ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,533 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    510

    Overall
    254,533

ตอนที่ 102 : ภูเขาฟูมะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2762
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    17 มี.ค. 60

วินตกใจจนลืมตัวลุกขึ้นยืน เมื่อเขาได้ยินราคาที่เจ้าเมืองเสนอซื้อซึ่งเป็นราคาถึง 12,000 เหรียญทอง สินค้าทั้งหมดนี้ออนก้าซื้อมาด้วยราคาเพียง 4,200 เหรียญทองเท่านั้น ในครั้งแรกเขาคิดจะขายมันแค่ 5,000 เหรียญทองเท่านั้น ดังนั้นเมื่อได้ยินราคาที่เจ่าเมืองเสนอซื้อชายหนุ่มจึงตกใจกับราคาสินค้าที่แพงเป็นอย่างมาก

            ชายหนุ่มไม่รู้ว่าสินค้าเกษตรภายในทวีปที่หนาวเย็นแห่งนี้มีราคาสูงกว่าทวีปเอโรกาซ่ามาก เนื่องจากทวีปเอโรกาซ่าเป็นที่ที่เหมาะกับการเพาะปลูกนอกจากผลผลิตที่ได้จะมีปริมาณมากกว่าแล้วยังมีคุณภาพดีกว่าพืชที่ปลูกในทวีปแอสแลนตัสอีกด้วย

            “ทะ..ท่านไม่พอใจราคานี้หรือ” เจ้าเมืองตกใจ ในขณะที่คนอื่นที่อยู่ในห้องประชุมต่างลอบมองมายังเจ้าเมืองเพราะพวกเขาคิดว่าราคาที่เจ้าเมืองเสนอไปนั้นเป็นราคาที่ต่ำเป็นอย่างยิ่ง ด้วยคุณภาพของสินค้าเหล่านี้ ราคาในภาวะปกติยังแพงกว่านี้มากนัก

ในภาวะเช่นนี้หากต้องซื้อสินค้าในราคาที่สูงขึ้นเท่าตัวพวกเขาก็จำเป็นต้องทำเพราะในตอนนี้เป็นเรื่องที่ผู้ซื้อไม่สามารถต่อรองได้ อย่าว่าแต่ชายหนุ่มแปลกหน้าเลยหากเป็นพวกตนก็ต้องแสดงความไม่พอใจเป็นธรรมดา

สำหรับผู้ที่รู้เรื่องเงินทุนสำรองสำหรับเมืองนี้จะรู้ดีว่าสาเหตุที่เจ้าเมืองเสนอซื้อในราคาที่ต่ำไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนตระหนี่หรือเขี้ยวลากดินแต่อย่างใด ในตอนนี้เงินคงเหลือในคลังของสนอวี่มีเหลือไม่ถึง 13,000 เหรียญทอง นั่งแปลว่าหลังจากซื้อเสบียงในครั้งนี้แล้ว เหล่าทหารและผู้ปกครองเมืองอาจจะไม่ได้รับเงินเดือนไปอีกหลายเดือนก็เป็นได้

            “เปล่า...ตกลงข้าขายราคานี้” ชายหนุ่มยิ้มออกมาอย่างยินดี ท่ามกลางสายตาที่ต่างจับจ้องมายังเขาด้วยความแปลกใจ ในครั้งแรกทุกคนต่างคิดว่าชายหนุ่มจะโก่งราคาสินค้าเหล่านี้แต่เขากลับยอมขายให้ในราคาที่นับว่าถูกมาก

            “ข้าในนามของชาวเมืองลิทเติลสโตน ขอขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือเมืองของเราให้รอดพ้นจากวิกฤติขาดแคลนอาหารในครั้งนี้” หลังจากเจ้าเมืองกล่าวขอบคุณ ทุกคนในห้องประชุมต่างปรบมือให้ชายหนุ่มผมสีฟ้า

            “ข้ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ช่วยเหลือพวกท่าน” ชายหนุ่มลุกขึ้นโค้งคำนับ วินรู้สึกว่าเจ้าเมืองคนนี้เป็นคนดีคนหนึ่ง เพราะหากเป็นที่อื่นแล้วด้วยอำนาจทางการทหารเขาสามารถแย่งชิงสินค้าเหล่านี้จากชายหนุ่มได้โดยไม่ตกลงซื้อขาย แต่เขากลับไม่ทำเช่นนั้น

 

            ชายหนุ่มเดินไปตามถนนที่เต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพลนด้วยรอยยิ้ม เขาเห็นชาวเมืองที่เข้าคิวรับแจกอาหารเพิ่มเติมจากที่เคยได้เพียงหนึ่งมื้อเป็นสามมื้อ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากผู้คนมีให้เห็นอยู่ทั่วไป เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ชายหนุ่มรู้สึกหัวใจพองโตหลังจากได้ช่วยเหลือผู้คน

            “ข้าต้องขอบคุณท่านอีกครั้งสำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้ หากในภายภาคหน้าท่านมีเรื่องเดือดร้อนข้าในฐานะเจ้าเมืองสนอวี่ยินดีให้ความช่วยเหลือทุกเรื่อง” ครูเซ่ที่เดินอยู่ด้านข้างพูดกับวินอย่างแผ่วเบา

            “ข้ายุ่งแต่เรื่องความเดือดร้อนของชาวเมืองจนลืมถามท่านเลยว่าท่านพักอยู่ที่ไหน” หลังจากเจ้าเมืองครูเซ่พาวินเดินดูสถานที่ต่างๆของเมืองแห่งนี้อยู่พักใหญ่เขาจึงเอ่ยถามขึ้น

            “ข้ามีบ้านสำหรับการเดินทาง ตอนนี้ตั้งอยู่ตรงที่ว่างริมกำแพงเมือง” วินชี้นิ้วไปยังบ้านหินสองชั้น

            “ถ้าไม่รังเกียจข้าอยากเชิญท่านพักที่ห้องรับรองที่ทำการเมือง” เจ้าเมืองเอ่ยปากชวนอย่างเกรงใจ

            “ข้าตั้งใจว่าจะเดินทางไปยังภูเขาสูงทางเหนือที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้” วินบอกอย่างไม่ปิดบัง

            “ภูเขาฟูมะ ท่านจะไปที่นั่นทำไม เขาลูกนั้นเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายข้าเคยส่งทหารไปสำรวจภูเขาลูกนั้นแต่จนป่านนี้พวกเขาก็ยังไม่กลับมา อีกอย่างการเดินทางท่ามกลางหิมะเช่นนี้มันอันตรายมากนะท่าน ถ้ายังไงรออีก 2-3 เดือนให้พ้นฤดูหนาวไปก่อนน่าจะดีกว่า ข้าตั้งใจว่าหลังฤดูหนาวจะส่งทหารไปสำรวจอีกครั้งหนึ่ง” ครูเซ่เสนอแนะด้วยความเป็นห่วง

            “อืม...ข้าจะลองคิดเรื่องนี้ดูอีกที ข้าขอไปพักผ่อนก่อนละกัน” ชายหนุ่มตอบเลี่ยงๆ แล้วเดินจากไป

           

            ในคืนนั้นหลังจากทุกคนในเมืองต่างนอนหลับอย่างเป็นสุข วินตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในยามดึกของอีกวันหนึ่งที่หิมะตกหนัก ชายหนุ่มได้พุ่งตัวข้ามกำแพงเมืองและมุ่งหน้าไปยังภูเขาสูงทางเหนือในทันที เขาต้องการที่จะทำภาระกิจที่โลกใบนี้ให้เสร็จสิ้นให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะกลับไปยังโลกที่เขาเคยอยู่

            แม้ว่าการเดินทางไกลท่ามกลางหิมะหนาจะเต็มไปด้วยอันตรายที่คาดไม่ถึงในทุกย่างก้าว หิมะที่หนาและนุ่มจะเป็นอุปสรรคในการก้าวเดินเพราะทุกๆก้าวที่เหยียบไปบนพื้นหิมะ เท้าของเราจะจมลงไปพื้นหิมะทำให้ต้องใช้แรงเพิ่มขึ้นมากกว่าการเดินบนพื้นปกติ

            ไม่รวมถึงหลุมและโพรงที่ถูกหิมะกลบบังไว้ หากใครเดินพลาดไปบริเวณนั้นอาจจะจมลงไปในโพรงทั้งตัวนั่นอีกเป็นสาเหตุหนึ่งของการสูญหายของกลุ่มคนที่เดินทางกลางหิมะแต่อุปสรรคทั้งหลายไม่ใช่ปัญหาชองชายหนุ่มผมสีฟ้า วินเดินทางทางอากาศนั่นทำให้อุปสรรคที่กล่าวมานั้นหมดไป

            เพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมงวินได้มาถึงเชิงเขาลูกใหญ่ที่ยอดเขาเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวขจีซึ่งหากเดินมาอาจต้องใช้เวลาเดินทางหลายวัน ท้องฟ้าในตอนนี้ยังมืดมิดชายหนุ่มจึงนำบ้านหินสองชั้นออกมาเพื่อพักผ่อนรอเวลา

           

รุ่งเช้าต่างไม่มีชาวเมืองสนอวี่คนใดพบเจอชายหนุ่มผมสีฟ้าอีกเลย เจ้าเมืองครูเซ่สั่งให้ทหารค้นหาแต่กลับไม่พบชายหนุ่มแม้แต่เงา

“ข้าคิดว่าเขาจะต้องเป็นเทพเจ้าแน่ๆเลย”

 

“ข้าก็คิดเหมือนเจ้า”

 

“ทำไมพวกเจ้าถึงคิดแบบนั้น”

 

“เจ้าลองคิดดูตั้งแต่เขาปรากฎตัว น้ำแข็งหน้าเมือง รวมถึงวิกฤติอาหารล้วนได้รับการคลี่คลาย หลังจากนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยถ้าไม่ใช่เทพเจ้าแล้วมนุษย์ที่ไหนจะทำได้แบบนี้”

เสียงกลุ่มทหารพูดคุยกัน จนไม่นานเรื่องนี้ได้กระจายไปจนผู้คนในเมืองต่างรู้กันทั่ว

---------------------------------------------------

ยามสายหลังจากกินอาหารเช้าแล้ววินเริ่มออกสำรวจภูเขาฟูมะ ชายหนุ่มออกจากบ้านหินสองชั้นแล้วมองขึ้นไปบนยอดเขาสูงสีเขียวอย่างประหลาดใจ จากคำบอกเล่าของชาวบ้านที่อยู่ในเมืองสนอวี่เดิมทีเขาฟูมะลูกนี้เต็มไปด้วยหิมะและชั้นน้ำแข็งที่หนา แต่หลังจากมีเหตุการณ์แปลกๆบนยอดเขาหิมะบนเขาลูกนี้ก็เริ่มละลาย

ชาวบ้านหลายคนที่เข้ามาล่าสัตว์ในป่าที่ใกล้กับภูเขาฟูมะต่างเห็นว่าบนยอดเขามีแสงแปลบปลาบเกิดขึ้นเป็นบางครั้งแต่พวกเขาไม่สามารถบอกได้ว่าแสงที่เห็นเกิดจากอะไร เพราะไม่เคยมีใครกล้าขึ้นเขาลูกนี้ แม้ว่าพรานป่า รวมทั้งทหารระดับสูงหลายคนในเมืองสนอวี่จะอยู่ในขั้นจอมทัพ พวกเขาก็ไม่กล้าเสี่ยงกับสัตว์ประจำถิ่นของฟูมะซึ่งเคยมีคนเห็นว่ามันเป็นสัตว์ขั้นสูงถึงขั้นราชา

แม้ว่าต้นไม้บนภูเขาจะไม่หนาแน่นมากนักแต่วินวางแผนการสำรวจภูเขาลูกใหญ่โดยที่ชายหนุ่มคิดว่าเขาควรจะบินสำรวจอย่างช้าๆเช่นเดียวกันกับเมื่อครั้งที่ค้นหาไฮดรา 9 หัว

วินบินสำรวจพื้นที่ได้ไม่นานดวงอาทิตย์ก็เริ่มคล้อยบ่าย เขารู้สึกว่าเวลากลางวันของทวีปแห่งนี้ช่างสั้นเสียเหลือเกิน ชายหนุ่มยังคงบินไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะเห็นสัตว์อยู่บ้างประปรายแต่ในตอนนี้เขาไม่อยากเสียเวลากับสัตว์เหล่านั้นเนื่องจากในตอนนี้เสบียงที่ออนก้าจัดเตรียมไว้ให้เพียงพอให้เขากินไปได้เป็นเดือนๆ และที่สำคัญในตอนนี้เขาซึ่งอยู่ในขั้นตำนานจึงไม่จำเป็นจะล่าเพื่อเพิ่มขั้นของตนอีกต่อไป

หลังจากบินสำรวจจนแสงอาทิตย์เริ่มหมดแสงอย่างรวดเร็ว สายขาของวินได้เหลือบไปเห็นถ้ำขนาดเล็กแห่งหนึ่ง มันอยู่ไม่ไกลจากตัวเขามากนัก ด้วยความอยากรู้อยากเห็นชายหนุ่มจึงบินลงไปเพื่อสำรวจถ้ำแห่งนี้

วินค่อยๆเดินเข้าไปในถ้ำที่สูงเพียงสองเมตร ความกว้างของมันเพียงพอให้คนเดินเข้าไปได้ทีละคนเท่านั้น ชายหนุ่มใช้เวทตรวจสอบเขารู้สึกว่าถ้ำแห่งนี้มีความลึกพอสมควร ที่สำคัญภายในถ้ำมีสิ่งมีชีวิตอยู่เป็นจำนวนมาก เขาเดินเข้าถ้ำแห่งนี้ไปอย่างเงียบเชียบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #583 Thank You (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 20:22
    ขอบคุณครับ
    #583
    0
  2. #582 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 10:26
    สนุกดีครับ
    #582
    0
  3. #581 bookmail (@bookmail) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 22:31
    รออ่านตอนต่อไป

    #581
    0
  4. #580 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 20:50
    ขอบคุณครับ
    ค้างตรงในถ้ำมี...
    #580
    0