ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,498 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,581 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    475

    Overall
    254,498

ตอนที่ 50 : คราเค่น (ตอน 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5712
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    10 ก.ย. 59

“ขอบคุณกัปตันมาก นี่เป็นเหรียญทองและเนื้อปลาตามที่สัญญาไว้” วินยิ้มอย่างพอใจก่อนจะเก็บเพชร 1,250 กะรัตลงในสายรัดข้อมือของตน เขาส่งเหรียญทอง 1,500 เหรียญพร้อมกับเนื้อปลาทูน่าสีรุ้งชิ้นละครึ่งกิโลกรัมจำนวน 7 ชิ้นให้กับกัปตันเรือ เขาไม่คิดว่าปลาตัวนี้จะได้ราคาดีกว่าที่เขาคิดไว้มาก แม้แต่กระดูกของมันยังขายได้เป็นร้อยเหรียญทอง

            “ท่านให้ข้ามากกว่าที่ตกลงกันไว้”

            “ส่วนที่เกินข้าให้ท่านนำไปแจกจ่ายกับลูกเรือของท่านตามสมควร แต่ต้องไม่ลืมเรื่องที่สัญญาไว้กับข้าอีกเรื่องหนึ่ง” ชายหนุ่มยิ้มในความซื่อสัตย์ของกัปตัน

            “เรื่องนั้นข้าไม่ลืม จะไม่มีใครรู้ว่าท่านเป็นเจ้าของปลาตัวนั้น” ชายร่างใหญ่พูดออกไปโดยที่ไม่รู้ว่ามีใครบางคนแอบฟังการสนทนาของคนทั้งสองอยู่

--------------------------

            “ทำไมท่านวินไม่ประมูลปลานั่นมาบ้างละคะ” แอลฟ่าทำหน้ามุ่ยใส่ชายหนุ่มเมื่อเขาเข้ามาภายในห้องพัก

            “เจ้าอยากกินรึ ราคามันแพงมากเลยนะ” วินถามเสียงสูง

            “ในฐานะคนทำอาหารข้าก็อยากลองชิมเหมือนกัน” ออนก้าหลับตาพริ้มนึกถึงเนื้อปลาหลากสี

            “ปลาตัวนั้นท่านวินเป็นคนตกได้หรือคะ” มิชเชลถามแทรกขึ้นสายตาของเธอจับจ้องไปยังชายหนุ่ม

            “ทำไมถึงคิดว่าเป็นข้า” วินแกล้งทำหน้าสงสัย

            “ปกติแล้วถ้าท่านไม่สนใจอะไรท่านก็จะเดินออกมาเฉยๆ อีกอย่างข้าสังเกตเห็นท่านยิ้มตอนที่มีคนประมูลเนื้อปลานั่นไป” มิชเชลยังคงจ้องจับผิดชายหนุ่ม

            “ตกลง ตกลง ข้ายอมแพ้แล้วมิชเชล” วินขำท่าทีของหญิงสาวผมดำก่อนจะนำเนื้อปลาเจ็ดสีออกมาจากแหวน

            คนทั้งสี่มองเนื้อปลาที่วางเรียงกันเป็นสีรุ้งในจานขนาดใหญ่ ปลาเนื้อละเอียดถูกแทรกด้วยไขมันสีเหลืองทองเป็นชั้นบางๆ เมื่อมองใกล้ๆเนื้อปลาเหล่านี้เหมือนกับอัญมณีที่เป็นมันเงาเมื่อต้องแสงไฟภายในห้อง เนื้อปลาทั้งหมดถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ

“หัวหน้าพ่อครัวบอกว่าถ้ากินสดๆจะได้รสชาดมากกว่านำไปปรุงให้สุก และให้กินไล่จากเน้อส่วนหางก่อนเป็นอันดับแรก” วินบอกหญิงสาวทั้งสามโดยที่ไม่รู้ว่าพวกเธอจะได้ยินถ้อยคำที่เขาพูดไปหรือไม่ สายตาเป็นประกายของหญิงสาวทั้งสามจ้องมองเนื้อปลาราวกับไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน

เนื้อแต่ละส่วนจะมีรสสัมผัส รสชาด และกลิ่น ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื้อปลาสีม่วงอ่อนถูกหยิบขึ้นมาเป็นชิ้นแรก เมื่อกัดคำแรกเนื้อนุ่มๆของมันไม่เหมือนกับเนื้อปลาทั่วไป เมื่อเคี้ยวไปเรื่อยๆจะมีความหวานของเนื้อปลาซาบผ่านปลายลิ้น เนื้อปลาแต่ละชิ้นไม่มีกลิ่นคาวของปลาแม้แต่น้อย ความหอมที่ยากจะบรรยายที่คนทั้งสี่เห็นตรงกันว่าไม่เคยได้กลิ่นเช่นนี้มาจากที่ไหนมาก่อน

เนื้อปลาสีฟ้าสดใสถูกนำใส่ปากอย่างกระตือรือร้น ความรู้สึกสดชื่นราวกับอยู่บนทุ่งน้ำแข็งเกิดขึ้นทันทีที่นำเนื้อปลาเข้าปาก มันเหมือนมีความเย็นส่งผ่านมาจากเนื้อปลา ออนก้าหลับตาพริ้มเมื่อได้ลิ้มรสของเนื้อปลาเจ็ดสี

คนทั้งสี่กำลังดื่มด่ำเพลิดเพลินกับเนื้อปลาเจ็ดสีจนลืมตัว พวกเขารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นว่าตรงหน้าเหลือเพียงเนื้อปลาสีแดงสดที่มีราคาสูงที่สุด ทั้งสี่ไม่รอช้านำปลาสีแดงเข้าปากในทันที ทันทีที่เนื้อปลาแตะถูกลิ้นเหมือนกับว่ามันละลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของลิ้นของพวกเขา ความหวานฉ่ำแทรกความมันนิดๆของไขมันสีทองที่แทรกอยู่ระหว่างชั้นเนื้อสีแดง กลิ่นเนื้อปลาส่วนนี้หอมราวกับอยู่กลางสวนดอกไม้ที่เต็มไปด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์

“ข้าไม่สงสัยเลยว่าทำไมปลาทูน่าสีรุ้งถึงมีราคาแพง” วินพูดขึ้นหลังจากเขากลืนเนื้อปลาสีแดงแล้ว

“ข้าไม่เคยปลาที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน” มิชเชลพูดขึ้น

“อร่อยมากกก” แอลฟ่าพูดเพียงสั้นๆ สายตาของเธอกำลังจับจ้องไปยังออนก้าที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับรสชาดของเนื้อปลาราวกับเธอกำลังล่องลอยอยู่บนผืนน้ำ

            “ออนก้า ออนก้า” วินกระซิบข้างหูหญิงสาวผมสีน้ำตาล ขณะที่หญิงสาวอีกสองคนหัวเราะคิกคักกับท่าทีของออนก้าอย่างสนุกสนาน

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายบรรยากาศแห่งความสุขของคนทั้งสี่ ออนก้าอยู่ใกล้ประตูที่สุดหันไปเปิด ผู้ที่มาเป็นชายโพกหัวที่มีหนวดเคราเต็มหน้า ด้านหลังของเขามีชายรูปร่างล่ำสันยืนอยู่อีก 6 คน

            “มีธุระอะไรคะ” ออนก้าพูดอย่างสุภาพ

            ไม่มีคำตอบจากพวกเขา ชายโพกผ้าดันประตูเดินนำเข้าไปในห้องตามด้วยชายทั้ง 6 คน

            “ข้ารู้มาว่าเจ้าเป็นเจ้าของปลาตัวนั้น” ชายโพกผ้าเปิดประเด็น

            “ใครเป็นคนบอกเจ้า” วินถาม ชายหนุ่มจำได้ว่าคนคนนี้เป็นพ่อค้าที่เข้าร่วมดูการประมูลเนื้อปลาเมื่อตอนหัวค่ำเขาเป็นพ่อค้าเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ประมูลเนื้อปลาเหล่านั้นเลย

            “ลูกน้องของข้าได้ยินเจ้าคุยกับกัปตันเรือเมื่อตอนค่ำ”

            “ถ้าใช่แล้วยังไง”

            “ข้าเพียงอยากจะขอแบ่งเงินไปใช้บ้าง ถ้าเจ้ายอมโดยดี ข้ารับรองว่าจะไม่ทำอะไรพวกเจ้า” ชายโพกผ้ายิ้มอย่างชั่วร้าย ลูกน้องบางคนมองไปยังหญิงสาวแล้วเลียริมฝีปาก

            “ข้าเกลียดพวกที่ชอบข่มขู่และคิดจะทำร้ายครอบครัวของข้ามากที่สุด” ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน

            โจรในคราบพ่อค้าทั้ง 7 คนหยิบอาวุธของตนออกมาจากแหวน ชายหนุ่มยังคงนั่งในท่าสบายๆ บนเตียงหลังใหญ่ หญิงสาวทั้งสามยืนเตรียมพร้อมอยู่ด้านข้าง เสียงดีดนิ้วดังขึ้นหนึ่งครั้ง ปรากฎกระแสลมแผ่วเบาพัดอยู่รอบตัวโจรทั้งหก กลุ่มโจรขยับตัวหมายทำร้ายชายหนุ่มผมสีฟ้าที่ทำหน้ากวน พวกมันไม่สามารถก้าวพ้นจากบริเวณที่ยืนอยู่ได้ เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นพวกมันไว้อยู่ทุกด้าน

            “กะ..เกิดอะไรขึ้น จะ...เจ้าทำอะไรพวกข้า” กลุ่มโจรรนรานหลายคนเริ่มหน้าซีด

            “ถ้าเจ้ายอมยกทรัพย์สินทั้งหมดให้กับข้า ข้ารับรองว่าจะไม่ทำอะไรพวกเจ้า” ชายหนุ่มผมสีฟ้ายิ้มอย่างยียวน

            “ฝันไปเถอะ พวกเราอย่าไปกลัวมัน เพียงแค่มายากลหลอกเด็ก” หัวหน้าโจรโพกหัวพูดขึ้น

            “ออนก้า ข้าไม่อยากให้ห้องเลอะเลือดทำอย่างไรดี” ชายหนุ่มหันไปทางหญิงสาวทั้งสามที่ยืนมองคนทั้งหกอย่างนิ่งเฉย

            “ถ้าเช่นนั้นก็แช่แข็งพวกมันซะเลยสิคะ” ออนก้ามีน้ำเสียงหยอกเย้า เธอไม่คิดว่าชายหนุ่มจะทำเช่นนั้นจริงๆ ตลอดเวลาที่เธอรู้จักเขา สิ่งที่ชายหนุ่มพยายามหลีกเลี่ยงคือการฆ่ามนุษย์ด้วยกันเอง หรือแม้จะเป็นเพียงพวกกึ่งสัตว์ก็ตาม

            “เป็นความคิดที่ดี” ชายหนุ่มดีดนิ้วอีกครั้งขาท่อนล่างของพวกโจรกลายเป็นน้ำแข็ง

            “ทีนี้จะถอดแหวนของพวกเจ้าให้ข้าได้หรือยัง” วินพูดเสียงต่ำ

ร่างของชายทั้งเจ็ดกำลังสั่นอย่างรุนแรง พวกมันไม่ได้สั่นเพราะความเย็นของน้ำแข็งก้อนใหญ่ที่ทำให้ขาครึ่งท่อนกลายเป็นน้ำแข็ง อาการสั่นที่เกิดขึ้นเกิดจากความกลัวอย่างจับใจ แขนขาหลายคนเริ่มอ่อนแรงจนทรุดร่างลงบนพื้น

            “อะ...อย่าทำอะไรพวกข้าเลย ข้ากลัวแล้ว” โจรโพกผ้าพูดขึ้น มือที่พยายามถอดแหวนสั่นจนไม่อาจควบคุม

            “ข้าเปลี่ยนใจแล้ว” ทันทีที่กลุ่มโจรโยนแหวนลงพื้นชายหนุ่มชูมือตรงไปยังกลุ่มคนทั้งเจ็ด โดยไม่มีคำร่ายหรือการดีดนิ้วมือ ร่างของพวกโจรกลายเป็นน้ำแข็งไปทั้งร่าง

            ชายหนุ่มเดินไปหยิบแหวนมิติที่ตกอยู่บนพื้นเขาเปิดมันออกทีละวง วงที่มีของมีค่ามากที่สุดเป็นของชายโพกผ้า เขาย้ายเพชรและเหรียญทองจำนวนมากไปยังสายรัดข้อมือของตนก่อนจะนำศพของโจรทั้งหมดเก็บเข้าแหวนมิติของพวกมัน

            หญิงสาวทั้งสามมองดวงตาว่างเปล่าของชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ

            “ท่านวินเป็นอะไรไหมคะ” มิชเชลถามขึ้นอย่างเป็นห่วงเธอรู้ว่าที่ชายหนุ่มทำลงไปนั้นอาจเพราะความโกรธ แต่เรื่องเช่นนี้เธอกลับมองว่ามันเป็นเรื่องปกติ ความทรงจำที่ผ่านมาของเธอพบเจอแต่เรื่องราวลักษณะนี้ อาจารย์ของเธอเคยพูดเอาไว้ว่า “ผู้แข็งแกร่งจึงจะอยู่รอด” นั้นล้วนเป็นความจริง

            “ข้าไม่เป็นไร หลังจากเกิดเรื่องของโคลิก้า ข้าได้สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้กับผู้ที่ทำร้ายหรือข่มขู่ข้าหรือพวกเจ้า” ดวงตาของเขาแข็งกร้าว แอลฟ่าเดินเข้ามากอดเขาอย่างอ่อนโยนนั่นทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายลงเป็นอย่างมาก

----------------------------------

วินยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนหอควบคุมเรือ หลังจากที่เขาจับปลาทูน่าสีรุ้งชายหนุ่มเริ่มสนิทกับกัปตันเรือร่างใหญ่มากขึ้น เขามักพูดคุยกันในเรื่องต่างๆอย่างถูกคอ วันนี้เป็นวันที่ 7 ของการเดินทาง เกือบจะถึงครึ่งทางของการเดินสู่ทวีปใหม่ เช้าวันนี้ก็เป็นเหมือนทุกวันเขาขึ้นมาอยู่บนหอควบคุมเรือจนดูเหมือนเขาจะกลายเป็นหนึ่งลูกเรือไปเสียแล้ว

            ชายหนุ่มกำลังมองไปยังเกาะด้านหน้าที่เยื้องไปทางขวาของเรือเล็กน้อย

            “เราจะผ่านเกาะมิโดรันในช่วงบ่ายวันนี้” กัปตันพูดขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มสนใจเกาะร้างที่อยู่ด้านหน้า

            “มีคนอาศัยอยู่บ้างไหม” วินถามอย่างอยากรู้

            “มนุษย์อยู่บนนั้นไม่ได้หรอก มันเป็นที่มีสัตว์อสูรขั้นสูงอยู่เต็มไปหมด”

           

            ตูม!

            เสียงเหมือนเรือถูกกระแทกอย่างแรง เรือลำใหญ่โคลงไปมาอย่างน่ากลัว

            “ตรวจสอบกราบเรือด้านซ้าย” กัปตันร่างใหญ่ตะโกนบอกลูกเรือที่อยู่บนดาดฟ้า

            ลูกเรือที่อยู่กาบซ้ายชะโงกลงไปดูด้านข้างของเรือก่อนที่จะทรุดร่างลงกับพื้น หนวดปลาหมึกขนาดใหญ่มีความยาวมากกว่า 20 เมตรโผล่ขึ้นมาพาดบนดาดฟ้า จากนั้นไม่นานมีหนวกปลาหมึกลักษณะเดียวกันโผล่ขึ้นมาพาดดาดฟ้าเรือด้านขวา

            “คราเค่น” กัปตันเรือร้องเสียงดัง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #441 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 15:16
    หลังจากกินเนื้อปลาแล้ว ก็ถึงเวลากินเนื้อปลาหมึก
    #441
    0
  2. #341 ErictiesE (@ErictiesE) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 17:12
    พัฒนาในทางที่ดีขึ้นครับ เก่งขึ้น อ่านแล้วเริ่มรู้สึกว่าพวกเขามีชีวิตชีวาขึ้นนะ 
    #341
    0
  3. #249 Huntherfc (@Huntherfc) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 01:27
    ห๊าหมดแล้ว สนุกมากครับ
    #249
    0
  4. #241 oneonlyman14 (@oneonlyman14) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 22:05
    อ่านตั้งแต่ตอนแรก รวดเดียววาปเวลาเลยครับ สนุกมาก!!!
    ยิ่งเห็นพัฒนาชัดเจนเลย จากตอนแรกมาตอนหลังๆเนื้อเรื่องดูมีมิติและตัวละครมีลักษณะชัดเจนยิ่งขึ้นเหมือนไรท์พัฒนาตามตัวละครเลยครับ ขอติอย่างเดียว....ตอนมันสั้นเกิ๊น อ่านไม่ค่อยจุใจ 5555
    ขอบคุณมากๆที่แต่งมาให้อ่านนะครับ
    #241
    1
    • #241-1 จะอดทนเพื่อขนม (@ss1999) (จากตอนที่ 50)
      12 กันยายน 2559 / 19:27
      ผมแต่งตอนนึงประมาณ 3-4 หน้ากระดาษ A4 ครับ ใจจริงอยากแต่งให้มันยาวกว่านี้แต่เกรงว่าจะออกทะเล

      ขอบคุณสำหรับคำติชมครับ
      #241-1
  5. #240 phairatw (@phairatw) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 21:53
    ขอบคุณครับ
    #240
    0