ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,465 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    442

    Overall
    254,465

ตอนที่ 58 : ไข่มุกแห่งพลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    23 ก.ย. 59

          ท่ามกลางความมืดมิดในเวลากลางคืนของโลกใต้มหาสมุทร แม้ว่าอาณาจักรเงือกจะอยู่ลึกจากผิวน้ำทะเลเพียง 200 เมตร เนื่องจากตั้งอยู่บนภูเขาสูงใต้มหาสมุทรทำให้แสงอาทิตย์สามารถส่องถึง แต่ในเวลากลางคืนแล้วภายในอาณาจักรเงือกกลับมืดสนิท

            นอกเหนือจากห้องนอนขนาดใหญ่ห้องหนึ่งภายในวังที่ยังคงมีแสงสว่างอยู่ แสงสว่างภายในห้องนั้นเกิดจากลูกแก้วธาตุไฟที่วินเคยทำไว้เพื่อใช้แทนตะเกียงในเวลากลางคืน ห้องนอนนี้ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายดูไปแล้วไม่สมกับเป็นพระราชวังของราชาเท่าใดนัก การตกแต่งห้องรวมถึงทุกที่ในพระราชวังแสดงให้เห็นถึงความสมถะของกึ่งเงือกที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย เตียงขนาดใหญ่ที่ทำด้วยหินทั้งก้อนถูกปูทับด้วยผ้าสีขาวที่หนานุ่มจนทำให้ผู้ที่นอนไม่รู้สึกราวกับว่านอนบนที่นอนนุ่มๆมากกว่าก้อนหินที่แข็งกระด้าง

            บนเตียงใหญ่นั้นมีร่างชายหนุ่มผิวขาวที่มีผมสีฟ้ากำลังนอนหมดสติอยู่ แม้ในตอนนี้เตียงนั้นจะนุ่มหรือแข็งสักเพียงใดเขาก็ไม่สามารถรับรู้ได้ รอบกายของเขามีหญิงสาวร่างเล็กหน้าตาดี 3 คนนั่งเฝ้าอยู่ด้วยความเป็นห่วง

            “พวกเจ้าไปนอนก่อนเถอะ ข้าจะเฝ้าท่านวินเอง” มิชเชลบอกกับหญิงสาวสองคนที่กำลังนั่งสับปะหงกอยู่ข้างเตียง

            “ข้าไม่เป็นไร ขอให้ข้าได้เฝ้าท่านวินด้วยนะ” แอลฟ่าขยี้ตา ก่อนจะตบหน้าตัวเองเบาๆเพื่อไล่ความง่วง

            “ข้าก็อยากเฝ้าท่านวิน” ออนก้าปิดปากหาวยาวหนึ่งครั้ง เธอสะบัดหน้าเพื่อให้หายง่วง

            “ถ้าเช่นนั้นเราผลัดกันเฝ้าท่านวิน พวกเจ้าไปนอนก่อนเดี๋ยวอีก 3 ชั่วโมงข้าจะปลุกแอลฟ่า หลังจากนั้นถึงเป็นเจ้าออนก้า” มิชเชลเสนอ

            “ตกลง” แอลฟ่าพูดอย่างว่าง่ายจากนั้นเธอจึงล้มตัวลงนอนบนเตียงข้างๆชายหนุ่ม หญิงสาวอีกสองคนมองหน้ากันอย่างงงๆ ก่อนที่ออนก้าจะเดินไปนอนที่เตียงข้างๆ

            มิชเชลนั่งมองชายหนุ่มที่นอนไม่ได้สติบนเตียงใหญ่ หลายต่อหลายครั้งที่เขาหมดสติเพราะฝืนใช้เวทมนต์มากเกินกำลังเพราะต้องการปกป้องพวกเธอจากสัตว์ร้ายแต่เขากลับไม่เคยบ่นแม้สักครั้ง เธอนั่งมองใบหน้าอันราบเรียบของชายหนุ่มอย่างหลงไหล ชายหนุ่มจิตใจดีที่มีหน้าตาธรรมดาแต่กลับทำให้เธอหลงรักจนสามารถมอบได้แม้ชีวิต หลังจากเหม่อมองอยู่นานมิชเชลคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในตอนเย็น เธอรับรู้ถึงพลังบางอย่างที่ออกมาจากไข่มุกสีขาวขนาดใหญ่เม็ดนั้น แต่เธอไม่สามารถบอกได้ว่ามันคือสิ่งใด เหตุใดไข่มุกจึงจมหายลงไปในฝ่ามือของวินได้

------------------------------

            ท่ามกลางความมืดมิดของห้วงความคิดของชายหนุ่ม วินใช้มือจับที่กลางอกของเขาความรู้สึกถึงพลังอันมหาศาลที่อยู่ภายในตัว มันกำลังกระจายไปยังส่วนต่างๆเหมือนกับสายน้ำที่ไหลจากอกของเขาไปยังทุกอณูของร่างกายจนเต็มและล้นทะลักออกมานอกร่าง

เมื่อความรู้สึกนั้นจางหายไปชายหนุ่มเห็นจุดแสงขนาดเล็กอยู่ไกลลิบ เขาพยายามเดินตรงไปหาจุดแสงที่อยู่เบื้องหน้า เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างช้าๆมันนานจนกระทั่งตัวของเขาเองยังไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานเท่าใดแม้จะเดินอยู่นานแต่เหมือนกับว่าเขาจะยังอยู่ไกลจากจุดแสงนั้นอยู่มาก จากเดินช้าๆเป็นเร็วขึ้น จนบัดนี้เขามองตัวเองที่วิ่งไปท่ามกลางความมืดมิดเพื่อตามจุดแสงนั่นไปราวกับว่ามันจะหายจากเขาไป หลังจากวิ่งอยู่นานเขาสังเกตว่าจุดแสงที่เห็นขนาดปลายนิ้วในครั้งแรก บัดนี้เริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนมีขนาดใหญ่กว่ากำปั้น

ชายหนุ่มเริ่มเข้าใกล้จุดแสงนั่นเรื่อยๆ เมื่อเข้าใกล้จุดแสงชายหนุ่มเห็นว่าแสงสว่างที่ครั้งแรกเห็นเป็นเพียงจุดเดียวในตอนนี้มันกลับกลายเป็นดวงไฟขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเก่า ดวงไฟขนาดเล็กสองลูกอยู่ข้างๆกัน ด้านซ้ายเป็นแสงสีเขียวที่เขารู้สึกคุ้นเคย ส่วนด้านขวาเป็นดวงแสงสีแดงที่มีขนาดเพียงปลายก้อย

            “ท่านอลันเชียร์” ชายหนุ่มทักทายแสงสีเขียวราวกับรู้จักกันเป็นอย่างดี สายตาของเขากลับจับจ้องไปยังแสงสีแดงที่อยู่ด้านข้างด้วยความสงสัย

            “สวัสดีท่านวิน” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากแสงสีเขียวที่คุ้นเคย

            ชายหนุ่มยังคงจ้องมองแสงทั้งสองดวง ในตอนนี้หากใครมองเข้าไปภายในดวงตาของเขาจะพบเพียงความว่างเปล่า คำถามมากมายที่ชายหนุ่มตั้งใจจะถามอลันเชียร์ เขากลับลืมมันทั้งหมดเมื่อได้มายืนอยู่ตรงหน้าดวงไฟสีเขียว

            “ข้าได้รับเศษเสี้ยวของพลังของไข่มุกวิเศษที่เจ้าได้รับมาในวันนี้ด้วย ทำให้ข้ามีพลังมากพอจนสามารถรวบรวมดวงจิตแห่งเวทที่เป็นของหญิงสาวผู้ที่ถูกเลือกมาได้ ด้วยดวงจิตแห่งเวทนี้ท่านจะสามารถทำให้หญิงสาวหนึ่งคนผู้มีสายเลือดบริสุทธิ์สามารถใช้เวทมนต์ได้” อลันเชียร์พูดขึ้นหลังจากความเงียบถูกปกคลุมอยู่นาน

            “ข้าต้องทำอย่างไร” วินถามอย่างสงสัย

            “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงถึงเวลาแล้วท่านจะรู้เอง”

            “ข้าอยากถามเรื่องวิธีทำลายวิญญาณธาตุ” เมื่อสติของชายหนุ่มกลับมาคำถามที่เคยคิดถามได้เข้ามาในสมองของเขาอีกครั้ง

“การจะทำลายวิญญาณธาตุนั้น เมื่อท่านอยู่ในขั้นที่สูงกว่าขั้นตำนาน แล้วจงใช้เวทไฟของท่านเผาทำลายพวกมัน เรื่องสุดท้ายที่ข้าจะบอกท่านคือ ข้าเพิ่งติดต่อกับท่านเทพฮีฟีทัสได้แม้พระองค์จะบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้ในครั้งนั้นแต่พระองค์ยังปลอดภัยดี แต่อาวุธเทพได้สูญหายอยู่ที่ใดสักแห่งในโลกนี้ พระองค์ตรัสว่ามันจะเป็นของท่านหากว่าท่านสามารถหามันพบ” เมื่ออลันเชียร์พูดจบแสงสีเขียวค่อยๆจางลงและหายไปอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวก่อน! ท่านอลันเชียร์ ขั้นที่สูงกว่าขั้นตำนาน แปลว่าอะไร” ชายหนุ่มตะโกนถามแสงสีเขียวที่เคยอยู่ตรงหน้าได้จางหายไปเสียแล้ว เหลือไว้แต่แสงไฟสีแดง

            แสงไฟสีแดงค่อยๆลอยเข้ามาใกล้ชายหนุ่มอย่างช้าๆ วินจ้องไปยังแสงไฟสีแดงที่กำลังลอยเข้าไปในร่างของเขาอย่างช้าๆ ชายหนุ่มรู้สึกถึงความร้อนจากดวงไฟนั่นหลังจากมันลอยเข้าไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกันกับร่างของเขา

------------------------------

            หลายร้อยปีที่แล้วชายหนุ่มกึ่งเงือกผู้หนึ่งชื่อแอนดี้ได้ช่วยเหลือชายร่างใหญ่คนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้ เขาพาชายร่างใหญ่ที่สลบไม่ได้สติไปรักษาตัวบนเกาะร้างขนาดเล็กแห่งหนึ่ง หลายเดือนผ่านไปในขณะที่หลายคนในเผ่ากึ่งเงือกคิดว่าผู้ที่เขาช่วยไว้ไม่น่าจะรอดพ้นความตาย แต่ชายกึ่งเงือกคนนั้นยังคงดูแลชายร่างใหญ่อย่างไม่ลดละ ปาฏิหารได้เกิดขึ้นเมือชายร่างใหญ่ที่เขาช่วยเหลือไว้เริ่มรู้ตัวอีกครั้ง

เพื่อเป็นการตอบแทนเทพฮีฟีทัสได้สร้างอาณาจักรเงือกใต้สมุทรขึ้น 7 อาณาจักร เมืองใต้มหาสมุทรทั้งเจ็ดมีโดมแก้วใสครอบคลุมเอาไว้เพื่อป้องกันภัยจากภายนอก ทางเข้าออกเมืองจะมีเพียงหนึ่งเดียวคือประตูใหญ่ที่อยู่ด้านหน้า เทพฮีฟีทัสมอบสิทธิในการปกครองอาณาจักรเงือกทั้งเจ็ดให้แอนดี้มีอำนาจปกครองอาณาจักรเงือกทั้งหมด นอกจากนั้นยังได้มอบไข่มุกแห่งพลังซึ่งเป็นไข่มุกขนาดใหญ่ให้ชายกึ่งเงือกผู้นี้เก็บไว้ ไข่มุกขนาดใหญ่เม็ดนี้จะไม่มีประโยชน์ใดกับผู้ที่ไม่มีดวงจิตแห่งเวทแต่มันจะมอบพลังมหาศาลให้กับผู้ที่มีดวงจิตแห่งเวท พร้อมทั้งกำชับว่าหากวันใดที่อาณาจักรเงือกมีภัยร้ายแรงให้มอบมันกับผู้ที่ช่วยกอบกู้อาณาจักรเงือกนี้ได้สำเร็จ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเมื่อราชาแอนดี้มีลูกพระองค์ทรงแต่งตั้งให้ลูกของตนขึ้นปกครองอาณาจักรขนาดเล็กที่อยู่โดยรอบ

 

องค์ราชาแอนเดียงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาไม่รู้เลยว่าไข่มุกสีขาวขนาดใหญ่ที่ได้รับตกทอดมาจากบรรพบุรุษหลายรุ่นจะยอมฝังและมอบพลังของมันให้กับชายหนุ่มเผ่ามนุษย์คนนี้ได้ ไข่มุกที่ผ่านมือของเขารวมถึงบรรพบุรุษหลายคนแต่กลับไม่มีปฏิกิริยาใด องค์ราชานึกถึงเรื่องเล่าที่คิดว่ามันเป็นเพียงนิทานที่ถูกแต่งมาให้คู่กับไข่มุกขนาดใหญ่เม็ดนี้มันกลับกลายเป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องบังเอิญหรืออย่างไรที่องค์ราชินีตัดสินใจเสนอไข่มุกที่เขาแอบฝากไว้เป็นรางวัลให้ชายหนุ่มผู้กอบกู้อาณาจักรเงือกของเขา

---------------------------

            “ท่านวินฟื้นแล้ว” ออนก้าเห็นวินลืมตาขึ้นน้ำเสียงของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความดีใจ

            “ท่านวิน” มิชเชลสะดุ้งตื่นเพราะเสียงดังของหญิงสาวผมสีน้ำตาล หน้าตางัวเงียในครั้งแรกกลับกลายเป็นหายง่วงอย่างปลิดทิ้ง

            ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งข้างขอบเตียง ในตอนนี้ร่างกายของเขากลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนถูกหินทับหายไปหมดสิ้น ราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาเมื่อวานเป็นเพียงความฝัน วินยกฝ่ามือทั้งสองของตนขึ้นมาดูเขาพลิกมันไปมาเพื่อค้นหาสิ่งผิดปกติที่เขารู้สึก ไม่เพียงฝ่ามือของเขาที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย แขน ขา และลำตัวก็มีกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนั้นเหตุการณ์เมื่อวานยังทำให้เขารู้สึกว่ามีพลังเวทมากมายอัดแน่นอยู่ในร่างกายของเขา  ชายหนุ่มนั่งดูฝ่ามือตัวเองอยู่นานจนออนก้าสงสัยจึงเดินเข้ามาชะโงกดูบ้าง

            “ท่านวินเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” ออนก้าถามด้วยความเป็นห่วง สองมือของเธอจับฝ่ามือชายหนุ่มข้างที่ไข่มุกจมหายลงไปโดยไม่ได้สังเกตุเห็นความผิดปกติบางอย่างของชายหนุ่ม

            “ข้าไม่เป็นอะไร” วินลุกขึ้นยืนบิดตัวไปมาก่อนจะตอบคำถามหญิงสาว

            “ท่านวินฟื้นแล้ว พวกข้าเป็นห่วงแทบแย่” แอลฟ่าเดินออกจากห้องอาบน้ำเห็นชายหนุ่มยืนอยู่จึงพุ่งเข้ากอดอย่างลืมตัวจนผ้าเช็ดผืนน้อยที่ห่มออกมาหลุดลงไปกองอยู่บนพื้น

            “ว้าย!” หญิงสาวผมสีทองหน้าแดงหลังก้มมองตัวเองที่เปลือยเปล่า เธอรีบคว้าผ้าเช็ดตัวขึ้นมาห่อตัวแล้ววิ่งกลับไปในห้องอาบน้ำท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนทั้งสาม

            “เอ๊ะ!” มิชเชลร้องขึ้นจากนั้นเธอจึงเดินมายืนข้างๆชายหนุ่ม หญิงสาวแหงนมองหน้าชายหนุ่มที่มีความสูงเพิ่มขึ้นเกือบ 20 เซนติเมตรภายในคืนเดียว

            นอกจากไข่มุกแห่งพลังจะมอบพลังเวทมหาศาลให้แก่ชายหนุ่มแล้วมันยังทำให้ร่างกายของเขาสูงและแข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

            ในช่วงสายของวันนั้นวินและหญิงสาวทั้งสามเข้าเฝ้าองค์ราชาแอนเดีย

            “เจ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว เราต้องขอบใจเจ้าอีกครั้ง รู้ไหมว่าเรื่องเมื่อวานทำเอาพวกเราเป็นห่วงแทบแย่” องค์ราชาแสดงสีหน้าโล่งใจเมื่อเห็นว่าวินปลอดภัยดี “ในคราแรกเราตั้งใจจะให้พวกเจ้าพักอยู่ที่นี่สักหลายวันแต่ทหารของเราบอกว่าวันพรุ่งนี้ช่วงบ่ายจะมีเรือผ่านเกาะมิโดรัน พวกเขาจะแวะรับพวกเจ้าที่นั่น” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #944 deknoomza (@deknoomza) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 15:05
    จะอาบทำไมเห็นกันบ่อยๆ555
    #944
    0
  2. #323 sang_mod (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 12:38
    สนุกดีครับหน้าติดตามมากครับ
    #323
    0
  3. #321 ErizMaster (@ErizMaster) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 22:40
    น่าเอา ญ เงือกเข้าฮาเร็มด้วย
    คิคิ
    #321
    0
  4. #320 over_lord2 (@Over_LorD) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 21:12
    เดินทางต่อไป 
    #320
    0
  5. #319 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 19:57
    สนุกดีครับ
    #319
    0