ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,421 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    398

    Overall
    254,421

ตอนที่ 22 : แม่ทัพมิชเชล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9815
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    30 ก.ค. 59

เป็นเช้าที่อากาศสดใสวินลืมตาขึ้นในตอนเช้าเขายังคงอยู่ในห้องนอนขนาดใหญ่ภายในบ้านไม้ที่เข้าคุ้นเคย วินตั้งใจว่าจะไปหาซื้อของสำหรับการเดินทางในวันพรุ่งนี้ แต่ตอนนี้เขามีปัญหาใหญ่ที่จะต้องจัดการ วินมองไปทั่วห้องเห็นออนก้านอนอยู่แต่กลับไม่เห็นแอลฟ่า ชายหนุ่มเดินไปปลุกเธอจึงงัวเงียตื่นขึ้นมา

“ทั้งหมดเป็นแผนของเจ้ารึ” วินซัก

“ข้า...เอ่อ....ท่าน....ไม่ชอบแอลฟ่าหรือคะ” ออนก้าเสียงเศร้า

“มันเป็นคนละเรื่องกัน ทำไมเจ้าถึงไม่ปรึกษากับข้าก่อน เจ้าทำแบบนี้ทำไม” เขาเสียงดังด้วยความโกรธ

“ข้าขอโทษ” ออนก้ารู้สึกผิด

“ตอนนี้แอลฟ่าอยู่ไหน” วินถามเสียงดัง

------------------------------------------------------------------------

ย้อนเวลากลับไปในคืนนั้น กลางดึกขณะที่เขาหลับรู้สึกว่าเหมือนมีหญิงสาวมานอนกอดอยู่ด้านหลังและลูบไล้เขาไปทั่ว ในครั้งแรกเขาคิดว่าเป็นออนก้า เขาจึงพลิกตัวขึ้นไปจูบและซุกซนกับร่างของเธอ ทันทีที่เขาสัมผัสก็รู้สึกได้ว่าเธอคนนี้ไม่ใช่ภรรยาของตนเขาจึงชะงักแต่มือของหญิงสาวยังคงไม่หยุดจนกระทั่งสัตว์ร้ายในตัวของเขาตื่นขึ้น สติของวินได้หลุดลอยไปไกล

------------------------------------------------------------------------

แอลฟ่าเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างช้าๆด้วยน้ำตาอาบสองแก้ม หญิงสาวผมสีทองได้ยินทุกคำพูดที่คนทั้งสองคุยกัน เธอเข้าใจว่าที่วินโกรธเพราะรังเกียจในตัวเธอ

“แอลฟ่า! เกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรเจ้า” วินดีใจที่เธอยังคงอยู่ แต่ชายหนุ่มตกใจที่เห็นเธอร้องไห้

“ข้าขอโทษ ข้าไม่คิดว่าท่านจะรังเกียจในตัวข้า” เธอพูดทั้งน้ำตา

“ข้าไม่เคยรังเกียจเจ้า”

“ท่านไม่รังเกียจข้า แต่ท่านโกรธออนก้า...ข้าไม่เชื่อ ข้าได้ยินพวกท่านคุยกันหมดแล้ว ท่านรังเกียจข้า รังเกียจที่ข้าเป็นเลือดผสม รังเกียจที่ข้า...” เธอเดินมายืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มและเริ่มสติแตก

“ข้าไม่เคยรังเกียจเจ้า ที่จริงแล้วข้าเป็นห่วงเจ้า ความจริงแล้วข้ารักเจ้า รักเจ้าเท่าๆกับออนก้า” วินเช็ดน้ำตาของเธอและดึงเข้ามากอด ในขณะที่ออนก้าถอนหายใจอย่างโล่งอก และมีรอยยิ้มเล็กๆบนใบหน้า

“ข้าก็รักท่าน” แอลฟ่ากระซิบที่ข้างหูชายหนุ่ม หลังจากนั้นออนก้าจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้วินฟัง แท้ที่จริงแล้วฮาฟเอลฟ์สาวหลงรักวินตั้งแต่เจอกันที่หมู่บ้านเอลฟ์ แต่เธอเก็บเรื่องนี้ไว้โดยไม่บอกใคร ตลอดการเดินทางเธอจะแอบมองชายหนุ่ม ออนก้าสงสัยและไต่ถามเธอจึงยอมบอกความรู้สึกของเธอ จึงวางแผนให้ทั้งคู่สมหวัง

“แล้วเจ้าไม่รู้สึกหึงข้ารึ” วินถามเสือสาว

“ไม่เลยถ้าเป็นแอลฟ่า ข้าเชื่อว่าถึงแม้ท่านจะมีภรรยาสักกี่คนท่านก็ยังคงรักข้า” ออนก้ายิ้มกว้าง

------------------------------------------------------------------

          อากาศร้อนในยามบ่ายไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงผมสีน้ำทะเลรู้สึกร้อนสักเพียงใด ชายหนุ่มในชุดสีขาวที่แม้แต่ตัวเองยังรู้สึกไม่คุ้นเคย เขากำลังยืนดูต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสร้างความร่มรื่นให้กับผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาบริเวณนี้ ริมกำแพงพระราชวังอันใหญ่โตแต่กลับมีคนสัญจรไม่มากนักเนื่องจากพื้นที่โดยรอบพระราชวังล้วนเป็นหน่วยงานสำคัญของทางการทั้งสิ้น ทำให้ผู้ที่ผ่านไปมาบริเวณนี้ล้วนเป็นทหารหรือขุนนางระดับต่างๆ หากมีประชาชนคนธรรมดามาย่างกรายบริเวณนี้เขาจะถูกจับจ้องจากเหล่าทหารรักษาพระราชวังร่างใหญ่

            “เจ้ามายืนทำอะไรบริเวณพระราชวังนี่” ทหารยามร่างใหญ่ตะคอกใส่ชายผมสีฟ้าที่ยืนชมนกชมไม้อยู่ใต้ร่มไม้ขนาดใหญ่

            “ท่านแม่ทัพมิชเชลให้ข้ามารอที่นี่วันนี้” วินอ้างชื่อแม่ทัพแต่ไม่ทำให้ทหารยามคนนั้นลดความเกรียวกราดลงแม้แต่น้อย

            “ข้าไม่เห็นได้รับรายงานเรื่องนี้” ทหารยามร่างใหญ่ยิ่งมองชายหนุ่มด้วยสายตาดูแคลน

            “เพิ่งจะรู้ว่าข้าต้องรายงานให้เจ้ารู้ด้วย” เสียงก้องกังวานของหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง

            “ขออภัยครับท่านแม่ทัพ” เสียงสั่นเครือของทหารร่างใหญ่ หน้าของเขาเริ่มซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ทหารยามที่ยืนอยู่หน้าประตูล้วนทำความเคารพ

            “สวัสดี ท่านวิน” เสียงหญิงสาวที่ไม่คุ้นหูทักทายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูพระราชวัง

            “สวัสดีครับ ท่านคือ” วินหันไปมองเจ้าของเสียงที่ทักทายเขา เธอเป็นหญิงสาวที่มีความสูงไล่เลี่ยกับเขา ผิวขาวผมดำ ตาสีดำเป็นประกาย หน้าตาสวยคมในชุดขุนนางชั้นสูง

            “ข้ามิชเชล” คำตอบเพียงสั้นๆทำให้วินที่อยู่ในภวัง สะดุ้งเล็กน้อยก่อนโค้งทำความเคารพ

            “ข้า...ข้าไม่คิดว่าท่านคือแม่ทัพมิชเชล” ทุกครั้งที่วินพบมิชเชลเธอมักใส่หมวกเหล็กตลอดเวลา แม้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาไม่มีผู้ใดแยกออกว่าเธอเป็นแม่ทัพหญิง แม้กระทั่งลูกน้องทั้งหมดในกองทัพของเธอยังไม่มีใครรู้ นอกเหนือจากเวลาเข้าเฝ้าพระราชาตลอดเวลาที่เธอเข้าประจำการเธอจะแต่งกายเต็มยศพร้อมสวมหมวกเหล็กเต็มหน้าทุกครั้ง หากไม่อยู่ในชุดขุนนางเธอจะใส่ชุดมิดชิดที่มีฮูดคลุมตลอดเวลา

            “ทำไมท่านถึงมาเป็นแม่ทัพได้” วินถามขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินเข้าสู่พระราชวังอันหรูหรา

            “มันเป็นความฝันในยามเด็กของข้า” หญิงสาวถอนหายใจยาวก่อนจะตอบคำถามอย่างเชื่องช้า

------------------------------------------------------------

แม่ทัพมิชเชลเป็นลูกชาวนามีพี่น้องรวมกัน 5 คน บ้านเดิมอยู่นอกเมืองแซนติโก วัยเด็กเธอมักจะเห็นทหารนอกแถวหลายคนไปขุดรีดชาวบ้านในหมู่บ้าน รวมถึงพ่อแม่ของเธอ เธอจึงมีความตั้งใจจะเป็นทหารเพื่อกำจัดทหารนอกแถวเหล่านี้ ทุกคนที่รู้ในความฝันในวัยเด็กของเธอล้วนหัวเราะเยาะเย้ย นั่นกลับเป็นแรงกระตุ้นให้เธอพัฒนาฝีมือและระดับของเธอจนรุดหน้ากว่าเด็กผู้ขายในวัยเดียวกัน หมู่บ้านของเธอก็เป็นหนึ่งในหลายหมู่บ้านที่ถูกสัตว์ร้ายบุกเข้าทำลายเมื่อครั้งเธออายุ 10 ปี คนในครอบครัวของเธอตายด้วยฝีมือของสัตว์ร้ายเหล่านั้น ในวันนั้นเธอตามป้าของเธอเข้าไปทำธุระในเมือง เธอจึงเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รอดมาได้ แต่ป้าซึ่งเป็นญาติคนเดียวของเธอล้มป่วยและตายในหนึ่งปีต่อมาทำให้เธอต้องอยู่เพียงลำพัง จากนั้นไม่นานเธอได้พบอาจารย์ลึกลับคนหนึ่งโดยบังเอิญทำให้ฝีมือดาบของเธอยิ่งรุดหน้าอย่างก้าวกระโดด มิชเชลเรียนวิชาดาบกับอาจารย์อยู่ 5 ปีจึงออกเดินทางเพื่อพัฒนาฝีมือ เมื่อปีที่แล้วขณะเธออยู่ขั้นยอดฝีมือ ระดับ 2 เธอได้สมัครเป็นทหาร ด้วยระดับนี้หากเป็นชายจะสามารถรับตำแหน่งแม่ทัพที่มีลูกน้องในสังกัด 2,000 คนได้อย่างไม่ยากนัก แต่ในสังคมที่กีดกันความสามารถของผู้หญิงขุนนางหลายคนล้วนปฏิเสธจะให้ตำแหน่งแม่ทัพต่อเธอ หลายคนแนะนำให้ทำงานในหน่วยงานอื่น เนื่องจากความสวยของเธอทำให้ขุนนางบางคนขอรับเลี้ยงเป็นภรรยา แต่เธอยังยืนกรานที่จะเป็นทหาร ด้วยฝีมือดาบอันโดดเด่นของมิชเชลเธอสามารถทำให้ขุนนางบางคนยอมรับแต่กระนั้นจากแรงกดดันจากขุนนางจำนวนมากเธอได้เพียงตำแหน่งแม่ทัพคุมทหารจำนวน 500 คน

            “คริ คริ” มิชเชลหัวเราะเบาๆก่อนจะพาวินเข้าไปภายในพระราชวัง

            “ออนก้าไม่ได้มากับท่านด้วยหรือคะ”

            “ท่านก็รู้ว่าขุนนางส่วนใหญ่ล้วนถือยศศักดิ์ อย่าว่าแต่เลือดผสมอย่างนางเลย แม้กึ่งมนุษย์ยังถูกรังเกียจ จะมีก็เพียงท่านมิชเชลที่ไม่ถือตัว นางเกรงว่าจะสร้างความวุ่นวายจึงขอรอข้าอยู่ที่บ้าน” วินตอบมิชเชล สายตาก็สอดส่องยังพื้นที่ต่างๆของพระราชวังขนาดใหญ่

เมื่อเข้ามาภายในกำแพงขนาดใหญ่สีขาวสูงกว่า 4 เมตรพบถนนหินสีเทาทอดยาวไปยังปราสาทขนาดใหญ่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่ที่แซมด้วยไม้พุ่มรูปร่างต่างๆ ในทุ่งดอกไม้หลากหลายสีสันมีผีเสื้อจำนวนมากบินหยอกล้อกัน ปราสาทสีขาวมีหลังคาดินเผาสีแดงคลุมอยู่ รอบๆปราสาทมีหอคอยยอดแหลมกว่าสิบยอด ภายในปราสาทถูกตกแต่งอย่างหรูหราผนังสีขาวตัดกับพรมหนานุ่มสีแดง ทั้งคู่เดินมาถึงหน้าห้องขนาดใหญ่ภายนอกมีทหารเฝ้าอยู่หลายคน ข้างประตูบานใหญ่มีโต๊ะใหญ่ตั้งอยู่ ด้านหลังโต๊ะเป็นตู้ไม้ขนาดใหญ่ที่มีช่องเก็บของจำนวนมาก ด้านหน้าช่องเก็บของแต่ละช่องมีชื่อของผู้เข้าเฝ้าติดอยู่

            “ท่านแม่ทัพ” ทหารทั้งหมดก้มหัวเคารพแม่ทัพมิชเชล วินรู้สึกได้ว่าบางคนไม่ได้ทำความเคารพเธออย่างจริงใจ สายตาดูแคลนหลายคู่จ้องมายังแม่ทัพสาวแม้เพียงแว๊บเดียว

“ท่านวินเพื่อความปลอดภัยของฝ่าบาทเราต้องฝากแหวนมิติทั้งหมดไว้ที่นี่” มิชเชลถอดแหวนและสายรัดข้อมือมิติออกยื่นให้ทหารคนนั้น จากนั้นวินจึงทำตาม

             เมื่อทั้งคู่เดินเข้าไปภายในห้องขนาดใหญ่ที่มีพรมสีแดงทอดยาวไปบัลลังก์ สองข้างของทางเดินเต็มไปด้วยขุนนางที่มาเข้าเฝ้า สายตาไม่เป็นมิตรหลายสิบคู่จับจ้องมายังคนทั้งสอง ขณะที่มิชเชลยังคงเรียบเฉยราวกับมันเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น เมื่อเดินมาถึงหน้าบัลลังก์ด้านข้างมีขุนนางที่ขั้นสูงกระทั่งชายหนุ่มยังไม่อาจตรวจสอบได้อยู่หลายคน ตรงหน้าของเขาทั้งสองเป็นชายวัยประมาณ 70 ปีใส่ชุดหรูหราสีแดง นั่งอยู่บนบัลลังก์สีทองหรูหรา

            “ท่านไม่รู้สึกอึดอัดกับการกระทำเหล่านี้บ้างรึ” วินกระซิบถาม

            “...” แม่ทัพหญิงมีสีหน้าเรียบเฉยโดยไม่มีคำตอบจากปากเธอ สำหรับมิชเชลแล้วเรื่องแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับเธอ ตั้งแต่เธอเข้ารับตำแหน่งแม่ทัพหญิงคนแรก และเพียงคนเดียวของเมืองแซนติโกทุกครั้งที่เธอเข้าเฝ้าองค์ราชา แม้กระทั่งเข้าประชุมเธอมักพบกับสายตาเหยียดหยามของคนเหล่านี้เสมอๆ

            “ข้าแม่ทัพมิชเชลขอถวายพระพรฝ่าบาท” มิชเชลคุกเข่าลงหนึ่งข้างแสดงความเคารพแบบอัศวิน

            “ข้าวินขอถวายพระพรฝ่าบาท” วินทำตาม

          “เจ้าคือคนที่แม่ทัพมิชเชลบอกว่าได้ช่วยเหลือทหารกำจัดก็อบลินถึง 1,000 กว่าตัวอย่างงั้นรึ” ชายแกร่างเล็กวัย 50 ที่ยืนอยู่ข้างบัลลังก์ถามขึ้น

            “ใช่ค่ะ ท่านอำมาต” มิชเชลตอบแทน

            “ทหารจับเจ้า 2 คนนี้ไปขังไว้รอการลงโทษ” อำมาตร่างเล็กตะโกนเสียงดัง ท่ามกลางสีหน้าเย้ยหยันของขุนนางระดับสูงหลายคน ที่หันมามองคนทั้งคู่ ทหารหลายคนเข้ามาคุมตัวทั้งคู่เดินออกจากท้องพระโรงท่ามกลางความงวยงงของคนทั้งคู่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #624 M-LAND (@M-LAND) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 20:11
    รู้สึกราชาเป็นหุ่นแฮะ มาถึงอำมาตก็สั่งเลย ไม่เห็นหัวราชา? พระเอกก็ไม่ว่าอะไรเลย ยอมโดนจับง่ายๆ
    #624
    0
  2. #474 jasweem (@jasweem) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 19:09
    ผมคิดเเล้วว่าต้องมีเรื่อง
    #474
    0
  3. #361 nayyai (@nayyai) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 05:44
    ฆ่ามันให้หมด
    #361
    0
  4. #187 phairatw (@phairatw) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 17:30
    ขอบคุณครับ
    #187
    0
  5. #89 skylord (@skylord) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 09:00
    หมายควายว่ายังไงว่ะครับ
    #89
    0
  6. #88 รามิเรส (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 08:57
    ขอบคุนคับ
    #88
    0
  7. #87 DemonSaga (@DemonSaga) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 23:37
    ฆ่าไ...อำมาตย์เลย
    #87
    0
  8. #86 สายลม (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 22:16
    งง รอตอนต่อไปอยู่
    #86
    0
  9. #85 yamatano (@mitaino) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 21:04
    นี่มันเรื่องไรว่ะเนี่ยจู่ๆก็จับขังคุก
    #85
    0
  10. #84 Pokpakw (@Pokpakw) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 20:51
    ขอบคุณมากครับ
    #84
    0