก..... หนึ่ง สอง........."

จึงเดินตามเสียงไป เห็นเด็กชายอายุน่าจะไม่เกิน สิบห้าปี ทำท่าทางแปลกๆ กับชายอายุไม่เกินยี่สิบห้าปี

ขณะเดียวกันทั้งคู่กำลังจะกอดรัดฟัดเหวี่ยงเด็กคนนั้น(คลุกวงใน)
!!!! ?????


"โอ๊ะ!" ข้าจึงอุทานลั่นเพราะไม่เคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อน

จิ้นม้อนั้นรู้ก่อนแล้วว่ามีคนมา แต่ก็ไม่ได้สนใจ เพราะกำลังตั้งใจฝึกซ้อมมวยไทยเพื่อที่จะได้เก่งกาจยิ่ง ขึ้นไปอีก

จางหมิ่นเมื่อเห็นว่ามีคนหน้าแปลก(ใช่แปลกเพราะสวมหน้ากากสีดำ)​เดินเข้ามา จึงหยุดการซ้อมลงและมองผู้มาใหม่

"ขออภัยข้ามิได้ตั้งใจมารบกวนพวกเจ้า" เป่ยเย่กล่าวจบก็หันหลัง กำลังจะเดินจากไป

"มิเป็นไรขอรับคุณชายเป่ยเย่ ข้าและคุณชายหวังจางหมิ่นกำลังฝึกซ้อมมวยไทยกันอยู่" จิ้นม้อกล่าวจบก็นั่งลงฝึกโยคะ'ท่าต้นไม้'​ต่อ

"ใช่ขอรับคุณชายสนใจจะร่วมวงกับเราด้วยก็ได้นะขอรับ" จางหมิ่นกล่าวจบก็ทำท่าโยคะ 'ท่าเด็ก'​ต่อ

เป่ยเย่ได้ฟังได้เห็นก็รู้สึกมึนงงยิ่งนัก อันใดคือมวยไทย อันใดคือโยคะ ระหว่างที่มองคนทั้งคู่กำลังทำท่าทางแปลกๆอยู่นั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นรูปต่างๆ ที่แขวนอยู่ข้างผนังห้อง

!!!! 

ข้านับดูแล้วมีทั้งหมดแปดภาพ แต่ละภาพมีท่าทางไม่เหมือนกัน บางภาพข้าคิดว่าเกือบจะอนาจาร(ถ้าไม่มีเสื้อผ้าปกปิด)​
จนมาสะดุดตากับหญิงสาวในชุดสีชมพู ผ้าคาดหน้าผากสีชมพู ใต้ภาพเขียนไว้ว่า หงส์เหิน ช่างสมกับชื่อภาพจริงๆ งดงามดังพญาหงส์...

จิ้นม้อและจางหมิ่นลอบมองท่าทางและอาการของผู้มาใหม่โดยตลอด
จิ้นม้อนั่นหรี่ตาครุ่นคิดว่า ท่านอ๋องท่านคงมีคู่แข่งแล้วเป็นแน่

ฝ่ายจางหมิ่นนั้นคิดว่า เจ้าคงตกหลุมรักภาพของพี่สาวข้าเป็นแน่ ข้าต้องไปแจ้งเรื่องนี้แก่ท่านป้าเสียแล้ว

จางหมิ่นเมื่อเห็นเป่ยเย่ยืนมองรูปพี่สาวนานก็เริ่มจะหงุดหงิด จึงกล่าวว่า

"คุณชายท่านลองมาฝึกโยคะกับข้าดูหน่อยเป็นไร"

เสียงของจางหมิ่นทำให้เป่ยเย่ละสายตาจากภาะและกล่าวว่า

"ตอนนี้ข้าคงมิสามารถ เพราะแผลข้ายังไม่หายดี ข้ารบกวนคุณชายนานแล้ว ข้าขอตัว" กล่าวจบก็เดินจากไป ก่อนไปมิวายเหลือบตามองภาพหงส์เหินอีกครั้ง

-------------------------------------------------
ยามไฮ่ (21.00-22.59 น.)​

ภายในห้องนอนจางลี่

"ลี่เอ๋อ.. ป้าและหมิ่นเอ๋อ ขอองุ่น ฝรั่ง ลำใย อย่างละ 1 จิน(ครึ่งกิโลกรม)​ก็พอนะนะ"

" นะขอรับพี่ใหญ่"

" ท่านป้านี่ก็ดึกมากแล้วพรุ่งนี้ท่านค่อยมากินได้รึไม่เจ้าคะข้าง่วงมาก... ฮ้าววว" กล่าวจบก็หาวให้ท่านป้าดู

"ท่านพี่ข้ายังกินผลไม่ครบตามที่ท่านป้ากล่าวเลยขอรับ"จางหมิ่นกล่าวเสียงเบาพร้อมกับทำหน้าเศร้า

(เพราะท่านป้าคนเดียวท่านไม่น่าบอกหมิ่นเอ๋อ เรื่องผลไม้ในมิติไทของข้าว่ามีหลายชนิดและมากมายเลย ดูสิน้องชายข้าต้องมาทำหน้าตาน่าสงสารเยี่ยงนี้)​

"ท่านป้า.. หมิ่นเอ๋อ หากข้าพาพวกท่านเข้าไปในมิติไทได้นะ ข้าจะพาเข้าไปทันทีเลย... ฮ้าววว" ข้ากล่าวพร้อมกับหาวอีกครั้ง

ฉับพลัน¡ ภาพทุกอย่างในห้องก็เปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นสวนผลไม้ต่างๆเข้ามาแทน
????



'ตึง....!' ​


"ลี่เอ๋อ../ พี่ใหญ่....!!???"























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.528K ครั้ง

926 ความคิดเห็น

  1. #420 Omam-so (@Omam-so) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 21:35
    สนุกมากๆคะ
    #420
    0
  2. #260 jeerasuda0610 (@jeerasuda0610) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 13:16
    เอ้า 55555!
    #260
    0
  3. #157 อัมพร (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 16:12

    ขอบคุณค่ะ

    #157
    0
  4. #153 ning792528 (@vj792528) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 12:52

    ท่านป้าและเจ้าน้องจอมตะกะ...เก็บกินเองลี่เออร์ง่วง

    #153
    0
  5. #152 James_j_j_j (@SomchitDuangmala) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 12:28
    สนุกครับ ขอบคุณไรท์ ที่แต่งนิยายสนุกแบบนี้ให้อ่าน จะรอตอนต่อไปนะครับ
    #152
    0
  6. วันที่ 11 เมษายน 2562 / 11:19
    เข้าได้เฉย ตรวจดูเลย มีอะไรแจ่มๆบ้าง ฮ่าๆๆๆๆ
    #149
    0
  7. #140 MuM_ (@MuM_) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 09:16
    ให้เก็บกินเองเลยจ้า
    #140
    0
  8. #139 St-one (@St-one) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 08:22
    บุฟเฟ่ต์ สวนผลไม้ กันไป 599 กินได้ทุกอย่าง ห้ามเอากลับบ้าน 555+
    #139
    0
  9. #138 Earthkid (@Earthkid) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 08:00
    บรรลัยแล้วไหมล่ะหาคนเข้ามาด้วยที่จริงไม่น่าให้พาเขามาได้เพราะทั้งสามคนไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจเดี๋ยวจะทำให้เดือดร้อนกันหรือเปล่าแน่แน่เลย
    #138
    0
  10. #137 Emmajung (@Emmajung) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 07:13

    ค้างเลย ไรท์ใจร้าย
    #137
    0
  11. #134 Ploybabboyza Parichat Urramporn (@ploybabboyza) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 00:45
    อ่านแล้วสนุกมาก เพลินใจสุดๆ
    #134
    0
  12. #133 Risa26 (@Risa26) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 23:37
    มิติไทต้องเกี่ยวกับกำไล
    เเน่ๆ (สมมุติฐานน่ะค่ะ)
    #133
    0
  13. #132 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 23:17

    มีชื่อผิดนิดนึงค่ะ ต้องเป็นจางหมิ่นท่ีเห็นเป่ยเย่มองภาพจางลี่ค่ะ ไม่ใช่จางลี่ ตอนนี้เป่ยเย่กลับมาหล่อแล้วจะเป็นคู่แข่งท่านอ๋องแย่งจางลี่กันรึเปล่า ท่านอ๋องเสียเปรียบเพราะเป่ยเย่อยู่ในบ้านจางลี่ รอลุ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ

    #132
    1
    • #132-1 sompoyzaa (@sompoyzaa) (จากตอนที่ 15)
      11 เมษายน 2562 / 08:05
      ขอบคุณมากๆค่ะแก้แล้วน้าาา
      #132-1
  14. #130 poosurat (@poosurat) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 22:55
    ดีต่อใจ สรุปนางพาคนเข้าไปในมิติได้รึค่ะไรท์? สนุกมากๆมาต่อไวๆนะคะ
    #130
    0
  15. #129 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 22:29

    รอนะคะ
    #129
    0
  16. #128 rin_1080 (@rin_1080) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 22:06
    ท่านอ๋องพะยะค่ะหากพระองค์ไม่รีบกระหม่อมเกรงพระองค์คงต้องเสียนายหญิงให้แก่สหายของพระองค์เป็นแน่
    #128
    0