ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 255,135 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,572 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    406

    Overall
    255,135

ตอนที่ 64 : วิกฤต (ตอน 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5010
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    4 ต.ค. 59

รุ่งเช้ามาเยือนเมืองอากิม่าอีกครั้ง เสียงกลองดังขึ้นอย่างต่อเนื่อคนในเมืองต่างได้ยินไปทั่ว แม้ผู้ที่ยังหลับไหลก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงดังถี่ๆของกลองสัญญาณที่ดังขึ้นจากยอดกำแพงทางทิศตะวันตก ทหารราว 5 หมื่นคนที่ประจำการอยู่ที่กำแพงฝั่งตะวันตกเข้าเตรียมพร้อมในตำแหน่งของตนทันที กำแพงฝั่งตะวันตกเป็นจุดที่สัตว์อสูรจะเข้าโจมตีจึงทำให้ฝั่งนี้มีทหารประจำการอยู่มากที่สุด

พื้นที่โดยรอบกำแพงเมืองสีขาวขนาดใหญ่ถูกยกให้สูงกว่าพื้นดินประมาณ 2 เมตร นั่นเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งสำหรับผู้บุกรุกเมือง ห่างกำแพงไปราว 200 เมตรเป็นหลุมลึก 3 เมตร กว้าง 10 เมตร ยาวประมาณ 20 เมตร ที่ทหารและชาวบ้านช่วยกันขุดไว้นับร้อยหลุมเพื่อชะลอการเข้าโจมตีของสัตว์อสูร ที่ก้นหลุมลึกมีเหล็กแหลมจำนวนมากปักอยู่ หลุมเหล่านี้จะอยู่ห่างกันเพียงเล็กน้อยทำให้สัตว์อสูรสามารถเดินผ่านช่องเหล่านี้มาได้ครั้งละ 3-4 ตัว ทหารเตรียมขวากไม้ขนาดใหญ่มาวางกั้นไว้ด้านหลังหลุมทรงสี่เหลี่ยมเหล่านั้น

สัตว์อสูรหลายสิบชนิดจำนวนไม่ต่ำกว่า 5,000 ตัววิ่งออกมาจากชายป่า น่าแปลกที่สัตว์อสูรจำนวนไม่น้อยมีแผลอยู่เต็มลำตัว แม่ทัพใหญ่นามไจก้าอยู่ในชุดเกราะแบบเต็มตัวสีเงินแกมทองเป็นประกายเงางาม เขามองไปยังสัตว์อสูรเหล่านั้นอย่างสงสัยสัตว์เหล่านี้ไม่เหมือนผู้บุกรุกหมู่บ้านเพื่อขยายอาณาเขตหรือแย่งชิงอาหาร แม่ทัพใหญ่สะบัดหน้าเล็กน้อยตอนนี้เขาไม่มีเวลาให้คิดเรื่องไร้สาระเช่นนี้ เรื่องสำคัญเร่งด่วนที่ต้องทำในขณะนี้คือการปกป้องเมืองจากการบุกรุกของพวกมัน

“ยิงธนู” แม่ทัพใหญ่ออกคำสั่ง พร้อมกับส่งสัญญาณไปยังทหารที่อยู่บนกำแพงเมือง

ลูกธนูนับหมื่นจากแถวทหารที่อยู่หน้ากำแพงเมืองพุ่งเข้าหาสัตว์อสูรที่มุ่งตรงมายังพวกเขา ในกลุ่มลูกธนูเหล่านั้นมีลูกธนูขนาดใหญ่จากหน้าไม้ยักษ์พุ่งแหวกอากาศใส่สัตว์ร้ายเหล่านั้น ร่างของสัตว์อสูรหลายตัวที่ถูกฝนลูกธนูยิงใส่จนร่างพรุน สัตว์อสูรที่รอดจากลูกธนูยังคงวิ่งตรงไปยังแถวทหารที่ถือโล่ขนาดใหญ่ พวกที่อยู่หน้าสุดหยุดฝีเท้าอย่างฉับพลันเมื่อเห็นหลุมขนาดใหญ่ขวางอยู่ด้านหน้า พวกที่วิ่งตามมาด้านหลังยังคงวิ่งต่อจึงชนสัตว์อสูรแถวหน้าตกลงไปในหลุมดักจำนวนมาก

สัตว์อสูรกลุ่มแรกเข้าปะทะกับแถวทหารที่ถือโล่ สัตว์พวกนี้แม้จะอยู่ขั้นยอดฝีมือแต่มีความเร็วไม่มากนักพวกมันยังไม่ทันพ้นขวากไม้ที่สูงท่วมหัวคนก็ถูกหอกที่ยื่นออกจากช่องว่างของขวากไม้แทงจนล้มลง ทหารของเมืองอากิม่ายังไม่มีการสูญเสียใดๆ ในขณะที่สัตว์อสูรตายไปแล้วเกือบ 2,000 ตัว ซากสัตว์อสูรที่ตายหน้าขวากไม้มากขึ้นจนกองทับกันเกือบท่วมหัว ทหารต้องช่วยกันยกขวากไม้ออกแล้วให้กลุ่มทหารถือโล่ดันซากสัตว์อสูรที่กองทับถมกันให้ตกลงไปในหลุมดักที่พวกเขาขุดไว้

สามชั่วโมงต่อมาหลังจากพวกเขาฆ่าสัตว์อสูรไปไม่น้อยพวกมันกลุ่มสุดท้ายเข้าประชิดแถวทหาร ทหารแต่ละหน่วยยังคงทำหน้าที่ของตนได้ดีจึงไม่มีสัตว์อสูรตัวใดสามารถผ่านแนวปะทะแรกไปได้เลย

วินยืนมองอยู่บนเชิงเทินตั้งแต่เช้า เขารู้สึกแปลกใจกับพฤติกรรมของสัตว์อสูรเหล่านั้น แม้จะอยู่ในขั้นยอดฝีมือแต่สัตว์อสูรส่วนใหญ่ที่บุกมาล้วนเป็นสัตว์กินพืช ชายหนุ่มมองไปยังซาก หนูยืน คิงคองสี่แขนแคระ หมูป่าขนเม่น หรือแม้แต่กระทิงสองเท้าที่ตายเกลื่อน การมาของพวกมันเหมือนถูกใครบางคนไล่ต้อนมันออกมามากกว่า ชายหนุ่มรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างภาพในมโนจิตของเขาไม่น่าจะจบง่ายดายเช่นนี้

“ท่านวินคะ” ชายหนุ่มยืนคิดอยู่พักใหญ่ ออนก้าที่อยู่ข้างๆก็สะกิดแขนของเขา จากนั้นหญิงสาวชี้ไปยังชายป่าตรงหน้าในตำแหน่งที่สัตว์อสูรกลุ่มแรกวิ่งออกมา พวกที่ออกมาจากป่าคือสัตว์อสูรกินเนื้อ หลากหลายชนิด และขนาดต่างๆ ตั้งแต่ขนาดเล็กอย่างแมวยืน หมาป่าเขี้ยวยาว เสือขนาดใหญ่ 3-4 สายพันธุ์ รวมทั้งเสือยืน แม้กระทั่งสัตว์อสูรขนาดใหญ่อย่างพวกโทรล และนกนักล่าขนาดใหญ่อีกจำนวนมาก พวกมันประมาณ 7,000 ตัว ออกมาจากชายป่าและมุ่งหน้ามายังเมืองอากิม่าอย่างรวดเร็ว

แม่ทัพใหญ่และแถวทหารด้านหน้าสุดมองไปยังชายป่าที่มีการเคลื่อนไหวอีกครั้งพวกเขาเพิ่งจะดีใจหลังกำจัดสัตว์อสูรกว่า 5,000 ตัวได้สำเร็จ ภาพตรงหน้าในขณะนี้ทำให้พวกเขาตกใจจนพูดอะไรไม่ออก สัตว์อสูรขั้นสูงกว่า มีขนาดใหญ่กว่า และจำนวนมากกว่าเดิมกำลังเคลื่อนที่ตรงมายังเมืองอากิม่าของพวกเขา

แม่ทัพไจก้ามองไปที่หลุมดักสัตว์ที่ขุดไว้ซึ่งขณะนี้เต็มไปด้วยซากสัตว์อสูรทับถมกันจนเต็ม ขวากไม้บางช่วงมีร่องรอยความเสียหาย แม้ว่าการปะทะกันเมื่อครู่เขาไม่สูญเสียทหารแม้แต่คนเดียวแต่มีทหารที่ได้รับบาดเจ็บหลายสิบนาย หลังจากกำจัดสัตว์อสูรกว่า 5,000 ตัวทหารของเขายังไม่ได้พักเลย

“ทหารทุกคน ถอยหลังไป 20 เมตร” เสียงคำสั่งของแม่ทัพไจก้าดังขึ้นกึกก้อง ทหารทุกคนค่อยๆถอยหลังอย่างเป็นระเบียบ ธนูถูกยิงทันทีเมื่อสัตว์เหล่านั้นเข้าสู่ระยะยิง สัตว์อสูรเหล่านี้มีความเร็วมากกว่ากลุ่มแรกมากนัก พวกมันสามารถหลบลูกธนูที่โปรยปรายลงมาได้อย่างไม่ยากนัก มีเพียงบางตัวเท่านั้นที่ถูกลูกธนูยิงกระนั้นบาดแผลจากลูกธนูนั้นทำให้มันบาดเจ็บได้ไม่มากนัก ยิ่งไปกว่านั้นลูกธนูไม่สามารถแทงทะลุหนังหนาๆของโทรลได้เลย

แม้ว่าลูกธนูขนาดใหญจากหน้าไม้ยักษ์จะมีพลังทำลายมาก ข้อเสียของมันคือมันยิงได้ช้าและไม่สามารถเล็งยิงได้อย่างแม่นยำ และด้วยจำนวนที่น้อยนิดจึงทำให้ฆ่าสัตว์อสูรได้ไม่มากนัก

กองทัพสัตว์อสูรวิ่งมาถึงขวากไม้ขนาดใหญ่ เนื่องจากมีซากศพสัตว์กลุ่มแรกซ้อนทับกันที่หน้าขวากไม้ทำให้พวกมันสามารถกระโดดข้ามขวากไม้ได้ไม่ยาก สัตว์อสูรมาถึงแถวทหารที่ถือโล่ใหญ่พวกเขายังคงใช้กลยุทธเดิมคือกระแทกพวกมันด้วยโล่จากนั้นทหารแถวที่สองใช้หอกยาวแทงพวกมันซ้ำๆ แมวยืนที่มีความว่องไวพวกมันหลายตัวกระโดดข้ามโล่ขนาดใหญ่ของทหาร แมวยืนพุ่งตัวข้ามหัวทหารหลายคนไปยังพื้นที่ว่างด้านหลังแถวทหาร กงเล็บของพวกมันสร้างความปั่นป่วนให้กับทหารในชุดเกราะอ่อนได้ไม่น้อย ทหารกึ่งเสือ 3 คนที่อยู่ด้านหลังพุ่งเข้าหาพวกมันพร้อมดาบคู่ของเขา ด้วยความเร็วของพวกเขาจึงสามารถสังหารแมวยืนที่หลุดรอดเข้ามาได้ไม่ยาก

กองทัพสัตว์อสูรที่ประชิดเข้ามาเริ่มมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทหารร่างใหญ่ที่ถือโล่เริ่มอ่อนล้าเมื่อต้องปะทะกับสัตว์อสูรขนาดใหญ่อย่างพวกเสืออยู่หลายต่อหลายครั้ง เมื่อกลุ่มโทรลมาถึงแถวทหารด้านหน้าไม่สามารถต้านทานพละกำลังอันมหาศาลของพวกมันได้ การต่อสู้ระหว่างกองทัพทหารกับสัตว์อสูรทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ดาบเหล็กกล้าธรรมดาไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับโทรลเหล่านี้ได้ มีเพียงอาวุธที่ทำจากโฮริฮารูกอนเป็นอย่างต่ำที่สามารถแทงทะลุผิวหนังอันแข็งแกร่งของโทรลได้ แม้จะเป็นเมืองที่ใหญ่แต่ในเมืองแห่งนี้มีเพียงแม่ทัพ รองแม่ทัพและนายกองประมาณ 100 คนเท่านั้นที่มีอาวุธที่ทำจากโฮริฮารูกอน ด้วยจำนวนคนเพียงเท่านี้หากพวกเขาสู้กับโทรล 10 ตัวถือว่ายากมากแล้ว แต่ตอนนี้มีโทรลนับร้อยตัวที่กำลังไล่ฆ่าทหารโดยที่พวกเขาทำอะไรพวกมันไม่ได้แม้แต่น้อย นอกจากพวกโทรลแล้วสัตว์อสูรชนิดอื่นอีกกว่าครึ่งที่ยังสร้างความยุ่งยากในการป้องกัน

“ถอยทัพ ถอยทัพ” หลังเสียงคำสั่งทหารทั้งหมดที่กำลังสู้กับสัตว์อสูรเริ่มถอยหลังเข้าใกล้กำแพงเมืองอย่างช้าๆ

 

ชายหนุ่มผมสีฟ้ายืนมองเหล่าทหารที่กำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรทำให้เขาคิดถึงภาพในความฝันบอกเหตุที่เริ่มแจ่มชัดขึ้นทุกที ขายหนุ่มมองกลับมาที่กำแพงเมืองสีขาวแล้วมองกลับไปยังกลุ่มโทรลเขาคิดว่าพวกมันคงไม่สามารถทำลายกำแพงเมืองอันแข็งแกร่งนี่ลงได้ นั่นทำให้ชายหนุ่มมีลางสังหรณ์ว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเข้าโจมตีจากสัตว์อสูรเหล่านี้

“ท่านวินจะไม่ช่วยพวกเขาหรือคะ” เสียงของมิชเชลกระตุ้นให้วินตื่นจากภวัง เขาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนมองกลับไปยังแถวทหารที่กำลังเพลี้ยงพล้ำ

หญิงสาวทั้งสามทำท่าจะหยิบอาวุธของตนขึ้นมา วินยกมือขึ้นห้ามจากนั้นชายหนุ่มจึงเดินไปริมกำแพง สิ่งที่วินทำทำให้ทหารที่ประจำการอยู่บนเชิงเทินประหลาดใจ ก่อนที่ทหาร 5 คนจะได้พูดอะไร วินชี้คทาไปด้านหน้าแล้วเริ่มยิงหอกน้ำแข็งออกไปครั้งละ 5 แท่ง เนื่องจากการสู้รบด้านหน้าเต็มไปด้วยความวุ่นวายชายหนุ่มต้องใช้สมาธิอย่างมากเพื่อความแม่นยำในการยิงหอกน้ำแข็งไปยังโทรลแต่ละตัว เพราะหากเกิดความผิดพลาดอาจพลาดไปถูกทหารคุ้มกันเมืองได้

ในครั้งแรกเมื่อทหารทั้ง 5 คนเห็นชายหนุ่มผมสีฟ้าชูคทาสีทองหน้าตาแปลกประหลาดไปด้านหน้าพวกเขาคิดว่าชายผู้นี้เสียสติ แต่เมื่อพวกเขาเห็นแสงสีม่วงที่มีละอองของความเย็นพุ่งออกจากปลายคทา แสงสีม่วงรูปหอกขนาดเล็กพุ่งเลี้ยวไปหาโทรลร่างใหญ่อย่างแม่นยำ โทรลร่างใหญ่ที่แม้แต่ทหารนับสิบยังทำอะไรมันไม่ได้กลับกลายเป็นน้ำแข็งทั้งร่างเพราะหอกสีม่วงเพียงอันเดียว ทำให้พวกเขาตกใจและหวาดกลัวชายคนนี้จนทั้งหมดทรุดร่างลงบนพื้น

วินใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงในการยิงเวทน้ำแข็งเพื่อกำจัดโทรล 100 ตัว ช่วงแรกเขาสามารถควบคุมเวทให้พุ่งไปยังโทรลร่างสูงได้ไม่ยากนัก แต่พวกมันฉลาดกว่าที่เขาคิด มันย่อตัวให้มีความสูงทัดเทียมกับมนุษย์ทำให้เขาต้องใช้เวลามากกว่าเดิมเพื่อจะสังหารพวกมัน

“สัตว์อสูรบนทวีปนี้นอกจากจะวิวัฒนาการสูงกว่าสัตว์ที่ทวีปมัธราธแล้วพวกมันยังฉลาดอีกด้วย” วินส่ายหัวก่อนจะพูดเบาๆกับหญิงสาวทั้งสาม

------------------------

ทหารหลายคนต่างเห็นกับตาของตัวเองว่าหอกขนาดเล็กสีม่วงที่เต็มไปด้วยไอความเย็นพุ่งข้ามหัวของพวกเขาไปยังโทรลที่อยู่ด้านหน้า หนังหนาของพวกมันที่แม้กระทั่งดาบที่ผลิตจากมิธริลยังไม่สามารถทำอะไรมันได้แต่หอกสีม่วงเหล่านั้นกลับแทงทะลุผิวหนังของมันได้อย่างง่ายดาย เกือบจะทันทีที่หอกหอกสัมผัสผิวหนังโทรลยักษ์แผลบริเวณที่หอกสีม่วงเหล่านั้นแทงทะลุเข้าไปเริ่มจับตัวกลายเป็นน้ำแข็ง น้ำแข็งเหล่านั้นเริ่มแผ่กระจายไปจนทั่วร่างของโทรลร่างสูง

แม่ทัพไจก้ามองกลับไปยังที่มาของหอกน้ำแข็งสีม่วง เขาสังเกตเห็นว่ามีชายหนุ่มหนึ่งคนยืนเคียงข้างหญิงสาวอีก 3 คนบนเชิงเทินที่อยู่กลางกำแพงเมือง “เขาเป็นใครกันแน่” แม่ทัพร่างใหญ่รำพึงกับตนเอง

หลังจากโทรลร่วมร้อยตัวตายลงกองทัพทหารด้านหน้ากลับมีกำลังใจอีกครั้ง ในตอนนี้ทหารจับกลุ่มเป็นกลุ่มเล็กๆประมาณ 5-7 คนเพื่อรุมฆ่าสัตว์อสูรที่เหลืออยู่ไม่กี่ร้อยตัว

ขณะที่กองทัพกำจัดสัตว์อสูรเหล่านั้นยังไม่หมด บริเวณชายป่าได้เกิดสิ่งที่พวกเขาต้องตกใจอีกครั้ง กิ้งก่ายักษ์โบราณเดินด้วยสองเท้าขนาดใหญ่กำลังออกจากชายป่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #370 เอเอ (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 13:18
    ขอบคุณครับ
    #370
    0
  2. #357 tigerfish (@tigerfish) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 14:34
    ขอบคุณมากครับ
    #357
    0
  3. #356 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 08:56
    สนุกดีครับ
    #356
    0
  4. #352 sakime (@sakime) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 21:25
    ขอบคุณค่ะ
    #352
    0