ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,468 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    445

    Overall
    254,468

ตอนที่ 63 : อากิม่าเมืองในความฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    3 ต.ค. 59

มิชเชลมองร่างม้าที่แหลกเหลวเพราะถูกโทรลยักษ์ทุบด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ เธอเสียใจเป็นอย่างมากนับเป็นครั้งที่สองที่เธอสูญเสียสัตว์เลี้ยงที่เธอเป็นผู้ดูแล สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความโกรธเกรียว ดวงตาที่แดงก่ำมีน้ำตาไหลหยดเล็กๆคลออยู่ที่หางตา แอลฟ่าเห็นท่าทีของหญิงสาวผมสีดำจึงตรงเข้ากอดเธอเพื่อเป็นการปลอบใจ

เมื่อวินเห็นว่าไม่อาจช่วยม้าได้ทันชายหนุ่มกางวงเวทขนาดใหญ่คลุมพื้นที่หลายร้อยตารางเมตร หอกน้ำแข็งตกลงจากฟ้าทะลุผ่านร่างสัตว์อสูรขนาดยักษ์ที่อยู่ในอาณาเขตวงเวทของชายหนุ่ม เมื่อพายุน้ำแข็งสงบโทรลทั้งหมดที่อยู่ภายในวงเวทกลายเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์จำนวนมาก

ในจำนวนโทรล 10 ตัวที่ตรงเข้าหากลุ่มคนทั้งสี่ยังคงเหลือพวกมันอีกหนึ่งตัวที่ไม่ได้อยู่ภายในวงเวทน้ำแข็งของชายหนุ่ม มันพุ่งตรงมายังคนทั้งสี่พร้อมกับฟาดต้นไม้ในมือของมันอย่างโกรธเกรี้ยว หญิงสาวทั้งสามพุ่งออกไปหามันอย่างรวดเร็ว อาวุธชั้นเลิศในมือพวกเธอสร้างบาดแผลให้โทรลยักษ์อย่างมากมาย วินเห็นดังนั้นจึงหันหลังกลับไปยังกลุ่มโทรลที่ตามฝูงกระทิงสองเท้า วงเวทขนาดใหญ่ถูกกางขึ้นอีกครั้งพร้อมกับพายุหอกที่พุ่งใส่พวกโทรลอย่างไม่ปราณี โทรลหลายสิบตัวกลายเป็นน้ำแข็งตายอยู่ภายในวงเวท ชายหนุ่มยิงหอกน้ำแข็งไปยังโทรลอีกหลายตัวที่วิ่งตรงมายังเขา แม้พวกมันจะมีความเร็วไม่มากแต่ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ทำให้ช่วงก้าวของมันยาว การเคลื่อนที่ที่ดูเหมือนว่าช้าแต่กลับเข้าใกล้ตัวชายหนุ่มได้อย่างรวดเร็ว

วินพุ่งตัวหลบไปด้านข้างเพื่อหลบต้นไม้ใหญ่ที่โทรลฟาดลงมาที่เขา ปีกธาตุลมถูกกางออกชายหนุ่มบินขึ้นบนท้องฟ้าเหนือหัวของพวกมันวินยิ้มขึ้นมุมปาก หลังจากเขาสร้างปีกและบินได้คล่องทำให้การต่อสู้ของเขาง่ายขึ้นกว่าก่อนมากมายนัก ก่อนที่พวกโทรลจะได้ทำอะไรวินกางเวทน้ำแข็งขึ้นอีกครั้ง หลังจากเขาฆ่าโทรลอีกกลุ่มในตอนนี้ยังคงเหลือพวกมันอีกเพียงไม่ถึงสิบตัว

เมื่อฆ่าโทรลทั้งหมดลงแล้วชายหนุ่มร่อนลงข้างหญิงสาวทั้งสามที่มองชายหนุ่มเมื่อบินอยู่บนฟ้าอย่างอิจฉา วินเห็นสายตาของหญิงสาวที่มองมาจึงแกล้งยิ้มเยาะเย้ยพวกเธออย่างสนุก

“ข้าอยากบินได้อย่างท่านบ้าง” แอลฟ่าทุบแขนชายหนุ่มเบาๆอย่างหมั่นไส้

“จะปล่อยพวกกระทิงนั่นไปหรือคะ” ออนก้าชี้ไปยังฝูงกระทิงที่ค่อยๆห่างออกไป

“ข้าคิดว่าพวกนั้นไม่น่าห่วงเท่าไร มันคงไม่เข้าโจมตีมนุษย์ ตอนนี้ข้าอยากรีบไปให้ถึงเมืองให้เร็วที่สุด” ชายหนุ่มมองหน้ามิชเชลก่อนที่จะหันไปยังซากม้าที่เคยลากรถให้พวกเขา วินเดินตรงไปยังซากม้าเขาใช้เวทไฟเผาร่างของมัน แม้ว่ามันจะได้รับใช้พวกเขาได้ไม่นานแต่ชายหนุ่มรู้ว่าเธอให้ความสำคัญและผูกพันกับมันมากนัก

“ไม่ต้องตามหาม้าอีกตัวหรอกคะ” มิชเชลเดินมาโอบกอดวินเพื่อแสดงความขอบคุณทุกการกระทำของเขาทำให้เธอประทับใจชายหนุ่มยิ่งขึ้น หญิงสาวรู้ว่านอกจากชายหนุ่มจะให้ความสำคัญกับพวกเธอทั้งสามแล้วเขายังให้ความสำคัญกับสิ่งที่พวกเธอชื่นชอบอีกด้วย มิชเชลคิดถึงเมื่อครั้งที่อัลล่าเบิร์ดทั้งสองตัวที่ถูกโคลิก้าฆ่าตาย วินได้ออกตามหาเจ้านกอัลล่าเบิร์ดอีกตัวที่วิ่งเตลิดเข้าไปในป่าอยู่นานจึงไปพบว่ามันถูกฝูงหมาป่าฆ่าตาย

เมื่อเก็บลูกแก้วอสูรจากเหล่าโทรลแล้วพวกเขาจึงออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงต่อไป ระหว่างทางพวกเขาเห็นควันไฟสีดำกลุ่มใหญ่บริเวณเชิงภูเขาไฟ

หลังจากเดินทางกันมาประมาณ 3 วันพวกเขาเห็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีกำแพงสีขาวขนาดใหญ่สูง 10 เมตร ทางทิศตะวันตกของเมืองห่างออกไปประมาณ 15 กิโลเมตรมีภูเขาไฟขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่

“ใช่แล้ว เมืองนี้แหละ ที่ข้าเคยฝันเห็น” วินชี้ไปยังเมืองขนาดใหญ่ที่มีกำแพงเมืองสีขาวสูง

คนทั้งสี่ตรงไปยังประตูเมืองขนาดใหญ่ ที่มีทหารจำนวนมากยืนเฝ้าประตูอยู่ บนกำแพงมีทหารแต่งชุดนักรบหลายร้อยคนยืนประจำการอยู่ เชิงเทินบนกำแพงมีหน้าไม้ขนาดใหญ่ที่มีล้อลากวางอยู่หลายคัน รถหน้าไม้แต่ละคันมีทหารประจำอยู่คันละ 3 คน

หน้าประตูเมืองมีคนเข้าแถวรอการตรวจสอบเพื่อเข้าเมือง 3 แถวแต่ละแถวมีคนรอคิวยาว 30-40 คน คนเหล่านี้เป็นชาวบ้านที่อพยพจากหมู่บ้านต่างๆที่อยู่รอบเมืองแห่งนี้ ริมกำแพงเมืองขนาดใหญ่ที่อยู่เลยประตูไปเล็กน้อยมีแถวทหารนับหมื่นนายพร้อมอาวุธครบมือบ่งบอกว่าสถานการณ์ตอนนี้อยู่ในขั้นวิกฤต

มิชเชลมองไปยังแถวทหารที่จัดแถวพร้อมรบคล้ายกันทุกเมือง โล่ทรงสี่เหลี่ยมที่มีขนาดใหญ่กว่าที่ทหารเมืองแซนติโกใช้ หอกของทหารเหล่านี้ก็ยาวกว่าที่เธอเคยเห็น รวมถึงดาบคู่ต่างธาตุที่ทำจากเหล็กกล้า พวกเขายังสะพายธนูขนาดเล็กไว้ที่กลางหลัง นั่นหมายความว่าในทวีปแห่งนี้ต้องมีแร่เหล็กจำนวนมากจนเพียงพอที่จะสร้างดาบให้กับกองทัพขนาดใหญ่เช่นนี้ ด้านหลังสุดของแถวทหารมีชาวบ้านหลายพันคนพร้อมอาวุธยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ ชาวบ้านเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นนายพรานและกองกำลังป้องกันหมู่บ้านที่เข้าร่วมกับทหารเพื่อป้องกันเมืองอากิม่าจากการรุกรานของสัตว์อสูร

ทหารส่วนใหญ่ของเมืองนี้ที่ยืนปะปนกันระหว่างมนุษย์และกึ่งมนุษย์ดูไปแล้วที่นี่เป็นอีกหนึ่งเมืองที่ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น หญิงสาวอมยิ้มเล็กน้อยก่อนที่เธอจะไล่สายตาไปจนทั่วแถวทหารเหล่านั้นทหารส่วนใหญ่อยู่ในขั้นยอดฝีมือขั้นกลางไปจนถึงขั้นปลาย ส่วนแม่ทัพอยู่ในขั้นขุนพล ระดับต้น นี่นับว่าสูงกว่าทหารในเมืองแซนติโกมากนัก

วินเดินเลยแถวของชาวบ้านที่รอตรวจสอบเพื่อเข้าเมือง เขาเดินตรงไปยังชายร่างใหญ่ที่สวมเกราะหนังสีขาวที่มีเกล็ดคล้ายงู มีแผ่นโลหะสีทองติดอยู่ตามจุดที่สำคัญของร่างกาย ชายหนุ่มคาดว่าชายกึ่งกระทิงคนนี้จะเป็นแม่ทัพ

“สวัสดีท่านแม่ทัพ ข้าวิน พวกเธอทั้งสามเป็นภรรยาของข้า พวกเราเพิ่งเดินทางมาถึงเมืองนี้ พวกท่านกำลังทำอะไรกันและเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่นี่” วินโค้งหัวให้แม่ทัพร่างใหญ่กึ่งกระทิงเล็กน้อย

“สวัสดีนักเดินทาง ข้าชื่อคราวเป็นเพียงรองแม่ทัพของหน่วยนี้ ข้าคิดว่าพวกเจ้าไม่ควรอยู่ที่นี่ มีสัตว์อสูรจำนวนมากบุกรุกหมู่บ้านหลายสิบแห่งที่อยู่ชานเมือง องค์ราชาส่งทหารจำนวนมากไปขับไล่พวกมันแต่เนื่องจากจำนวนที่มากของพวกมันชาวบ้านหลายแห่งจึงพากันอพยพมาอยู่ภายในเมือง ตอนนี้เมืองอากิม่าอยู่ในขั้นวิกฤต พวกข้ากำลังรอรวมพลเพื่อต้านสัตว์อสูร” แม่ทัพกึ่งกระทิงกำมือขวาทาบลงบนอกซึ่งเป็นการแสดงความเคารพของทหารที่นี่

“ท่านรู้ไหมว่าพวกมันมีจำนวนเท่าใดและมันมาจากทางไหนมากที่สุด” วินถามต่ออย่างใคร่รู้

“ข้าไม่รู้จำนวนที่แน่ชัดแต่จากหน่วยลาดตระเวณที่รายงานเข้ามาน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 20,000 ตัวพวกมันส่วนใหญ่มาจากทางตะวันตกของเมือง คาดว่าพวกมันมาจากบริเวณภูเขาไฟกิมายา ส่วนทหารฝ่ายเรามีประจำประตูเมืองทั้ง 3 อยู่ด้านละประมาณ 8,000 คน ส่วนประตูทางทิศตะวันตกที่คาดว่าสัตว์ร้ายจะบุกมามากที่สุดมีทหารอยู่ 50,000คน” แม่ทัพร่างใหญ่ชี้นิ้วไปยังภูเขาไฟที่ตั้งตระหง่านไกลลิบ

“เราจะทำอย่างไรดีคะท่านวิน” เมื่อกลุ่มของวินเดินเลี่ยงออกมาจากกองทัพทหารแล้วออนก้าจึงถามขึ้น

ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามของออนก้าในทันที เขาหันไปมองมิชเชลที่ทำท่าเหมือนจะแสดงความเห็น “มิชเชลเจ้าคิดอย่างไร”

“ในเมื่อท่านต้องการกำจัดอสูรอยู่แล้ว และในความฝันของท่านเห็นว่าเมืองถูกทำลายด้วยอสูรร้ายทำไมไม่เข้าร่วมกับพวกเขาละคะ” มิชเชลแสดงความเห็น

“ข้าเห็นด้วยกับมิชเชลนะ ถึงแม้ว่าท่านวินจะแข็งแกร่งมากแต่ครั้งนี้เป็นสัตว์อสูรขั้นสูงนับหมื่นตัว และยังมีอสูรร้ายอีกด้วย” แอลฟ่าพูด

วินยังคงเดินสำรวจไปทั่วๆโดยที่ไม่พูดอะไร ชายหนุ่มเดินเข้าไปถามข้อมูลต่างๆจากชาวบ้านที่รอคิวเพื่อเข้าใปในเมือง จากนั้นจึงเดินกลับไปยังแถวทหารและพูดคุยบางอย่างกับรองแม่ทัพร่างใหญ่คนเดิมอยู่ครู่ใหญ่

“เราจะเข้าไปพักในเมือง” วินเดินกลับมาจากการพูดคุยกับรองแม่ทัพ เขาบอกกับหญิงสาวทั้งสามก่อนจะเดินไปต่อแถวเพื่อเข้าเมือง

ทั้งหมดเดินผ่านประตูเมืองบานใหญ่หลังจากได้รับการตรวจสอบจากทหารหน้าประตูเมืองแล้ว ภายในเมืองอากิม่าดูไปแล้วก็เหมือนเมืองหลวงหลายๆแห่งที่พวกเขาผ่านมา เมืองขนาดใหญ่ที่ถูกกำแพงสีขาวสูงลิบรายล้อมอยู่ราวกับเป็นกรงขัง บ้านเรือนที่สร้างด้วยอิฐก้อนใหญ่หลากสีตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ถนนสายใหญ่ที่ทอดยาวเหนือจรดใต้ ส่วนถนนที่เชื่อมต่อประตูตะวันออกและตะวันตกซึ่งไม่ใช่ประตูที่ผู้คนใช้เป็นหลักถนนสายนี้จึงมีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย

ลานกว้างกลางเมืองมีอนุสาวรีย์ขนาดเท่าตัวคนของบุรุษคนหนึ่งวินรู้มาว่าคนผู้นั้นเป็นองค์ราชาผู้ก่อตั้งประเทศไอกากิขึ้นมา ด้านข้างเป็นรูปปั้นของเทพองค์หนึ่งที่มีขนาดใหญ่องค์ราชากว่าเกือบเท่าตัว ลานกว้างแห่งนี้สามารถรองรับผู้คนได้หลายแสนคน

วินมองไปยังผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ เสียงพูดคุยกันส่วนใหญ่เป็นเรื่องสัตว์อสูรที่บุกทำลายแต่ละหมู่บ้าน หน้าตาของผู้คนในเมืองบ่งบอกว่าทุกคนมีความเครียดและความทุกข์ร่วมกัน บางคงอยู่ในอาการเศร้าโศกที่ต้องสูญเสียคนในครอบครัวเนื่องจากสัตว์ร้าย หลายคนต้องทิ้งบ้านและหนีมาอยู่ในเมืองเนื่องจากไม่มีญาติพี่น้องต่างเมือง เนื่องจากมีผู้อพยพเข้ามาเป็นจำนวนมากภาพผู้คนที่นอนกันตามพื้นถนนจึงมีให้เห็นโดยทั่วไป

ชายหนุ่มแปลกใจเล็กน้อยที่แม้เมืองแห่งนี้จะเกิดวิกฤตขึ้นรุนแรงแต่ผู้คนที่นอนกันเต็มท้องถนนยังอยู่กันอย่างเป็นระเบียบซ้ำยังหยิบยื่นแบ่งปันสิ่งของให้กันและกัน ไม่มีการฉกชิงวิ่งราวให้เห็นแม้พวกเขาจะเดินอยู่ในซอยเล็กๆ วินัยและการเคารพซึ่งกันและกันเช่นนี้มีให้เห็นได้ไม่บ่อยนัก วินรู้สึกประทับใจในการปกครองของผู้ปกครองเมืองแห่งนี้

คนทั้งสี่เดินมาถึงประตูทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นทิศที่รองแม่ทัพบอกว่าสัตว์อสูรส่วนใหญ่มาจากทางทิศนี้ริมกำแพงภายในเมืองไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เหมือนกับกำแพงเมืองทิศอื่นที่เต็มไปด้วยผู้อพยพ เต้นท์ทหารจำนวนมากถูกสร้างอยู่เต็มที่ว่างข้างกำแพงสีขาวสูง หลังจากเดินสำรวจจนทั้วแล้วชายหนุ่มจึงพาหญิงสาวทั้งสามไปหาโรงแรมที่พัก

โรงแรมขนาดใหญ่ที่เคยเต็มไปด้วยผู้คนขวักไขว่แต่บัดนี้กลับว่างเปล่าเนื่องจากนักเดินทางส่วนมากจะหลีกเลี่ยงเดินทางมายังเมืองที่กำลังจะมีสงครามระหว่างมนุษย์และกึ่งมนุษย์ กับสัตว์อสูรที่กำลังใกล้เข้ามา วินเลือกพักในโรงแรมที่อยู่ใกล้ประตูทางทิศตะวันตกมากที่สุด


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #351 เอเอ (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 12:56
    ขอบคุณครับ
    #351
    0
  2. #350 tigerfish (@tigerfish) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 08:15
    ขอบคุณมากครับแปลมาเรื่อยๆนะครับ
    #350
    0
  3. #349 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 21:46
    สนุกดีครับ
    #349
    0