เกิดใหม่ต่างโลก...ขอใช้ชีวิต(ไม่)ธรรมดา

ตอนที่ 51 : เปลี่ยนแปลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,540
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 374 ครั้ง
    13 ก.ค. 61

ตอนที่ 51  เปลี่ยนแปลง

 

 

         หลังจากเหตุการณ์ที่กลางลานเมืองผ่านพ้นไปได้ 3 วัน  ราชาวีดาสได้เรียกเหล่าขุนนางทุกระดับในเมืองหลวงเข้าประชุมพร้อมกันที่ท้องพระโรงรวมผู้กล้าด้วย

 

         “หลังจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา  ลอร์ดแฮมเตอร์ รายงานความเสียหายมาสิ”  ราชาวีดาส

 

         “ทูลฝ่าบาท  นอกจากการเสียชีวิตของท่านลอร์ดบุตแล้ว  เรายังเสียทหารอัศวินเวทย์ไป 2,450 นายด้วยกัน  ชาวบ้านอีก 200 กว่าคนพะยะค่ะ”  ลอร์ดแฮมเตอร์รายงาน

 

         “ข้าก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”  ราชาวีดาสตรัสออกมาอย่างเสียใจในการสูญเสียในครั้งนี้

 

         ไม่ใช่เฉพาะขุนนางระดับสูงเท่านั้น  ทหารอัศวินเวทย์ระดับสูงก็ต้องมาเสียไป  รวมถึงการบาดเจ็บขององค์ชายรองอีกดด้วย  ที่ต้องกลายมาเป็นคนพิการ

 

         “เราเสียเสาหลักไปหนึ่ง  คงต้องหาผู้ที่จะมาทดแทน...”  ราชาวีดาส

 

         “ทูลฝ่าบาท  ผมขอเสนออะไรบางอย่างได้หรือไม่”  มังกรขัดขึ้น

 

         “โอ้  ท่านผู้กล้า  เรื่องในครั้งนี้ข้าต้องขอขอบใจท่านมากจริงๆ  ถ้าไม่ได้ท่านช่วยไว้  อาณาจักรของข้าคงต้องสูญเสียมากไปกว่านี้แน่  ว่าแต่ท่านจะเสนออะไรเหรอ  เชิญท่านว่ามาเถอะ  ไม่ต้องเกรงใจ”  ราชาวีดาส

 

         “การจะหาผู้ที่มาแทนท่านลอร์ดบุต  ผมเห็นด้วยแต่..  นั้นไม่ใช้การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุของเรื่องนี้”  มังกรเริ่มกล่าว

 

         “ยังไงเหรอ  อะไรคือต้นเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นกันล่ะ”  ราชาวีดาสสงสัย

 

         “ต้นเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้คือ  ระบบของสังคม”  มังกรกล่าว

 

         ทุกคนในที่ประชุม  ไม่เข้าใจในสิ่งที่มังกรกล่าว  รวมถึงราชาวีดาสด้วยเช่นกัน

 

         “ท่านผู้กล้าช่วยขยายความให้ผู้เฒ่าคนนี้ได้กระจ่างได้หรือไม่”  ลอร์ดโมลิเออร์  วี  เดอร์ลาส  ถามมังกร

 

         “ครับ  ที่ผมบอกว่าอยู่ที่ระบบสังคม  นั้นก็เพราะว่า  อาณาจักรเอสโทรเนียนั้นได้แบ่งชนชั้นวรรณะกันอย่างชัดเจน  และยังปล่อยให้เกิดการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน  ผู้มีความสามารถ  แม้เกิดในชนชั้นที่ต่ำก็ยากที่จะก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้เกินหน้าเกินตาผู้ที่เกิดในชนชั้นที่สูงกว่าแต่ไร้ซึ่งความสามารถ  ในครอบครัวแทนที่จะมีความอบอุ่นรักใคร่กลมเกรียวกันกับต้องมาแย่งชิงแข่งขันหรือเข่นฆ่ากันเองในตระกูล..”  มังกรกล่าวอธิบาย

 

         “แต่นั้นก็จะทำให้ตระกูลนั้นๆ  เก่งขึ้นไม่ใช่เหรอ”  ราชาวีดาสแสดงความเห็น

 

         “นั้นก็อาจจะใช่ครับฝ่าบาท  แต่เมื่อคิดถึงผลร้ายหรือผลเสียย่อมมีมากว่าผลดี  แทนที่จะคอยสนับสนุนผู้มีความสามารถที่โดดเด่น  กลับต้องมาสู้รบกันเองในเครือญาติ  ซึ่งอาจจะต้องเสีย หน่อเมล็ดที่สวยงามไปโดยไม่รู้ตัว  ชีวิตคนเรามีเวลาในการพัฒนาศักยภาพของแต่ละคนไม่เท่ากัน  เด็กน้อยในวันนี้อาจเติบโตมาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในวันหน้าก็ได้  ใครจะรู้  เช่นเดียวกัน  ชาวบ้านธรรมดาๆ ในวันนี้อาจกลายมาเป็นจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ในวันหน้าก็ได้  ถ้ามีโอกาสนั้น”  มังกรอธิบายให้ราชาวีดาสและเหล่าขุนนางทั้งหลายฟัง

 

         “อืมมม  ในเป็นความคิดที่ดี  แต่ระบบแบบนี้มันเป็นมายาวนานแล้วตั้งแต่อดีต  ท่านต้องการจะให้ข้าเปลี่ยนเหรอ  ท่านผู้กล้า”  ราชาวีดาสตรัสถาม

 

         “หากฝ่าบาทไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง  อาณาจักรแห่งนี้ก็คงยากที่จะเติบโตและยิ่งใหญ่ไปกว่านี้ได้”  มังกรยืนยัน

 

         เหล่าขุนนางทั้งหลายได้แต่ถกเถียงกันถึงแนวคิดของมังกร  การจะเปลี่ยนแปลงระบบนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก  ขุนนางเก่าแก่หลายคนยังยึดติดอยู่กับระบบเดิมๆ  ส่วนขุนนางใหม่ๆ  กลับคล้อยตามเห็นด้วยกับแนวคิดของท่านผู้กล้ามังกร  จึงทำให้เกิดความคิดแตกออกเป็น 2 ฝ่าย

 

         “แทนที่ตำแหน่งจะถูกสืบทอดโดยตระกูลก็ให้เปลี่ยนมาเป็นแต่งตั้งตามความสามารถของขุนนางแทน”  มังกรยังเสนอแนะต่อ

 

         “อืม  อันนี้ข้าเห็นด้วยกับท่านนะ”  ราชาวีดาสเห็นด้วย

 

         “ฝ่าบาท!!  เหล่าขุนนางที่ต่อต้านทักท้วงขึ้น

 

         “ไม่ต้องพูด  เรื่องนี้ข้าจะตัดสินใจเอง”  ราชาวีดาส

 

         “แต่ว่า..”

 

         “บังอาจ!! พวกเจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร  กล้าขัดข้าเหรอ”  ราชาวีดาสโมโหขึ้นมา

 

         เหล่าขุนนางต่างตกใจกลัว  ยืนตัวสั่น  ที่เห็นราชาวีดาสโกรธ  อายพลังเวทย์ที่แผ่ออกมาจากตัวราชาวีดาสได้เข้ามากดทับเหล่าขุนนางชั้นผู้น้อยให้ต้องคุกเข่าลง  เหลือเพียงขุนนางระดับสูงและผู้กล้าเท่านั้น

 

         เมื่อราชาวีดาสสงบความโมโหลงได้ก็นั่งลงบนบันลัง  แล้วถามต่อ

 

         “แล้วท่านผู้กล้า  คิดเห็นอย่างไรกับตำแหน่งของลอร์ดบุตที่ว่างลงล่ะ”  ราชาวีดาสตรัสถาม

 

         “เนื่องจากตำแหน่งเดิมของท่านลอร์ดบุตคือทำหน้าที่ทางด้านสาธารณสุข  ดังนั้นผมคิดว่าเราควรที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชน หรือขุนนางทุกคนมีโอกาสที่จะแข่งขันกันพะยะค่ะ”  มังกรตอบ

 

         “แข่งขันงั้นเรอะ  ฟังดูน่าสนใจดี  ท่านจะอธิบายได้หรือไม่”  ราชาวีดาสตรัสถามอีก

 

         “แน่นอนพะยะค่ะ  ด้านสาธารณสุขก็ต้องเกี่ยวกับด้านสุขภาพ  และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน  เราก็ต้องสอบความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการ นโยบาย  และปฏิบัติด้วยการรักษา  พะยะค่ะฝ่าบาท”  มังกรอธิบาย

 

         “ดี  ข้าเห็นด้วย  งั้นข้าขอเป็นผู้ควบคุมการสอบเองก็แล้วกัน  ให้ประกาศออกไปให้ทั่วอาณาจักรว่าจะมีการคัดเลือกตำแหน่งของอดีตลอร์ดบุตในอีกสองเดือนข้างหน้า  รายละเอียดต่างๆ  ก็ตามที่ท่านผู้กล้าได้เสนอมา”  ราชาวีดาสกล่าวประกาศ

 

         “พะยะค่ะฝ่าบาท”  เหล่าขุนนางน้อมรับคำบัญชาของราชา

 

         “ส่วนเรื่องต่อไป  ระบบชนชั้นนั้นข้าคงไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงไปในทันที  แต่ข้าจะประกาศให้ยกเลิกการกดขี่ข่มเหงชนชั้นต่ำแทน  หากใครฝ่าฝืนจะต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย”  ราชาวีดาสประกาศต่อ

 

         “ส่วนเรื่องสุดท้าย  เรื่องภายในของแต่ละตระกูล  อันนี้ข้าก็สุดปัญญาที่จะจัดการได้  ใครมีความเห็นอย่างไรบ้าง”  ราชาวีดาสถามเหล่าขุนนาง

 

         “ทูลฝ่าบาท  เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนนัก  จะทำได้อย่างที่ท่านผู้กล้ากล่าวมา  กระหม่อมคิดว่าควรจะปลูกฝังจิตสำนึก หรือคุณธรรมลงไปมากกว่าพะยะค่ะ”  ลอร์ดแฮมเตอร์เสนอขึ้นมา

 

         “ท่านหมายความว่าอย่างไร”  ราชาวีดาสตรัสถาม

 

         “นั้นเพราะว่าอาณาจักรของเราไม่มีการปลูกฝังในเรื่องคุณธรรมความถูกต้อง  จึงทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้นมา  และในช่วงสองเดือนมานี้กระหม่อมก็ได้สนทนากับท่านผู้กล้ามาบ้างในเรื่องเหล่านี้  ดังนั้นกระหม่อมจึงได้ตัดสินใจที่จะออกบวชพะยะค่ะ”  ลอร์ดแฮมเตอร์

 

         ออกบวช!!  ราชาวีดาสและเหล่าขุนนางร้องออกมาพร้อมกัน

 

         “ออกบวชคืออะไรเหรอท่านแฮมเตอร์”  ราชาวีดาสเมื่อตั้งสติได้ก็ถามขึ้น

 

         “ทูลฝ่าบาท  การออกบวช  ก็คือการสละซึ่งกิเลสทั้งปวง  แสวงหาถึงความสงบในชีวิต”  มังกรตอบแทนลอร์ดแฮมเตอร์

 

         “งั้นก็แสดงว่าท่านก็จะต้องสละซึ่งทุกสิ่งที่ท่านครองอยู่อย่างนั้นเหรอ”  ราชาวีดาสกล่าว

 

         “ถูกต้องแล้วพะยะค่ะ”  ลอร์ดแฮมเตอร์ตอบ

 

         “อืมมมม”  ราชาวีดาสครุ่นคิดอยู่สักครู่

 

         “ได้  ข้าอนุญาตท่านให้ออกบวชได้  แต่ท่านจะต้องคอยสั่งสอนประชาชนให้มีคุณธรรมตามที่ท่านได้กล่าวอ้างมาก่อนหน้านี้ด้วย”  ราชาวีดาสตรัส

 

         “ขอบพระทัย  ฝ่าบาท”  ลอร์ดแฮมเตอร์กล่าวขอบคุณ

 

         “ถ้าเช่นนั้นก็เปิดให้สอบในตำแหน่งของท่านลอร์ดแฮมเตอร์ด้วยอีกตำแหน่งแล้วกัน  ประกาศออกไป”  ราชาวีดาสกล่าวประกาศให้เหล่าขุนนางต่างๆ  ได้รับทราบ

 

         “ท่านคิดดีแล้วเหรอท่านลอร์ดฉอมเตอร์”  มังกรถามขึ้น

 

         “ข้าได้ตัดสินใจดีแล้ว  และข้าก็จะนำหลักที่ท่านเคยพูดกับข้ามาสอนคนรุ่นต่อๆ ไปให้ได้รู้”  ลอร์ดแฮมเตอร์กล่าว

 

         “แต่ที่ผมบอกไปมันแค่เล็กน้อยเท่านั้นนะครับ  หลักศาสนาพุทธที่ผมนับถือมันมีเยอะมากเลยนะครับ  ผมเองก็จำมาไม่หมดหรอก”  มังกรยอมรับว่าสิ่งที่เขาพูดถึงศาสนากับลอร์ดแฮมเตอร์เมื่อครั้งเข้าไปในดันเจี้ยนด้วยกันนั้น  มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

 

         “ไม่เป็นไรหรอก  ข้าเองก็จะค่อยๆ  ศึกษาไปเรื่อยๆ  เหมือนกัน  หลักสำคัญของมันคือ  ไม่ทำชั่วทั้งปวง  ทำความดีให้ถึงพร้อม  และทำจิตใจให้บริสุทธิ์  ใช่ไหม”  ลอร์ดแฮมเตอร์ถาม

 

         “ก็  ก็ใช่ครับ”  มังกรเกาหัวแครกๆ  เขาเองก็ไม่ได้รู้อะไรลึกซึ้งไปมากกว่านี้เท่าไรนัก  ที่เหลือก็คงต้องให้ลอร์ดแฮมเตอร์ได้ไปค้นคว้าเอาเองแล้ว

 

         “ว่าแต่ข้าจะบวชอย่างไรล่ะ”  ลอร์ดแฮมเตอร์ถามมังกรขึ้นมาอีกอย่าง

 

         “เออ  นั้นสิ  ในโลกนี้ก็ไม่ได้มีพระพุทธเจ้าด้วยสิ  จะทำไงดีล่ะ....อืม...”  มังกรพยายามคิด

 

         “มีเรื่องอะไรกันเหรอ  ท่านทั้งสอง”  ราชาวีดาสตรัสถามขึ้น  เมื่อสังเกตเห็นทั้งสองกำลังสนทนากันอย่างเคร่งเครียด

 

         “อ่า...นึกออกแล้ว  ในฐานะที่ท่านจะเป็นนักบวชคนแรกในโลกนี้  ดังนั้นเพื่อเป็นเกียรติ  ผมคิดว่าควรให้องค์ราชาวีดาสประทานบวชให้ดีหรือไม่”  มังกรเสนอ

 

         “อ่ะ  อะไรนะ  ข้านะเหรอ  แล้วข้าต้องทำอย่างไรล่ะ”  ราชาวีดาส

 

         “ไม่ยากเลยครับ  ท่านก็แค่ช่วยปลงผมของท่านลอร์ดแฮมเตอร์  เพียงเท่านั้น”  มังกรกล่าว

 

         “ได้”  ราชาวีดาสตกลง

 

         หลังจากนั้นราชาวีดาสก็ได้ปลงผมของลอร์ดแฮมเตอร์ในท้องพระโรงโดยมีเหล่าขุนนางต่างๆ  เป็นพยานในการบวชครั้งนี้ของลอร์ดแฮมเตอร์  และได้ผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่โดยมังกร  ที่พยายามให้เหมือนกับนักบวชในโลกของเขามากที่สุด  (ทำไปทำมาก็ออกมาเหมือนกับพระนิกายมหายานในโลกเก่า) 

 

         “เอาล่ะเรียบร้อยแล้ว  และต่อไปข้าขอแต่งตั้งท่านเป็นนักบวชประจำอาณาจักรแห่งนี้  ท่านนักบวชแฮมเตอร์”  ราชาวีดาสกล่าว

 

         “สาธุ”  นักบวชแฮมเตอร์

 

++++++++++++++++++++++++++++

 

กลับมาที่ฟอร์ด

 

         หลังจากที่ฟอร์ดและฟลอโรล่าได้สลบไป  อดัมกับมารีแอนก็ได้นำทั้งสองกลับมาที่บ้านพักของพวกเขา  และตอนนี้ฟอร์ดกับฟลอโรล่าก็ได้ฟื้นคืนสติแล้ว  และได้ทราบเรื่องราวต่างๆ  จากการเล่าของพวกพี่ๆ

 

         “คราวหลังลูกอย่าทำอะไรที่มันเสี่ยงแบบนี้อีกนะ  รู้ไหมว่าพ่อกับแม่เป็นห่วง”  มารีแอน

 

         “ขอโทษครับ / ขอโทษค่ะ”  ทั้งสองกล่าวขอโทษผู้เป็นแม่

 

         “เอาน่าคุณ  ถึงยังไงพวกลูกๆ  ก็ปลอดภัยแล้ว  อีกอย่างถ้าไม่ได้พวกเขาช่วยไว้  ป่านนี้อาณาจักรคงได้สูญเสียไปมากกว่านี้แน่  ต้องขอบใจพวกลูกๆ  มากนะ”  อดัมเข้ามาปลอบ

 

         “แต่สุดท้าย  เราก็ช่วยท่านบาร์ตเอาไว้ไม่ได้”  มารีกล่าวออกมา

 

         “อย่าเสียใจไปเลยมารี  พวกเราก็ทำสุดความสามารถแล้ว  ส่วนที่เหลือก็สุดแล้วแต่โชคชะตา”  อดัม

 

         “แล้วท่านตาเป็นอย่างไรบ้างครับ  ทำไมไม่เห็นท่านเลย”  ฟอร์ดถามด้วยความเป็นห่วง

 

         “ไม่ต้องห่วงหรอกน้องฟอร์ด  ท่านตาปลอดภัยดี  ตอนนี้ท่านตาไปประชุมในวังหลวง  อีกไม่นานก็คงจะกลับ”  แอนนาบอก

 

         “ดีจังเลยครับ  ที่ท่านปลอดภัย”  ฟอร์ดบอกออกมาด้วยความโล่งอก

 

         “พวกลูกเพิ่งตื่น  คงหิวแล้ว  มาทานอาหารก่อนเถอะ  แม่เตรียมเอาไว้ให้แล้ว”  มารีแอนบอก

 

         “ครับ / ค่ะ  กำลังหิวเลย”  ทั้งสองตอบแล้วก็ไปทานอาหารทันที

 

         เมื่อทานอาหารเสร็จซามุโระ  ก็ออกมาโดยที่ฟลอโรล่าไม่ต้องอัญเชิญออกมา

 

         “ข้ายังไม่ได้เรียกเจ้าออกมาเลยนะ”  ฟลอโรล่า

 

         “จะให้ข้าน้อยทนอึดอัดอยู่แต่ข้างในอีกนานแค่ไหนล่ะ  ข้าน้อยชอบอยู่ข้างนอกนี่มากกว่านะเจ้าค่ะ”  ซามุโระออกมาก็บ่นทันที  ก่อนหน้านี้ที่ออกมาไม่ได้ก็เพราะว่าฟลอโรล่าพลังเวทย์ไม่เพียงพอนั้นเอง

 

         และแล้วทุกคนก็กลับมาหัวเราะกันได้อีกครั้ง

 

         “ฉันไม่อยากให้ความสุขนี้หายไปเลยจ๊ะ ที่รัก”  มารีแอนที่ได้เห็นพวกลูกๆ  ของเธอมีความสุข  เธอก็พลอยมีความสุขไปด้วย

 

         “ผมเองก็เหมือนกัน  การได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้  พูดแล้วก็นึกถึงตอนที่พวกเด็กๆ  ยังเล็กๆ อยู่นะ  ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ครอบครัวเรามีความสุขกันมาก”  อดัมพูดแล้วก็หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต

 

         ขณะที่ทุกคนนั่งเล่นอยู่ที่ห้องนั่งเล่นรวมของบ้าน  ก็ได้มีบุคคลเดินเข้ามาสองคน

 

         “คุยอะไรกัน ท่าทางสนุกเชียว”  มังกรเมื่อเดินเข้ามาก็เอยขึ้น

 

         “สวัสดีครับ /  สวัสดีค่ะ  ท่านผู้กล้า”  ทุกคนกล่าวทักทาย

 

         แล้วสายตาทุกคนก็เหลือบไปเห็นชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ  กับผู้กล้ามังกร  หน้าตาคุ้นๆ  แต่หัวกลับโล้น  แถมยังแต่งกายที่แปลกประหลาด

 

         “อ้อ  ผมขอแนะนำให้รู้จัก  นี่คือนักบวชแฮมเตอร์  ซึ่งทุกคนก็คงจะรู้จักอยู่แล้ว”  มังกรกล่าว

 

         “ท่านพ่อ  /  ท่านพ่อตา  /  ท่านตา”  ทุกคนอุทานออกมาพร้อมกัน

 

         “ไม่ใช่  ตอนนี้ข้าได้เป็นนักบวชแล้ว  ข้าได้สละทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว  แต่ก่อนที่อาตมาจะออกเดินทาง  อาตมาจะขอทำภารกิจสุดท้ายในเมืองนี้ก่อนไป  นั้นก็คือ  มอบตำแหน่งประมุขตระกูล ดิ วาร์โกว”  นักบวชแฮมเตอร์กล่าว

 

         “ลูกไม่ขอรับนะคะ ท่าน..เออ”  มารีแอน

 

         “เรียกอาตมาว่า  หลวงพ่อเถอะ”  นักบวชแฮมเตอร์บอก

 

         “ค่ะ  หลวงพ่อ  ลูกมีครอบครัวใหม่แล้ว  และลูกก็รักความเป็นอยู่ของครอบครัวนี้มาก”  มารีแอนพูดออกมาถึงความตั้งใจของตน

 

         “อาตมาเข้าใจ  แต่ผู้นำตระกูลก็จะขาดไม่ได้เช่นกัน”  นักบวชแฮมเตอร์กล่าว

 

         “เอาอย่างนี้ไหม  ถ้าเช่นนั้น  ประมุขตระกูล ดิ วาร์โกว  ก็มอบให้กับ  มารี  บุตรสาวคนโต”   อดัมเสนอขึ้นมา  หลังจากได้ฟังเรื่องราวต่างๆ

 

         ทุกคนหันมามองมารีเป็นสายตาเดียว  เป็นเชิงรอคำตอบจากเธอ

 

         “......”

 

 

 

จบตอน.

 

ที่เขาว่าฟ้าหลังฝน  มักสดใสเสมอ  ดูท่าว่าคำกล่าวนี้จะจริงนะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 374 ครั้ง

488 ความคิดเห็น

  1. #475 040149381435 (@040149381435) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 08:19

    ชอบๆแปลกใหม่ดี

    #475
    0
  2. #284 kamisamahestia00 (@kamisamahestia00) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 22:42

    เเอิ่มถ้าจะให้ดีเอาเป็นนักบวชก็ได้นะจะได้เข้มกัน เรียกอาตมาว่าหลวงพ่อเถอะ สตั๊นเลยกูhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-10.png

    #284
    1
  3. #199 MisterPaul (@MisterPaul) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 18:08
    ขอติตอนนี้หน่อยนะครับ การจะเขียนเรื่องเปลี่ยนการเมืองการปกครองนั้นไม่ใข่เรื่องง่ายๆนะครับ การจะเปลี่ยนแปลงควาทคิดระบอบขุนนางนั้น นิยายเรื่องอื่นๆ ละคร หรือหนัง ต้องมีการวางบทมีเข้มข้นมาก อย่างน้อยต้องมีการชี้ช่องโหว่ของการปกครองแบบใหม่แล้ว ดีเบทกันอย่างเข้มข้น ผลกระทบระยะกว้าง อำนาจของขุนนางต่างๆ บลาๆๆ อีกมากมาย ผลกระทบต่อประชาชน การสร้างศาสนาใหม่โดยมีแค่ คนที่จะออกบวช การสร้างศาสนา ความเชื่อต่างๆอีก มันแบบ มีแต่ตกลงข้าทำตามที่เจ้าว่าหมดเลย (มังกร)
    #199
    0
  4. #173 piyananporr (@piyananporr) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 22:51
    จะได้คุยกันไหมเนี่ย...ฟอร์ด&มังกร!!!!
    #173
    0
  5. #171 Luke3139 (@fang3139) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 08:51
    พวชซะงั้น
    #171
    0
  6. #170 SoCis (@cabara71) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 05:20
    หะ เอ่อแล้วพระเอกจะคุยกะมังกรตอนไหนนิ
    #170
    0