ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,358 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    335

    Overall
    254,358

ตอนที่ 135 : เจรจา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2496
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    16 ส.ค. 60

“ประกาศ ชาวเมืองทุกคนจงฟัง บัดนี้เมืองแห่งนี้ได้ถูกยึดครองโดยข้า วิน กราเมน โมเนแดต องค์ชายแห่งอาณาจักรโมเนแดต ข้าขอสัญญาด้วยเกียรติของข้า ว่าหากทุกคนอยู่ในความสงบจะไม่มีการทำร้ายใคร ทุกคนจะได้รับการคุ้มครองจากทหารของโมเนแดต พวกเจ้าสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่หากมีผู้ใดคิดต่อต้านหรือสร้างความปั่นป่วนมันผู้นั้นและครอบครัวจะต้องรับโทษสถานหนัก และนับแต่บัดนี้ข้าขอประกาศยกเว้นการเก็บภาษีเป็นเวลา 2 ปี” ในตอนเช้าหลังจากสิ่งต่างๆภายในเมืองมิสทาวน์เข้าที่เข้าทาง วินประกาศเสียงดังไปทั่วเมืองด้วยเวทมนต์ขยายเสียง

 

วินตรวจดูของที่ได้จากการยึดมิสทาวน์ที่ในตอนนี้ถูกเก็บไว้ในแหวนมิติขนาดใหญ่ของตน แม้จะขายอาหารที่ได้จากคลังภายในคฤหาสเจ้าเมืองไปกว่าครึ่งแต่เขายังเหลือเสบียงอีกมาก มันมากพอที่จะเลี้ยงคนเป็นแสนได้เกือบหนึ่งเดือนเลยทีเดียว

นอกจากอาหารจำนวนมากแล้วในแหวนมิติอีกวงหนึ่งยังมีเงินอีกนับพันล้านลอยด์ มันเป็นเงินที่เขายึดจากที่ซ่อนลับของคราวน์รวมกับเงินคงคลังบางส่วนของเมืองนี้ แม้วินจะเก็บเงินในคลังของเมืองไว้ที่ตนแต่เจ้าเมืองคนใหม่จะได้รับเงินจำนวนมากอาหารซึ่งคาดว่ามันจะมากกว่าเงินที่วินเก็บมาเสียด้วยซ้ำ

ชาวเมืองส่วนใหญ่ต้องการเพียงอยู่อย่างอิ่มท้อง การใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย ยิ่งไม่มีการขูดรีดภาษีเหมือนในอดีตทุกคนในเมืองจึงไม่คิดจะต่อต้าน วินทิ้งทหารไว้เพียง 1,000 คนซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นทหารในกองทัพที่นำโดยแรค วินให้กลุ่มขุนนางที่เขาพามานำโดยชาโต้ขุนนางที่องค์ราชา แต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองคนใหม่เข้าบริหารเมือง เขากองทัพอยู่ช่วยกลุ่มขุนนางจัดการเรื่องต่างๆภายในเมืองอย่างไม่รีบร้อนเพื่อรอข่าวสารบางอย่างที่วินส่งไปยังซิลเวอเรีย

แม้ดูเหมือนวินจะใจดีที่ปล่อยทหารหลายหมื่นคนในเมืองมิสทาวน์ให้เป็นอิสระแต่นั่นเพราะเขาเล็งผลระยะยาวหลังจากยึดเมืองอื่นๆของประเทศโบเนียได้แล้ว

+++++++++++++++++++

“อะไรนะ เจ้าว่ามิสทาวน์ถูกยึดแล้วงั้นรึ แล้วเจ้าวัตสันมันมัวไปมุดหัวอยู่ที่ไหน” เสียงราชาแกรนเวียร์ตวาดดังลั่นห้องโถงขนาดใหญ่

“ได้ข่าวว่าข้าศึกนำกำลังเพียงไม่กี่พันคนลอบเข้าเมืองตอนกลางดึก ท่านแม่ทัพและเจ้าเมืองล้วนถูกจับเป็นเชลย” หัวหน้าหน่วยข่าวรายงาน

“มีแต่คนไม่ได้เรื่อง” เสียงตวาดดังขึ้นกว่าเดิม คนในห้องโถงต่างเงียบงันด้วยความเกรงกลัว

ประตูห้องประชุมใหญ่เปิดออกอย่างช้าๆ ทุกคนหันไปมององครักษ์ที่เดินเข้ามาพร้อมเอกสารบางอย่าง

“มีจดหมายจากกองทัพข้าศึกครับ” องครักษ์ร่างใหญ่ยื่นจดหมายให้กับขุนนางผู้ใหญ่ที่ยืนอยู่เคียงข้างองค์ราชา

“อ่านให้ทุกคนได้ยิน” แกรนเวียร์ลดเสียงลงบอกกับขุนนางสูงวัยด้านข้าง

“ถึง ราชาแกรนเวียร์ผู้ยิ่งใหญ่

            ข้าวิน กราเมน โมเนแดตองค์ชายแห่งราชวงศ์กราเมน โมเนแดต จากการรุกรานโมเนแดตโดยกองทัพโบเนียจนทำให้ทางเราต้องสูญเสียเป็นจำนวนมาก บัดนี้กองทัพของข้าได้ตอบโต้โดยการยึดเมืองมิสทาวน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าเมืองมิสทาวน์ เหล่าขุนนางและแม่ทัพล้วนอยู่ในความดูแลของข้า เนื่องจากข้าไม่เห็นด้วยกับการทำสงคราม ข้ายินดีจะปล่อยตัวพวกเขาและยอมถอยทัพหากองค์ราชายอมทำข้อตกลงตามนี้

1.      จ่ายค่าปฏิกรรมสงครามเป็นมูลค่า 5 แสนล้านลอยด์ และต้องจ่ายอีกปีละ 5 หมื่นล้านลอยด์ต่อปีเป็นเวลา 10 ปี

2.      ทำสัญญาสงบศึกและจะไม่มีการเคลื่อนกำลังทหารเป็นเวลา 20 ปี

3.      ยกเมืองมิสทาวน์ให้เป็นของโมเนแดต

วิน กราเมน โมเนแดต”

เสียงอ่านเงียบลงพร้อมกับยื่นจดหมายดังกล่าวให้กับองค์ราชาที่กำลังยืนกำมือแน่นอยู่ด้านข้าง

“มันคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้ามาต่อรองกับคนอย่างข้า” แกรนเวียร์รับจดหมายมาแล้วฉีกทิ้งอย่างเกรี้ยวกราด “พวกเจ้าไปเตรียมกองทัพให้พร้อมข้าจะออกไปขยี้พวกมันด้วยตัวเอง” เขาเดินออกจากห้องประชุมทันทีที่สั่งแม่ทัพทั้งหมด

++++++++++++++++++++++++

กองทัพของวินเดินทางโดยใช้ถนนสายใหญ่ที่มุ่งตรงไปยังเมืองซิลเวอร์เรีย ภายในแถวทหารมีรถม้าที่ใช้กักขังนักโทษอยู่ 3 คัน ภายในมีคนถูกขังอยู่คันละ 5 คน คนเหล่านี้คืออดีตเจ้าเมือง แม่ทัพรวมทั้งขุนนางที่ถูกจับเป็นเชลย

การเดินทางผ่านมาแล้ว 3 วัน ตั้งแต่เมื่อวานกองทัพของวินพบกับทหารที่ดักซุ่มโจมตีตลอดทางทำให้การเดินทางของพวกเขาล่าช้าไปบ้าง แต่มันไม่ใช่ปัญหาในการรับมือของพวกเขาแต่อย่างใด

วินตัดสินใจเคลื่อนทัพหลังจากรอข้อความตอบกลับจากราชาแกรนเวียร์อยู่ 7 วัน แม้จะไม่ได้คำตอบจากจดหมายที่วินส่งไปเจรจากับราชาแกรนเวียร์แต่ในตอนนี้เขาก็ได้คำตอบแล้วจากการถูกซุ่มโจมตีจากข้าศึกตลอดทาง

 

“ข้าให้โอกาสพวกมันแล้วแต่ราชาแกรนเวียร์กลับไม่ยอมรับมัน” วินนั่งบ่นกับราชาเฒ่าและฟาสิรานในห้องทำงานขององค์ราชาในพระราชวังขนาดใหญ่ในนครเซฟ

“ข้าไม่แปลกใจที่ราชาแกรนเวียร์ปฎิเสธข้อเสนอของท่าน ข้อเสนอของท่านทำให้เขาดูเหมือนถูกหยามเกียรติ” ฟาสิรานเอ่ย

“ข้อเสนอที่ดูเหมือนมากเกินไปของข้าเพียงเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่มีเงินงบประมาณเพื่อจัดเตรียมกองทัพไปรุกรานใครอีกนาน” วินบอกถึงความคิดของเขา

“อืม...แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อแกรนเวียร์ไม่ยอมรับเงื่อนไข” องค์ราชาถามขึ้นขณะที่วางแก้วน้ำชาลงบนโต๊ะ

“ยึดมาเป็นส่วนหนึ่งของโมเนแดต ส่วนประเทศที่เคยเป็นเมืองขึ้นของโบเนียอาจเรียกมาเจรจากันว่าจะเอาอย่างไรต่อไป” วินตอบหน้านิ่ง

“ส่วนเชลยข้าคิดว่าปล่อยพวกมันกลับไปดีกว่าเก็บไว้เป็นภาระ” เสนาเฒ่าเสนอ

“ดีเหมือนกันปล่อยให้พวกมันไปจัดการกันเอง” วินพูดจบเขามองเวลาแล้วเห็นว่าตอนนี้เลยเที่ยงคืนมาแล้วจึงลุกขึ้นแล้วขอตัวกลับค่ายทหาร จากนั้นจึงเปิดประตูมิติแล้วเดินผ่านเข้าไป

++++++++++++++++++++++++++++++++++

กองทัพของวินเดินทางมาถึงชายป่า ด้านหน้าของพวกเขาเป็นพื้นที่แห้งแล้งและกันดารที่มีเพียงพื้นหินสีแดง หินผาที่สูงชันและหุบเหวลึก หากมองทางเส้นนี้จากที่สูงมันดูเหมือนภูเขาสูงที่ทอดยาวไปด้านหน้าที่ถูกใครบางคนผ่าครึ่งให้มันแยกออกจากกัน

พวกเขาจะต้องเดินผ่านหุบเหวที่เคยเป็นแคนย่อนในอดีตซึ่งปัจจุบันสายน้ำขนาดใหญ่ที่เคยไหลผ่านบริเวณนี้ได้เหือดแห้งไปนานนับศัตวรรษ

จากตรงนี้หุบเหวสายนี้ไม่ใช่ทางสายเดียวที่จะมุ่งไปยังเมืองซิลเวอร์เรียได้ แต่หากจะใช้เส้นทางอื่นพวกเขาจะต้องขี่ม้าอ้อมไปอีกหลายพันกิโลเมตรวินจึงตัดสินใจที่จะใช้เส้นทางนี้เพื่อตรงไปยังเมืองหลวงของศัตรูให้เร็วที่สุด

“ทางข้างหน้าอันตรายยิ่งนัก” แม่ทัพวอริคกระซิบเบาๆ เขาไม่ต้องการให้ทหารตื่นตระหนก

“อืม...ข้าจะหาวิธีให้พวกเราผ่านไปได้โดยปลอดภัย” วินตอบกลับอย่างมั่นใจ “คืนนี้เราจะตั้งค่ายที่นี่” วินบอกกับทหารทั้งหมด

พื้นที่ที่พวกเขาเลือกตั้งค่ายเป็นพื้นที่โล่งชายป่าแม้ด้านหลังจะเป็นผืนป่าที่อาจมีข้าศึกลอบเข้ามาโจมตีแต่ทหารทุกคนกลับไม่รู้สึกกังวล ตลอดหลายวันที่ผ่านมาพวกเขาจัดการกับข้าศึกที่เข้าโจมตีทั้งกลางวันและกลางคืนได้ตลอดโดยไม่มีผู้บาดเจ็บ

ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี วินบินโฉบไปมาเหมือนนกเหนือหน้าผาที่สูงชัน เขาเห็นค่ายทหารหลายค่ายตั้งอยู่สองฝั่งของหน้าผา หน้าค่ายทหารห่างจากหน้าผาไม่กี่สิบเมตรมีหินขนาดใหญ่จะนวนมากวางเรียงรายตลอดทาง

“พวกมันคิดจะฝังคนของเรางั้นรึ” ชายหนุ่มบ่นพึมพำ

วินยังคงบินไปตามขอบหน้าผาที่ยาวหลายสิบกิโลเมตร ตลอดสองข้างทางมีค่ายทหารกลุ่มเล็กๆกระจายอยู่ห่างๆ เขากลับมายังเต้นท์ที่พักของตนหลังจากออกไปสำรวจเส้นทางนานราวชั่วโมงเศษ

รุ่งเช้าวินเรียกแม่ทัพวอริคและรองแม่ทัพทุกคนเข้าประชุมทันทีหลังอาหารเช้า

“ข้าเรียกพวกท่านมาเพื่อจะหารือเรื่องการเดินทางในวันนี้” วินเปิดประเด็นในทันทีที่ทุกคนนั่งประจำที่ของตน “เมื่อคืนข้าไปสำรวจเส้นทางข้างหน้าแล้วพบว่าทางเส้นนี้อันตรายมากกว่าที่คิดไว้มากนัก”

“เช่นนั้นเราควรอ้อมไปทางตะวันออกแทน” แม่ทัพวอริคเสนอ

“ถ้าเราใช้เส้นทางตะวันออกจะทำให้เสียเวลาเดินทางมากขึ้นอีก 5-6 วัน” วินแย้งแม้ว่าเขาจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของทหารทุกคนแต่ชายหนุ่มก็ไม่อยากเสียเวลาเดินทางไปมากกว่านี้

“พวกเราก็ฝ่าเข้าไปตรงๆเลยทหารทุกคนมั่นใจในเกราะธาตุขององค์ชาย” รองแม่ทัพคนหนึ่งเสนอ

“ข้าคิดว่ามันเสี่ยงเกินไป” แม้ว่าทหารทุกคนจะมีเกราะธาตุป้องกันตัวเองแต่วินไม่มั่นใจว่าเกราะธาตุจะสามารถรับแรงกระแทกจากก้อนหินที่หนักเป็นตันๆได้นานเท่าไร

“....” เสียงพูดคุยภายในห้องประชุมเงียบลงครู่ใหญ่ทุกคนต่างไม่มีความคิดใดจะเสนอ

“พวกเราจะใช้เส้นทางนี้” ชายหนุ่มชี้ไปยังแคนย่อนที่เหือดแห้งด้านหน้า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #949 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 135)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:41
    อ้ากก มานไม่แจ้งเตือนอ่านช้าเลย ขอบคุณครับ
    #949
    0
  2. #948 Thank You (จากตอนที่ 135)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 09:37
    ขอบคุณครับ
    #948
    0
  3. #947 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 135)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 00:49
    ขึ้นเรือเหาะไปสิครับท่าน
    #947
    0
  4. #946 สนุกมาก (จากตอนที่ 135)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 21:06
    สนุกมาก
    #946
    0