ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,452 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    429

    Overall
    254,452

ตอนที่ 53 : เกาะมิโดรัน (ตอน 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5631
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    15 ก.ย. 59

แสงแดดยามบ่ายแก่ๆยังคงสาดส่องส่งความร้อนมายังผืนทราย ท้องฟ้าสีครามไม่มีเมฆแม้สักก้อน สายลมบางเบาช่วยบรรเทาความร้อนลงได้มาก ชายหญิงคู่หนึ่งยังคงจ้องหน้ากันอย่างไม่วางตา ต่างคนต่างมีคำถามอยู่ภายในใจ

“ท่านวิน โซเฟีย เลิกจ้องหน้ากันแล้วมาทานข้าวได้แล้ว” มิชเชลออกมาเรียกชายหญิงสองคนที่ยังคงยืนจ้องหน้ากันอยู่บนหาดทรายหน้าบ้านสองชั้นหลังใหญ่ที่ถูกนำมาตั้งไว้เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน

“ข้าขอโทษ” วินรู้สึกตัวว่าเป็นการเสียมารยาทที่จ้องหน้าหญิงสาวตรงๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะเข้าใจผิดตลอดเวลาว่าเธอเป็นผู้ชาย ชายหนุ่มเลิกจ้องตา เมื่อมองหน้าหญิงสาวกึ่งเงือกอีกครั้ง ชายหนุ่มพบว่าเธอเป็นคนที่สวยมากคนหนึ่ง ผมสีดำ ดวงตากลมโตสีน้ำทะเล ผิวขาวเนียนรับกับใบหน้ารูปไข่

เมื่อได้ยินเสียงของมิชเชลหญิงสาวสวยกึ่งเงือกจึงรู้สึกตัว เธอหน้าเริ่มแดงขึ้นด้วยความเขินอาย หญิงสาวหันหน้าหลบไปอีกด้านหนึ่ง ก่อนหน้านี้เธอต้องการจะรู้ว่าชายหนุ่มใช้วิธีการอะไรถึงทำให้คราเค่นบาดเจ็บได้ขนาดนั้น ทำให้เธอจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างลืมตัว

 

“พวกเจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไรว่าแท้จริงแล้วอัลเบิร์ด เอ่อ...โซเฟีย เป็นผู้หญิง” ชายหนุ่มผมสีฟ้าถามหญิงสาวทั้งสามอย่างเคืองๆ เมื่อเขาเดินมายังโต๊ะอาหารที่มี ออนก้า แอลฟ่าและเงือกชรานั่งรออยู่ ขณะที่ทหารกึ่งเงือกชาย 10 คนจับกลุ่มทานอาหารอยู่ด้านนอก

“ตั้งแต่วันแรกที่พวกเราคุยกัน” แอลฟ่าตอบ

“ครั้งแรกพวกข้าแค่สงสัย แต่ตอนที่ข้าล้มลงไปทับเธอข้าจึงแน่ใจว่าเธอเป็นผู้หญิง” ออนก้าปิดปากหัวเราะ

“ในเมื่อพวกเจ้ารู้แต่แรกว่าเธอเป็นผู้หญิงแล้วทำไมถึงไม่ยอมบอกข้า” วินยังคงเคืองหญิงสาวทั้งสาม ในขณะที่ลึกๆแล้วเขารู้สึกขำตัวเองเมื่อรู้ว่าตนหึงหวงภรรยาทั้งสามกับเงือกสาว

“เป็นข้าที่ขอร้องไม่ให้พวกเธอบอกใคร การเดินทางไกลเช่นนี้เต็มไปด้วยอันตราย ข้าจึงต้องปกปิดฐานะของตัวเอง” เงือกสาวผมดำพูดขึ้น “ท่านยังไม่ตอบข้าเลยว่าท่านทำสิ่งที่เกิดขึ้นกลางทะเลได้อย่างไร”

“เรื่องนั้นท่านไม่จำเป็นต้องรู้” ชายหนุ่มไม่อยากตอบคำถามนี้ เขารู้สึกว่ามักมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นเสมอเมื่อมีคนรู้ว่าเขาสามารถใช้เวทมนต์ได้

            “ทำไมสัตว์อสูรคราเค่นถึงตามทำร้ายพวกท่าน” วินถามขึ้นก่อนตักอาหารเข้าปาก

            “ทำไมท่านถึงคิดว่าสัตว์ยักษ์นั่นจึงตามทำร้ายพวกข้า” โซเฟียสบตากับเงือกชราครู่หนึ่งก่อนจะถามกลับ

            “ตอนที่เรืออับปางข้าสังเกตว่ามันก็ไล่ตามพวกท่านไม่ใช่ข้า อีกอย่างข้ารู้มาว่าคราเค่นไม่ได้อาศัยอยู่บริเวณเส้นทางเดินเรือ แปลว่ามันจะต้องตามล่าใครสักคน ซึ่งข้าแน่ใจว่าเป็นพวกท่าน” ชายหนุ่มหรี่ตามองกึ่งเงือกทั้งสองเพื่อหาคำตอบ

            เงือกสาวก้มหน้าเงียบ เธอไม่พูดอะไรอีก จากนั้นไม่นานเธอและแม่ขอตัวไปพักผ่อนโดยออนก้าจัดห้องพักเล็กด้านบนให้คนทั้งคู่ ส่วนผู้ติดตามทั้งสิบชายหนุ่มให้นอนในบ้านไม้ที่เขายังคงเก็บไว้ในแหวนขนาดใหญ่

------------------------

            “ท่านวินสงสัยอะไรในตัวโซเฟียหรือคะ” มิชเชลถามขึ้นเบาๆ ขณะนี้ทุกคนกลับมาอยู่ในห้องของตนเอง

            “ข้ารู้สึกว่ากึ่งเงือกพวกนี้มีอะไรปิดบังพวกเราอยู่” ชายหนุ่มคิดถึงเหตุการณ์ที่ถูกคราเค่นโจมตีเรือ และไล่ล่าพวกเขา เขารู้สึกว่าสัตว์อสูรร่างใหญ่ให้ความสนใจกับคนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ

            “ให้ข้าลองถามเธอดูไหม” ออนก้าเสนอ

            “ใช่ๆถ้าพวกข้าถามเธอจะต้องบอกแน่ๆ” แอลฟ่าสนับสนุน

            “ในเมื่อเธอไม่อยากบอกข้าก็ไม่อยากไปเซ้าซี้” ชายหนุ่มพูดขึ้น จากนั้นความเงียบได้เข้ามาแทนที่เสียงพูดคุยของคนทั้งสี่ เหลือเพียงเสียงคลื่นซัดสาดกระทบชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง

 

            แสงแดดยามเช้าสาดส่องให้แสงสว่างอีกครั้ง ชายหญิงสี่คนกำลังเดินบนหาดทรายเม็ดละเอียด พวกเขาไม่มีจิตใจจะดื่มด่ำธรรมชาติที่สวยงามบนเกาะแห่งนี้ คลื่นเมื่อคืนซัดเศษไม้จำนวนมากที่เป็นของเรือเดินสมุทรที่พวกเขาโดยสารมาเมื่อวาน ท่ามกลางเศษไม้ที่กระจัดกระจายเต็มชายหาดมีร่างไร้วิญญาณของคนนับสิบนอนเรียงรายให้คลื่นซัดร่าง ชายหนุ่มจำชายร่างใหญ่คนหนึ่งได้เป็นอย่างดี เขาคือกัปตันเรือคนที่วินมักพูดคุยด้วยอยู่เสมอๆ ข้างศพกัปตันเป็นชายอ้วนที่มีสภาพไม่ครบสมบูรณ์ขาของเขาฉีกหายไปข้างหนึ่ง ชายหนุ่มเดินดูศพเหล่านั้นไปเรื่อยๆ สาเหตุการตายส่วนใหญ่เกิดจากการจมน้ำมากกว่าถูกสัตว์ทำร้าย แต่ศพเหล่านี้เป็นเพียงจำนวนแค่ส่วนเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตามพวกเขาเข้าใจว่าลูกเรือและผู้โดยสารที่เหลือคงไม่มีใครรอด

นี่ยิ่งทำให้เขามั่นใจในความคิดของเขา “สาเหตุที่คราเค่นโจมตีเรือน่าจะเพราะกึ่งเงือกพวกนั้น” วินพูดกับตัวเองเบาๆ

“ในเมื่อพวกท่านก็ตายแล้วสิ่งของเหล่านี้ข้าขอละกัน ถือว่าเป็นค่าจัดการศพของพวกท่าน” ชายหนุ่มเก็บแหวนมิติจากศพเหล่านี้ก่อนจะนำทั้งหมดมาวางเรียงกัน เขาตัดสินใจที่จะเผาศพทั้งหมด ไฟสีม่วงพุ่งออกจากมือของเขาไปยังศพจำนวน 17 ศพที่วางเรียงกันอยู่บริเวณหาดทราย เพียงเวลาไม่นานศพทั้งหมดถูกไฟสีม่วงเผาผลาญเหลือไว้เพียงเถ้าถ่าน

----------------------------

            “พวกข้าทั้งสี่จะเดินทางสำรวจเกาะแห่งนี้ พวกเจ้าจะตามไปด้วยไหม” วินบอกกับกึ่งเงือกทั้งสองคน

            “พวกข้ารบกวนพวกท่านมามากแล้ว เราจะแยกไปเพื่อสำรวจเกาะนี้เช่นกัน” หญิงสาวกึ่งเงือกพูดขึ้นก่อนจะโค้งหัวให้คนทั้งสี่เล็กน้อย

            “ข้าว่าพวกท่านควรจะไปกับพวกเรานะ” แอลฟ่าเสนอ

            “ใช่ ข้ารู้มาว่าสัตว์บนเกาะแห่งนี้ล้วนอยู่ในขั้นสูง ลำพังผู้คุ้มกันขั้นยอดฝีมือไม่อาจคุ้มกันพวกท่านได้หรอก” ออนก้าสนับสนุนขณะที่มิชเชลยืนพยักหน้าอยู่ข้างๆออนก้า

            “ข้าขอบคุณพวกท่านมาก แต่ข้าตัดสินใจแล้ว” โซเฟียไม่อยากสร้างความยุ่งยากให้คนทั้งสี่ แม้ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งมาก แต่เธอคิดว่าควรจะแก้ปัญหาทั้งหมดด้วยตัวของเธอเอง สิ่งที่เธอกำลังพบเจอมันน่ากลัวเกินกว่าคนทั้งสี่จะช่วยได้

--------------------------

            เกาะมิโดรัน เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างทวีปมัธราธและทวีปเอโรกาซ่า มันเป็นเกาะที่กว้างเพียง 5 กิโลเมตรแต่มีความยาวถึง 60 กิโลเมตร บนเกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นมะพร้าว และปาล์มชนิดต่างๆ คนทั้งสี่เดินตัดป่าโล่งๆเพื่อมุ่งไปยังส่วนทีสูงที่สุดของเกาะแห่งนี้

            “ท่านวินข้าอยากกินน้ำมะพร้าว” แอลฟ่าแหงนหน้าชี้มือไปยังยอดมะพร้าวสูงกว่า 10 เมตรคนทั้งสามมองตามนิ้วมือเรียวงามของเธอ ออนก้าและมิชเชลรีบสนับสนุนความคิดของแอลฟ่าในทันที ชายหนุ่มยิงหอกธาตุลมไปที่ยอดมะพร้าวอย่างแม่นยำ มะพร้าวทั้งทะลายตกลงพื้นอย่างรวดเร็ว ลูกบอลน้ำขนาดใหญ่ถูกสร้างรออยู่ใต้ต้นมะพร้าวไว้แล้ว ทะลายมะพร้าวตกใส่ลูกบอลน้ำจนน้ำกระจายเปียกหญิงสาวทั้งสาม ชายหนุ่มยืนหัวเราะชอบใจท่ามกลางหน้าตาบูดบึ้งของพวกเธอที่ถูกแกล้ง

            “ทุกคนระวังคะ” เมื่อดื่มน้ำมะพร้าวเสร็จคนทั้งสี่เดินทางต่อได้เพียง 500 เมตรออนก้ากระซิบเบาๆให้ทั้งสามคนได้ยิน เธอสวม Gauntlets <กงเล็บเสือดำ> ไว้ในมือ สายตาของเธอสอดส่องหาศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ชายหญิงทั้งหมดกระชับอาวุธประจำตัวของแต่ละคน

            ตุบ! ตุบ!

            กิ้งก่าธาตุดินขนาดใหญ่สองตัวทิ้งตัวลงมากลางหัวแอลฟ่าและมิชเชล ทั้งสองตกใจผงะถอยหลังในทันที โชคดีที่มีเกราะธาตุลมป้องกันอยู่ทำให้การซุ่มโจมตีของพวกมันไร้ผล กงเล็บกิ้งก่าพยายามตะกายอากาศก่อนที่มันจะตกลงสู่พื้นดิน หญิงสาวทั้งสองใช้อาวุธของตนตัดผ่านร่างของพวกมันได้โดยง่าย เสียงกิ้งก่าตกกระทบเกราะลมดึงสายตาทุกคนให้มองไปยังด้านบน

            ชายหนุ่มกางกำแพงไฟแนวนอนเหนือหัวของคนทั้งสี่ทันทีเมื่อเห็นกิ้งก่ายักษ์จำนวนมากทิ้งร่างของพวกมันลงมาจากยอดไม้หลายต้น สัตว์ขั้นจอมทัพยาวเมตรครึ่งตะกายอากาศเมื่อเห็นว่าเหยื่อด้านล่างของพวกมันกลายเป็นทะเลเพลิงสีม่วงขนาดใหญ่ กิ้งก่าขนาดใหญ่ตกผ่านกำแพงไฟหนาครึ่งเมตรเหนือหัวชายหนุ่ม มันกลายเป็นโครงกระดูกที่ไหม้เกรียมร่วงลงสู่พื้น วินสังเกตว่ากิ้งก่าเหล่านี้ล่าเหยื่อเป็นฝูงด้วยการซุ่มโจมตีจากยอดไม้ ฝูงหนึ่งมีประมาณ 20 ตัว

            ตลอดระยะทาง 5 กิโลเมตรจนถึงตีนเขากลุ่มของวินเจอกิ้งก่ามากกว่า 30 ฝูงโจมตีด้วยวิธีเดิมๆ ด้วยจำนวนหลายสิบตัวต่อฝูงและขนาดใหญ่ของพวกมัน หากเป็นคนทั่วไปการที่จะป้องกันตัวจากกงเล็บอันแหลมคมของพวกมันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก แต่สำหรับวินแล้วเมื่อเขาสามารถจับรูปแบบการโจมตีของพวกมันได้นับว่าเป็นเรื่องที่ง่ายดายที่จะกำจัดกิ้งก่าเกือบ 1,000 ตัวได้ในเวลาเพียงครึ่งวัน

            คนทั้งสี่มองขึ้นไปบนภูเขาเตี้ยๆที่มีความสูงเพียง 400 เมตร ความเงียบที่ปกคลุมทั้งภูเขาทำให้หญิงสาวทั้งสามรู้สึกขนลุก พวกเธอต่างรู้ดีว่าในป่ารกเช่นนี้ควรจะมีเสียงของสิ่งมีชีวิตบ้าง ความเงียบที่ปกคลุมทั้งภูเขาไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีแต่อย่างใด

            “คืนนี้เราจะไปนอนที่นั่น” หญิงสาวมองตามนิ้วมือของชายหนุ่มที่ชี้ไปยังชะง่อนผาที่อยู่ปลายสุดของยอดเขา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #282 &#3751;ๅ&#2696;&#3758;้ๅ&#2696; (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 17:35
    สนุกครับ. รอๆตอนต่อไป^^
    #282
    0
  2. #280 Surin Maket (@readerman99) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 13:16
    ขอบคุณ
    #280
    0
  3. #278 phairatw (@phairatw) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 21:53
    ขอบคุณครับ
    #278
    0
  4. #277 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 21:24
    สนุกดีครับ
    #277
    0