ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,333 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,582 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    310

    Overall
    254,333

ตอนที่ 52 : เกาะมิโดรัน (ตอน 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5764
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    13 ก.ย. 59

แก๊ง แก๊ง แก๊ง แก๊ง!

            ระฆังเตือนภัยถูกเคาะอย่างถี่ๆ เป็นสัญญาณที่ทุกคนบนเรือต่างรู้ว่าขณะนี้อันตรายขั้นวิกฤตได้เกิดขึ้นกับเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ลำนี้แล้ว ลูกเรือทั้งหมดถูกฝึกให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานะการณ์เลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นทุกขณะที่เดินทางข้ามทวีป ภัยร้ายแรงที่พบเจอส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากธรรมชาติแทบทั้งสิ้น ครั้งนี้ถือว่าต่างจากวิกฤติการณ์ร้ายแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา สัตว์อสูรในตำนานโผล่ขึ้นมาโจมตีเรือถึงสองครั้งในวันเดียวกัน

            “กางใบเรือทุกใบ เดินหน้าเต็มกำลัง” กัปตันเรือร่างใหญ่ตะโกนสั่งลูกเรือที่สาละวนกับเชือกผูกใบเรือขนาดใหญ่ ใบเรือสองใบที่มีรอยขาดถูกซ่อมไว้อย่างง่ายๆ เขายังคงสงบนิ่งแตกต่างจากครั้งที่เจอกับคราเค่นเมื่อครั้งแรก ไม่รู้ด้วยเพราะได้ผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาคราหนึ่งหรือมั่นใจว่าชายหนุ่มผมสีฟ้าจะสามารถช่วยให้พวกเขารอดจากอัตรายครั้งนี้

            หัวเรือกำลังมุ่งสู่เกาะขนาดใหญ่เบื้องหน้าเพื่อหนีการไล่ล่าจากสัตว์อสูรที่หลายคนเชื่อว่ามันมีแต่ในตำนาน แม้ว่าเขาจะรู้อยู่แก่ใจว่าบนเกาะร้างขนาดใหญ่นั้นจะเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายขั้นสูง แต่มันยังดีกว่าการที่ลอยเรืออยู่กลางมหาสมุทรที่มีแม่คราเค่นยักษ์ที่กำลังโกรธเมื่อรู้ว่าลูกของมันถูกคนบนเรือลำนี้ฆ่าตายเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา

            เสียงกรีดร้องของผู้โดยสารบนเรือดังขึ้นทุกครั้งที่เรือโคลงเพราะแรงกระแทกอย่างรุนแรงของสัตว์อสูรแปดหนวด ผู้คนที่วิ่งกันวุ่นวายแต่พวกเขากลับไม่รู้ว่าจะมีที่ใดบนเรือนี้ที่มีความปลอดภัย กราบเรือทั้งซ้ายและขวาเสียหายหลายแห่งเพราะถูกคราเค่นฟาดหนวดเข้าใส่ หัวเรือแตกหักเสียหายจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่จนน้ำทะเลเริ่มกระเซ็นเข้าภายในเรือ ลูกเรือคนหนึ่งที่ประจำการอยู่บริเวณหน้าเรือตกลงสู่มหาสมุทรเพราะเชือกที่ผูกตนเองไว้กับเสากระโดงเรือเกิดขาด กัปตันเรือเห็นเขาว่ายน้ำอยู่พักหนึ่งจากนั้นไม่นานจึงถูกคราเค่นยักษ์จับกิน น้ำทะเลบริเวณนั้นถูกย้อมด้วยสีเลือดจางๆ

            ความเร็วของเรือไหนเลยจะหนีพ้นความเร็วของสัตว์อสูรที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งมหาสมุทร แม้ว่ามันจะไม่ใช่สัตว์ที่สามารถว่ายน้ำได้เร็วที่สุดแต่สัตว์ใหญ่ตัวนี้สามารถว่ายน้ำได้เร็วกว่าความเร็วของเรือมากนัก หนวดขนาดใหญ่ของคราเค่นโผล่ขึ้นอีกครั้งและฟาดเอาเสากระโดงสูงหลายสิบเมตรหักโคนลงทะเล เสียงไม้ขนาดสามคนโอบฉีกขาดบาดหูผู้โดยสารทั้งลำเรือ แรงเหวี่ยงจากการโค่นลงของเสากระโดงทำให้เรือเอียงวูบไปฝั่งที่เสาโค่นลงอย่างแรง ลูกเรือที่ผูกตัวเองไว้กับเสากระโดงต้นนั้นลอยตามเสาไม้ขนาดใหญ่ตกทะเลไป ผู้โดยสารหลายสิบคนที่ไม่ทันยึดเกาะเอาไว้กระเด็นตกลงสู่ทะเล

            คนที่ตกลงไปในทะเลถูกคราเค่นจับกินเกือบทั้งหมดกลิ่นเลือดในน้ำพักกระจายออกไปหลายกิโลเมตร มันได้ชักชวนสัตว์นักล่าหลายชนิดให้มาร่วมวงกินเนื้อมนุษย์ที่ตกลงสู่ท้องทะเล แม้ว่านักล่าหลายตัวรู้ดีว่าปลาหมึกยักษ์ตัวนี้กำลังเกรี้ยวกราด พวกมันเพียงว่ายวนอยู่ให้ไกลจากรัศมีของหนวดขนาดใหญ่

            คราเค่นชูหนวดขนาดยักษ์ของมันขึ้นมาอีกครั้งเพื่อหวังจะทำลายเสากระโดงต้นที่สอง หนวดขนาด 2 เมตรเหวี่ยงกลับไปด้านหลังเพื่อสร้างแรงทำลาย นกสีม่วงขนาดใหญ่บินผ่านหัวลูกเรือมุ่งตรงไปยังโคนหนวดที่อยู่บริเวณผิวน้ำ สายลมแรงวูบหนึ่งพัดผ่านผู้คนทำให้พวกเขารู้สึกได้ ภาพนกธาตุลมพุ่งเข้าชนโคนหนวดคราเค่นเหมือนดั่งนกอินทรีย์พุ่งลงไปจับเหยื่อของมันใต้น้ำ ก่อนที่หนวดขนาดใหญ่ของคราเค่นขาดและร่วงลงสู่ผิวน้ำก่อนที่มันจะได้ฟาดกลับมายังเรือ

            ชายหนุ่มผมสีฟ้าสอดส่ายสายตามองหาหนวดขนาดยักษ์เส้นถัดไป คราเค่นยักษ์เมื่อเสียหนวดไปหนึ่งเส้นมันใช้วิธีพุ่งชนเรือ สลับกับใช้หนวดฟาดบริเวณใต้ท้องเรือโดยไม่โผล่หนวดของมันขึ้นเหนือน้ำอีก วินคิดจะใช้เกราะธาตุลมเพื่อปกป้องเรือลำนี้ แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่โตจนเกินความสามารถของเขาชายหนุ่มจึงต้องหาวิธีกำจัดสัตว์อสูรตัวนี้แทนการป้องกัน และแล้วความพยายามของปลาหมึกยักษ์เริ่มสัมฤทธิ์ผลเมื่อเหล็กที่หุ้มท้องเรือฉีกขาดเสียงดังสนั่น น้ำทะเลจำนวนมากถาโถมเข้าภายในเรืออย่างรวดเร็ว เรือเดินสมุทรลำใหญ่กำลังจมลงอย่างรวดเร็ว

            “เราจะทำอย่างไรดี ข้าว่ายน้ำไม่เป็น” ออนก้าพูดสั่นๆ

            “ข้าก็ว่ายน้ำไม่เป็น” แอลฟ่าคว้ามือหญิงสาวผมสีดำที่เซจนเกือบล้มเนื่องจากเรือเอียงเพราะแรงกระแทกของคราเค่น

            “ขอบใจแอลฟ่า” แม้ว่าหญิงสาวผมดำจะว่ายน้ำเป็นแต่เธอคิดว่าระยะทางจากเรือถึงเกาะขนาดใหญ่ที่เห็นตรงหน้า ด้วยความเร็วของเรือในขณะนี้ยังต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง

หญิงสาวทั้งสามที่มีสีหน้าตื่นตระหนกขณะยืนปรึกษากัน สายตาของพวกเธอจับจ้องไปยังคนหลายสิบคนที่ดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดอยู่ในทะเล บางคนแน่นิ่งอยู่ในวงรัดของหนวดขนาดใหญ่ของอสูรขนาดยักษ์ ด้านหน้าของหญิงสาวเป็นชายหนุ่มผมสีฟ้าที่กำลังครุ่นคิดอย่างหนักเพื่อหาหนทางรอดจากวิกฤติการณ์ครั้งนี้ สัตว์อสูรตัวนี้ฉลาดกว่าที่เขาคิด มันใช้วิธีโจมตีใต้เรือเพื่อให้เรือล่ม เมื่อมันอยู่แต่ใต้น้ำทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรมันได้

“ทุกคนสละเรือ! สละเรือ!

เสียงดังกังวานมาจากชายร่างสูงที่ยืนอยู่หลังพังงาเรือ ขณะนั้นเรือเริ่มจมลงเพราะรอยแตกขนาดใหญ่บริเวณใต้ท้องเรือ กัปตันเรือหันมาสบตากับวินหนึ่งครั้ง “ขอให้ท่านโชคดี” คำพูดที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความจริงใจ

ชายหนุ่มคำนับกัปตันเรือหนึ่งครั้งก่อนจะดึงมือหญิงสาวทั้งสามแล้วพุ่งลงไปในน้ำ เกราะธาตุลมถูกสร้างขึ้นโอบล้อมร่างทั้งสี่ เขาพาหญิงสาวทั้งสามว่ายออกห่างเรือที่กำลังจมให้ไกลที่สุด เป้าหมายคือไม้กระดานแผ่นใหญ่ที่อยู่ห่างไปประมาณ 20 เมตร

วินมองย้อนกลับไปยังเรือหลังจากเขาดันหญิงสาวทั้งสามขึ้นไปนั่งอยู่บนไม้กระดานแผ่นนั้นได้สำเร็จ เรือที่เขาเพิ่งกระโดดลงมาตอนนี้จมลงจนเห็นเพียงเสากระโดงสูงเพียงไม่กี่เมตรที่ยังคงอยู่เหนือน้ำ ชายหนุ่มยิงเวทลมไปยังหนวดคราเค่นที่กำลังไล่คว้าพวกกึ่งเงือกหลายตัวที่กำลังว่ายน้ำตรงมายังจุดที่พวกเขาอยู่ เงือกหนุ่มรูปงามหันไปมองหนวดคราเค่นที่ขาดลงอย่างงงๆ เขารีบนำกึ่งเงือกทั้งหมดว่ายมายังไม้กระดานขนาดใหญ่ที่ชายหญิงทั้งสี่ลอยคออยู่บนนั้น

คราเค่นจมหายลงไปในน้ำครู่ใหญ่ ออนก้าสังเกตเห็นพื้นผิวน้ำบริเวณนั้นมีฟองอากาศผุดขึ้นจำนวนมาก มันพุ่งตัวตามกลุ่มเงือกที่กำลังมุ่งหน้ามายังคนทั้งสี่ เงือกทั้งหมดเมื่ออยู่ในน้ำขาของพวกเขากลับกลายเป็นหางเหมือปลา ความเร็วของเงือกขณะนี้เร็วกว่าคราเค่นยักษ์ที่เหลือหนวดเพียงหกเส้น

กลุ่มเงือกมาถึงไม้กระดานแผ่นใหญ่พวกเขาช่วยกันผลักเงือกหญิงสูงวัยขึ้นไปบนไม้กระดานแผ่นใหญ่ ก่อนที่เงือกบางส่วนจะช่วยกันว่ายน้ำดัน บางส่วนว่ายไปด้านหน้าเพื่อลากไม้กระดานที่คนทั้งสี่และเงือกชราอยู่บนนั้น เพื่อมุ่งหน้าไปยังเกาะร้างขนาดใหญ่ เมื่อต้องว่ายน้ำขณะที่ต้องลากไม้ที่ใหญ่และหนักความเร็วของเงือกเริ่มช้าลงจนเห็นได้ชัด

มวลน้ำด้านหลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กลุ่มเงือกที่ช่วยกันดันแผ่นไม้ขนาดใหญ่เข้ามาเรื่อยๆ

“เร็วขึ้นอีก หากพวกเราขึ้นฝั่งได้ก็จะปลอดภัย” เสียงเงือกหนุ่มดังขึ้น เขาหันไปมองคราเค่นที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างตื่นตระหนก

ตูมมม!!!

หนวดขนาดใหญ่ของสัตว์อสูรฟาดลงกลางไม้กระดานแผ่นใหญ่อย่างแรง เสียงกรีดร้องของเงือกชราที่อยู่บนไม้กระดานดังขึ้นด้วยความตกใจอย่างสุดขีด เงือกหลายคนหลับตาลงเพราะไม่กล้ามองภาพความเสียหายตรงหน้า แต่เมื่อพวกเขาลืมตาขึ้นมากลับเห็นสิ่งที่ไม่คาดคิด ไม้กระดานยังคงสภาพอยู่เหมือนเดิม หนวดขนาดใหญ่ของคราเค่นที่หมายจะฟาดลงบนไม้กระดานกลับกระแทกกับบางอย่างที่มองไม่เห็นก่อนจะกลายเป็นแรงผลักให้ไม้กระดานและกลุ่มคนทั้งหมด พุ่งไปข้างหน้าอย่างแรง

คราเค่นยังไม่ละความพยายามมันยังคงพุ่งตามกลุ่มคนทั้งหมดอย่างไม่ลดละ เมื่อโจมตีจากด้านบนไม่สำเร็จมันจึงดำลงไปใต้น้ำแล้วพุ่งตัวไปยังกึ่งเงือกที่อยู่ใกล้ตัวมันมากที่สุด หนวดขนาดใหญ่ยืดออกหมายคว้าตัวกึ่งเงือกคนนั้น เหตุการณ์เช่นเดิมเกิดขึ้นอีกครั้ง ก่อนถึงตัวเงือกเพียงไม่กี่เมตรปลายหนวดของคราเค่นชนกับบางอย่างที่มองไม่เห็น แรกกระแทกช่วยส่งกลุ่มคนที่อยู่ภายในเกราะทรงกลมธาตุลมให้พุ่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงคราเค่นยังคงตามล่าคนกลุ่มนี้อย่างไม่ลดละ สีหน้าที่ตึงเครียดของทุกคนเริ่มผ่อนคลายลงเมื่อรู้ว่าสัตว์อสูรขนาดยักษ์ไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้ กึ่งเงือกที่นั่งอยู่บนไม้กระดานแผ่นใหญ่เมื่อได้สติกลับคืนมาคำถามมากมายเกิดขึ้นในใจของเขา “คนพวกนี้ทำแบบนี้ได้อย่างไร” กึ่งเงือกชราพูดเบาๆกับตัวเอง

ระยะทางที่ใกล้เกาะร้างขึ้นทุกที ชายหาดลาดเอียงทอดยาวออกไปไกลในทะเลทำให้น้ำเริ่มตื้นจนไม่สามารถว่ายได้ พวกกึ่งเงือกที่อยู่ในน้ำจึงเปลี่ยนหางตัวเองกลับเป็นขาอีกครั้ง น้ำทะเลที่ต่ำกว่าระดับเอวทำให้ไม่สามารถเดินได้เร็วนัก กระนั้นสัตว์อสูรหนวดยาวยังคงตามพวกเขาไม่ห่าง มันใช้หนวดสี่เส้นเดินบนพื้นทรายต่างเท้า หนวดอีกสองเส้นยกชูขึ้นแล้วฟาดจนน้ำทะเลกระจาย ชายหนุ่มยืนขึ้นบนไม้กระดานที่โยกไปมา เขาชี้มือไปยังหมึกยักษ์ตรงหน้า วิหควายุบินตรงไปยังหนวดสองเส้นที่กำลังชูขึ้นอีกครั้ง ปลายปีกนกธาตุลมเฉือนโดนหนวดหมึกยักษ์จนเป็นแผลฉกรรจ์ ไม้กระดานที่โยกไปมาทำให้ชายหนุ่มควบคุมเวทของตนไม่ดีนัก

คราเค่นรู้ดีว่าบัดนี้มันเสียเปรียบกลุ่มคนทั้งหมดอยู่มาก มันจึงยอมล่าถอยกลับลงสู่ทะเลลึก

คนทั้งสี่และกึ่งเงือก 12 คนขึ้นมาพักอยู่ที่ชายหาดของเกาะมิโดรันอย่างโล่งอก ชายกึ่งเงือกมองกลับไปยังทิศทางที่พวกตนมา เขาหวังว่าอาจจะมีคนอื่นบนเรือที่รอดพ้นจากคราเค่นเหมือนพวกตน แต่ทะเลอันเวิ้งว้างเบื้องหน้าเหมือนจะบอกเป็นนัยว่ามีแต่เพียงพวกเขาเท่านั้นที่เหลือรอด

“ท่านทำแบบนั้นได้อย่างไร” คำถามที่คุ้นเคยออกจากปากชายกึ่งเงือกรูปงามที่ยืนอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มผมสีฟ้า

“.....” ดวงตาสีฟ้าจ้องกลับไปยังคนรูปงามตรงหน้า ไม่มีคำตอบใดหลุดออกจากปากของวิน มีเพียงเสียงหัวเราะเล็กๆของหญิงสาวทั้งสามที่มองมายังคู่สนทนาทั้งสอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #792 hitpoint (@hitpoint) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 17:23
    น่าจะใช้เวทย์น้ำแข็งในกานวิ่งบนทะเลเป็นทางให้ถึงเกาะ
    #792
    0
  2. #637 Freedom Pen (@nataphnog) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 01:08
    กัปตัน ไม่น่าเลย อยากให้รอด ชอบๆ
    #637
    0
  3. #443 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 15:25
    หนวดเส้นนึง น่ากินได้หลายเดือน ...หิวๆ
    #443
    0
  4. #262 wit000 (@wit000) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 17:11
    #262
    0
  5. #260 phairatw (@phairatw) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 08:13
    ขอบคุณครับ
    #260
    0
  6. #259 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 22:27
    สนุกดีครับ
    #259
    0
  7. #258 Huntherfc (@Huntherfc) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 22:03
    น่าจะเก็บมันเลยเสียดายหมึกปิ้ง
    #258
    0
  8. #257 Hardwork Better Nowork (@victor19) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 21:46
    ขอบคุณคับ
    #257
    0