ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,341 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,581 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    318

    Overall
    254,341

ตอนที่ 33 : เทือกเขามรณะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    16 ส.ค. 59

ก่อนที่กองทัพของเวโลน่าเดินทางมาถึงหมู่บ้านวินโรสเพียง 1 วัน กลุ่มของวินเดินทางมาถึงทุ่งนารกร้างของหมู่บ้านแห่งนี้หลังจากพวกเขาผ่านหลายหมู่บ้านที่ถูกสัตว์อสูรบุกทำลาย

“หมู่บ้านเหล่านี้สมเป็นแหล่งเพาะปลูกของเมืองนี้จริงๆ” วินมองไปยังทุ่งนารกร้างสุกลูกหูลูกตาด้านหน้า

“ในหมู่บ้านมีสัตว์ขั้นสูงจำนวนมากหลบอยู่คะ” ออนก้ารายงาน

วินประเมินว่าต้องใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงจะเดินถึงหมู่บ้านขนาดใหญ่กลางทุ่งนาแห่งนี้ บ้านกว่า 100 หลังในตอนนี้มันกลายเป็นเศษไม้ที่กองอยู่บนพื้นมากกว่า 100 กอง สัตว์อสูรที่มีประสาทสัมผัสไวหลายตัวเริ่มรู้สึกว่ามีผู้บุกรุกทั้งที่พวกเขายืนห่างจากพวกมันถึง 3 กิโลเมตร พวกมันวิ่งตรงเข้ามาหาคนทั้ง 4 นกขนาดใหญ่ยักษ์หลายตัวบินขึ้นบนท้องฟ้าปีกของมันกว้างกว่า 3 เมตร เสียงเซงแซ่ของพวกมันปลุกให้สัตว์ที่เหลือมองมาทางเดียวกัน

นกไฟขนาดใหญ่เท่านกยักษ์ 3 ตัวรวมกันบินสวนกลับไป ทุกที่ที่มันบินผ่านปกคลุมไปด้วยเปลวไฟสีม่วง สัตว์อสูรธาตุดินที่แพ้ไฟมอดไหม้ในทันที กระทั่งสัตว์อสูรขั้นต่ำธาตุไฟยังแพ้ความร้อนกว่า 6,000 องศาเซลเซียสของนกไฟสีม่วง สายฟ้าหลายสายฟาดลงกลางวงเวทขนาดใหญ่ สัตว์อสูรที่ถูกสายฟ้าฟาดล้วนร่างไหม้เกรียม

ชายหนุ่มร่ายเวทบทแล้วบทเล่าอย่างต่อเนื่องเสาหินปลายแหลมจำนวนมากพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินภายในวงกลมเวทรัศมี 10 เมตรเสาเหล่านั้นแทงทะลุร่างสัตว์อสูรที่อยู่ภายในพื้นที่วงเวท

“พวกเจ้าทั้งสามไปทางขวา” ชายหนุ่มชี้ไปยังทิศที่มีสัตว์อสูรไม่มากนัก

หญิงสาวทั้งสามพุ่งตัวออกไปทันทีหลังชายหนุ่มพูดจบ ออนก้ามีความเร็วสูงสุดเธอตรงไปยังสัตว์ธาตุน้ำรอดจากเวทไฟอันร้อนแรง ดาบบนถุงมือสีดำอันคมกริบฟันไปยังจุดตายของพวกมันอย่างแม่นยำ

มิชเชลที่อยู่ด้านขวาของออนก้าฟันดาบสีดำ 2 เล่มอย่างคล่องแคล่วทุกดาบที่ฟันลงไปตัดผ่านร่างสัตว์ร้ายเหล่านั้นอย่างง่ายดาย เลือดที่พุ่งเป็นสายน้ำย้อมร่างของเธอจนเป็นสีแดง

โล่หนักในมือซ้ายของแอลฟ่าถูกขว้างออกไปอย่างรุนแรงราวว่ามันไม่มีน้ำหนักใบมีดที่เธอติดไว้ที่ขอบโล่ตัดผ่านร่างสัตว์ร้ายตัวแล้วตัวเล่า จากนั้นไม่นานมันเลี้ยวกลับมาหาเจ้าของเหมือนเช่นบูมเมอแรง ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือขวาฟาดฟันผ่านร่างสัตว์อสูรดั่งเช่นมันตัดกระดาษ เธอฟาดดาบในแนวขวางรัศมีของดาบสามารถฆ่าสัตว์อสูรได้มากกว่าหนึ่งตัว

ด้วยเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงพวกเขาสามารถกำจัดสัตว์อสูรทั้งหมดในหมู่บ้านวินโรส

 

พวกเขาออกจากหมู่บ้านวินโรสทันทีหลังกำจัดสัตว์อสูรทั้งหมดแล้ว สิ่งที่พวกเขาเก็บมีเพียงลูกแก้วอสูร

 

“เราจะพักกันที่นี่ก่อน” ชายหนุ่มผมสีฟ้าบอกกับหญิงสาวทั้ง 3 หลังพวกเขาเดินออกจากหมู่บ้านวินโรสมาครึ่งวัน

“ทำไมท่านวินถึงไม่แสดงตัวคะ” ออนก้าถามอย่างสงสัย

“...” ไม่มีคำตอบจากชายหนุ่มเขาเพียงยักไหล่

“ท่านวินคงไม่อยากมีปัญหาเหมือนเมื่อครั้งที่อยู่แซนติโก” มิชเชลตอบแทนชายหนุ่มอย่างรู้ใจ

“รู้ใจกันจริงนะ” แอลฟ่ากระเซ้าจนมิชเชลหน้าแดงระเรื่อ

“ท่านวินคงต้องให้รางวัลแล้วละ” ออนก้าแซว ตอนนี้หญิงสาวผมดำหน้าแดงจนถึงหูด้วยความอาย

ทั้ง 4 คนกำลังทานอาหารเย็นร่วมกัน แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ด้วยกันทั้งวันแต่เวลานี้เป็นช่วงที่สาวๆชอบมากที่สุด ด้วยกำแพงธาตุลมของวินทำให้พักผ่อนในบ้านกลางป่าอย่างวางใจยิ่งขึ้น โดยที่ไม่ต้องผลัดกันเฝ้ายามในตอนกลางคืนเหมือนก่อน

----------------------------------

กองทัพของเวโลน่าเดินทางมาถึงหมู่บ้านทินกิยา หมู่บ้านพูลาม และหมู่บ้านจูลอนในตอนบ่ายวันนั้น ทั้ง 3 หมู่บ้านที่มีรายงานว่าถูกสัตว์อสูรบุกรุกทำลายหมู่บ้าน พวกเขาพบซากสัตว์อสูรจากหมู่บ้านทั้ง 3 รวมกันไม่ถึงหนี่งพันตัว แต่ร่องรอยการถูกฆ่าของพวกมันเหมือนกับวินโรนไม่มีผิด ไม่ว่าจะเป็นรอยไหม้ของพื้นดินเป็นทางยาว แท่งหินสีฟ้าสูงกว่า 10 เมตรที่มีร่างสัตว์อสูรถูกแทงวางอยู่อย่างระเกะระกะ ถึงแม้ว่าเบนก้าและทหารทั้งหมดไม่รู้ว่าผู้ที่ทำเป็นใคร และทำแบบนั้นได้อย่างไร แต่พวกเขาก็รู้สึกโล่งใจและขอบคุณผู้ที่ช่วยให้เขากำจัดสัตว์อสูรขั้นสูงเหล่านี้

 

“เฮ เฮ เฮ” เสียงไชโยโห่ร้องของทหารหลายพันนายดังขึ้นหลังจากพวกเขาเดินทางมาถึงหมู่บ้านจูลอน ที่เป็นหมู่บ้านสุดท้ายที่มีรายงานสัตว์อสูรบุกรุก

เสียงเซ่งแซ่ของเหล่าทหารที่คาดเดากันไปต่างๆนาน

“ข้าคิดว่าพวกมันต้องต่อสู้แย่งชิงอาหารกันจนตายแน่” ทหารนายหนึ่งพูดขึ้น

 

“น่าจะเป็นเพราะเทพผู้ปกป้องเมืองลองฮีลลงมาช่วยเหลือชาวบ้าน” ทหารอีกคนหนึ่งแย้ง

 

เหตุการณ์ทั้งหมดถือเป็นเรื่องประหลาดที่ไม่เคยพบเจอทำให้ทหารหลายคนก้มกราบกราน สักการะเทพเจ้าที่พวกเขาเคารพนับถือ

 “เราจะทำอย่างไรต่อครับ ท่านแม่ทัพ” แม่ทัพน้อยที่ 1 ถามขึ้น ท่ามกลางเสียงดีใจของเหล่าทหาร

“ให้ทหารเก็บซากสัตว์พวกนี้บางส่วนกลับไปตรวจสอบ แล้วเดินทางกลับเมืองลองฮีล” เสียงเรียบๆของแม่ทัพร่างใหญ่

-------------------------------

วันรุ่งขึ้นกลุ่มของวินเดินทางไปยังเทือกเขามรณะ ตลอดทางพวกเขาพบสัตว์อสูรจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ธาตุอื่นที่ไม่ใช่ธาตุลม พวกมันไม่ได้สร้างปัญหากับพวกเขามากนัก ยิ่งพวกเขาเข้ามาใกล้เทือกเขายิ่งพบสัตว์อสูรระดับสูงขึ้นแต่จำนวนกลับลดลงจนทุกคนแปลกใจ

กระทั่งทุกคนมายืนอยู่ทางขึ้นเทือกเขามรณะ ภาพตรงหน้าของพวกเขาคือภูเขาขนาดใหญ่ที่ทอดยาวไปทางตะวันออกและตกจนสุดสายตา ดูตามความสูงแล้วเทือกเขานี้ถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน จากพื้นดินสูงขึ้นไปเพียง 400 เมตรเป็นส่วนที่มีต้นไม้ปกคลุม ถัดไปส่วนที่มีความสูงไม่เกิน 100 เมตรล้วนเต็มไปด้วยถ้ำทั้งขนาดเล็กและใหญ่จำนวนมาก ส่วนที่สูงกว่านั้นอีกหลายพันเมตรเป็นยอดเขาหินแหลมคมจำนวนมาก หากมองจากที่ไกลๆยอดเขาแห่งนี้เหมือนคมเขี้ยวสัตว์ร้ายถูกวางเรียงรายอยู่ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะบนภูเขาในส่วนที่สูงกว่า 500 เมตรมีกระแสลมแรงพัดอยู่ตลอดเวลา ยิ่งความสูงเพิ่มขึ้นกระแสลมยิ่งแรงขึ้นจนมีเพียงหินที่แกร่งที่สุดเท่านั้นจึงจะทนอยู่ได้

สถานที่แบบนั้นอย่าว่าแต่พืชจะขึ้นได้ แม้คนหรือสัตว์ยังไม่สามารถยืนอยู่ได้ท่ามกลางกระแสลมแรงขนาดนั้น ว่ากันว่าหากใครอยู่ในส่วนที่สูงกว่า 1,000 เมตรเป็นเวลาเพียง 1 ชั่วโมงกระแสลมจะฉีกร่างของเขาจนเหลือเพียงกระดูก จึงเป็นที่มาของชื่อของเทือกเขามรณะ

 

ขณะนี้คนทั้งสี่ยืนอยู่ในส่วนแรกของเทือกเขามรณะ สัตว์อสูรบริเวณนี้แม้จะมีจำนวนไม่มากแต่ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ขั้นสูงเหมือนบริเวณชายป่าที่เพิ่งผ่านมาเมื่อครู่สิ่งที่แตกต่างคือสัตว์อสูรบริเวณนี้ล้วนมีธาตุลมทั้งสิ้น แม้พวกมันจะเป็นสัตว์อสูรธาตุลมขั้นสูงแต่ความเร็วของพวกมันล้วนยังช้ากว่าออนก้าและมิชเชลทำให้ลำพังแค่ฝีมือของสามสาวก็เพียงพอที่จะกำจัดสัตว์อสูรเหล่านี้ได้ไม่ยาก

 

หลังจากเข้าสู่ส่วนที่สองของเขามรณะ บรรยากาศโดยรอบคล้ายเมื่อครั้งที่พวกเขาเจอกับอสูรยักษ์ธาตุดินไซคอป ชายหนุ่มผมสีฟ้ารู้สึกว่าพวกเขากำลังเข้าใกล้อสูรธาตุลมเข้าไปทุกที

“ทุกคนระวังตัวให้ดี ข้ารู้สึกว่าจะมีสัตว์ที่มีขั้นสูงมากอยู่บริเวณนี้” ออนก้ากระชับถุงมือโลหะสีดำของเธอในท่าเตรียมพร้อม

“ข้าก็รู้สึกเช่นเดียวกับเจ้า” วินกำคทาของเขาจนแน่น มันเป็นคทาสีทองอันเดิมที่แอลฟ่าทำขึ้นสิ่งที่เพิ่มขึ้นคือส่วนยอดของมันมีลูกแก้วทรงรีภายในเหมือนมีวิญญาณสีน้ำตาลเคลื่อนที่อยู่ภายใน มันคือลูกแก้วที่มิชเชลเก็บได้หลังจากอสูรไซคอปตาย วินรู้สึกได้ว่าลูกแก้วนี้มีพลังของธาตุดินล้นทะลักออกมา เขาจึงขอให้แอลฟ่าติดมันไว้บนยอดคทาของเขา

“แว๊ก แว๊ก”

ผู้ที่ออกมาต้อนรับพวกเขาเข้าสู่เทือกเขามรณะคือสัตว์อสูรมีปีกหลากหลายชนิดจำนวนกว่า 1,000 ตัว พวกมันล้วนอยู่สูงกว่าขั้นราชาทั้งสิ้น

 

ตูม! ตูม!

เสียงแท่งหินสีฟ้าจำนวนมากพุ่งจากพื้นดินขึ้นไปยังสัตว์อสูรที่บินอยู่ไม่สูงนัก แท่งหินแหลมที่ฆ่าสัตว์อสูรขั้นต่ำได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อมันถูกใช้กับสัตว์ขั้นราชากลับได้ผลไม่มากนักพวกมันสามารถหลบเวทเหล่านี้ได้อย่างคล่องแคล่ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #938 deknoomza (@deknoomza) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 17:50
    พลังเวอร์เกิน พระเอกอาจเป็นข้อยกเว้นเพราะมีเวทแต่อีก3คนมันเด็กธรรมดา แค่อาวุธดีแต่เก่งกว่าทหารทั้งเมืองอีก
    #938
    0
  2. #579 artba16639 (@artba16639) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 21:07
    ผมว่าสมดุลพลังไม่ค่อยมีนะครับ 555 เด็ก อายุ 14 15 สู้ได้ทุกตัวจิงๆ ระดับต่ำแต่มีเป็น พันก็น่าจะมีเนื่อยบ้างไรบ้างนะบ้างที 555 --ขอบคุณครับ
    #579
    0
  3. #198 phairatw (@phairatw) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 18:42
    ขอบคุณครับ
    #198
    0
  4. #146 ปกเงิน& (@2000sakda) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 09:30
    ขอบคุณคับ
    #146
    0