ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,489 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    466

    Overall
    254,489

ตอนที่ 35 : ความลับของอสูร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7529
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    18 ส.ค. 59

ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันหญิงสาวทั้ง 3 เริ่มฟื้นขึ้น เมื่อพบว่าตนถูกขังอยู่ในกรงขังธาตุลมทำให้พวกเธอสงสัยอย่างมาก

“ทุกคนปลอดภัยดีใช่ไหม” วินถามขึ้นเมื่อเห็นทั้ง 3 เริ่มฟื้น

“ค่ะ ท่านวิน....” ทั้งสามตอบพร้อมกัน

“เกิดอะไรขึ้นคะ” มิชเชลตั้งสติได้ก่อนใครถามขึ้นคิ้วของเธอย่นเข้าหากันด้วยความสงสัย

“เจ้านี่คืออสูรกริฟฟิน” ชายหนุ่มตอบเสียงราบเรียบ

“อสูร!” หญิงสาวร้องขึ้นพร้อมกัน

 

หลังตอบคำถามหญิงสาวทั้งสามวินหันไปฟังอสูรร่างเล็กเล่าเรื่องราวในอดีตอย่างสนใจใคร่รู้ เขานั่งพิงกรงขังธาตุลมฟังน้ำเสียงยืดยาว และคำพูดที่เนิบนาบของมันด้วยท่าทีสบายๆ มันใช้เวลามากกว่าปกติเพื่อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับมันให้ชายหนุ่มฟังอย่างไม่เบื่อหน่าย ทุกครั้งที่มันพูดถึงความก้าวหน้าของตัวเองมันจะยืดอกเล็กๆของมันขึ้นอย่างภาคภูมิ ชายหนุ่มฟังมันเล่าจนจบแล้วสรุปเรื่องราวได้ว่า

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีลูกแก้วสีเขียวลูกหนึ่งตกลงมาที่หน้าปากถ้ำที่กริฟฟินอาศัยอยู่ มันเป็นลูกแก้วขนาดเล็กทรงรีมีควันสีเขียวเข้มลอยไปมาอยู่ภายใน คล้ายกับลูกแก้วที่อยู่บนคทาสีทองของชายหนุ่ม กริฟฟินตัวน้อยนำลูกแก้วมาเล่นด้วยความซุกซน หลังจากเผลอกลืนลูกแก้วลูกนั้นเข้าไปพลันร่างกายของมันเริ่มปวดร้าวราวกับมีพลังอันมหาศาลบางอย่างมาบีบรัดจนร่างแทบจะแหลกสลาย ความรู้มากมายหลั่งไหลเข้าสู่หัวของมันจนแทบระเบิด เวลาผ่านไปไม่กี่นาทีร่างกายของมันกลับมาเป็นเหมือนปกติ ราวว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลายวันต่อมามันรู้สึกว่ามันสามารถใช้เวทมนต์ได้ แม้ว่าเวทที่มันใช้ได้เพียงเวทเดียวคือสร้างกรงขังสี่เหลี่ยมจากธาตุลม นอกจากจะใช้ธาตุลมได้แล้วมันยังสามารถเข้าใจในภาษาของมนุษย์ได้อีกด้วย

อสูรกริฟฟินเริ่มออกล่าสัตว์ขั้นสูงเพื่อความก้าวหน้าของตัวมันเอง แม้มันจะยังเด็กและเพิ่งอยู่ขั้นฝึกหัด กรงสายลมของมันกลับทำให้มันสามารถชนะสัตว์ขั้นสูงกว่ามันได้อย่างง่ายดาย ระยะเวลาเพียง 10 ปีมันเลื่อนจากขั้นฝึกหัดและกำลังจะเข้าสู่ขั้นเทพในช้า

----------------------------------

กริฟฟินเดินอย่างเชื่องช้ามายังคทาของวิน มันมั่นใจอย่างยิ่งว่าแม้มันจะอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มผมสีฟ้าแต่เขาไม่สามารถจะหยิบจับมันได้ กริฟฟินตัวน้อยมั่นใจในกรงสายลมของมันยิ่งเนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีสัตว์ตัวใดหลุดออกจากกรงขังเวทลมของมันได้

ชายหนุ่มนั่งมองสิงห์โตครึ่งอินทรีย์ร่างเล็กเดินตรงมายังเขาอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวของมันเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและภาคภูมิใจในพลังของตัวเองเป็นอย่างยิง ชายหนุ่มไม่คิดจะเอื้อมมือไปหยิบคทาที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ฟุต สายตาทั้งคู่มองไปยังสัตว์ร่างเล็กด้วยสายตาที่ว่างเปล่า สีหน้าเรียบเฉยไม่มีแม้ความกังวลใดๆ

ในสถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็นผู้อื่นคงกระวนกระวาย หรือแสดงความหวาดกลัวออกมาแต่ไม่ใช่กับชายหนุ่มผมสีฟ้าคนนี้ ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาแม้จะไม่นานชายหนุ่มคนนี้ผ่านช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนจนจิตใจของเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเก่ามาก จนอาจเรียกได้ว่าเปลี่ยนเป็นคนละคน

หญิงสาวทั้งสามจับจ้องไปยังชายหนุ่มตรงหน้าอย่างแปลกใจ แต่ทุกครั้งที่เกิดปัญหาชายหนุ่มสามารถฟันฝ่าอุปสรรค์ทั้งหลายมาจนได้ ทำให้พวกเธอมั่นใจว่าชายหนุ่มจะพาพวกเธอผ่านเหตุการณ์ในวันนี้ได้เช่นกัน

“ฮี่ ฮี่ ฮี่ เจ้า ทำ ให้ ข้า แปลก ใจ”

กริฟฟินร่างเล็กมาหยุดอยู่ตรงหน้าวิน เขายังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น มันมุ่งความสนใจไปยังลูกแก้วทรงรีสีน้ำตาลที่อยู่บนยอดคทาแทน เท้าหน้าที่มีกงเล็บคล้ายเท้าของนกอินทรีย์เหยียบลงบนตัวคทา มันใช้ปากงัดลูกแก้วสีน้ำตาลออกจากหัวคทาอย่างไม่ยากนัก

“ข้า จะ ให้ เจ้า เห็น พลัง ใหม่ ของ ข้า ฮี่ ฮี่ ฮี่”

หลังจากกริฟฟินตัวน้อยกลืนวิญญาณธาตุดินเข้าไป ความปวดร้าวที่มันเคยเจอกลับมาอีกครั้ง ร่างกายที่ถูกบีบรัดเหมือนมันจะแหลกสลาย หลังจากกริฟฟินดิ้นรนอย่างเจ็บปวดเพียงไม่นานมันเริ่มลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ แต่ภาพตรงหน้าของมันกลับทำให้มันตกใจอย่างยิ่ง ใจของมันเต้นแรงขึ้นจนมันได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง

กริฟฟินพบว่าเมื่อมันลืมตาขึ้นมันเห็นเพียงความมืด มันพยายามขยับตัวเพื่อสำรวจโดยรอบกลับพบว่ามันกำลังถูกขัง ความกลัวเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในใจของมัน กริฟฟินน้อยทะนงตัวเกินไปจนกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของมัน

 

ช่วงเวลาที่กริฟฟินร่างเล็กทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดหลังจากมันกลืนวิญญาณธาตุดินเข้า ชายหนุ่มใช้โอกาสนี้ขังมันไว้ในกรงขังธาตุผสม กรงขังหินลักษณะเหมือนกล่องสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินขนาดเท่าตัวของมัน ถึงแม้ว่าเขาสามารถที่จะออกจากกรงขังธาตุลมของมันได้ไม่ยาก แต่เพื่อป้องกันความผิดพลาดชายหนุ่มเลือกที่จะใช้ร่ายเวทของตนผ่านกรงขังธาตุลมนี้

“แก๊ซซซซ”

เสียงสุดท้ายของกริฟฟินดังขึ้นเมื่อกล่องหินสีฟ้าที่ขังอสูรกริฟฟินถูกหอกหินสีม่วงหลายเล่มพุ่งทะลุร่างที่อยู่ในกรงหิน เลือดสีแดงสดจำนวนมากไหลทะลักออกมาตามช่องที่หอกสีม่วงแทงทะลุ กรงขังธาตุลมสีเขียวค่อยๆสลายหายไป

สัตว์ที่ถูกขังอยู่ไม่ไกลวิ่งออกจากถ้ำทันทีเมื่อพวกมันเป็นอิสระ วินเก็บวิญญาณธาตุ 2 ลูกที่ออกมาจากปากอสูรกริฟฟิน เขาผนึกมันด้วยกล่องหินสีฟ้าก่อนเก็บมันเข้าสู่แหวนมิติ

 

วินเข้าไปช่วยประคองหญิงสาวทั้ง 3 หลังจากเขาใช้เวทแสงช่วยรักษาให้ทุกคนแล้ว ขณะที่ทั้งสามตรงไปยังอาวุธของตนที่ปากถ้ำ

“ดาบของข้า” แอลฟ่าร้องขึ้นอย่างตื่นเต้น ดาบศักดิ์สิทธิ์ของเธอเปล่งแสงขึ้นเมื่อเธอหยิบขึ้นมา หญิงสาวยืนทบทวนถึงตอนที่เธอสู้กับสัตว์อสูรเมื่อวาน

 

หลังจากพวกเธอถูกสัตว์อสูรบินได้ขั้นราชากว่า 10 ตัวรุมล้อมเมื่อความเร็วของออนก้ายังไม่สามารถเทียบกับพวกมันได้ ทั้งสามหันหลังชนกันเพื่อป้องกันการโจมตีที่มาจากทุกทิศทาง แอลฟ่าใช้โล่ใหญ่ของเธอกระแทกใส่พวกที่บินเข้ามาโจมตีเธอ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเรี่ยวแรงของทั้ง 3 เริ่มลดน้อยลงโล่ขนาดใหญ่ที่เคยถือได้อย่างเบามือรู้สึกหนักขึ้นจนยกมันไม่ไหว หญิงสาวผมทองตัดสินใจเก็บโล่แสงเข้าแหวนของตนแล้วหันมาจับดาบยาวสีเขียวด้วยมือทั้ง 2 ข้าง เมื่อไม่มีโล่ขนาดใหญ่ป้องกันตัวสัตว์อสูรเหล่านั้นมุ่งเป้าโจมตีที่เธอมากขึ้น นกอินทรียักษ์ตัวหนึ่งกระแทกร่างของเธอจนล้มคว่ำ แอลฟ่ากระอักเลือดคำใหญ่ลงดาบสีเขียวในมือของเธอ ก่อนเธอจะลุกขึ้นยืนวินได้พุ่งเข้ามาช่วยพวกเธอไว้ เมื่อเธอเห็นชายหนุ่มผมสีฟ้าเข้ามาช่วยร่างของเธอจึงทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง

“เพราะดาบเล่มนี้ยอมรับในตัวของเจ้าเป็นแน่” วินเอ่ยขึ้น

“ข้าอยากเห็นอาณุภาพของดาบเจ้าจัง” ออนก้ายิ้มมุมปาก

แอลฟ่าจับดาบศักดิ์สิทธิ์ด้วยมือเดียวเธอยืนตั้งสมาธิอยู่ครู่หนึ่งแล้วฟันดาบยาว 140 เซนติเมตรในมือเธอบนหินก้อนใหญ่ตรงหน้า

ตูม!

ไม่เพียงหินใหญ่จะถูกผ่าครึ่งอย่างง่ายดาย แม้แต่พื้นหินยังถูกแรงของดาบฟันลงจนเป็นร่องลึก สิ่งที่ทุกคนตกใจกว่าคือรัศมีของดาบสร้างรอยบนพื้นยาวกว่า 5 เมตร

“สุดยอด!” ทั้งหมดยืนมองร่องรอยความเสียหายจากดาบใหญ่ในมือแอลฟ่าอย่างตกตะลึง

 

ทั้งสี่ตัดสินใจพักค้างคืนบริเวณถ้ำขนาดใหญ่แห่งนี้  วินวางบ้านหินสองชั้นของเขาหน้าถ้ำใหญ่

“ท่านวินคะอาหารเสร็จแล้วค่ะ” มิชเชลเรียกวินที่กำลังอาบน้ำเป็นคนสุดท้าย

“ไม่น่าเชื่อว่าเนื้อนกชั้นราชานี่จะอร่อยขนาดนี้” วินเอ่ยปากหลังกลืนสเต็กนกอินทรีที่ออนก้าทำขึ้น

“ข้าชอบอาหารที่ออนก้าทำทุกอย่างเลย” แอลฟ่าชมทั้งที่เคี้ยวสเต็กอยู่เต็มปาก

“เห็นด้วยกันแอลฟ่า” มิชเชลยิ้มให้ออนก้า

“เล่นชมกันแบบนี้ข้าก็เขินแย่สิ” ออนก้ายิ้มแก้มแดง

 

คืนนั้นหลังทุกคนหลับสนิทด้วยความเหนื่อยล้า ขณะหลับวินพบว่าตนเองกำลังเดินไปบนเส้นทางที่มีเพียงความมืดจนเขาไม่สามารถมองเห็นแม้กระทั่งมือของตนเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #1072 pauypauy (@pauypauy) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 08:52
    เติมทรูเยอะๆหน่อย
    #1072
    0
  2. #1066 AngeKisSz (@0941053989) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 22:08
    มันไม่คิดจะทำไรมั่งเหรอ น่าจะดีกว่าเก็บไว้เฉยๆแล้วก็โดนโมย แล้วตัวเอกเป็นไรชอบโดนจับ
    #1066
    0
  3. #904 Nopphong Sripattra (@nopphong) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 22:15
    เอิ่ม..ตายง่ายแบบแปลกๆ
    #904
    0
  4. #698 เสกสันต์ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 20:33
    พระเอกโดนจับบ่อยไปนะ
    #698
    0
  5. #200 phairatw (@phairatw) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 18:46
    ขอบคุณครับ
    #200
    0
  6. #155 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 19:09
    ตัวไเองไม่คิดจะลองกินมั่งเหรอ ฮาๆๆ
    #155
    0
  7. #141 รามิเรส (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 23:04
    ขอบคุนคับ
    #141
    0
  8. #140 toy (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 21:47
    ขอบคุณครับ
    #140
    0