ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,409 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    386

    Overall
    254,409

ตอนที่ 59 : ทวีปใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5551
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    26 ก.ย. 59

            คนทั้งสี่กลับมายังเกาะมิโดรันโดยวิธีเดิม ต่างกันคือในครั้งนี้นอกจากมีราชินีเงือกและองค์หญิงเงือกที่มาส่งแล้ว ยังมีทหารองครักษ์ติดตามอีกหลายสิบคนร่วมขบวนมาด้วย ขาดแต่องค์ราชาที่ต้องเดินทางไปอาณาจักรเงือกอีก 3 แห่งที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองของราชาเอเรียส

            “พวกเจ้าเตรียมที่พัก คืนนี้เราจะพักบนเกาะกับพวกเขา” องค์ราชินีสั่งทหารองครักษ์ที่กำลังมองหน้ากันอย่างเลิกลัก

            “แต่พระองค์ บนเกาะแห่งนี้มีสัตว์อสูรขั้นสูงอยู่จำนวนมาก ข้าเกรงว่าพวกมันจะทำอันตรายกับพระองค์และองค์หญิงได้” หัวหน้าทหารองครักษ์พูดขึ้น

            “พวกเจ้าไม่ต้องห่วง มีท่านวินอยู่พวกเราทุกคนจะปลอดภัย” แอลฟ่าที่กำลังจูงมือองค์หญิงเงือกพูดแทรกขึ้น

            “แต่ว่า...” องครักษ์ยังคงไม่มันใจในชายหนุ่มผมสีฟ้า แม้ว่าเขาจะรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้สามารถกำจัดคราเคนรวมถึงราชาอสูรลงได้ แต่ด้วยที่เขายังไม่เห็นความสามารถของชายหนุ่ม และด้วยจำนวนสัตว์อสูรบนเกาะนี้ที่มีจำนวนมาก เขาจึงรู้สึกไม่ปลอดภัย

            “เจ้านำสิ่งนี้ไปวางไว้ที่มุมทั้งสี่ของค่าย มันจะช่วยป้องกันแม้สัตว์อสูรขั้นสูง” วินหยิบลูกแก้วอสูรธาตุลมจำนวน 4 ลูกที่อัดแน่นไปด้วยเกราะธาตุลมออกมาแล้วยื่นให้หัวหน้าองครักษ์คนนั้น องครักษ์ร่างสูงหันไปมองราชินีครั้งหนึ่ง เมื่อพระองค์พยักหน้าเขาจึงสั่งให้ทหารตั้งค่ายและวางลูกแก้วตามมุมทั้งสี่ตามที่ชายหนุ่มบอก

            โครม!!

            ทหารสองคนที่กลับมาจากออกเก็บฟืนที่ชายป่าและกำลังเดินเข้าค่ายเดินชนกับกำแพงที่มองไม่เห็นจนกระเด็นไปคนละทิศละทางท่ามกลางความงุนงงของทหารที่ยืนยามประจำประตูค่าย

            “การจะเข้าไปภายในจะต้องมีคนที่อยู่ภายในออกมารับคนด้านนอกจึงสามารถเข้าไปได้” มิชเชลปิดปากหัวเราะก่อนจะเดินตรงมายังพวกเขา เธอสอนวิธีที่จะพาคนที่อยู่ข้างนอกเข้าไปภายในเกราะธาตุลมให้ทหารที่อยู่บริเวณนั้นได้รู้ ทหารทั้งหมดทึ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า

            องค์หญิงเงือกยืนมองชายหนุ่มผมสีฟ้าด้วยความชื่นชม เธอไม่เคยเห็นชายคนไหนที่มีความกล้าหาญทัดเทียมชายคนนี้ ทั้งฝีมือและเวทมนต์ที่เขาใช้ล้วนรุนแรงและทรงพลัง

            “เจ้าชอบเขางั้นรึ” องค์ราชินีกระซิบถามลูกสาวที่ยืนมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ท่ามกลางหญิงสาวสามคน หน้าบ้านสองชั้นที่อยู่ห่างไปไม่กี่สิบเมตร

            “ปะ..เปล่า ท่านแม่พูดอะไรอย่างนั้นคะ” องค์หญิงเงือกปฏิเสธพัลวันแต่แก้มขาวเนียนสองข้างกลับกลายเป็นสีแดงระเรื่อ

            “เจ้าหลอกแม่ไม่ได้หรอก เขาเป็นคนที่แข็งแกร่ง แม่เชื่อว่าเขาสามารถปกป้องเจ้าได้” ผู้เป็นแม่ลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู

            “ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่อยากจากท่านพ่อกับท่านแม่ไปไหน” เงือกสาวมีท่าทีจริงจัง

“ถ้าเช่นนั้นก็แล้วแต่ลูกตัดสินใจ” ผู้เป็นแม่ถอนหายใจยาว ทั้งที่รู้ว่าลูกสาวของตนคิดอย่างไรกับชายหนุ่มแต่เธอก็ไม่อยากให้ลูกจากไปไกลเช่นกัน

           

            เช้าวันรุ่งขึ้นหลังอาหารเช้า คนทั้งสี่ยืนอยู่ที่ชายหาดกำลังมองเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ที่มีหน้าตาเหมือนกับลำที่พวกเขาเดินทางมาเมื่อหลายวันก่อน ทหารเงือกกำลังสาละวนกับการเก็บค่ายที่พักขององค์ราชินี บางส่วนจัดเตรียมเรือขนาดเล็กเพื่อจะส่งให้คนทั้งสีไปยังเรือเดินสมุทรลำใหญ่ที่ค่อยๆแล่นเข้ามาอย่างช้าๆ

            “ข้าต้องขอขอบคุณองค์ราชินีและองค์หญิงเงือกมากที่ช่วยเหลือให้พวกเราเดินทางไปยังทวีปเอโรกาซ่าได้เร็วขึ้น” วินโค้งหัวให้องค์ราชินีเล็กน้อย

            “ข้าต้องคิดถึงท่านแน่ๆ/รักษาตัวด้วยนะ” แอลฟ่าและออนก้าโผเข้ากอดองค์หญิงเงือก

            “พวกข้าต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบใจพวกเจ้า ถ้ามีโอกาสก็มาหาพวกข้าได้ที่อาณาจักรเงือก อาณาจักรเงือกยินดีต้อนรับพวกเจ้าเสมอ” ราชินีเงือกพูดกับคนทั้งสี่

            “รักษาตัวด้วย” องค์หญิงเงือกโค้งให้กับคนทั้งสี่ เธอมองการจากไปของชายหนุ่มด้วยสายตาละห้อย ถึงแม้เธอจะรู้สึกชอบเขาแต่นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยนการตัดสินใจของเธอที่มีตั้งแต่แรก

            คนทั้งสี่ลงเรือลำเล็กที่ทหารกึ่งเงือกได้เตรียมไว้ให้ จากนั้นทหารกึ่งเงือก 2 คนจะว่ายน้ำดันเรือมุ่งหน้าไปยังเรือลำใหญ่ที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก บันไดเชือกถูกหย่อนลงมาจากดาดฟ้าเรือ วินจับปลายบันไดก่อนจะให้แอลฟ่าที่อยู่ใกล้สุดไต่ขึ้นไปก่อน ชายหนุ่มไต่ขึ้นไปเป็นคนสุดท้ายหลังจากออนก้าและมิชเชลตามแอลฟ่าขึ้นไป

            หญิงสาวทั้งสามหันกลับไปโบกมือให้กับราชินีและองค์หญิงเงือกอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเดินไปหาชายหนุ่มที่กำลังพูดคุยอยู่กับชายร่างอ้วนคนหนึ่ง

            “ขอบคุณกัปตันที่แวะรับพวกข้า” วินก้มหัวเล็กน้อย เขายื่นเหรียญทอง 100 เหรียญให้เป็นค่าเดินทาง

            “เรื่องเล็กน้อยครับท่าน พวกท่านเป็นผู้รอดชีวิตจากเรือเที่ยวที่แล้วล่มใช่ไหม” กัปตันมองเหรียญทองในมือชายหนุ่มก่อนจะรับไว้ด้วยท่าทีดีใจ เพราะทหารกึ่งเงือกที่มาติดต่อก่อนหน้านี้ก็ได้ให้เหรียญทองแก่เขา 100 เหรียญเช่นกัน

            “ใช่ เรือของพวกข้าถูกพายุพัดจนอับปาง นอกจากพวกข้าและพวกกึ่งเงือกแล้วแล้วคงไม่มีใครเหลือรอด” วินเลี่ยงที่จะบอกความจริงเรื่องคราเคน

            “น่าแปลก ฤดูนี้ไม่น่าจะมีพายุได้” กัปตันร่างอ้วนทำหน้าสงสัย เมื่อเห็นชายหนุ่มเฉยเขาจึงไม่ถามต่อ “พวกท่านตามคนของข้าไปยังห้องที่ 39”

            เรือลำใหญ่ค่อยๆลอยห่างออกไปจากเกาะ วินยืนมองภาพเกาะมิโดรันเป็นครั้งสุดท้าย ดวงอาทิตย์ที่ใกล้จะลับของฟ้าข้างๆเกาะมิโดรันที่ดูเล็กลงเรื่อยๆ ชายหนุ่มรู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่ยังสำรวจได้ไม่ทั่วเกาะ

            “คิดถึงองค์หญิงโซเฟียหรือคะ” มิชเชลยืนยิ้มอยู่ข้างชายหนุ่มที่กำลังเหม่อมองไปยังเกาะที่อยู่ลิบตา

            “ข้าจะคิดถึงนางทำไม ข้ากำลังเสียดายที่ไม่ได้สำรวจให้ทั่วเกาะก่อนจากไป” ชายหนุ่มหันมาหรี่ตามองหญิงสาวผมดำที่ยืนยิ้มกวนๆอยู่ข้างๆเขา

            “ไปทานข้าวได้แล้วค่ะ” ออนก้าตัดบท คนทั้งสี่เดินกลับไปยังห้องอาหาร

----------------------

            วันสุดท้ายของการเดินทางไกลเรือลำใหญ่แล่นไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เท่าเดิม แต่คนบนเรือกลับรู้สึกว่าเรือลำนี้แล่นช้ากว่าเก่า อาจเพราะแผ่นดินด้านหน้าทำให้คนเหล่านั้นรู้สึกจดจ่อกับเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้า แผ่นดินที่ดูเหมือนจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆแต่มันกลับใช้เวลาเดินทางอีกหลายชั่วโมงจึงจะถึงฝั่ง

คนทั้งสี่มองเมืองขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าดูเหมือนว่าเมืองท่าแห่งนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าเมืองแอลเบอร์ตี้มากนัก กำแพงเมืองสูงตระหง่านถูกสร้างด้วยหินสีเทาขนาดใหญ่วางเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ร้านค้า บ้านเรือนสร้างขึ้นด้วยปูนดูเหมือนว่าเมืองแห่งนี้จะเจริญกว่าทุกเมืองที่พวกเขาผ่านมา เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ในที่สุดเรือใหญ่ก็เข้าจอดเทียบท่าเรือขนาดใหญ่ที่มีเรือขนาดเดียวกันจอดเทียบอยู่อีกหลายลำ ผู้คนบนเรือทยอยกันเดินลงเรือ เสียงตะโกนโหวกเหวกของพ่อค้าดังขึ้นตลอดสองฝั่งถนน

            คนทั้งสี่เดินหาโรงแรมที่พักแม้จะเป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้วแต่อากาศที่นี่กลับยังคงร้อนอบอ้าว แอลฟ่าไม่ชอบอากาศร้อนอยู่แล้วเดินหน้าบึ้งอยู่ด้านหลังชายหนุ่ม วินหันไปซับเหงื่อบนหน้าขาวเนียนของเธอแล้วใช้ผ้าผืนใหญ่บังแดดให้ ระหว่างทางพวกเขาเห็นคนที่นี่ทั้งมนุษย์และกึ่งมนุษย์แต่งกายด้วยชุดที่แปลกตา ผู้ชายส่วนใหญ่มักใส่เพียงเสื้อกล้ามตัวเล็กๆ กางเกงทำจากผ้าบางๆยาวแค่เข่า ผู้หญิงส่วนมากใส่กระโปรงแคบๆยาวกว่าเข่าเล็กน้อย เสื้อแขนสั้นบางจนสามารถเห็นผ้ารัดอกที่ใส่อยู่ด้านใน คนทั้งสี่เดินตรงไปยังโรงแรมขนาดกลางที่สร้างขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สวยงาม

            “สวัสดีครับนายท่าน” พนักงานต้อนรับโค้งกายต้อนรับ

            “ข้าต้องการห้องพักใหญ่สำหรับ 4 คน” ชายหนุ่มมองไปรอบๆโรงแรม เขารู้สึกว่าโรงแรมแห่งนี้มีผู้คนเข้าออกจำนวนมาก

            “ห้องใหญ่สำหรับ 4 คนพร้อมอาหาร 3 มือวันละ 80 เหรียญเงิน นายท่านต้องการพักกี่วันครับ” พนักงานต้อนรับตอบอย่างนอบน้อม

            ชายหนุ่มรู้สึกว่าค่าที่พักของที่นี่แพงกว่าทุกที่ที่เขาผ่านมา เขาจ่ายเงินค่าห้องพักก่อนจะเดินตามพนักงานต้อนรับไปยังชั้นสองของโรงแรม หลังจากได้อาบน้ำคลายร้อนกันแล้วหญิงสาวทั้งสามจึงขอออกไปซื้อของที่ตลาด ความร้อนของแสงอาทิตย์ลดลงในยามเย็น สายลมเบาๆพัดผ่านช่องหน้าต่าง วินเอนกายลงบนเก้าอี้ขนาดใหญ่ภายในห้องพัก เขาเริ่มชินกับกิจวัตรแรกของหญิงสาวทั้งสามที่มักจะพากันไปช็อปปิ้งทุกครั้งที่เข้าเมือง

            ชายหนุ่มเลือกที่จะอยู่รอในห้องพัก อาหารที่ซื้อจากเมืองอัลเบอร์ตี้ยังคงมีเหลืออีกมาก เขานอนคิดถึงเรื่องที่ได้คุยกับท่านอลันเชียร์เมื่อครั้งที่อยู่ในอาณาจักรเงือก พวกเขาต้องไปถึงเมืองที่มีกำแพงเมืองสีขาวสูงก่อนที่เมืองนั้นจะถูกอสูรร้ายทำลาย แต่เป็นการยากที่เขาจะหาเมืองแห่งนั้นเพราะเขาเองยังไม่รู้แม้ชื่อเมืองแห่งนั้น 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #342 ErictiesE (@ErictiesE) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 18:55
    เงือกไม่เสียดายเท่า ปลาทู  น่าสีรุ้ง แล้วน่าจะจับมาตุนเยอะๆ ...หิว
    #342
    0
  2. #327 เอเอ (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 16:55
    เสียดายองค์หญิงเงือก
    #327
    0
  3. #326 Huntherfc (@Huntherfc) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 23:27
    ได้ออกแรงอีกแน่
    #326
    0
  4. #325 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 21:45
    สนุกดีครับ
    #325
    0
  5. #324 Crasybart (@Crasybart) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 19:57
    ขอบคุณมากนะครับ 
    #324
    0