ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,359 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    336

    Overall
    254,359

ตอนที่ 100 : วิกฤติเมืองหิมะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3047
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    2 มี.ค. 60

วินบินอยู่เหนือปุยเมฆที่กระจายตัวอยู่ให้เห็นเป็นหย่อมๆบนท้องฟ้า ชายหนุ่มจ้องมองไปยังทุ่งน้ำแข็งขาวโพลนขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา กลางทุ่งน้ำแข็งมีเมืองขนาดไม่ใหญ่นัก เมืองแห่งนี้ดูเหมือนว่ามันถูกสร้างอยู่ภายในหุบเขาน้ำแข็ง ชายหนุ่มมองอย่างสงสัย หากน้ำแข็งเหล่านั้นละลาย เมืองแห่งนี้จะไม่จมอยู่ใต้น้ำอย่างนั้นหรือ

บางทีผู้คนที่นี่อาจจะอยู่กับทุ่งน้ำแข็งที่ไม่เคยละลายมาก่อนเลยก็เป็นได้ หรือพวกเขาอาจมีวิธีจัดการกับทุ่งน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ไพศาลเหล่านี้ได้ ชายหนุ่มคิดในใจ

ชายหนุ่มมองหาทางเข้าเมืองโดยไม่ให้ผู้คนภายในเมืองเห็น ถ้าเป็นเมืองอื่นเขาสามารถบินเข้าไปในป่า ต้นไม้ใหญ่จะช่วยพรางตัวของเขาจากสายตาผู้คนได้เป็นอย่างดี แต่มันใช้ไม่ได้กับสถานที่แห่งนี้

สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยหิมะอันขาวโพลน ชายหนุ่มรู้สึกแปลกตากับทัศนียภาพเบื้องหน้าที่มีแต่ทุ่งหิมะและภูเขาสูงที่ขาวโพลน ท่ามกลางทุ่งหิมะนั้นมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจยิ่งกว่า นั่นคือภูเขาสูงขนาดใหญ่ที่อยู่ไกลลิบ

ภูเขาแห่งนั้นมีขนาดใหญ่ที่สุดและสูงที่สุดในบรรดาภูเขาที่ขายหนุ่มเห็นเบื้องหน้า แทนที่มันจะเต็มไปด้วยหิมะสีขาวมันกลับถูกปกคลุมไปด้วยสีเขียวของต้นไม้

วินพักเรื่องภูเขาสีเขียวขนาดใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของเขาไว้ก่อน ในตอนนี้เขากำลังหาทางที่จะเข้าไปในเมืองหิมะที่เป็นทางผ่านหากจะมุ่งหน้าไปยังภูเขาแห่งนั้น ชายหนุ่มตั้งใจจะใช้เมืองแห่งนี้เป็นที่ค้างแรมก่อนที่จะเดินทางไปค้นหาอสูรที่คาดว่าอยู่บริเวณภูเขาสูงแห่งนั้น

ชายหนุ่มพุ่งตัวไปยังเนินหิมะที่สูงประมาณ 3 เมตร เนินแห่งนี้สามารถบดบังไม่ให้ทหารยามที่อยู่บนกำแพงน้ำแข็งเตี้ยๆมองเห็นเขาได้ วินเปลี่ยนจากชุดหนังงูสีดำเป็นชุดขนสัตว์กันหนาวฟูนุ่มสีขาว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สวมเสื้อกันหนาวแต่ด้วยเกราะธาตุของชายหนุ่มอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งของสถานที่แห่งนี้ก็ไม่อาจจะทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหนาวได้

ในขั้นตำนานนอกจากความสามารถทางเวทมนต์ต่างๆของชายหนุ่มจะเพิ่มขึ้นอย่างมากแล้ว แม้แต่เกราะธาตุเองเขายังสามารถสร้างให้มันมีความหนาจากผิวกายเพียงไม่กี่เซนติเมตร แทนที่จะเป็นโดมทรงกลมเหมือนก่อน แม้ว่ามันจะบางลงกว่าเดิมเป็นอย่างมากแต่เกราะธาตุแบบใหม่กลับแข็งแรงกว่าเดิมมากกว่าเดิมมากนัก

วินเดินไปบนพื้นหิมะที่หนาวเย็นขาของเขาจมลงในหิมะจนถึงหัวเข่า สายลมอุ่นๆไหลวนเวียนรอบๆตัวของชายหนุ่มทำให้เขาไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นของสถานที่แห่งนี้ทำให้ชายหนุ่มเดินฝ่าหิมะหนาได้อย่างไม่ยากลำบากนัก

ทหารนับสิบคนที่ยืนอยู่บนกำแพงมองมายังชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาวที่เดินฝ่าหิมะหนามาเพียงลำพัง พวกเขาหันมองหน้ากันอย่างงงงวย ทหารเหล่านั้นไม่ทันสังเกตุว่าชายหนุ่มคนนี้อยู่ตรงนั้นนานเท่าไรแล้ว หิมะที่หนาเป็นอุปสรรคในการเดินทางแต่ดูเหมือนชายหนุ่มคนนั้นจะไม่มีอาการเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางเลยแม้แต่น้อย

วินยืนมองกำแพงเมืองที่จมอยู่ใต้น้ำแข็งที่หนาจนเหลือส่วนที่โผล่พ้นน้ำแข็งเพียงหนึ่งเมตร ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะเดินตรงไปยังบันไดไม้และปีนขึ้นไปบนกำแพง เนื่องจากประตูเมืองถูกน้ำแข็งหนาขวางกั้นจนไม่สามารถเปิดได้

กลุ่มทหารยืนหนาวเฝ้ายามอยู่ตั้งแต่เช้าแต่ไม่รู้ทำไมเมื่อชายหนุ่มคนนี้เดินมาใกล้กลับรู้สึกว่าอากาศรอบๆตัวอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หัวหน้าทหารเพียงคิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกมา

“สวัสดีนักเดินทาง ท่านมาจากที่ใด” หัวหน้าทหารกล่าวถาม

“สวัสดีครับ ข้าชื่อวินเป็นพ่อค้า ข้าเดินทางรอนแรมมาจากเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของเมืองนี้ ข้าต้องการจะเข้าเมืองได้หรือไม่” วินชี้ไปยังทิศทางที่เขาเดินมา

“เจ้าเดินทางมาจากเมืองลิทเติลสโตนอย่างงั้นรึ” ทหารคนเดิมทำตาโตก่อนจะหันมองหน้าเพื่อนเหมือนจะไม่เชื่อในคำพูดของชายหนุ่ม การเดินทางไกลท่ามกลางฤดูหนาวเช่นนี้เป็นสิ่งที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง

“ใช่ๆ ข้าออกเดินทางตั้งแต่ก่อนฤดูหนาวแต่ถูกสัตว์ร้ายเจ้าโจมตี ทำให้ข้าพลัดหลงกับเหล่าคนคุ้มกันเลยเสียเวลาไปมากจนคิดว่าจะมาไม่ถึงเมืองนี้เสียแล้ว ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นกับกำแพงเมืองของท่าน” ชายหนุ่มเฉไฉ

“อืม...ก่อนหน้านี้ในเมืองมีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้น” หัวหน้าทหารส่ายหน้าอย่างท้อแท้

“เกิดอะไรขึ้นหรือครับท่าน” ชายหนุ่มถามขึ้น

“ไม่กี่เดือนมานี้อยู่ๆหิมะบนภูเขาฟูมะเกิดละลาย น้ำปริมาณมหาศาลไหลบ่ามายังเมืองสนอวี่แห่งนี้ เพียงข้ามคืนน้ำจำนวนมหาศาลกลับกลายเป็นพื้นน้ำแข็งหนาหลายเมตร โชคดีที่มวลน้ำเหล่านี้ไม่ได้ไหลทะลักเข้าไปในเมือง แต่มันก็ทำให้ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์รวมทั้งพื้นที่การเกษตรทั้งหมดของเมืองแห่งนี้จมอยู่ใต้ผืนน้ำแข็ง น้ำแข็งเหล่านี้ยังสูงเกือบเท่ากำแพงเมืองอย่างที่ท่านเห็น”

“มันเกิดจากอะไรท่านรู้ไหม” วินซัก

“ไม่มีใครรู้ เจ้าเมืองส่งทหารออกสืบข่าวแต่ทหารทุกชุดที่ไปยังภูเขาแห่งนั้นกลับหายสาบสูญ” กลุ่มทหารยามพากันส่ายหน้าอย่างเศร้าสลด เมื่อหัวหน้าพูดเรื่องเพื่อนทหารหายสาบสูญ

“ข้าก็ชวนท่านคุยเพลิน เมื่อครู่ท่านบอกว่าจะเข้าเมืองใช่ไหม” หัวหน้าทหารทำสีหน้าเคร่งเครียด

“...” ชายหนุ่มพยักหน้า

“ข้าอนุญาตให้ท่านเข้าเมืองได้แต่ว่า เสบียงอาหารภายในเมืองเหลือน้อยเต็มที หากท่านมาเพื่อหาซื้อเสบียงท่านอาจจะต้องผิดหวังกลับไป” ทหารคนเดิมเอ่ย

“ทำไมไม่ออกล่าสัตว์ชดเชยละท่าน” วินสงสัย

“ตั้งแต่ภูเขาฟูมะละลายสัตว์ในบริเวณนี้ต่างพากันอพยพไปอยู่บนภูเขาที่มีอากาศอบอุ่น หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ข้าคิดว่าคงไม่นานพวกเราอาจจะอดตายกันหมด” หัวหน้าทหารถอนหายใจยาว

วินเดินลงจากกำแพงเมืองที่สูงประมาณ 5 เมตรเขาเดินตรงเข้าไปภายในเมือง แม้ว่าภายนอกจะมองเห็นว่า เมืองแห่งนี้มีขนาดใหญ่โตแต่ภายในกลับต่างจากที่เห็นอย่างสิ้นเชิง บ้านเรือนส่วนมากถูกสร้างด้วยไม้และใช้ยางไม้ยาตามรอยต่อเพื่อป้องกันไม่ให้ลมหนาวเข้าไปในตัวบ้าน บ้านทุกหลังล้วนมีปล่องไฟสำหรับจุดไฟเพื่อให้ความอบอุ่น

ชายหนุ่มมองไปยังบ้านเรือนที่ปิดเงียบบ้านส่วนมากไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ภายใน วินสังเกตุจากปล่องควันที่ไม่มีควันลอยออกมา มีเพียงบางหลังเท่านั้นที่มีคนอาศัยกันอยู่เป็นจำนวนมาก ชายหนุ่มสงสัยจึงเดินเข้าไปถาม

สาเหตุที่ชาวบ้านอาศัยอยู่รวมกันเพราะหลังจากที่พื้นที่โดยรอบถูกน้ำแข็งปิดกั้น พวกเขาไม่สามารถออกไปหาไม้ฟืนได้ การที่จะอยู่ให้พ้นฤดูหนาวที่แสนจะทารุณพวกเขามีวิธีเดียวคือจะต้องแบ่งปันกัน คนในเมืองแบ่งปันทุกอย่างแม้กระทั่งอาหารและไม้ฟืน

“ท่านแม่ข้าหิว” เสียงเด็กเล็กๆร้องเรียกแม่ดังขึ้นจากบ้านหลังหนึ่ง

“ตอนนี้อาหารเราเหลือน้อยเต็มที เจ้าจะต้องอดทนนะลูก” หญิงวัยกลางคนปลอบโยนลูกชาย

เนื่องจากภายในเมืองมีอาหารไม่เพียงพอ ดังนั้นเจ้าเมืองจึงนำเสบียงสำรองออกแจกจ่ายโดยให้ชาวเมืองทุกคนจะได้รับเพียงวันละมื้อเพื่อที่จะยืดระยะเวลาให้ทุกคนได้มีชีวิตอยู่ให้นานที่สุด

ชายหนุ่มเห็นเด็กเล็กๆหลายคนนอนซุกตัวอยู่ตามมุมบ้านด้วยความหนาวเหน็บ แม้ว่าฤดูหนาวปีนี้จะเป็นปีที่หนาวเย็นใกล้เคียงกับทุกๆปี แต่เนื่องจากไม่สามารถหาอาหารและไม้ฟืนที่จะทำให้พวกเขาอบอุ่นได้ทำให้สถานการณ์ภายในเมืองแห่งนี้วิกฤติมากกว่า 50 ปีที่แล้วที่ฤดูหนาวมีความหนาวเย็นมากที่สุดในประวัติศาสตร์สำหรับคนที่นี่

 

            ดึกสงัดในคืนหนึ่งทหารยามยังคงต้องอดทนต่อความหนาวเย็นเพื่อเฝ้ากำแพงเมืองทั้งสี่ด้าน แม้ว่าจะไม่มีใครพบเห็นสัตว์ร้ายรอบๆเมืองเป็นเวลานานแล้วแต่ด้วยความไม่ประมาทพวกเขาจึงต้องผลัดเปลี่ยนกันเฝ้ายามทั้งวันทั้งคืน เพราะกำแพงเมืองที่เหลือความสูงเพียงหนึ่งเมตร

            ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บหิมะเริ่มตกลงมาจนบดบังทัศนวิสัยเบื้องหน้า ทหารยามนั่งรวมกลุ่มกันรอบกองไฟที่ก่อขึ้นเป็นจุดๆบนกำแพงเมือง

ค่ำคืนเดือนมืดที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์ มิหนำซ้ำหิมะยังตกลงมาอย่างหนัก โดยที่ไม่มีใครสังเกตุเห็น น้ำแข็งหนาที่อยู่โดยรอบเมืองค่อยๆลดระดับลงอย่างรวดเร็ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #568 Crasybart (@Crasybart) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 08:29
    ขอบคุณมากนะครับ
    #568
    0
  2. #566 Thank You (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 21:12
    ขอบคุณครับ
    #566
    0
  3. #565 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 23:28
    วินช่วยล่ะมั้ง
    #565
    0
  4. #564 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 21:24
    ขอบคุณครับ
    #564
    0
  5. #563 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 21:24
    สนุกดีครับ
    #563
    0