ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,486 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    463

    Overall
    254,486

ตอนที่ 57 : อาณาจักรเงือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    22 ก.ย. 59

ชายหนุ่มผมสีฟ้าและหญิงสาวทั้งสามจ้องมองเมืองใต้มหาสมุทรที่อยู่ด้านหน้า มันเป็นเมืองขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับเมืองโตบา บ้านเรือนทั้งหมดถูกสร้างด้วยหินขนาดใหญ่สีต่างๆ ชาวเมืองทั้งหมดเป็นพวกกึ่งเงือก กึ่งเงือกหลายคนแหงนมองขึ้นมายังกลุ่มคนทั้งหกมีเพียงสองคนที่เป็นกึ่งเงือกที่เหลือเป็นมนุษย์ที่ไม่มีหางปลาที่กำลังลอยอยู่ในฟองอากาศขนาดใหญ่

            ทหารเงือกกลุ่มใหญ่ที่ยืนเฝ้าประตูทางเข้าเมืองว่ายตรงมายังคนทั้งหก

            “องค์ราชินี องค์หญิง” หัวหน้าทหารที่แต่งตัวแตกต่างจากคนอื่นอุทานขึ้น

“จับพวกเขาไว้” เขาคิดไม่ถึงว่าองค์ราชินี และองค์หญิงจะกล้ากลับมายังสถานที่อันตรายเช่นนี้ ราชาเอเดรียสมีคำสั่งให้ค้นหาและจับกุมคนทั้งสอง ถ้าเขาจับคนทั้งคู่ส่งให้องค์ราชาจะทำให้ได้รับรางวัลอย่างงาม

“หยุดก่อน” ชายหนุ่มในฟองอากาศพูดเสียงเข้ม “ราชาเอเดรียสของพวกเจ้าตายแล้ว ข้าตามองค์ราชินีมาเพื่อจะเจรจาให้พวกเจ้ายอมแพ้และปล่อยตัวราชาแอนเดียเสีย ข้าจะบอกให้องค์ราชาไว้ชีวิตพวกเจ้า”

“เจ้าอย่ามาโกหก จับพวกเขาไว้” ทหารกลุ่มนั้นมองหน้ากันเลิกลักก่อนที่หัวหน้าทหารจะตะโกนลั่น

วินชี้คทาสีทองไปยังกลุ่มทหาร หอกสีม่วงจำนวนมากพุ่งทะลุร่างทหารอย่างแม่นยำ ด้วยการร่ายเวทครั้งเดียวชายหนุ่มสามารถสังหารทหาร 30 คนได้อย่างง่ายดาย

เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากชาวเมืองจำนวนมากที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดึงดูดให้ทหารนับร้อยนายปรากฎตัวขึ้นด้านหน้ากลุ่มคนทั้งหกอย่างรวดเร็ว วินไม่รอให้พวกเขาเข้าใกล้ตนและหญิงทั้งห้าด้านหลัง หลังจากแสงสีเขียว ฟ้า และแดงพุ่งออกจากคทาสีทองของชายหนุ่ม วงเวทขนาดใหญ่ที่หญิงทั้งห้าเคยเห็นปรากฎขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่ต่างออกไปคือสีประจำธาตุ ลม น้ำ และไฟ ที่พุ่งออกจากคทาชายหนุ่มต่างจากเมื่อก่อนที่เขาประสานเวทได้เพียงสองธาตุ

ตูม ตูม ตูม ตูม!!!!

            แรงอัดที่มองไม่เห็นฉีกร่างทหารหลายร้อยคนที่อยู่ภายในวงเวทจนร่างกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย น้ำทั่วทั้งบริเวณถูกย้อมเป็นสีแดง ภาพชิ้นส่วนร่างกายกึ่งเงือกในวงเวทระเบิดชวนให้สะอิดสะเอียนจนทำให้ทหารและผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนอาเจียนออกมา ทหารหลายคนที่อยู่นอกวงเวทหวาดกลัวชายหนุ่มผมสีฟ้าจนร่างสั่นสะท้าน อาวุธหลุดออกจากมือของทหารทุกคนโดยที่วินไม่ต้องเอ่ยปาก

            เมื่อเข้าไปในอาณาจักรเงือกกลุ่มของวินไม่ต้องใช้เวทลมเพื่อหายใจและปกป้องพวกเขาจากแรงดันของน้ำเมื่ออยู่ใต้น้ำลึก เนื่องจากภายในอาณาจักรเงือกเป็นเหมือนโดมแก้วขนาดใหญ่ที่น้ำไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ เมื่ออยู่ในอาณาจักรเงือกเหมือนอยู่ในอควาเรียมขนาดใหญ่ที่มีภาพทิวทัศน์โดยรอบเป็นปลาชนิดต่างๆที่ว่ายอวดโฉมให้เห็นราวกับเป็นเรื่องปกติ ชายหญิงสี่คนกำลังแหงนมองภาพสวยแปลกตาที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างเพลิดเพลิน

            “พวกเจ้าดูสิปลาสีรุ้งฝูงนั้นเหมือนกับตัวที่ท่านวินจับได้เลย” แอลฟ่าชี้ให้คนอื่นดูกลุ่มปลาขนาดใหญ่อย่างตื่นเต้น

            “ปลาพวกนั้นหน้าตาแปลกประหลาดจริงๆ” ออนก้าชี้ไปที่ปลาขนาดใหญ่ที่กำลังกระพือปีกผ่านไปอย่างเชื่องช้าราวกับมันบินอยู่บนท้องฟ้า มิชเชลอ้าปากค้างกับภาพใต้น้ำที่สวยงามที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แม้กระทั่งวินยังอดมองทิวทัศน์แปลกตาจนเกือบลืมภาระกิจที่เขากำลังทำอยู่

            หลังจากเดินดูวิวทิวทัศน์อยู่พักใหญ่คนทั้งหกอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายภายในพระราชวังของอาณาจักรเงือก ด้านหน้าของพวกเขาคือทหารผู้ภัคดีหลายสิบคนที่ต้องยอมจำนนให้กับอำนาจของเอเดรียส ทหารเหล่านี้กำลังคุกเข่าให้กับองค์ราชินีและองค์หญิงเงือก หลายคนร้องไห้อย่างไม่อายใครที่เห็นทั้งคู่ปลอดภัยกลับมาอีกครั้ง

ไม่นานองค์ราชาแอนเดียเดินเข้ามาพร้อมทหารหลายคน เมื่อเห็นองค์ราชินีและองค์หญิงทั้งสามวิ่งเข้าไปกอดกันด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง

------------------------------

            หลังจากฆ่าเอเดรียสและเก็บวิญญาณธาตุน้ำแล้วชายหนุ่มเดินกลับมายังกลุ่มคนทั้งห้า ทั้งหมดกลับไปยังที่พักที่อยู่ห่างออกไปราว 2 กิโลเมตร

            “ข้ากับลูกต้องกลับไปยังอาณาจักรเมอเมเดียพวกท่านสามารถช่วยเหลือข้าได้หรือไม่” องค์หญิงเงือกเห็นว่าวินสามารถสังหารเอเดรียสได้เธอจึงขอร้องชายหนุ่ม

            “ถ้าพวกท่านช่วยเหลือข้า ข้าจะตอบแทนด้วยไข่มุกวิเศษขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหน” องค์ราชินีเสนอรางวัลพร้อมนำไข่มุกสีขาวออกมาชูให้ชายหนุ่มดู มันมีขนาดใหญ่กว่ากำปั้นเล็กน้อย

            “ข้าขอช่างฝีมือเพื่อสร้างเรือ รวมถึงลูกเรือที่จะพาพวกข้าไปส่งยังทวีปเอโรกาซ่าด้วย” ชายหนุ่มมองไข่มุกสีขาวอย่างสนใจ เขารู้สึกว่ามีพลังเวทมหาศาลอัดแน่นอยู่ในไข่มุกใหญ่เม็ดนั้น

            “เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา” องค์ราชินีถอนใจอย่างโล่งอก

 

            “อาณาจักรเงือกงั้นรึอยู่ที่ไหนหรือโซเฟีย ไม่ใช่ๆข้าขอโทษองค์หญิงโซเฟีย” แอลฟ่าถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

            “พวกเจ้าเรียกข้าว่าโซเฟียเหมือนเดิมก็ได้ อาณาจักรเงือกอยู่ใต้มหาสมุทรด้านหน้านี้ เงือกอย่างข้าว่ายน้ำครึ่งวันก็ถึง” โซเฟียยิ้มน้อยๆเมื่อรู้ว่าจะได้กลับไปยังอาณาจักรอีกครั้ง

            “ข้าอยากไปเห็นอาณาจักรของเจ้าแล้วสิ” น้ำเสียงมิชเชลแสดงถึงความตื่นเต้น

            “อาณาจักรของข้ามันสวยมาก ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าต้องชอบแน่ๆ”

            “ในเมื่ออาณาจักรเงือกอยู่ใต้มหาสมุทรแล้วพวกเราจะเดินทางไปได้อย่างไร” ออนก้าหันไปถามชายหนุ่ม

            “ข้ามีวิธี” วินยิ้มอย่างมีเลศนัย

            วันรุ่งขึ้นชายหนุ่มตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรเงือกทันทีโดยเขายกเลิกแผนการสำรวจพื้นที่บนเกาะทั้งหมดเพียงแค่นี้

--------------------------------

            “ข้าต้องขอบใจพวกเจ้ามาก อาณาจักรของข้าเป็นหนี้บุญคุณพวกเจ้าอย่างมาก หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าข้าคงไม่มีโอกาสได้พบหน้าเมียและลูกของข้าได้อีก” ราชาแอนเดียจับมือชายหนุ่มผมสีฟ้าและก้มหัวเล็กน้อยเพื่อแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ

            “นี่เป็นไข่มุกพันปีที่เป็นสมบัติอันล้ำค่าของบรรพบุรุษของข้า ถึงแม้มันจะมีค่ามากเพียงใดก็ไม่สามารถเทียบได้กับบุญคุณของพวกเจ้าในครั้งนี้” ราชาเงือกยื่นไข่มุกสีขาวเม็ดใหญ่ที่เคยฝากไว้กับองค์ราชินีให้กับวิน

            ชายหนุ่มรับไข่มุกเม็ดนั้นจากราชาเงือก เมื่อไข่มุกเม็ดใหญ่ถูกวางอยู่บนมือของเขา วินรู้สึกเหมือนมีพลังบางอย่างจากไข่มุกแทรกซึมเข้าสู่มือของเขาแล้วกระจายไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มยืนแข็งค้างอยู่อย่างนั้นเป็นเวลาหลายนาที แม้อากาศในอาณาจักรเงือกจะเย็นสบายแต่ในตอนนี้ทั่วร่างของชายหนุ่มผมสีฟ้าเริ่มมีเหงื่อเม็ดใหญ่ซึมออกมาทั่ว พลังอันมหาศาลจากไข่มุกยังคงไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างไม่รู้จบ แรงกดดันจากพลังของไข่มุกทำให้ชายหนุ่มเริ่มยืนไม่อยู่ มันเหมือนมีคนเอาก้อนหินขนาดใหญ่มาวางทับไว้บนตัวเขาทุกๆวินาทีที่ผ่านไป เริ่มจากไม่หนักมากในครั้งแรกจนบันนี้ผ่านไปแล้ว 5 นาที แต่กับชายหนุ่มนั้นราวกับว่าเวลานั้นผ่านไปแล้วหลายชั่วโมง ทั่วทั้งร่างของเขาสั่นสะท้านราวกับแบกของหนักหลายร้อยกิโลกรัมอยู่บนบ่า สองตาชายหนุ่มที่จ้องมองไข่มุกหรี่ลงจนเกือบปิด ความรู้สึกสุดท้ายที่ชายหนุ่มรับรู้คือไข่มุกเม็ดใหญ่จมหายไปในฝ่ามือของเขา

            ทันทีที่ทหารและขุนนางทุกคนในห้องโถงขนาดใหญ่เห็นไข่มุกสีขาวขนาดกำปั้นที่ราชานำออกมาจากแหวน ทุกสายตาจ้องมองไข่มุกขนาดใหญ่อย่างตื่นตะลึง พวกเขาไม่เคยเห็นไข่มุกที่ใหญ่เท่านี้มาก่อน ไข่มุกที่เป็นมรดกตกทอดขององค์ราชามันมีมูลค่ามากพอที่จะซื้ออาณาจักรขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ถึงครึ่งอาณาจักร ครั้งแรกที่วินรับไข่มุกจากองค์ราชาทุกคนต่างอิจฉา หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาเริ่มรับรู้ถึ่งบางสิ่งที่ไม่ปกติ ชายหนุ่มผมสีฟ้ายืนนิ่งอยู่นานหลังจากได้รับไข่มุก ในครั้งแรกพวกเขาคิดว่าชายหนุ่มคนนี้ตกใจในความงามของไข่มุกจนแข็งค้าง หลังจากนั้นพวกเขากลับตกใจยิ่งกว่าเมื่อเห็นว่าไข่มุกขนาดใหญ่เริ่มจมหายไปในมือของชายหนุ่มที่ยืนสั่นไปทั้งร่าง

 

            หญิงสาวสามคนจ้องมองไข่มุกสีขาวในมือองค์ราชาอย่างตื่นตะลึง มันเป็นไข่มุกทรงกลมขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามมาก ความแวววาวและประกายของมันเจิดจ้าราวกับว่ามันสามารถส่องแสงออกมาได้ หลังจากพวกเธอกำลังชื่นชมความงามของไข่มุกอยู่ไม่นาน สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้พวกเธอตกใจกลัว ไข่มุกที่งดงามกำลังจมหายไปในมือของชายหนุ่มที่ยืนแข็งค้างหลังจากได้รับไข่มุกจากองค์ราชา

            “ท่านวิน...” หญิงสาวสามคนที่ไม่ใช่กึ่งเงือกร้องเรียกชื่อชายหนุ่มที่เป็นที่รักของตนอย่างพร้อมกัน พวกเธอตกใจอย่างมากเมื่อเห็นวินกำลังยืนโงนเงนเหมือนจะหมดสติ ออนก้ายืนใกล้เขาที่สุดรีบคว้าร่างอันไร้สติของชายหนุ่มก่อนที่เขาจะล้มลงสู่พื้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #318 Hardwork Better Nowork (@victor19) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 13:26
    อยากรู้ๆ จะเป็นพลังเทพๆอะไรเอ่ย
    #318
    0
  2. #317 ວๅઈຮ้ๅઈ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 09:55
    จะได้อะไรมาเพิ่มอีกน๊า
    #317
    0
  3. #315 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 17:43
    สนุกดีครับ
    #315
    0