{MarkBam} WaterColor - STATER BOYS PROJECT

ตอนที่ 2 : WaterColor : ละเลงสีครั้งที่2 {120%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 314
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 มี.ค. 60



Twitter : @py43535
Hastag : #StaterBoys










[MARK SAID]

นี่ผมบอกไว้ก่อนเลยว่าผมไม่ได้มาเพราะคำชวนของคุณหรอกนะ”เด็กผู้ชายตัวเล็กที่นั่งพึมพำอยู่ด้านตรงข้ามผมเอาแต่ขยับปากไม่หยุดตั้งแต่ก้าวเข้าร้านมาแล้วทั้งที่ในปากเล็กๆนั่นก็เต็มไปด้วยขนม

เหมือนกระต่ายอะไรขนาดนี้วะ

แว่นตาแบบกลมที่กำลังฮิตกันอยู่ในขณะนี้ถูกนำออกมาใส่เพราะผมเห็นว่าเมื่อวานน้องแบมแบมเขาใส่แล้วมันน่ารักดีผมเลยอยากลองใส่บ้าง

นี่ไม่ได้คิดว่ามันจะคู่กันเลยนะ

จริงๆ

อือฮึ”ผมครางรับในลำคอก่อนจะหันไปสนใจกระดาษที่อยู่บนขาตั้งรองวาดตั้งแต่เมื่อวาน ความจริงรูปนี้ผมวาดมันมาได้เกือบอาทิตย์ทั้งที่มันสมควรจะเสร็จตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่ดันไม่เสร็จซะได้

จะเพราะใครอีกละถ้าไม่ใช้เพราะเด็กแก้มตุ่ยกับไอ้เหยินทำงานเคาท์เตอร์นั่น

ความจริงแล้วผมไม่ใช่คนเย็นชาหรือพูดน้อยนะ แต่ผมเป็นพวกแสดงความรู้สึกไม่เก่งมากกว่า ถ้ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญจริงๆการขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้าผมถือว่ามันคือการเปลืองพลังงานโดยสิ้นเชิง ส่วนเรื่องพูดก็เหมือนกันผมเป็นคนที่ค่อนข้างคิดเยอะและก็คิดนานในสมองผมมีความคิดอยู่ล้านแปดแต่พอจะพูด..

ดันนึกไม่ออกว่าคู่สนทนามันพูดอะไรกับผมไว้ก่อน

ก็เลยตัดสินใจไม่พูดเลยดีกว่า

นี่คุณมาร์คจะช่วยงานผมจริงๆเหรอครับ”สรรพนามเรียกนั่นน้องจะเรียกอะไรก็ปล่อยน้องไปเถอะเพราะผมไม่อะไรมากกับเรื่องหยุมหยิมแบบนี้หรอก แต่ที่ทำไปเมื่อวานน่ะมันแค่หมั้นไส้กระต่ายแก้มอูมตรงหน้านี่ล้วนๆ

คิดว่าหน้าตาฮยองเหมือนคนพูดเล่นหรือยังไง”ใบหน้าหวานชะงักไปนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยถามผมด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

โกรธเหรอครับ”เห็นหน้าน้องตอนนี้แล้วไม่รู้ทำไมผมถึงนึกขึ้นมาได้ว่าน้องเขาเหมือนตอนที่กระต่ายหูลู่หางตกตอนเจ้าของไม่เล่นด้วย

เปล่าครับ”ผมไม่ได้โกรธน้องเขาจริงๆอาจจะเพราะผมเป็นคนที่ตรงเกินไปจนเรียกว่าขวานผ่าซากบวกกับใบหน้าไม่ต้อนรับแขก เหมือนโกรธชาวบ้านอยู่ตลอดเวลาจะทำให้น้องเขาคิดแบบนั้นก็ไม่แปลกหรอก

แต่หน้าคุณเหมือนโกรธผมอยู่เลยนะ”

นี่..หน้าฮยองมันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิดแล้วแก้ไม่ได้หรอก”

ผมเอื้อมมือหยิบถาดสีที่ผสมทิ้งไว้จนมันเกือบแห้งสนิท พู่กันหัวกลมเบอร์แปดคืออาวุธสำหรับการผสมสีวันนี้ ปกติผมไม่ใช้พู่กันหัวนี้หรอกแต่อันที่ใช้ประจำมันอยู่ในห้องน้ำหลังร้านและผมก็ขี้เกียจเกินกว่าจะลุกไปหยิบด้วย

สีเขียวแก่ถูกแต้มทับลงบนรอยดินสอก่อนจะใช้พู่กันด้ามเดิมจุ่มน้ำแล้วจัดการไล่สีไปตามทิศของแสง บรรดาสีสันต่างๆถูกแต้มลงไปที่จุดของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งเริ่มเห็นภาพเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ภาพบรรยากาศอีกฝั่งของร้านหากมองเทียบกับภาพนี้แล้วคงเห็นความคล้ายคลึงกันอยู่มาก จะแตกต่างกันก็ตรงที่คนที่เดินสัญจรไปมารวมถึงรถยนต์บนท้องถนน

มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศภายในร้านเท่านั้นที่ยังคงทำงานอยู่ ร่างเล็กมองภาพในกระดาษด้วยความสนใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นระยะใกล้ไกลของตึกแถมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามพอเทียบจากภาพในมุมนี้แล้วมองผ่านกระจกใสออกไปวิวที่เห็นในความรู้สึกคงไม่ต่างจากการจับของจริงมาวางแล้วลอกลายออกมาเป็นวาด

“เก่งจังเลยนะครับ”ผมกระตุกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตวัดปลายพู่กันเป็นลายเซนต์เล็กๆมุมภาพแล้ววางถาดสีลงบนเคาท์เตอร์พร้อมกับจุ่มพู่กันลงไปในแก้วน้ำ 

“เบื่อหรือเปล่า”ศีรษะทุยส่ายไปมาจนเรือนผมสีควันบุหรี่กระจายไม่เป็นทรง ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มจนแก้มตุ่ยเหมือนกระต่ายทำเอาผมเผลอหยิบกล้องที่วางทิ้งไว้แถวนั้นมาถ่ายเก็บไว้

แชะ!

“ทำไรอะคุณ”ผมยักไหล่ปฏิเสธก่อนจะเอากล้องไปวางไว้บนแท่นชาร์จใต้เคาท์เตอร์“ลบรูปผมเลยนะคุณมันน่าอายจะตาย”

“น่ารักดี”

“อะไรนะครับ?”

“เปล่า..เสียเวลามาเยอะแล้วมาทำงานน้องกันดีกว่า”

ผมถือวิสาสะเอื้อมมือหยิบกระดานที่ผมเคยจับเมื่อวาน เอาจริงๆคือผมยังไม่ได้ดูงานน้องแบบละเอียดเลยสักนิดระหว่างที่น้องแบมหันไปสำรวจรอบร้าน สติผมดันไม่ได้อยู่ที่งานนี่นะสิ

ถ้าจะโทษก็ต้องโทษน้องแบมนั่นแหละใครใช้ให้เด็กคนนั้นมีเสน่ห์จนผมวางสายตาไม่ได้กันล่ะ

“ผมกะว่าจะเน้นไปทางโทนสีน้ำตาลสไตล์วินเทจแต่ปัญหาที่อยู่ที่ว่าผมไม่รู้ว่าผมจะใช้สีอะไรดีนี่น่ะสิ”ผมพยักหน้ารับก่อนจะวางกระดานไว้ด้านหน้าน้องเหมือนเดิม ทำให้กระต่ายแก้มอูมทำหน้างงแถมส่งสายตาแปลกๆให้ผมอีก

เอ..

สายตาน้องมันบอกว่าว่าให้ผมจีบได้เลยหรือเปล่านะ

“ถ้าส่งอาจารย์จองชินต้องใช้สีไม้ระบายน้ำอันนี้”ร่างเล็กรับกล่องสีจากมือผมแล้วก็ทำหน้าตาประหลาดอีกครั้ง

“มันแพงมากเลยนะคุณผมไม่ปัญญาซื้อหรอก”คิดไว้อยู่แล้วเชียวว่าน้องต้องกังวลเรื่องนี้ แน่ละสีสำหรับทำงานสถาปัตย์แบบนี้มันค่อนข้างแพงมากกว่าทั้วไปอยู่แล้วและนั่นก็เป็นเหตุผลที่ช็อปผมไม่ค่อยมีลูกค้าเท่าไหร่

“เอาไปใช้เถอะน่า”

“ไม่เอาหรอกครับแค่คุณอาสาช่วยผมทำงานผมก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว”

“งั้นจ่ายครึ่งเดียวแลกกับการไปทานข้าวเป็นเพื่อนฮยองเย็นนี้ก็แล้วกัน”

“…”

“ว่ายังไงละน้องแบม”

“…”

“ไม่ตอบงั้นถือว่าตกลงนะ”

“ฮื่อ”สีหน้าตัดใจไม่ลงและคงไม่ยอมนี่มันอะไรกัน น้องจะมารักพี่แต่ก็อยากได้พี่แบบนี้ไม่ดีนะครับ ดวงตากลมฉายแววกังวลออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนทำเอาผมรู้สึกสงสาร

น้องคงลำบากใจที่จะไปทานข้าวกับคนที่น้องชอบสินะ

ไม่เป็นไร

ไม่ต้องหนักใจหรอกนะอืมๆ

“งั้นขอผมเลี้ยงนะ”สีหน้าข้อร้องเชิงอ้อนวอนทำให้ผมต้องพยักหน้าตอบตกลงไปอย่างว่าง่าย ทั้งที่ตั้งใจจะเลี้ยงน้องเขาอยู่แล้วเชียว“ทำงานกันเถอะ”

“อือ”


[BAMBAM TALK]

ฮื่อออออ

ทำยังไงดีละทีนี้

เงินกินเดือนนี้ก็จะหมดอยู่แล้วด้วย ลำพังแค่ค่ากินราวกับยัดนุ่นของตัวเองก็จะไม่พออยู่แล้วไหนจะค่าสีกล่องนี้อีกถึงแม้หารครึ่งแล้วเหลือเพียงกล่องละสามหมื่นวอนแต่ถ้าพาพี่เข้าไปเลี้ยงข้าวอีกนี่มัน..

เกิดดุลเงินเดือนนี้แหง

ระหว่างที่ผมกำลังแกะพลาสติกใสออกด้วยความว้าวุ่นใจมือหนาที่อยู่ๆก็ไม่รู้โผล่มาจากไหนเอื้อมมาดึงกล่องออกจากมือผมแล้วแกะออกให้แทนแต่ผมจะไม่ติดใจอะไรเลยถ้าเขาไม่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังผม

นี่มันเท่ากับว่าเขากอดผมทางอ้อมเลยนะ!

เข้าใจอารมณ์คนที่มองเขาเป็นไอดอลนับตั้งแต่เห็นผลงานเขาไหมล่ะ มันก็อยากจะอยู่ใกล้อยากซึมซับผลงานอยากรู้ว่าอารมณ์เวลาที่เขาจับมือเราตอนลงสีพู่กันเป็นยังไง..

โว้ยยยยย!!!

ไปกันใหญ่แล้ว

คือหลังจากที่เมื่อวานผมกลับถึงหอผมก็เอาแต่เสิร์จประวัติรวมถึงผลงานของพี่เขาจนกระทั่งสืบไปเจอว่าเขาเคยได้แชมป์ระดับประเทศด้านการออกแบบภายในตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย แถมยังได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งอย่างที่ผมเคยคาดการ์ณไว้ไม่มีผิดเลยสักนิด

ผมจะชอบพี่เขาก็ไม่แปลกหรอก

คนอื่นที่ชอบพี่เขามีเยอะเเยะ

“เดี๋ยวเรากำหนดแสงที่จะเข้าบ้านนะแล้วก็ลงสีที่แสงไม่ถึงก่อนแล้วค่อยเอาน้ำไล่ไป”กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆโชยเข้าจมูกผมมันไม่ได้หอมจนฉุนแต่มันชวนให้รู้สึกผ่อนคลายมากกว่า“ได้ยินปะเนี่ย”

“คะ..ครับๆ”บ้าเอ๊ยแค่ได้กลิ่นน้ำหอมพี่เขาแค่นี้ถึงขึ้นต้องใจสั่นเลยเหรอ สงสัยเมื่อคืนผมนอนน้อยไปแน่ๆเลยอ่ะ

“งั้นก็ลงสีตามที่บอก ค่อยๆลงไม่ต้องรีบร้อนล่ะ”ผมเม้มปากเเน่นก่อนจะรื้อห่อพู่กันออกมาวาง ร่างสูงที่หันไปเช็คของตรงเชลล์วางอีกด้านนึ่งนั่นถึงทำให้ผมพอจะสงบจิตสงบใจได้บ้าง

แผ่นหลังกว้างในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงแสล็คสีดำพร้อมผ้ากันเปื้อนคาดเอวอีกหนึ่งผืนถึงแม้จะแต่งจัวธรรมดาแต่มันก็ไม่ได้กลบรัศมีความหล่อพี่เขาให้น้อยลงสักนิด พลิกกระดาษไปด้านหลังสุดก่อนจะดึงกระดาษร้อยปอนด์แผ่นเล็กออกมาแล้วใช้ดินสอวาดรูปมาร์คฮยองจากด้านหลัง

ยังดีที่ผมเป็นคนประเภทวาดรูปเร็วการวาดเล่นในระยะเวลาสั้นๆแบบนี้จึงไม่เป็นอุปสรรคแม้แต่น้อย นี่ผมจะต้องทำงานส่งอาจารย์พรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอวะแล้วทำไมมานั่งวาดรูปเล่นละเนี่ยไอ้แบมนะไอ้แบม

ผมเลือกที่จะสอดรูปมาร์คฮยองไว้ด้านหลังสุดแล้วคว้าพู่กันสำหรับลงสีน้ำตาลเข้มบนพื้นไม้มากใช้ก่อนจะนำพู่กันหัวเล็กอีกอันจุ่มน้ำแล้วไล่ระดับความเข้มไปอ่อนตามที่คุณผู้จัดการร้านบอก

ยากจังเลยแฮะ

“ฮยองช่วยมา”

“อ๊ะ!”

เอาอีกแล้วผู้ชายคนนี้นี่! อยู่ๆก็โผล่มาด้านหลังอย่างกับผีแล้วยังจะมาพูดข้างหูกันอีกตกใจเป็นเหมือนกันนะโว้ย

มือหนาทาบทับบนมือข้างที่ผมใช้จับพู่กันก่อนจะใช้มันจุ่มน้ำในแก้วอีกครั้งแล้วเริ่มระบายต่อจากจุดที่ผมทำค้างไว้พลางอธิบายไปด้วย น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ชวนเคลิบเคลิ้มที่เขาใช้นั่นไม่ได้เขาหัวผมเลยสักนิด ใบหน้าที่อยู่ในระยะใกลจัดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย

ผมหันหน้าไปทางด้านข้างโดยที่มือก็ยังขยับระบายสีอยู่ นัยน์ตาสีดำสนิทที่มักไม่แสดงความรู้สึกยามนี้ดูมุ่งมั่นตั้งใจ คิ้วคมตัดกับผิวขาวจัดพอรวมกับสันกรามที่ทำให้เห็นโครงหน้าชัดเจนขึ้นทำให้เขายิ่งดูน่าค้นหามากเป็นเท่าตัว

ตึกตัก ตึกตัก

แอร์ในร้านเสียหรือยังไงทำไมผมถึงรู้สึกร้อนที่หน้าขนาดนี้ พลันร่างสูงที่ผมลอบสังเกตุก็หันมาโดยไม่บอกไม่กล่าวทำให้ปลายจมูกเราทั้งคู่สัมผัสกัน นาทีนั้นราวกับทุกสรรพสิ่งหยุดเคลื่อนไหว ดวงตาสีดำสนิทเสมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนเขาใช้มันจ้องมองผมโดยที่ไม่แสดงอารมณ์แต่แค่นี้ก็มากพอที่จะเร่งอัตราการเต้นของหัวใจผมให้เร็วขึ้นกว่าเดิม

ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!

“ทำไรกันอะ!?”

“…”ร่างสูงหลับตาแน่นก่อนจะทำหน้าเหมือนเสียดายปนโมโห นี่เขาจะมาโกรธอะไรกันเล่าคนที่โกรธน่ะมันสมควรเป็นผมมากกว่าไม่ใช่เหรอ!

ฮั่นแน่~ หลอกแต๊ะอั๋งลูกค้าเหรอฮยองงี่”อดีตรุ่นพี่ร่วมสถาบันผละออกจากจากระยะอันตรายต่ออัตราหัวใจผมก่อนจะหันไปหาคนที่เข้ามาขัดจังหวะ

เอ๊ย!

คนที่ช่วยชีวิตไม่ให้ผมหัวใจวายตาย

“…”ใบหน้าเรียบนิ่งปราศจากความรู้สึกต่างจากเวลาคุยกับผมทำเอารู้สึกอดหนาวๆร้อนๆไม่ได้

หน้าเครียดเชียว ดึงหน้ามากๆระวังหน้าแก่นะฮยอง”ผมจำได้ว่าผู้ชายคนนี้คือพนักงานฟันกระต่ายที่ทำงานอยู่ตรงเคาท์เตอร์แคชเชียร์

ว่าง?”

ลูกค้าหมดแล้วดูดิฮยอง”

“…”

เงียบไมอะฮยองนี่ผมอุสส่าห์เดินมาคุยด้วยเลยนาา”

ไม่เติมของ?”

ไอ้เมาคลีมันทำอยู่”

หักเงินเดือนครึ่งนึง..ดีมั้ย?”

เอ่อ แฮะๆลืมไปว่าทิ้งลูกค้าไว้ต้องเชลล์สมุดผมไปทำงานล่ะ โชคดีสำลีแปะหัวนะฮยอง”

ว่าจบพนักงานฟันจอบก็วิ่งหายไปทันที ว่าแต่ไอ้บรรยากาศกดดันเมื่อสักครู่นี่มันอะไรกันแถมรอบๆตัวร่างสูงเมื่อกี้ยังมีรังสีที่แผ่ออกมารอบทิศแปะคำว่า‘ถ้าไม่รีบออกไปอาจจะมีนองเลือด’เมื่อกี้อีก

แลจะหลายบุคลิก

เราน่ะทำงานไปเลยฮยองจะไปดูลูกค้า”น้ำเสียงที่ต่างจากเมื่อสักครู่ทำให้ผมอดขมวดคิ้วไม่ได้ ถึงแม้จะเจือความหงุดหงิดในน้ำเสียงนิดหน่อยแต่ก็ไม่ถึงกับเย็นชาเท่าตอนที่คุยกับลูกน้องตัวเอง

เอาเถอะนี่มันไม่ใช่เรื่องของผมซักหน่อย

 

-ต่อมา-

นี่เราน่ะใช่เด็กตุ่ยเมื่อตอนปีหนึ่งหรือเปล่า”อยู่ๆร่างสูงก็ถามถึงชื่อเรียกในรั้วมหาวิทยาลัยที่ไอ้พวกพี่ว้าคมันตั้งให้ผม แต่เขารู้มาจากไหนล่ะโค้ดเนมที่รู้กันเฉพาะแก๊งพี่ว้าคกับรุ่นผมเองนะ

มั่วเเล้วคุณ”ผมหลบสายตาคุณผู้จัดการที่ตอนนี้อยู่ในชุดลำลองสบายๆ ใครมันจะไปกล้าย้อมรับกันล่ะว่าโค้ดเนมงี่เง่านั่นเป็นของผมเอง นั่นถือเป็นความอัปยศอย่างหนึ่งในชีวิตผมเลยนะเว้ย

เรื่องของเรื่องมันเกิดจากว่าช่วงก่อนขึ้นมหา’ลัยผมดันกินมากไปหน่อยแถมมันก็เป็นช่วงปิดเทอมยาวด้วยพอแดกเสร็จก็ล้มตัวนอน สักพักก็ลุกมากินแล้วก็นอนต่อวนเวียนจนเป็นวิถีชีวิตประจำวันหลังจากนั้นเป็นไงล่ะ แก้มบวมจนโดนทักว่าอ้วนขึ้นหรือเปล่า

อันที่จริงก็อยากถามกลับนะว่ากูอ้วนแล้วมีผลต่อระบบหายใจมึงหรือเปล่า ถ้ามีก็กลั้นหายใจตายไปเลย

รกโลก

แต่ยังไม่หมดแค่นั้นนะพอถึงกิจกรรมสันทนาการประจำคณะหรือกิจกรรมรับน้องไอ้พวกพี่ว้าคดันเรียกผมออกไปเต้นท่ากระต่ายอะไรก็ไม่รู้พอรวมเข้ากับแก้มอูมๆหลังจากนั้นเลยโดนเรียกเด็กตุ่ยบ้างล่ะ น้องตุ่ยบ้างล่ะโดยแกนนำชื่อนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล..

ก็ไอ้เวรเฮดว้าคลักษณะเหมือนคนไม่ได้อาบน้ำมาสิบปีนั่นแหละ!

ไม่รู้จะเซอร์อะไรเบอร์นั้น

ถามแค่นี้ทำไมต้องทำหน้าโกรธ”มือหนาจัดการคีบซัมกยอบซัลหรือหมูสามชั้นย่างที่อยู่บนตะแกรงใส่จานผมส่วนตัวเองดันเอาแต่นั่งจิ้มมือถือในมือไม่สนใจของกินซักนิดทั้งที่เป็นคนชวนผมมานั่งกินแท้ๆ

โทรศัพท์ในมือมันน่าสนใจกว่าซัมกยอบซัลตรงไหน

ไม่ได้โกรธแต่พอนึกถึงเรื่องชื่อนั่น..”ผมรีบหุบปากฉับทันที นัยน์ตาคมมองผมเหมือนคนรู้ทันพลางบีบบังคับให้ผมสารภาพความจริงด้วยการยื่นมือถือที่มีรูปตอนผมกำลังเต้นท่ากระต่ายเวรๆนั่นแนบมาด้วย”อะ..เออชื่อผมเองแหละมีไรแมะ!!”

หึ”ริมฝีปากชมพูติดคล้ำยกขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอชวนประสาทเสียทำเอาคิ้วผมกระตุก

ห้ามหัวเราะเลยนะคุณ!”

หึหึ”

คุณมาร์ค!!”

ผมสะบัดหน้าไปอีกทางหนึ่งอย่างเสียอารมณ์ บอกไว้ก่อนว่านี่ไม่ได้งอนเลยสักนิด

นิดเดียวก็ไม่ได้งอน!

แบมแบม”ไม่! เราจะไม่ยอมหันไปเด็ดขาดไม่ว่ายังไงก็ตามผมเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีนี่บังอาจมาหัวเราะชื่อเราแบบนี้ได้ไงคนนิสัยไม่ดี“น้องแบมครับหันหน้ามาคุยกันก่อน”

ฮึ!”ผมไม่ใช่คนใจอ่อนขนาดนั้นหรอกนะคุณผู้จัดการร้าน ยังไม่ทันจะได้เชิดหน้าต่อมือหน้าก็เอื้อมมายึดปลายคางผมแล้วบังคับให้หันกลับไปหา ใบหน้าหล่อร้ายกวาดสายตามองผมไล่ตั้งแต่ดวงตาเรื่อยไปจนถึงริมฝีปากอย่างพิจารณา

จังหวะหนึ่งที่สายตาเราสองคนสอดประสานกันไอ้อาการโลกหยุดหมุนของผมดันกำเริบขึ้นพร้อมกับจังหวะหัวใจที่เต้นเเรงขึ้นเรื่อยๆ แต่คราวนี้มันหนักกว่าเก่าตรงที่หูผมอื้อ ตาลายรวมถึงอยากจะถอนสายตาแต่ทำไม่ได้ด้วยนี่สิ!

ให้ตาย

เหมือนเมื่อตอนกลางวันเปี๊ยบเลย

น่ารักว่ะ..จีบนะ”

จีบ?

จีบไร?

คุณผู้จัดการเขาเมาควันหมูย่างเหรอ

ฮะๆ ตลกเหรอคุณผมก้มหน้างุดก่อนจะคีบหมูสามชั้นย่างในจานใส่ปากอย่างเอาเป็นเอาตาย ใครจะไปคิดว่าไอ้คุณผู้จัดการร้านเครื่องเขียนที่ดีแต่ตีหน้านิ่งจะมาพูดอะไรแบบนี้กับผม!!

หน้าฮยองเหมือนคนตลกมากนักหรือยังไงก็เออนะสิ! เพราะว่าหน้าไม่เหมือนคนตลกนี่แหละผมถึงถาม

คุณจริงจังเหรอผมเป็นผู้ชายนะจะมาจีบผมได้ยังไง

เพศไหนมันไม่สำคัญเท่าเรารู้สึกดีกับใครสักคนหรอกนะ ถึงแม้ว่าเราจะเป็นผู้ชายแต่ฮยองชอบก็คือชอบหรือต่อให้เราเป็นผู้หญิงฮยองเชื่อว่าฮยองก็ยังจะชอบเราอยู่ดี

หลังจากประโยคที่ยาวที่สุดตั้งแต่พบหน้ากันมาหลุดออกมาจากปากเขาก็เกิดเดทแอร์เป็นช่องว่างเล็กๆที่ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมเราสองคน

ผมรู้ว่ามาร์คฮยองโตแล้วแถมยังมีมุมมองความคิดต่างจากผมอยู่มากโข เขาไม่สนเรื่องกฎเกณฑ์หรือสถานะเพศที่เป็นตัวกำหนดคนในสังคม เขาสนแค่เพียงว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำเเล้วเขามีความสุขไปกับมันถึงคนรอบข้างจะประณามแต่ถ้าเรื่องนั้นมันไม่ได้หนักหัวใครผมเชื่อว่าเขาทำจริงแน่

ต่างจากผม..ถ้าต้องถูกสังคมประณามสู้อยู่แบบไม่มีความรักไปเลยดีกว่า

แต่คุณก็รู้ว่าสังคมเกาหลีมัน..”ผมวางตะเกียบในมือแล้วช้อนสายตามองเขาอย่างจริงจัง นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆที่เอ่ยปากแล้วจะให้มันจบกันไปง่ายๆเหมือนไปซื้อขนมร้านอาแปะหน้าปากซอย

เราสนใจด้วยเหรอ ไอ้สังคมที่มันกำหนดเรื่องส่วนตัวของคนน่ะถ้าต้องทำตามแล้วไม่มีความสุขฮยองไม่ทำหรอกนะ แต่ถ้าอะไรที่ทำแล้วฮยองรู้สึกแฮปปี้ไปกับมันต่อให้โดนด่าฮยองก็จะทำเพราะสิ่งที่ฮยองกระทำไปมันไม่ได้ทำให้พวกนั้นสิ้นใจไว้ขึ้นหรือตายก่อนอายุขัยซักหน่อยหรือถ้าทำแล้วคนพวกนั้นจะขาดอากาศหายใจตายก็ว่าไปอีกเรื่อง

“…”เขาเล่นพูดออกมาซะแบบนี้จะให้ผมเอ่ยอะไรออกไปอีกล่ะ ก็เล่นติสต์ซะขนาดนั้นถ้าผมไปขัดมีหวังเขาบีบคอผมตายแน่

“…”เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาผมราวกับจะค้นหาคำตอบที่ผมยังไม่ได้พูดออกไป

จะจีบผมจริงๆเหรอคิดว่าปฏิกิริยาเขาเป็นยังไง ก็แค่ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ คีบหมูเข้าปากตัวเองสลับกับใส่ในจานผมจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาจ้องตาแล้วก็วนทำแบบเดิมจนผมรู้สึกอึดอัด

นึกจะพูดก็พูดยาวซะนึกจะไม่พูดก็ปิดปากเงียบอย่างกับโดนเย็บปากงั้นแหละ

ร่างหนาเดินไปทำท่าจะจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ทำให้ผมต้องรีบกระดกน้ำในแก้วจนเกือบสำลักแล้วรีบคว้ากระดานรองวาดวิ่งตามออกไป

คนบ้าไรนึกจะลากมาก็มานึกจะไปก็ไปโคตรลงเพลมพัด

เฮ้ย คุณผมบอกว่ามื้อนี้ผมเลี้ยงไงบัตรสีดำถูกยื่นให้พนักงานทันทีที่ผมเอ่ยจบ ทำไมเขาต้องจ่ายด้วยล่ะในเมื่อผมเป็นคนบอกว่าจะเลี้ยงไม่ใช่เหรอ

เงินเหลือใช้หรือไงถึงได้ทำป๋าน่ะมาร์คฮยองกระตุกยิ้มร้ายใส่ผมแล้วเดินออกไปพร้อมบัตรเลยปล่อยให้ผมยืนเอ๋อเหมือนถูกค้อนกระแทกหน้าจนกระทั่งได้ยินเสียงเรียกให้เดินตามไปนั่นแหละผมถึงได้สติ

พูดแบบนี้เอาตีนตบหน้าผมเลยก็ได้ป่ะ

เขาก็รู้ว่าผมเพิ่งจ่ายเงินค่าสีไปยังจะมาถามว่าเงินเหลือใช้อีก..นี่แทบจะไม่พอใช้แล้วโว้ย!!

ที่ฮยองพูดตอนอยู่ในร้านไม่ใช่คำขออนุญาตแต่เป็นคำบอกเล่านะงั้นจะพูดออกมาทำพระแสงหอกหักอะไรล่ะวะ ผมเบะปากอย่างหมั่นไส้พลางก้าวเท้าตามเหยียบเงาร่างสูงอยู่ด้านหลัง

ในเมื่อทำไรไม่ได้แค่เหยียบเงาก็ยังดีวะ

ไม่กลับบ้านกลับช่องหรือไงคุณผมเอ่ยถามในขณะที่ขาก็ก้าวเหยียบเงาร่างสูงอย่างเมามัน

เราควรถามตัวเองมากกว่าจะมาเดินไล่เหยียบเงาฮยองนะผมทำหน้าบึ้งแล้วกัดปากอย่างที่เคยทำเวลาไม่พอใจ ทำไมต้องรู้ทันตลอดมีตาหลังหรือเลี้ยงพรายกระซิบไว้กันล่ะ

ขอแก้แค้นนิดๆหน่อยๆก็ไม่ได้

แบร่~”อาศัยความได้เปรียบตรงที่ผมเดินตามหลังแถมยังตัวเล็กกว่านิดหน่อยแลบลิ้นปลิ้นตาล้อเลียนคุณผู้จัดการอยู่ด้านหลัง

นี่ไม่ได้เรียกขี้ขลาดแต่เขาเรียกรู้จักวิธีการเอาคืนนะครับ

มานี่เลยมาไอ้แสบ

เหวอออ

ตัวแค่นี้ทำแสบ

ผมเซไปตามแรงดึงของคุณผู้จัดการ รู้ตัวอีกทีก็ตกอยู่ใต้วงแขนเจ้าของเรือนผมสีดำแล้ว ใบหน้าเรียบนิ่งขัดกับแววตาที่มีประกายระยิบระยับราวกับว่าเขาถูกใจที่ได้แกล้งผมคืน

ไรอะ

แค่นี้ก็ต้องถึงเนื้อถึงตัวด้วย

ปล่อยผมเลยนะคุณนี่ท่อนแขนหรือท่อนซุงทำไมมันหนักแบบเน้~ ผมพยายามจะยกมันออกจากคอแค่เหมือนเขารู้ทันเลยแกล้งทิ้งน้ำหนักลงมาที่แขนมากกว่าเดิมทำให้ไหล่ผมแทบทรุด

แค่นี้ก็ทนไม่ได้..อ่อนถ้าไม่ติดว่าหน้ามาร์คฮยองหล่อนะพ่อจะเอาเล็บข่วนให้หน้าพังเลย

ปล่อยผมแล้วกลับบ้านไปเลย

ไม่

ปล่อยยยยย

ไม่ปล่อยมีไรปะครับ

น้ำเสียงทุ่มต่ำที่ดังอยู่ชิดริมหูทำเอาผมรู้สึกขนตั้งชันขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ระหว่างต่อสู้อยู่กับท่อนซุงที่พาดอยู่บนคอรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่บนทางเท้าหน้ามหาลัยซึ่งเป็นที่อยู่ของผมนั่นก็คือหอในนั่นเองนี่เขาชักจะรู้มากเกินไปแล้วนะ

เออ สงสัยใช่มั้ยว่าฮยองรู้ชื่อนั่นได้ไง..ก็ฮยองเป็นคนตั้งชื่อนั่นให้เราไม่รู้สิแปลกจังหวะเดียวกับที่ถึงหน้ามหาวิทยาลัยร่างสูงเอ่ยประโยคที่ทำให้ผมตกตะลึงจนเผลออ้าปากกว้าง

ว้อทเดอะ..”

ฮึฮึ ฝันถึงฮยองด้วยนะเด็กตุ่ย

ไอ้พี่นิ่งนั่น..เดี๋ยวสิคุณอย่าเพิ่งไป คุณ! คุณ!”

ร่างหนาก้าวถอยหลังไปทันทีที่เอ่ยจบโกยไม่รอให้ผมซักถามใดๆทั้งสิ้น รอยยิ้มกวนประสาทนั่นทำเอาผมฉุกคิดว่ามันคับคล้ายคับคลาไอ้บ้าพี่ว้าคแต่คุณผู้จัดการต้องอำผมแน่ๆ หล่อเบอร์นั้นไม่มีทางเป็นคนเดียวกับไอ้พี่ว้าคหน้านิ่งเซอร์จนสกปรกนั่นหรอก

ไม่มีทาง

มาร์คฮยองไม่มีทางเป็นไอ้พี่นิ่งบ้าอำนาจนั่นแน่




Talk To Time
-

สนใจอ่านเรื่องน้องเมาคลีกับเจ้าบาบิคลิ๊กรูปข้างล่างโลยย







27 ความคิดเห็น

  1. #22 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 18:07
    นั้นแหละ คนเดียวกันนนน 555555
    #22
    0
  2. #17 phetlovrwwww (@phetlovrwwww) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 19:42
    อย่างงี้ก็ได้หรอ
    #17
    0
  3. #16 SAWADDEE JIE (@impp8cxpxc) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 14:31
    วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!! โอ้ยยย อีผี!!! กูเขินนนนน
    #16
    0
  4. #15 Pearl Of Magic (@-naime-) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 12:18
    โอโห้!!!!!!!!//วิ่งไปกรี๊ดหน้าบ้าน
    #15
    0
  5. #14 BaMink (@-Bambyy-) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 07:45
    เขินนนนน>~<
    #14
    0
  6. #13 ป็อปคอร์น (@time-line) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 22:16
    เขิลลลลล หึ้ยยยย
    #13
    0
  7. #12 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 12:56
    ใครคะใคร??? มาขัดจังหวะซะได้
    #12
    0
  8. #10 BaMink (@-Bambyy-) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 20:38
    ใครมาขัดหน่ะ..
    #10
    0
  9. #9 ปีใหม่ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 19:36
    จะขนาดนั้นก้กอดไปเลยเถอะ
    #9
    0
  10. #8 phetlovrwwww (@phetlovrwwww) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 10:22
    ยังไงๆค่ะเนียนกอดหรือเปล่า
    #8
    0
  11. #7 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 21:57
    ฉวยโอกาสสสสได้ไหมเนี่ย 5555555 งื้อ น่ารักกกกก
    #7
    0
  12. #6 yodgamezone01 (@yodgamezone01) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 00:59
    #6
    0