ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,470 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    447

    Overall
    254,470

ตอนที่ 36 : วิญญาณธาตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7565
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    19 ส.ค. 59

            แก๊ง แก๊ง!

            เสียงเหล็กกระทบกันอย่างเป็นจังหวะดังขึ้นไล่ความเงียบสงบของเทือกเขามรณะในยามเช้า ภาพหญิงสาวผมสีทองกำลังสาละวนอยู่หน้าทั่งเหล็กขนาดใหญ โดยมีชายผมสีฟ้าช่วยเป็นเหมือนเตาหลอม ทั้งคู่กำลังช่วยกันหลอมโลหะสีดำสนิท หลังจากเมื่อหลายวันก่อนพวกเขาสำรวจถ้ำในบริเวณนี้และพบมันเป็นจำนวนมาก สิ่งที่แอลฟ่ากำลังทำคือโล่ขนาดใหญ่ของเธอ

ปกติแล้วการสร้างโล่ขนาดใหญ่ทำได้ไม่ง่ายหากช่างตีเหล็กไม่มีประสบการณ์มากพอ การหลอมโลหะทีละแผ่นแล้วนำมาประกอบกันทำให้โล่นั้นไม่แข็งแรง หากขึ้นรูปพร้อมกันในคราเดียวก็จะต้องใช้เตาหลอมขนาดใหญ่ สิ่งที่ยากคือการควบคุมให้ความร้อนใกล้เคียงกันทั่วทั้งเตา ไม่ต้องพูดถึงอดามันเทียมแค่การหลอมโลหะชั้นสูงอย่างโฮริฮารูกอน หรือไวเบรเนียมให้เป็นโล่ขนาดใหญ่นั้นช่างตีเหล็กระดับสูงหลายคนยังไม่คิดจะทำ กระบวนการเหล่านี้สำหรับแอลฟ่ากลับไม่พบปัญหาใด เนื่องจากเธอมีเตาหลอมเคลื่อนที่อย่างวินผู้ซึ่งสามารถควบคุมความร้อนของไฟได้อย่างสมบูรณ์

            ชายหนุ่มผมสีฟ้าใช้สมาธิกับการควบคุมไฟสีม่วงให้กระจายจนทั่วโลหะสีดำทรงกลมขนาดใหญ่ บนแท่นหินหน้าตาแปลกๆที่เขาสร้างขึ้นด้วยเวทมนต์ หลังจากความร้อนได้ที่หญิงสาวผมสีทองย้ายมันมาวางบนทั่งสีเงินขนาดใหญ่ยักษ์ที่ทั้งคู่ทำขึ้นโดยเฉพาะ ค้อนสีดำสนิทถูกฟาดเป็นจังหวะถี่ๆบนโลหะขนาดใหญ่ก่อนที่หญิงสาวจะนำมันกลับไปวางบนเตาไฟอีกครั้งหนึ่ง ตลอดหลายวันที่ผ่านมามันถูกทำสลับกันไปมาจนชายหนุ่มเลิกนับว่าเขาให้ความร้อนกับเจ้าแผ่นโลหะขนาดใหญ่นี้กี่ครั้ง

            “ท่านวิน แอลฟ่า ทานข้าวได้แล้ว” เสียงใสๆของมิชเชลทำลายสมาธิของคนทั้งสอง

            แอลฟ่ากระหน่ำค้อนลงบนแผ่นเหล็กสีดำแทนคำตอบ

            “ทานข้าววววว” มิชเชลลากเสียงยาวหลังเสียงค้อนของแอลฟ่าเงียบลง ทั้งคู่เงยหน้าขึ้นงงๆก่อนเดินตามหญิงสาวผมสีดำที่ทำหน้ามุ่ย

            “แอลฟ่าเจ้านี่ช่างเหมือนท่านราฟเสียจริง” มิชเชลกระเซ้า

            “ข้าเหมือนท่านอาจารย์ตรงไหน” หญิงสาวผมสีทองทำหน้างง

            “พวกเจ้าลองได้ตีอาวุธแล้วจดจ่อเสียจนลืมทุกสิ่งรอบๆตัว” ออนก้าตอบแทนมิชเชลอย่างรู้ทัน จากนั้นเสียงหัวเราะจากทุกคนทำให้บรรยากาศในบ้านยิ่งสดใสมากขึ้น

 

            ตูม! โครม!

            เสียงต้นไม้ขนาดใหญ่โค่นลงหลังแอลฟ่าทดลองขว้างโล่อันใหม่ขอเธอ มันเป็นโล่กลมขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 1 เมตร ทำจากอดามันเทียมสีดำเงา ขอบโล่มีฟันคล้ายกงจักรขนาดเล็กอยู่โดยรอบเมื่อเธอขว้างมันออกไป ด้วยความคมของมันสามารถตัดผ่านแม้เหล็กกล้าได้อย่างง่ายดาย กลางโล่มีลายมังกรสีทองขนาดใหญ่อยู่หนึ่งตัว แม้โล่ใหญ่อันนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าโล่แห่งดวงตะวันที่อาจารย์ราฟมอบให้แก่เธอเล็กน้อย แต่มันกลับมีน้ำหนักเบากว่าโล่แห่งดวงตะวันถึงกว่าครึ่ง

            “แอลฟ่าเจ้ารู้ไหมว่าเจ้าคือช่างตีอาวุธที่เก่งที่สุด” ออนก้าเอ่ยปากชมหลังเห็นผลงานอันยิ่งใหญ่ที่หญิงสาวผมทองใช้เวลา 5 วันในเพื่อจะสร้างมันขึ้นมา

            “เจ้าจะไม่ตั้งชื่อให้มันหน่อยรึ” วินอมยิ้ม

            “ข้าจะให้มันชื่อว่า <โล่เกล็ดมังกรดำ>” แอลฟ่าลูบโล่สีดำอย่างเบามือ

--------------------------------------

            ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายในกลางดึกวันหนึ่ง บ้านสองชั้นขนาดใหญ่อยู่กลางผืนป่าสนอันกว้างใหญ่ กลุ่มของวินลงจากเทือกเขามรณะเมื่อสองวันก่อน พวกเขากำลังเดินทางไปทางทิศตะวันออกตามแผนที่ประเทศซาโมนิคที่ได้จากชายสูงวัยเจ้าของร้านขายสินค้าในเมืองเวโลน่า บอกไว้ว่ามันเป็นเมืองบาริต้า ในขณะที่ทุกคนกำลังหลับสนิท ชายหนุ่มผมสีฟ้านั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ยาวที่ชายคาหน้าบ้าน เขากำลังทบทวนฝันประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อน

ในฝันเขากำลังเดินไปในที่ที่มืดสนิท มันเป็นสถานที่ไม่มีแม้กระทั่งแสงของดวงดาว ชายหนุ่มยกมือของตนขึ้นมาในระดับเอวเขายังไม่สามารถมองเห็นมือของตัวเองได้

            “นี่ข้าอยู่ที่ไหน” ชายหนุ่มผมสีฟ้ารำพึงกับตัวเอง

            ขณะที่เดินไปโดยที่ไม่รู้จุดหมายพลันด้านหน้ามีแสงสว่างปรากฎขึ้น ชายหนุ่มรู้สึกว่าตนเองกำลังลอยอยู่เหนือเมืองขนาดใหญ่มากเมืองหนึ่งไกลออกไปด้านหน้าเป็นภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่กำลังปะทุ เบื้องล่างต่ำกว่าเท้าของเขาเป็นกำแพงเมืองสีขาวขนาดใหญ่ ประเมินว่าสูงกว่า 10 เมตรล้วนถูกทำลายราบเป็นทางยาว เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ บ้านเรือนขนาดใหญ่ภายในเมืองจำนวนมากถูกเผาไหม้ด้วยเปลวไฟอันร้อนแรง ชายหนุ่มผมสีฟ้ายังคงเดินต่อไปในอากาศที่ว่างเปล่า ทุกที่ที่เขาเดินไปเต็มไปด้วยเสียงผู้คนหวีดร้องอย่างโหยหวน ตามถนนทั้งสายใหญ่สายเล็กในเมืองเต็มไปด้วยซากศพที่ไหม้เกรียม  เด็กกำพร้าเนื้อตัวมอมแมมวิ่งร้องไห้กระจองงอแงบ้างก็กอดร่างพ่อแม่ที่ไม่มีวันตื่น วินมองภาพตรงหน้าอย่างหวาดๆ ฉับพลันความสงสัยของเขาเกิดขึ้นในความฝัน “ที่นี่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้นที่นี่”

            “สวัสดี ท่านผู้ถูกเลือก” เสียงหนึ่งดังขึ้นหลังมโนภาพตรงหน้าเลือนหายไป ด้านหน้าชายหนุ่มปรากฎดวงไฟสีเขียวที่คุ้นเคยลอยมาแทน

            “ทะ..ท่านอลันเชียร์ ข้าคิดว่าจะไม่ได้พบกับท่านอีกครั้ง” ชายหนุ่มเอ่ยปากทักแสงสีเขียว ภาพตรงหน้าทำให้ใจของเขาเต้นไม่เป็นระส่ำ

            “ข้าต้องใช้พลังจำนวนมากเพื่อมาพบกับท่าน หากพลังวิญญาณของข้าหมดลงข้าต้องพักเพื่อรวบรวมพลังวิญญาณนานหลายเดือนจึงมาพบกับท่านได้ใหม่” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากดวงไฟสีเขียว

            “ภาพเมื่อครู่มันคืออะไร” ชายหนุ่มถามต่อ

“นั่นเป็นภาพในอนาคตของสถานที่แห่งหนึ่ง มีเพียงท่านที่จะยับยั้งมันได้”

            “ข้าต้องทำอย่างไร” วินขบฟันแน่น สองมือกำแน่นจนแขนเริ่มสั่น

            “ท่านยังจำเรื่องอสูรและวิญญาณธาตุที่ข้าเล่าให้ฟังในวันนั้นได้ไหม” แสงสีเขียวทบทวนความจำ

            “ท่านบอกเพียงว่าข้าจะต้องกำจัดอสูรร้าย และรวบรวมวิญญาณธาตุทั้ง 26 ลูก ข้าเพิ่งจะรู้ว่าวิญญาณธาตุนั้นได้มาจากอสูรร้ายเหล่านั้น” ชายหนุ่มหยิบวิญญาณธาตุ 2 ลูกในแหวนของเขาออกมาวางในมือ “อสูรกริฟฟินบอกว่าวิญญาณธาตุสามารถทำให้สัตว์สามารถใช้เวทมนต์ได้”

            “วิญญาณธาตุ แท้ที่จริงแล้วเป็นเศษเสี้ยววิญญาณของจอมอสูร เทพฮีฟีทัสผู้เป็นนายของข้าเป็นผู้ผนึกวิญญาณของมันไว้ในลูกแก้วทั้ง 26 ลูกเพื่อจะบั่นทอนพลังของมันลง จากนั้นนายข้าจึงนำวิญญาณธาตุทั้ง 26 มาผนึกไว้บนโลกแห่งนี้ที่ซึ่งไร้ซึ่งละอองเวท นั่นจะทำให้จอมอสูรจะไม่สามารถฟื้นคืนได้ แต่ข้าไม่รู้ว่าทำไมมันกลับกระจัดกระจายไปทั่วกระทั่งนายข้าอยู่ที่ใดก็ไม่รู้ได้” แสงสีเขียวค่อยๆจางลง

            “แม้วิญญาณธาตุจะสามารถทำให้ผู้ผนึกมันบนร่างจะสามารถใช้เวทมนต์ได้ แต่มันมีอันตรายมหาศาลเนื่องจากผู้ที่กลืนกินมันลงไปจะมีนิสัยเปลี่ยนไปเป็นเหี้ยมโหดจนกลายเป็นอสูรทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ”

            “ข้าจะทำลายวิญญาณธาตุได้อย่างไร” วินถามอย่างสงสัย

            “.....” แสงสีเขียวของอลันเชียร์จางลงและหายไปก่อนที่เขาจะพูดต่อ

 

            เปรี้ยง!

            เสียงฟ้าผ่าทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นจากภวัง ชายหนุ่มแหงนมองท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยความมืด วินลูบหน้าของเขาเพื่อไล่ละอองฝนที่ปกคลุมเต็มหน้า สายฝนตกหนาเม็ดขึ้นเรื่อยๆ

            “ท่านวินนอนไม่หลับหรือคะ” เสียงใสๆของออนก้าดังขึ้นก่อนที่ชายหนุ่มจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ยาว

            “ข้านอนไม่หลับ แล้วเจ้าละ”

            “เสียงฟ้าผ่าเมื่อครู่ทำให้ข้าตื่น ข้าไม่พบท่านนอนอยู่จึงลงมาดูที่นี่” หญิงสาวผมสีน้ำตาลมานั่งออดอ้อนอยู่ข้างๆชายหนุ่มผมสีฟ้า

-----------------------------------------

            เสียงฝนซาลงจนเกือบจะหยุดตกแล้ว วินหายใจหอบอย่างเหน็ดเหนื่อยเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นเต็มหน้าของชายหนุ่ม เขาหลับตาลงอย่างเชื่องช้าลมหายใจของชายหนุ่มเริ่มราบเรียบสม่ำเสมอและดำดิ่งสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว บนตักขาวเนียนเปลือยเปล่าของออนก้า หญิงสาวผมสีน้ำตาลลูบผมสีฟ้าบนตักของเธออย่างเบามือ


-----------------------------------------------------------

เสาร์-อาทิตย์นี้ของด ครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #1073 pauypauy (@pauypauy) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 08:58
    โล่ กัปตัน
    #1073
    0
  2. #811 Ben Benz Benz (@benz115) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 18:43
    "ชายหนุ่มผมฟ้า" สรรพนามนี้ใช้บ่อยจังครับ เรียกเป็นชื่อ" วิน" เลยได้มั้ยครับ อ่านแล้วมันขัดๆไงไม่รู้
    #811
    0
  3. #354 Narin (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 00:29
    วนไปวนมา แต่งแบบให้เนื้อเรื่องมันเดินไปตรงๆ เลยไม่ได้หรอ ต้องแต่งให้มีคำถามแล้วมาเฉลยทีหลังแบบนี้ สำหรับคนอ่านแบบผม ความสนุกในการอ่านมันลดลงเยอะครับ ถ้าจะแต่งให้มีคำถามแล้วมีเฉลยก็มีได้ไม่ได้แย่อะไรถ้าจะเอาเฉพาะเหตุการสำคัญๆ เท่านั้นนี่อะไร เล่นเอาซะทุกเหตุการทุกตอนเลยอะ คนอ่านก็ปวดหัวนะสิแบบนี้
    #354
    0
  4. #291 hero1990 (@hero1990) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 19:34
    วกไปวนมาย้อนแล้วย้อนอีก งงชิบ... เดินเรื่องตรงๆก็ดูดีแล้ว
    #291
    0
  5. #144 kuntapol20 (@kuntapol20) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 17:57
    รอครับ วางเรื่องดี แต่มีธาตุถึง26เลยหรอครับ -0- 
    #144
    1
    • #144-1 จะอดทนเพื่อขนม (@ss1999) (จากตอนที่ 36)
      24 สิงหาคม 2559 / 12:12
      ธาตุหลักมี 6 ครับ แต่ที่คิดไว้จะมีการผสมธาตุด้วย
      #144-1
  6. #143 toy (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 22:49
    ขอบคุณครับ
    #143
    0
  7. #142 รามิเรส (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 21:09
    ขอบคุนคับ
    #142
    0