ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,421 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    398

    Overall
    254,421

ตอนที่ 123 : ตอบโต้ (ตอน 3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3719
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    28 มิ.ย. 60

ทันทีที่ทหารเข้ามารายงานแม่ทัพเจฟฟี่ลนลานออกมาจากกระโจมที่พักอย่างรวดเร็ว สิ่งที่อาจารย์ของเขาบอกยังคงก้องอยู่ในหัวของเขาตลอดเวลา ในครั้งแรกเขาตั้งใจว่าจะจัดกองทัพเพื่อเสริมกำลังกองทัพหน้าของไซฟ่อนเมื่อเพลี่ยงพล้ำ แต่เขาไม่คิดว่านักเวทเพียงคนเดียวจะสามารถทำลายกองทัพนับแสนของไซฟ่อนด้วยเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง

สิ่งที่เจฟฟี่เห็นคือนกไฟสีน้ำเงินขนาดใหญ่ที่กำลังสลายตัว สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยทหารเกือบแสนบัดนี้เต็มไปด้วยซากศพที่ดำไหม้ ท่ามกลางซากศพเหล่านั้นเขาเห็นบางร่างยังคงดิ้นทุรนทุรายจากการถูกไฟคลอกเพียงไม่นานร่างเหล่านั้นก็หยุดต่อต้านจากพญามัจจุราช แม่ทัพใหญ่มองไปยังทหารหลายกลุ่มที่รอดชีวิตจากการกวาดล้างของเปลวไฟมรณะซึ่งส่วนมากเป็นทหารเวท

“ส่งสัญญาณถอยทัพโดยด่วน” แม่ทัพเจฟฟี่ตะโกนสั่งการในทันที

หวูดดดดด

เสียงทุ้มต้ำคล้ายเสียงเป่าเขาสัตว์ของบางชนชาติในอดีตดังขึ้นนานหลายนาที ต่างกันที่เสียงที่ดังขึ้นนี้เกิดจากการใช้เวทขยายเสียงผ่านอุปกรณ์เวทที่มีหน้าตาคล้ายแตร

สัญญาณถอยทัพดังขึ้นทำให้ทหารทุกคนรู้สึกตัวพวกเขาแม้กระทั่งรองแม่ทัพไซฟ่อนเหมือนหลุดออกจากภวังค์ ทุกคนต่างชักม้ากลับค่ายที่อยู่ห่างออกไปราว 500 เมตรในทันที น่าเสียดายที่ทหารราบที่เข้าป้องกันกองทัพซ้ายและขวาของนครเซฟล้วนไม่มีใครสามารถกลับค่ายได้แม้แต่คนเดียว

 

สาเหตุที่วินไม่ได้ใช้ <วิหคเพลิง> ขั้นสูงเนื่องจากชายหนุ่มเกรงว่าความร้อนจากเวทไฟขั้นที่สูงกว่าสีฟ้าจะทำอันตรายกับทหารฝั่งตน ที่ผ่านมาชายหนุ่มเคยแต่ต่อสู้กับศัตรูเพียงคนเดียว ในกรณีที่มีหญิงสาวทั้งสามร่วมด้วยพวกเธอจะได้รับการป้องกันจากเกราะเวทของเขาทุกครั้งไป ชายหนุ่มจึงยังไม่สามารถคำนวณความแรงของเวทไฟของตนเมื่อต้องใช้กรณีที่ต้องทำสงครามโดยมีทหารฝั่งเดียวกันร่วมรบอยู่เคียงข้าง

เมื่อวินเห็นกองทัพของศัตรูถอยทัพกลับค่าย เขาหันกลับมาหาราชาเฒ่าที่นั่งตาค้าง องค์ราชาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นชายหนุ่มหันมาเขายืดตัวขึ้นแล้วนั่งในท่าปกติ ไม่เพียงแค่ศัตรูที่เกรงกลัวในพลังของวิน แม้แต่ราชา แม่ทัพ รวมทั้งทหารฝั่งเดียวกันทุกคนต่างเกรงกลัวและเคารพในพลังของชายหนุ่ม

หากใครสังเกตดีๆจะพบว่าคิ้วของชายสูงวัยข้างราชาเฒ่าขมวดเข้าหากันอยู่ครู่หนึ่งราวกับใช้ความคิด เขายกยิ้มขึ้นและหันไปสบตากับราชาเฒ่าครู่หนึ่ง รอยยิ้มนั้นหายไปในทันทีที่วินเหลียวมอง

แม้ทหารฝ่ายตรงข้ามจะถอยกลับเข้าค่ายของตนแล้ว เพราะยังไม่มีคำสั่งจากในเมืองทหารที่นำโดยอูลานและวอริคยังคงปักหลักอยู่ที่บริเวณเดิมโดยไม่มีทีท่าว่าจะเคลื่อนที่ไปไหน

“ท่านจะไม่ตามพวกมันไปหรอกหรือ” เสนาบดีฟาสิรานเอ่ยถามเสียงสั่น แม้ว่าเขาจะพยายามเก็บงำความรู้สึกของเขาแล้วก็ตาม ชายหนุ่มรู้สึกว่าน้ำเสียงของชายชราคนนี้ไม่ได้เป็นเพราะความหวาดกลัวแต่เขากลับไม่สามารถจับอารมณ์ของผู้พูดในขณะนี้ได้

“ท่านคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป” ชายหนุ่มเลิกสนใจเรื่องนั้นแล้วถามขึ้นเพราะอยากรู้ความเห็นจากชายผมขาวที่ยืนอยู่ข้างองค์ราชา

“ถ้าท่านต้องการพักเพื่อฟื้นฟูมานาก็สามารถส่งสัญญาณเรียกทหารกลับเมืองได้ หรือหากต้องการโจมตีค่ายก็ส่งสัญญาณโจมตีได้เช่นกัน” ชายผมขาวคิดว่าการใช้เวทของวินในครั้งนี้อาจทำให้มานาของเขาลดลงเป็นจำนวนมาก ถึงเวทใหญ่เหล่านั้นจะรุนแรงสักเพียงใดอย่างไรเสียข้อจำกัดที่สำคัญของนักเวทคือมานาที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู

“ถ้าเช่นนั้นให้ส่งสัญญาณถอยทัพ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น แม้ว่ามานาของเขาจะลดลงเพียงเล็กน้อยก็ตามเขาต้องการวางแผนการรบให้รัดกุมมากกว่าการบุกโจมตีอย่างไม่มีแผน

วินนั่งอยู่ที่เก้าอี้ที่ตั้งอยู่คู่กับองค์ราชาไม่นานนักแม่ทัพทั้งสองกลับมาถึงหน้าประตู ทหารทั้งหมดถูกสั่งให้ยังคงอยู่นอกกำแพงเมือง มีเพียงแม่ทัพทั้งสองที่ขึ้นมาบนกำแพงเมืองเพื่อรายงานสถานการณ์ให้องค์ราชาและชายหนุ่มได้รับรู้

เนื่องจากความตื่นกลัวของทหารข้าศึกทำให้พวกเขาสามารถกวาดล้างได้โดยแทบจะไม่สูญเสียเลย

“ท่านแม่ทัพ ถ้าข้าจะเปิดศึกกับพวกมันอีกครั้งทหารของพวกท่านพร้อมหรือไม่” วินเอ่ยถามเมื่ออูลานและวอริครายงานกับองค์ราชาเสร็จแล้ว

ถึงแม้ว่าวินคิดว่าตนสามารถเอาชนะกองทัพเหล่านั้นได้ด้วยตัวคนเดียวแต่เขาไม่อยากประมาทเพราะในครั้งเขาทำลายกองทัพนับแสนของศัตรูที่เมืองอีสมิน เป็นการโจมตีในขณะกองทัพของข้าศึกยังไม่พร้อมรบต่างจากสถานการณ์ในปัจจุบัน

“ทหารของข้าพร้อม” อูลานกล่าวตอบอย่างหนักแน่น

“ทหารของข้าก็พร้อมเช่นกัน” วอริคตอบ

ในตอนนี้แม่ทัพทั้งสองรวมทั้งทหารทั้งหมดของพวกเขาให้ความเคารพชายหนุ่มคนนี้อย่างเต็มเปี่ยม พวกเขาเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าชายหนุ่มคนนี้จะสามารถทำให้ประเทศอันเป็นที่รักของเขารอดพ้นจากหายนะในครั้งนี้ได้ นั่นยิ่งทำให้ทหารทุกคนมีความฮึกเหิมมากกว่าเก่าหลายเท่า

ครั้งแรกวินต้องการใช้งานเพียงทหารเวทเท่านั้น แต่อูลานบอกว่าแม้ทหารเวทจะมีเวทมนต์ที่รุนแรงแต่หากต้องเผชิญกับทหารราบในระยะประชิดทหารเวทที่มีร่างกายอ่อนแอจะพ่ายแพ้ในทันทีหากไม่ทหารราบคอยคุ้มครอง สิ่งที่วินลืมไปอีกอย่างคือทหารเวทเหล่านี้มีมานาน้อยกว่าเขามากอย่างเทียบไม่ติด

เสียงสัญญาณเดินทัพดังขึ้น กองทัพที่เคยแยกกันของแม่ทัพทั้งสองกลับมารวมกันอีกครั้ง หลังพวกเขาวางแผนกันเสร็จทั้งหมดเคลื่อนที่ตรงไปยังค่ายของทหารของศัตรู

---------------------------------

“ข้ายอมรับโทษ” รองแม่ทัพไซฟ่อนคุกเข่าอยู่ด้านหน้าแม่ทัพใหญ่ที่นั่งอยู่ภายในกระโจม

“มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าทั้งหมด ถ้าข้าไม่ถือทิฐิแล้วเชื่อคำเตือนของอาจารย์คงไม่เป็นแบบนี้ เราต้องร่วมมือกันในสงครามครั้งนี้” แม่ทัพเจฟฟี่ถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ขอบคุณท่านแม่ทัพ ข้าขอเชื่อฟังคำสั่งของท่านโดยไม่โต้เถียง” ไซฟ่อนก้มหน้าเขายังคงรู้สึกหวาดหวั่นกับพลังทำลายล้างของเวทมนต์ศัตรูไม่หาย

“ข้าคิดว่าเจ้าจอมเวทคนนั้นจะต้องพักอีกนานกว่ามานาของมันจะฟื้นกลับมา เราจะต้องฉวยโอกาสเข้าตีเมืองในตอนนี้” เมื่อวางแผนกันแล้วเจฟฟี่ ไซฟ่อนและเหล่าขุนพลทั้งหมดจึงออกจากกระโจม

พวกเขาไม่ประหลาดใจที่เห็นกองทัพของโมเนแดตเคลื่อนไหว เจฟฟี่คิดว่านั้นเป็นกลศึกของฝั่งตรงข้ามที่ต้องการถ่วงเวลาให้จอมเวทลึกลับได้พักฟื้นฟูมานา จึงส่งกองทัพเข้ามาประชิดในช่วงที่ทหารของตนกำลังเสียขวัญ

เจฟฟี่ได้พูดปลอบขวัญทหารของเขาและไซฟ่อน เขายกเรื่องที่จอมเวทฝั่งตรงข้ามต้องฟื้นฟูมานารวมทั้งจัดรูปแบบกองทัพใหม่ เสียงสัญญาณรบดังขึ้นอีกครั้งหลังจากกองทัพฝั่งตรงข้ามเคลื่อนพลได้ไม่นาน

 

วินในแถวนักเวทแถวหลังสุดมองไปยังกองทัพเกือบ 2 แสนคนของฝั่งตรงข้ามอย่างสงสัย เขาคิดว่าทหารเหล่านั้นควรจะเสียขวัญจากการถูกโจมตีอย่างฉับพลันเมื่อครู่แต่ทหารเหล่านั้นกลับดูฮึกเหิม

“ท่านอูลานคิดอย่างไรกับกองทัพศัตรู” ชายหนุ่มถามพลางขอคำปรึกษา แม้เขาจะมีเวทมนต์ที่รุนแรงแต่ความรู้กลยุทธทางสงครามนั้นชายหนุ่มคิดว่าตนมีความรู้น้อยมาก

“ข้าคิดว่าแม่ทัพฝั่งตรงข้ามคงคิดว่าทหารของเราออกมาเพื่อถ่วงเวลาให้ท่านวินพักเพื่อฟื้นฟูมานาจึงฉวยโอกาสเข้าตีเมืองให้เร็วที่สุด” อูลานอธิบายพร้อมชี้ไปยังแถวทหารฝั่งตรงข้ามที่จัดแถวเหมือนสามเหลี่ยมโดยพุ่งมุมแหลมเข้าหากำแพงเมืองเป็นการบ่งบอกว่าต้องการเจาะทะลวงตรงกลางให้เร็วที่สุด

“อืม...ไม่คิดว่าจะเข้าแผนของเราพอดี” วอริคที่อยู่ซ้ายมือของวินพูดขึ้น

“เราควรให้ทหารเดินช้าๆ” แม่ทัพอูลานเสนอแนะ

เมื่อระยะของกองทัพทั้งสองห่างกันอีกประมาณ 500 เมตร ระยะนี้เป็นระยะที่ธนูยังยิงไม่ถึง วินสั่งให้ทหารทุกคนหยุดเดิน ทหารทุกคนตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบทุกคนต่างรู้หน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดี ทหารราบด้านหน้ายกโล่ห์ขึ้นมาตั้งบังลูกธนูที่อีกไม่นานจะมาเป็นห่าฝน พลธนูด้านหลังต่างอยู่ในท่าเตรียมพร้อม

 

“ดูเหมือนว่าจะเป็นจริงอย่างที่ท่านแม่ทัพพูด ให้ทหารออกรบแต่เดินช้าเพื่อต้องการถ่วงเวลา” รองแม่ทัพไซฟ่อนมองไปยังทหารฝั่งตรงข้าม

“ข้าจะไม่ให้มันได้มีเวลาพัก ทหารแค่ไม่กี่หมื่นริจะมาสู้กับกองทัพสองแสนของเรา” แม่ทัพเจฟฟี่ยิ้มเหี้ยม

“พวกเราจงบุกเข้าไปฆ่าพวกมันเพื่อแก้แค้นให้กับพวกพ้องที่ถูกมันฆ่าตาย” ไซฟ่อนตะโกนก้องพร้อมกับชูคทาสีเงินขนาดใหญ่ ปลายคทามีลูกตุ้มที่มีหนามแหลมติดอยู่(morning star)

เฮ! เฮ!

คำพูดของไซฟ่อนช่วยกระตุ้นความฮึกเหิมให้กับเหล่าทหารจนพวกเขาลืมไปแล้วว่าเมื่อครู่เพื่อนทหารจำนวนมากได้ตายลงด้วยมือของชายเพียงคนเดียว

กองทัพของเจฟฟี่ยังคงมุ่งหน้าต่อไปจนกระทั่งเหลือระยะอีกไม่มากก่อนที่ทหารทั้งสองฝ่ายจะปะทะกัน พวกเขาต่างประหลาดใจเมื่อเห็นแถวทหารของศัตรูแหวกออก ผู้ที่บังคับม้าออกมาด้านหน้าคือชายหนุ่มผมสีฟ้าในชุดสีดำเงา

ทหารเวทที่รอดตายในศึกเมื่อครู่หลายคนต่างจำได้ว่าเขาคนนั้นคือคนที่ยืนอยู่ลำพังบนกำแพง คนที่สร้างนกไฟสีฟ้ามาทำลายล้างกองทัพนับแสนเมื่อครู่ เมื่อครู่เพราะแม่ทัพใหญ่บอกว่านักเวทคนนี้ควรจะไม่มีมานาเหลือแล้วแต่ทำไมกลับเป็นว่าพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับพญามัจจุราชชุดดำนี่อีกครั้ง

ภาพการทำลายล้างย้อนกลับมาในความทรงจำอีกครั้ง ความหวาดกลัวของทหารเหล่านั้นทำให้หลายคนก้าวขาไม่ออกและรู้สึกว่าขาทั้งสองของพวกเขาหนักราวกับมีหินก้อนใหญ่มาถ่วงไว้ หลายคนทรุดตัวไปนั่งตัวสั่นบนพื้น

“มะ...มัน มา ได้ อย่าง ไร” รองแม่ทัพไซฟ่อนชี้ไปยังชายหนุ่มชุดดำที่นั่งเด่นอยู่บนหลังม้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #803 ErictiesE (@ErictiesE) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 09:20
    สรุป ตอนได้ลูกแก้วดำ(จากมังกรสี่หัว)  ผมพระเอกเปลี่ยนสี ..หรือไม่เปลี่ยน ถ้าไม่เปลี่ยนใช้สีเดิม ก็ไปลบช่วงนั้นของตอน.ออก
      อ่านแล้วยืด ควรจะจบได้ตั้งนานแล้ว  บินไปทิ้งระเบิด,แช่แข็ง,เผา,ครอบโดม, กลางค่ายไปเลย  ถ้ากลัวโดนฝั่งตัวเองก็สร้างโล่เวทครอบฝั่่่งตัวเองก็ได้   อ่านแล้ววุ่นวายจริงๆจะยืดทำไม เหมือนพระเอกฉลาดมาตลอดกลับคิดเรื่องแค่นี้ไม่ออก. 
    .
    ..
    แค่อยากบอกว่่า...ตููมเดียวพอมั้ง....หรือถ้ากลัวไม่สะใจ โชว์คอมโบทุกธาตุไปเลย. เอาแบบผสม.รวมมิตรตทุุกอย่างไปเลย
    (ขั้นสูงสุุดแล้วยังจับมาเขียนให้สู้ตัวกับประกอบ)
    #803
    0
  2. #796 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 09:42
    ขอบคุณครับ
    #796
    0
  3. #795 สนุกมาก (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 06:22
    สนุกมาก
    #795
    0
  4. #794 Thank You (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 22:25
    ขอบคุณครับ
    #794
    0
  5. #793 none2809 (@none2809) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 19:24
     สนุก มาก นั่ง อ่านคอมเม้นก้สนุก55555
    #793
    0
  6. #791 MozartTx (@MozartTx) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 12:42
    ค้างๆอีกแว้ว รอต่อไป
    #791
    0
  7. #790 วิโรจน์ ศรเพชร (@virost) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 12:41
    หุหุ ไอ่หัวฟ้าคนนี้อาจเป็นตัวปลอม หรือไม่ก็ฝาแฝดก็ได้ตัวจริงอาจนอน ผะงาบๆเพราะมานาหมดอยู่ในค่าย เพราะงั้นลุย
    555+ ไปตายกัน เอิ๊กๆ
    #790
    0
  8. #789 Nazarynn (@Nazarynn) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 12:41
    ค้างมาก 555 ฮือ ควรดองไว้จนจบศึกค่อยมาอ่านรวดทีเดียวสินะ
    #789
    0
  9. #788 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 11:46
    #788
    0
  10. #787 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 10:47
    สนุกดีครับ
    #787
    0
  11. #786 tomtam333 (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 10:36
    ขี่ม้ามอ่าดิถามได้(วินไม่ได้ตอบไว้)
    #786
    0
  12. #785 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 10:32
    ขอบคุณครับ
    #785
    0