ตอนที่ 37 : ตอนที่ 11/1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8853
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62













มาอัพต่อแล้วนะคะ ขอโทษที่หายไปนานนะคะ ช่วงนี้กำลังเร่งอ่านหนังสือเตรียมสอบนะคะ อย่าทิ้งไรท์ไปไหนกันนะคะ


กรุงเทพมหานคร

            ระหว่างที่วายุและสลินลดากำลังเจรจาการค้ากันอยู่ที่เชียงใหม่ ดาราพรก็ถูกผู้เป็นแม่รบเร้าเรื่องการแต่งงานกับวายุอยู่ภายในห้องอาหารนั่นเอง

“คุณแม่ค่ะ พี่ยุเพิ่งจะแต่งงาน ถ้าดาราไปเรียกร้องให้พี่ยุหย่าแล้วมาแต่งกับดารา คุณแม่คิดว่าคนอื่นเขาจะมองดาราเป็นคนยังไงคะ” ดาราพรระเบิดอารมณ์ใส่ผู้เป็นแม่อีกครั้งหลังจากที่ท่านมารบเร้าเธอเรื่องการแต่งงาน

“ก็ช่างคนอื่นเขาสิลูก เรานะคบกับตายุมาตั้งนาน คนในวงสังคมเขาก็รู้กันทั่ว” คุณภัทราก็บอกกับลูกสาวออกไปด้วยถือว่าผู้เป็นลูกคบกับวายุมาเป็นเวลานาน และก็เคยออกงานด้วยกันบ่อยๆก่อนที่วายุจะแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น

“แต่คุณแม่ค่ะ ดารากับพี่ยุไม่เคยพูดว่าเราเป็นแฟนกันนะคะ” หญิงสาวบอกออกไปเพื่อให้ผู้เป็นแม่ได้รับรู้และเข้าใจกับความจริงในเรื่องนี้

“ไม่เคยพูด แต่คนอื่นเขาก็รู้กันอยู่ดีละลูก เรากับตายุไปไหนมาไหนด้วยกันสองต่อสองก็บ่อย ทำไมคนอื่นเขาจะไม่รู้ล่ะลูก” คุณภัทราบอกกับดาราพรอีกครั้ง

“ดาราจะไม่พูดเรื่องนี้อีกนะคะ ดารารู้ค่ะว่าคุณแม่ต้องการเงิน ดาราจะหามาให้ แต่คุณแม่อย่ามารบเร้าเรื่องแต่งงานกับดาราอีกนะคะ” ดาราพรบอกผู้เป็นแม่ก่อนที่จะเดินออกไปขึ้นรถและขับออกไปทันที

“แกคิดว่าแม่จะยอมหรอดารา แกไม่ทำแม่ก็จะทำเอง ถ้าแกได้แต่งงานกับวายุ เศวษภัคดี ฉันก็จะสบายไปตลอดชาติ แกคิดหรอว่าฉันจะยอมให้ผู้หญิงคนนั้นมันได้ในสิ่งที่ควรจะเป็นของแกกับฉัน” คุณภัทราบอกกับตัวเองเมื่อเห็นว่าผู้เป็นลูกคงไม่ยอมทำตามสิ่งที่ตนต้องการเป็นแน่ ตัวเธอเองก็ได้แต่นั่งคิดหาวิธีที่จะทำให้วายุกลับมาแต่งงานกับดาราพรให้เร็วที่สุดไปด้วย

ด้านของดาราพรที่ขับรถออกมาจากบ้านด้วยความเร็วก็ขับไปเรื่อยๆ แต่ด้วยความที่ขับมาเร็วทำให้หญิงสาวเหยียบเบรกไม่ทันเมื่อมีสุนัขวิ่งตัดหน้ารถเธอจึงตัดสินใจหักหลบแทนทำให้เธอขับรถชนต้นไม่ที่อยู่ข้างทางและสลบไปโดยไม่รู้เลยว่าจะมีใครมาช่วยเธอหรือไม่

“ไมค์ จอดรถ” นิโคลัสบอกกับคนขับรถที่ควบตำแหน่งบอดีการ์ดและเพื่อนคนสนิท

“ครับคุณนิค” ไมเคิลตอบกลับไปพร้อมกับจอดรถคู่กับรถที่ประสบอุบัติเหตุอยู่

“เดี๋ยวผมลงไปดูเองครับ” ไมกี้พี่ชายฝาแฝดของไมเคิลอาสาลงไปดูผู้ประสบเหตุเอง

“ไม่เป็นไร ลงไปด้วยกันนี่แหละ จะได้ช่วยกันได้” นิโคลัสพูดจบทั้งสามก็เปิดประตูลงไปดูคนเจ็บทันที เมื่อนิโคลัสเปิดประตูด้านคนขับออกก็ถึงกับผงะไป เพราะคนที่เขาพบว่าหมดสติอยู่กับพวงมาลัยรถนั้นก็คือดาราพร ผู้หญิงที่เขาเจออยู่กับวายุสามีของสลินลดานั่นเอง นิโคลัสเข้าอุ้มหญิงสาวออกมาจากรถและสั่งให้ไมเคิลออกรถไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที และปล่อยให้ไมกี้คอยอยู่ตรงจุดเกิดเหตุเพื่อรอตำรวจที่น่าจะกำลังมา

“ไมค์ ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดนะ เร็วๆล่ะ ส่วนนายไมกี้รอตำรวจอยู่ที่นี่ แล้วฉันจะให้ไมค์กลับมาอยู่ด้วย ไปไมค์”

“ครับ” เมื่อได้รับคำสั่งไมเคิลก็ออกรถไปทันที

 

เชียงใหม่

                ด้านสลินลดาและวายุเมื่อทำการเจรจาการซื้อผ้าไหมทอมือเสร็จเรียบร้อย โดยสลินลดาตกลงสั่งผ้าเดือนละหนึ่งร้อยผืน แต่ละผืนมีความยามไม่ต่ำกว่าสามเมตร โดยจัดทำการเซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเรียบร้อยหญิงสาวก็เดินออกมาจากห้องทำงานของคุณม่านฟ้าเพื่อเลือกซื้อผ้าไปฝากคนที่กรุงเทพนั้นเอง สลินลดาใช้เวลาเดินเลือกผ้าอยู่ราวๆครึ่งชั่วโมงก่อนที่จะได้ผ้าจำนวนห้าผืนก่อนที่จะเดินไปจ่ายเงิน

“จะซื้อไปทำไมเยอะแยะ เธอก็สั่งไปตั้งหลายผืนไม่ใช่หรอ” วายุถามเธอออกไปเมื่อเห็นว่าเธอซื้อผ้าไปหลายผืนทั้งๆที่ผ้าที่สั่งกับทางศูนย์ก็จะทำการส่งในอาทิตย์หน้าอยู่แล้ว

“ฉันซื้อไปฝากคุณแม่แล้วก็ยายขวัญกับยัยนดาด้วยค่ะ ส่วนผืนอื่นๆก็สั่งในนามของโรงงานค่ะ” เมื่อได้ผ้าตามต้องการและจ่ายเงินเรียบร้อยทั้งสองก็ออกจากศูนย์จำหน่ายผ้าไหมทอมือชาวเขาและไปเดินชมธรรมชาติตามจุดต่างๆที่มีไว้บริการนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาเที่ยวชมยังที่แห่งนี้ ภาพวิวบนยอดดอยที่สามารถมองเห็นได้สามร้อยหกสิบองศาเป็นที่สนใจของส-ลินลดาเป็นอย่างมาก หญิงสาวใช้เวลาดื่มด่ำกับบรรยากาศที่สามารถมองเห็นป่าเขาที่กว้างใหญ่และเขาแต่ละลูกที่ซ้อนกันมองดูเป็นชั้นสวยงาม และลมเย็นๆที่ปะทะผิวกายทำให้เธอยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว รอยยิ้มของสลินลดาที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาต่างกับตอนที่อยู่กับเขาในรถอย่างสิ้นเชิง ทำให้วายุเห็นแง่มุมต่างๆที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนของเธอมันทำให้เขารู้สึกหัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรงแต่ก็เก็บอาการเอาไว้เพราะเขายังคงมีใครอีกคนที่รอการทำตามสัญญาของเขาอยู่

“สลินลดา” วายุเรียกหญิงสาวออกๆป ทำให้หญิงสาวที่กำลังชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามอยู่ต้องหันมาตามเสียงเรียกนั้น

“ค่ะ” สลินลดาตอบรับคำเรียกขานนั้นพร้อมหันกลับมายังวายุที่ยืนอยู่ด้านหลังของตัวเองพร้อมรอยยิ้มที่ส่งให้กับเขา

“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย เราไปคุยกันตรงนั้นดีกว่า” วายุชี้มือไปยังซุ้มไม้ทรงไทยที่มีไว้ให้บรรดานักท่องเที่ยวได้นั่งพักกัน รอบๆซุ้มถูกตกแต่งด้วยดอกไม้ต้นเล็กๆที่ปลูกอยู่ในกระถางแม้จะต้นเล็กแต่มันก็ออกดอกโชว์ความสวยงามเสียเต็มต้นจนแทบจะไม่เห็นใบเสียด้วยซ้ำไป

“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับและเดินนำหน้าวายุไปยังซุ้มที่ถูกตกแต่งด้วยต้นกุหลาบหนูหลากสีที่โชว์ดอกเล็กๆแต่เป็นช่อสวยงาม ส่วนด้านบนทั้งสี่มุมของซุ้มก็ถูกตกแต่งด้วยกล้วยไม้ที่โชว์ดอกเป็นช่อสีขาวทันที

“คุณมีอะไรจะคุยกับฉันหรอคะ” สลินลดาหันไปถามวายุเมื่อเข้ามานั่งภายในซุ้มเป็นที่เรียบร้อย

“เรื่องที่ถามฉันเมื่อตอนเช้านะ ฉันว่า...” วายุที่พูดยังไม่ทันจบก็ถูกหญิงสาวตรงหน้าขัดขึ้นเสียก่อน

“ฉันว่าคุณไม่ต้องสนใจมันหรอกค่ะ ฉันว่ามันไม่มีประโยชน์ที่เราจะพูดถึงสิ่งที่มันผ่านไปแล้วนะคะ ฉันรู้ดีค่ะว่าคุณจะพูดว่าอะไร” สลินลดาเอ่ยขัดขึ้นมาเมื่อรู้ว่าสิ่งที่วายุต้องการจะคุยกับเธอก็คือเรื่องที่เธอขอเขาไปเมื่อเช้านี้นี่เอง เพราะรู้ว่าสิ่งที่ขอเธอจะไม่มีวันได้รับดังนั้นเธอก็ขอเสียใจแค่นี้ดีกว่าต้องมาฟังคำพูดที่เขาจะพูดออกมาเพื่อให้หัวใจของเธอมันเจ็บมากกว่าเดิม

“เธอจะไม่ฟังมันสักนิดเหรอว่าฉันจะพูดอะไร” วายุถามเธอออกไปเมื่อเห็นท่าทีที่ไม่ใส่ใจมันสักนิดว่าเขาจะพูดอะไร

“ไม่ค่ะ ฉันไม่อยากรู้ ฉันมาคิดดูแล้วเรื่องที่ฉันขอคุณออกไปมันเป็นเรื่องที่ไร้สาระเกินไป ฉันเข้าใจดีค่ะว่าเรื่องระหว่างเรามันไม่มีทางที่จะมีความสุขหรือว่าความรักเกิดขึ้นได้ ดังนั้นฉันจึงเลิกที่จะตั้งความหวังและอยู่กับความเป็นจริงที่เป็นอยู่ดีกว่าค่ะ” สลินลดาบอกออกไปเกี่ยวกับสิ่งที่เธอคิดได้ เพราะเมื่อกลับไปยังกรุงเทพความสุขหรือเรื่องราวระหว่างเขากับเธอก็จะจบลง ดังนั้นเธอจึงคิดว่าอย่าให้มันได้เกิดขึ้นเลยเสียจะดีกว่า



........................................

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะทุกคน




เมียสุดที่รัก
ศรัญภัทราวี
www.mebmarket.com
เพราะความแค้นที่แม่ของเธอเป็นผู้สร้างขึ้นมา ทำให้เขาทำร้ายเธออย่างเลือดเย็น ใช้ความเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งกว่าทำร้ายเธอ และใช้อำนาจที่มีบีบบังคับเธอทุกทาง เมื่อทนไม่ไหวเธอจึงหนีเขาไปพร้อมกับลูกในท้องที่เขาจะไม่มีวันได้รู้ว่ามีอยู่บนโลกใบนี้ และเมื่อได้เจอเธออีกครั้งเขาก็ไม่มีทางที่จะปล่อยเธอไปเป็นอันขาด
             
เมียบำเรอรัก
ศรัญภัทราวี
www.mebmarket.com
เมื่อคนหนึ่งต้องการหย่า แต่อีกคนอยากฉุดรั้งเอาไว้ การแต่งงานที่ไม่ได้เริ่มต้นจากความรัก จึงก่อให้เกิดความเจ็บปวดกับอีกฝ่ายนึ่ง ซึ่งเขาเห็นเธอเป็นแค่นางบำเรอบนเตียงเท่านั้นเขาชายหนุ่มที่ร่ำรวย ถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก เนื่องจากเขามีคนรักอยู่แล้ว “ในเมื่อเธอต้องการแต่งงานกับฉัน ฉันก็จะแต่งกับเธอ แต่อย่าลืมล่ะ ว่าเธอมันก็แค่เมียแต่งที่มีทะเบียนสมรส แต่ไม่มีทางได้หัวใจของฉัน เธอจะเป็นแค่นางบำเรอบนเตียงของฉันเท่านั้น จำเอาไว้”เธอรักเขาหมดหัวใจ แต่ความรักของเธอไม่สามารถที่จะเข้าถึงหัวใจของเขาได้ เพราะการแต่งงานที่เขาไม่ต้องการ“คุณไม่เคยรักฉันเลยหรือคะ ฉันเป็นแค่เมียที่คุณไม่เคยต้องการแค่นั้นใช่ไหมคะ คุณไม่เคยมองเห็นฉันในสายตาของคุณเลยจริงๆใช่ไหม”“ผมต้องการหย่า”“คุณต้องการหย่ากับฉันจริงๆหรือคะ”“ใช่ ผมต้องการหย่ากับคุณให้เร็วที่สุด ผมจะได้เริ่มต้นชีวิตครอบครัวของผมซักที”“ค่ะ ถ้าคุณต้องการอย่างนั้น  ฉันก็จะหย่าให้คุณ”
   
ฟาร์มรัก
ศรัญภัทราวี
www.mebmarket.com
เรื่องราวระหว่างทายาทเจ้าของฟาร์มวัวนมและไร่เนตรดาว กับทายาทเจ้าของโรงแรมชื่อดังที่ต้องการที่ดินของเธอไปทำโรงแรมสาขาใหม่ ท่ามกลางความวุ่นวายของวิธีชีวิตของคนต่างจังหวัด และเรื่องราวความรักที่พัฒนามาจากความต้องการเอาชนะและความใกล้ชิด ท่ามกลางบุคคลผู้ไม่หวังดีต่อชีวิตของเธอ
             
แค้นรัก
ศรัญภัทราวี
www.mebmarket.com
เพราะสูญเสียน้องสาวผู้เป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ ทำให้เขากลายเป็นซาตานร้ายที่พร่าผลาญทุกอย่างในชีวิตของเธอ ความเจ็บปวดของเธอคือสิ่งที่เขาปรารถนาจะได้เห็น แต่เมื่อได้เห็นน้ำตาของเธอคราใดหัวใจของเขาก็สั่นไหวไปเสียทุกครั้งเพราะความรักทำให้เธอตกลงไปในหลุมพรางที่เขาขุดเอาไว้หลอกล่อเธอ การแต่งงานที่ควรจะมีความสุขแต่กลับกลายเป็นความทุกข์ที่สุดที่เธอเคยพบเจอ น้ำตาและความเจ็บปวดของเธอคือสิ่งที่เขาปรารถนา เมื่อรักก็ต้องทน และเมื่อความอดทนของเธอหมดลง เธอก็จะไปจากเขาโดยไม่หลงเหลือเยื่อใยใดๆอีก“ถ้าวันใดที่คุณสมใจแล้วช่วยบอกกับฉันด้วยนะคะ ฉันจะได้ไปจากคุณเสียที”“เธอไม่มีวันไปจากฉันได้หรอกปารมี”“ต่อให้ฉันต้องตาย ฉันก็จะไม่ขออยู่กับคุณ”“เธอจะตัดใจจากฉันได้งั้นหรอ อย่าลืมสิว่าเธอรักฉันมากแค่ไหน”“ต่อให้รักมากมายขนาดไหน แต่ถ้าต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดฉันก็พร้อมที่จะตัดมันทิ้งค่ะ คนเราทุกคนมีความอดทนไม่เท่ากัน ที่ฉันยังอยู่ให้คุณทรมานก็เพราะว่าฉันยังรักคุณ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ความรักของฉันมันหมดไปจากหัวใจ ต่อให้คุณคุกเข่าอ้อนวอนตรงหน้าฉัน ฉันก็ไม่มีวันสนใจ”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

700 ความคิดเห็น