ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,421 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    398

    Overall
    254,421

ตอนที่ 49 : เดินทางสู่ทวีปใหม่ (ตอน 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5972
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    10 ก.ย. 59

เรือเดินสมุทรลำใหญ่ลอยลำอยู่กลางมหาสมุทรอันเวิ้งว้าง เรือใหญ่ลำนี้ออกจากท่าเรือของเมืองอัลเบอตี้ได้เพียงหนึ่งวัน ผู้ที่ไม่เคยเดินทางทางเรือหลายคนมีอาการเมาเรือตั้งแต่เมื่อวานออนก้าและแอลฟ่าเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น พวกเธออาเจียนตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เรือออกจากท่า

            “ออนก้า แอลฟ่า พวกเจ้าดีขึ้นไหม” ชายหนุ่มถามอย่างเป็นห่วง

            “ข้าดีขึ้นเล็กน้อย” ออนก้าตอบ

            “ข้าไม่คิดเลยว่าการอยู่บนเรือนี่มันช่างยากลำบาก ข้ายังไม่ค่อยชินกับการอยู่บนพื้นที่โยกไปมาแบบนี้” แอลฟ่ายังมีสีหน้าไม่ดี

            “พวกเจ้าควรทานอะไรบ้างนะ” มิชเชลยกถาดที่มีชามซุปข้นอยู่ 2 ใบ

 

            ในช่วงบ่ายหญิงสาวทั้งสองมีอาการดีขึ้น ทั้งสี่คนจึงขึ้นไปเดินเล่นบนดาดฟ้าเรือหลังจากอุดอู้อยู่ในห้องพักมานาน ลูกเรือหลายคนยังคงง่วนอยู่กับงานของตน

            “ว้าว! ไม่คิดเลยว่าท้องทะเลจะกว้างใหญ่มากมายขนาดนี้” แอลฟ่าเมาเรืออยู่เกือบสองวันจึงยังไม่เห็นภาพเรือขนาดใหญ่ที่ลอยล่องอยู่กลางท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล

            “ข้ารู้สึกว่าตัวเองเล็กนิดเดียว” ออนก้ามองไปยังท้องทะเลเวิ้งว้างรอบๆเรือ

            วินสังเกตเห็นชายหนุ่มเผ่าเงือกที่ยืนเกาะขอบเรือก้มมองท้องทะเลเบื้องล้างอยู่เพียงลำพัง ท่วงท่างามสง่าบ่งบอกว่าไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปขัดกับแววตาเศร้าๆ ของเขา

            คลื่นลูกใหญ่กระแทกข้างเรืออย่างแรงทำให้เรือโคลงไปวูบหนึ่ง ทุกคนไขว่คว้าหาสิ่งยึดจับตามสัญชาตญาณ ออนก้าเซถลาไปยังจุดที่เงือกชายยืนอยู่ ทั้งสองคนล้มลงบนพื้นเรือโดยที่ชายกึ่งเงือกนอนอยู่ใต้ร่างเล็กๆของออนก้า สองมือของหญิงสาวโอบชายกึ่งเงือกเพื่อประคองตัว ใบหน้าของออนก้าแนบอยู่กลางอกของเขา หญิงสาวมองหน้าชายกึ่งปลาอย่างงวยงง ขณะที่ฝั่งตรงข้ามกลับหันหน้าหลบไปทางอื่น

            วินยืนดูทั้งคู่ด้วยอาการหึงหวง หลังจากเรือหยุดโคลงเขาตรงไปยังออนก้า ขณะที่มือของชายหนุ่มยื่นไปดึงมือหญิงสาวให้ลุกขึ้น สายตาสีฟ้าจดจ้องไปยังดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่พยายามหลบตา

            “ข้าชื่อออนก้า ขอโทษที่ทำให้ท่านล้ม” ออนก้าก้มหัวเล็กน้อย

            “ไม่เป็นไรมันเป็นอุบัติเหตุ ข้าอัลเบิร์ด ยินดีที่ได้รู้จัก” เงือกชายยังคงไม่กล้าสบตาชายหนุ่มผมสีฟ้า

            “นี่แอลฟ่า มิชเชล แล้วก็ท่าน....” ออนก้าแนะนำตัวทั้งสามให้เงือกชายรู้จัก

            “ข้าชื่อวิน เป็นสามีของพวกเธอ” วินแนะนำตัวเองก่อนออนก้าจะพูดจบ หญิงสาวทั้งสามมองหน้ากันก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย

            หลังเหตุการณ์วันนั้นหญิงสาวทั้งสามสนิทสนมกับอัลเบิร์ดมากขึ้นพวกเขามักจะหัวเราะพูดคุยกันอย่างสนิทสนม

วินเห็นหญิงสาวทั้งสามสนิทสนมกับชายหนุ่มรูปงามนั่นทำให้เขารู้สึกเหมือนมีใครเอามีดเผาไฟแล้วกรีดลงกลางหน้าอกด้านซ้ายของเขาอย่างแรง เขาพยายามจะเก็บงำความรู้สึกนี้ไม่ให้ทุกคนเห็นจึงเดินเลี่ยงออกมา สายตาสีฟ้ายังคงจับจ้องไปยังกลุ่มคนทั้งสี่ที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส เสียงกระซิบที่เขาฟังไม่ถนัดตามมาด้วยเสียงกลั้นหัวเราะของใครบางคน นั่นยิ่งเหมือนกับเปลวไฟอันร้อนแรงกำลังแผดเผาไปทั่วร่างของชายหนุ่ม

            วินทำเป็นไม่สนใจเขาเดินตรงไปเรื่อยๆทางท้ายเรือจนถึงสะพานเดินเรือที่อยู่สูงขึ้นไปกว่าดาดฟ้าเรือ บนนั้นมีชายร่างใหญ่หลายคนกำลังสาละวนกับงานในหน้าที่ของตน ผู้ที่อยู่หน้าสุดกำลังนั่งผิวปากอย่างสบายอารมณ์ สองมือของเขาบังคับพังงาเรือขนาดใหญ่อยู่อย่างมั่นคง วินเดินมานั่งยังเก้าอี้ที่ว่างที่ตั้งอยู่ห่างจากชายคนนั้นเพียง 5 เมตร สายตาของเขาจดจ้องไปยังชายหญิงสี่คนด้านล่าง

            “สวัสดีครับกัปตัน ข้าขอนั่งดูวิวตรงนี้สักครู่” วินกล่าวทักทายเมื่อสังเกตเห็นว่าชายร่างใหญ่กำลังจ้องมองมายังตน

            “สวัสดีครับ ตามสบายครับนายท่าน” กัปตันร่างใหญ่ยิ้มทักทายอย่างเป็นกันเองก่อนสายตาจะจับจ้องไปยังทะเลด้านหน้าและผิวปากเป็นจังหวะต่อโดยไม่หันไปสนใจชายหนุ่ม

            วินทอดสายตาไปกาบขวาของเรือผิวน้ำทะเลสีครามที่ราบเรียบเริ่มทำให้จิตใจของเขาสงบลง ปลานกกระจอกหลายตัวโผขึ้นเหนือผิวน้ำไปในทิศทางเดียวกับเรือ

            เวลาผ่านไปครู่ใหญ่กัปตันเรือเห็นสีหน้าของชายหนุ่มสงบลงจึงเอ่ยปากถาม “นายท่านสนใจจะตกปลาไหม ข้ามีเบ็ดตกปลาหลายขนาดวางอยู่ท้ายเรือ”

            “ดีเหมือนกัน” วินเดินไปมองท้ายเรือมีรางพาดเบ็ดตกปลาอยู่หลายคัน เขาสะบัดเบ็ดไม้ขนาดกลางคันหนึ่งแล้วพามันไปยังท้ายเรือ ชายหนุ่มเหวี่ยงเบ็ดออกไปแล้วทิ้งกายลงบนเก้าอี้ไม้ที่ถูกตรึงอยู่ เวลาผ่านไปเนิ่นนานสายเบ็ดกระตุกเป็นสัญญาณว่ามีปลาติดเบ็ด เขาเย่อกับมันอยู่นานแต่ไม่มีทีท่าว่าปลาตัวนี้จะหมดแรง ชายหนุ่มหันมองซ้ายขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจ จึงชี้นิ้วไปยังปลายสุดของเชือก

            ตูม!

เวทลมของเขาหอบเอาปลาทะเลตัวใหญ่ขึ้นมาตกอยู่บนเรือในตำแหน่งที่ไม่ไกลจากตัวเขานัก เสียงปลาตกลงบนพื้นไม้ดึงความสนใจให้กับลูกเรือ 4 คนที่อยู่บนสะพานเดินเรือแม้กัปตันเองยังหันมามอง ทุกคนตะลึงกับภาพที่เห็นชายหนุ่มกำลังปล้ำกับปลาขนาดใกล้เคียงกับเขา

“ปลาทูน่าสีรุ้ง!” ชายทั้ง 5 เอ่ยขึ้นพร้อมกัน

กัปตันเรือกวักมือเรียกหนุ่มร่างใหญ่คนหนึ่งให้มาแทนในตำแหน่งของตนก่อนที่ตัวเขาเองจะตรงไปยังชายหนุ่มผมสีฟ้า เขาหยิบมีดเล่มบางของตนแล้วแทงไปยังจุดตายของปลาเจ็ดสีอย่างชำนาญ การลงมีดเพียงครั้งเดียวทำให้ปลายตัวใหญ่ที่ดิ้นไปมาด้วยแรงมหาศาลกลับกลายเป็นนิ่งสนิทในทันที

“ขอบคุณท่านมาก” ชายหนุ่มผมสีฟ้าปล่อยปลาที่สงบนิ่งก่อนจะถอนหายใจยาว

“ท่านทำได้อย่างไร” กัปตันร่างใหญ่มองปลาที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเขาเองกว่าเท่าตัว มันมีน้ำหนักมากกว่า 300 กิโลกรัมตรงหน้าก่อนจะหันไปจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างสงสัย

“มีอะไรน่าแปลกหรือ” ชายหนุ่มมองปลาขนาดใหญ่ที่มีลายขวางตามลำตัวแต่ละลายของมันมีสีเจ็ดสีเรียงกันเป็นสีรุ้ง

“ปลาทูน่าสีรุ้ง เป็นปลาขั้นขุนพลที่หายาก ยิ่งกว่านั้นด้วยกำลังอันมหาศาลของมันอย่าว่าแต่เพียงคนเดียวเลย แม้ชายร่างใหญ่ 4-5 คนช่วยกันยังไม่สามารถเอามันขึ้นจากน้ำได้ ถ้าคันเบ็ดไม่หักเสียก่อนสายป่านที่ใช้ก็ต้องขาดอย่างแน่นอน แต่ท่านกลับเอามันขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย” เสียงของกัปตันยังคงมีท่าทีตื่นเต้น

“ฟังจากน้ำเสียงของท่านมันหายากขนาดจริงๆ” ชายหนุ่มเลี่ยงที่จะตอบคำถาม

“ว่ากันว่าเนื้อปลาชนิดนี้มี 7 สีแต่ละสีมีราคาแตกต่างกันไป ข้ารู้เพียงว่าเนื้อปลาชนิดนี้ขายกันแพงถึงราคากิโลกรัมละ 100 กว่าเหรียญทอง แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องที่ข้าได้ยินมานานมากแล้ว ข้าเองเป็นกัปตันเรือมาหลายสิบปีเคยเห็นตัวเป็นๆของมันครั้งนี้เป็นครั้งแรก และยังไม่มีโอกาสได้ชิมเนื้อมันเลยแม้สักครั้ง” ชายผิวเข้มร่างใหญ่ยังคงมีน้ำเสียงตื่นเต้นไม่หาย

“ถ้าเช่นนั้นถ้าท่านหาคนซื้อเนื้อปลาตัวนี้ข้าจะแบ่งเนื้อของมันให้ท่านสักหนึ่งกิโลกรัมพร้อมกับเหรียญทองอีก 1,000 เหรียญ แต่มีข้อแม้ว่าท่านต้องไม่บอกให้ใครรู้ว่าข้าเป็นคนตกมันได้” ดวงตาสีฟ้าจ้องไปยังตาสีน้ำตาลของชายผิวเข้มเขาเชื่อว่าชายขั้นยอดฝีมือผู้นี้คงไม่มีทางที่จะหลอกลวงเขา

“ตกลง ท่านไม่ต้องห่วงข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้กับท่านเอง บนเรือลำนี้มีพ่อค้าที่ร่ำรวยโดยสารมาหลายคนข้าคิดว่าจะแบ่งเนื้อปลาเป็นส่วนๆ แล้วนำออกประมูลอาจจะได้ราคาดีกว่า” กัปตันร่างใหญ่ตอบคำถามโดยไม่ต้องคิด แววตาของเขาเป็นประกาย

วินเดินลงจากสะพานเดินเรือ ขณะนี้เขาอารมณ์ดีราวกับลืมไปว่าก่อนหน้าตนเองกำลังหึงหวงภรรยาทั้งสามของเขา เมื่อเดินลงไปยังดาดฟ้าเรือชายหนุ่มมองไปจนทั่วแต่ไม่เห็นใคร เขาจึงตรงไปยังห้องพัก

 

“ท่านวินหึงพวกเราหรือคะ” แอลฟ่าถามออกมาทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออก

“ข้าเนี่ยนะหึงพวกเจ้า” ชายหนุ่มตอบกลับโดยไมมองหน้าหญิงสาวทั้งสามท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของพวกเธอ

ก่อนมื้ออาหารเย็นวันนั้นลูกเรือได้แจ้งให้ผู้โดยสารทุกคนรู้ว่าหลังอาหารเย็นคืนนี้เวลา 2 ทุ่มจะมีการเปิดประมูลเนื้อปลาทูน่าสีรุ้งที่หายากยิ่งภายในห้องอาหารขนาดใหญ่ของเรือ

            ก่อนเวลา 2 ทุ่มเล็กน้อยผู้โดยสารทุกคนในเรือต่างมานั่งจับจองที่ภายในห้องอาหารกันอย่างพร้อมเพรียง วินพาหญิงสาวทั้งสามมานั่งดูการประมูลอยู่ห่างๆ เมื่อได้เวลาปลาทูน่าสีรุ้งขนาดใหญ่ถูกลูกเรือช่วยกันหามมาวางไว้บนโต๊ะขนาดใหญ่บนเวที ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของผู้ที่มารอชมการประมูลเนื้อปลาตัวนี้

            “ข้าขอซื้อทั้งตัวในราคาเพชร 1,000 กะรัต” พ่อค้าร่างอ้วนคนหนึ่งตะโกนขึ้นเมื่อเขาได้เห็นปลาหายากที่วางอยู่บนโต๊ะ มีเสียงซุบซิบตามมาหลังพ่อค้าร่างใหญ่ให้ราคา

            “เพชร 1,000 กะรัต นั่นมัน 5 หมื่นเหรียญทองเชียว” ลูกเรือคนหนึ่งร้องขึ้นอย่างตกใจแม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นปลาทูน่าครีบน้ำเงินและคิดว่ามันคงมีราคาแพงแต่เขาคิดไม่ถึงว่าราคาของมันจะแพงถึงขนาดนี้

            “ต้องขออภัยด้วยครับนายท่าน เนื่องจากเจ้าของปลาต้องการให้แล่เนื้อของมันเป็นหลายส่วนเพื่อที่จะได้แจกจ่ายได้อย่างทั่วถึง” กัปตันร่างใหญ่ที่เดินตามหัวหน้าครัวออกมาจากครัวเป็นคนสุดท้ายเอ่ยปาก

            พ่อค้าที่มีประสบการณ์รู้ดีว่าเนื้อแต่ละสีส่วนของเนื้อปลาชนิดนี้มีรสชาดต่างกัน ส่วนที่แพงสุดเป็นเนื้อสีแดงบริเวณท้องของปลา แต่กระนั้นมันกลับเป็นส่วนที่แคบที่สุดของแถบสีทั้งเจ็ด

            เนื้อปลาสีรุ้งถูกแร่ออกจากตัวอย่างชำนาญ เนื้อปลาเจ็ดสีครึ่งตัวหนักกว่าร้อยกิโลกรัมถูกวางลงบนเขียงไม้ขนาดใหญ่ มีเล็กยาวอันคมกริบบรรจงแบ่งเนื้อเป็นชิ้นๆตามสีทั้งเจ็ด เนื้อปลาทั้งเจ็ดสีถูกแบ่งออกมาสีละ 5 กิโลกรัมก่อนที่เนื้อทั้ง 7 ชิ้นจะถูกเก็บเข้าไปในแหวน

            “การประมูลเนื้อปลาเจ็ดสีเริ่มขึ้น ณ บัดนี้” กัปตันเรือประกาศก้องห้องอาหาร

-------------------------

ต้องขออภัยที่โดดข้ามไปหนึ่งตอนครับ วันนี้แถมให้ละกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #440 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 15:10
    หิวเลย 
    #440
    0
  2. #239 phairatw (@phairatw) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 22:06
    ขอบคุณครับ
    #239
    0
  3. #237 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 21:10
    สนุกดีครับ
    #237
    0
  4. #236 Kashiwagi (@Kashiwagi) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 20:51
    อ่านแล้วงง
    #236
    0
  5. #235 งงง่ะ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 19:32
    มันข้ามไปป่าวคับ ตอนที่แล้ว 1 มาตอนนี้ก็ 1
    #235
    1