ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,343 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    320

    Overall
    254,343

ตอนที่ 66 : วิกฤต (ตอน 3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4772
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    6 ต.ค. 59

กิ้งก่ายักษ์พุ่งตรงไปยังวินอย่างรวดเร็ว ด้วยหวังว่าจะเหยียบมนุษย์ตัวจ้อยให้แบนติดดิน

ตุบบบบ!!

มันชนเข้ากับกำแพงน้ำเข้าอย่างจัง แม้จะเป็นเพียงกำแพงน้ำแต่มันกลับอัดแน่นจนแข็งยิ่งกว่าหิน กิ้งก่ายักษ์กระเด็นล้มกลิ้ง ชายหนุ่มไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เวทขนาดใหญ่ปกคลุมทั่วร่างของกิ้งก่ายักษ์อีกครั้ง ละอองความเย็นปกคลุมทั่วทั้งวงเวทอีกครั้ง เมื่อทั้วทั้งวงเวทกลายเป็นน้ำแข็ง ฉับพลันก็เกิดวงเวทอีกวงหนึ่งทับซ้อนในบริเวณเดิม

ตูมมมมมม!!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นกึกก้อง ด้วยความรุนแรงของมันทำให้ร่างของกิ้งก่าถูกฉีกกระจายเป็นชิ้นๆ ไม่เพียงแต่กิ้งก่าขนาดใหญ่ที่ถูกแรงอัดของเวทระเบิดจนร่างแหลก สัตว์อสูรที่อยู่ในรัศมี 50 เมตรของเวท ถูกระเบิดฉีกจนร่างแหลก ชายหนุ่มสลายม่านน้ำแล้วเดินตรงไปยังซากของอสูรกิ้งก่า เขาค้นหาอยู่พักหนึ่งจึงเจอวิญญาณธาตุไฟขนาดเท่าปลายนิ้ว ชายหนุ่มผนึกมันด้วยก้อนหินสี่เหลี่ยมสีม่วงก่อนจะเก็บมันเข้าไปในสายรัดข้อมือของเขา

ทหารและทุกคนที่อยู่หลังม่านน้ำขนาดใหญ่ปลอดภัยดี เพียงแต่หลายคนที่เสียขวัญเพราะเสียงอันดังสนั่นของเวทระเบิดของชายหนุ่ม

เสียงไชโยโห่ร้องของทหารดังขึ้นหลังจากพวกเขาได้สติกลับมาอีกครั้ง พวกเขาหลายคนต่างโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ วินเดินย้อนกลับมายังประตูเมืองด้วยท่าทีที่ไม่เหนื่อยมากนัก ขณะนี้สายตาของทหารทุกคนต่างจับจ้องมายังชายหนุ่มผมสีฟ้า แม่ทัพร่างใหญ่เดินตรงมายังวิน เขาหยุดยืนค้างก่อนที่เขาจะถึงตัวชายหนุ่มเพียงไม่ถึง 10 เมตร ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังชายป่าอีกครั้ง วินสังเกตเห็นทหารหลายคนเริ่มเงียบงัน หลายคนชี้นิ้วไปยังชายป่าที่อยู่ห่างไปราว 500 เมตรด้วยความตกใจ

วินมองขึ้นไปบนเชิงเทินในตำแหน่งที่หญิงสาวทั้งสามยืนอยู่ เขาเห็นหญิงสาวสามคนยืนอ้าปากค้าง ชายหนุ่มหมุนตัวกลับหลังหันไปมอง ณ จุดที่ทุกคนต่างจับจ้อง สิ่งที่เขาเห็นช่วยไขข้อข้องใจทั้งหมดที่วินเคยมีมา

โทรลสูง 6-7 เมตรนับพันตัวพร้อมอาวุธทุกอย่างที่พวกมันสามารถหาได้ นอกจากต้นไม้และก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่ในมือของพวกมัน บางตัวยังมีอาวุธเหมือนกระบองที่ทำด้วยโลหะชนิดต่างๆอยู่ในมือ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต่างตกใจที่สุดคือ โทรลตัวสุดท้ายที่ก้าวออกมาจากชายป่า ร่างกายของมันใหญ่โตกว่าโทรลด้านหน้า 3-4 เมตร ทั่วทั้งตัวของมันปกคลุมด้วยลาวาสีส้ม ต้นไม้ตลอดเส้นทางที่มันเดินผ่านมาถูกลาวาบนร่างของมันแผดเผาจนดำไหม้

แถวทหารถอยหลังไปจนชิดกำแพงสีขาวขนาดใหญ่โดยไม่ต้องมีคำสั่งจากแม่ทัพ แม้กระทั่งไจก้าเองยังรู้สึกหวาดกลัวกับสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ที่เขาไม่สามารถตรวจสอบขั้นของมันได้

โทรล 2,000 ตัวมุ่งหน้าตรงมายังชายหนุ่มผมสีฟ้าที่ยืนอยู่คนเดียวกลางสนามรบ สัตว์อสูรเหล่านี้ฉลาดกว่าสัตว์อสูรทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด มันได้รับคำสั่งจากราชาของมันให้ออกตามหาและจับกิ้งก่ายักษ์กลับไปให้ได้ พวกมันพบเจอกิ้งก่ายักษ์ที่หนีมาซ่อนตัวอยู่กลางป่าแม้ว่าเจ้ากิ้งก่าจะบาดเจ็บแต่มันก็สามารถฆ่าพวกโทรลได้หลายร้อยตัว แต่ทันทีที่มันเห็นโทรลยักษ์ที่ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยลาวามันจึงต้องหนีอีกครั้ง

เดิมทีสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในป่าไม่ได้มีเจตนาจะบุกรุกหมู่บ้านของมนุษย์ แต่เมื่อพวกโทรลขยายอาณาเขตรวมถึงออกล่าสัตว์อสูรเพื่อนำกลับไปเป็นอาหารของราชาโทรล พวกมันจึงหนีมาจนกระทั่งเข้าเขตที่อยู่อาศัยของมนุษย์

ทันทีที่พวกโทรลเข้ามาถึงระยะเวทของวิน ชายหนุ่มเริ่มร่ายเวทอีกครั้ง วงเวทขนาดใหญ่ส่องแสงขึ้นบนพื้นดินเพียงพริบตาเดียวสายฟ้าจำนวนมากฟาดลงทั่วทุกแห่งภายในอาณาเขตของวงเวท ร่างของโทรลที่อยู่ในระยะทำลายล้างถูกฟ้าผ่าจนไหม้เกรียม การร่ายเวทเพียงครั้งเดียววินสามารถฆ่าโทรลได้เป็นร้อยตัว

หญิงสาวสามคนรีบลงมาจากเชิงเทินแล้วตรงไปยังประตูเมืองขนาดใหญ่

“รีบเปิดประตูเดี๋ยวนี้” มิชเชลตวาดทหารเฝ้าประตูให้เปิดประตูเมืองให้พวกเธอโดยเร็ว ทั้งสามถืออาวุธของตนเพื่อเตรียมพร้อมในการต่อสู้

ทหารหลายสิบคนที่มีหน้าที่เฝ้าประตูเมืองมองไปยังอาวุธของพวกเธออย่างหวาดๆ พวกเขาไม่เคยเห็นอาวุธสีดำเป็นประกายที่อยู่ในมือหญิงสาวสองคน อีกทั้งดาบขนาดใหญ่สีเขียวใสที่อยู่ในมือหญิงสาวร่างเล็กอีกคนหนึ่ง ทั้งหมดมองกันไปมาก่อนจะพร้อมใจหันไปจ้องมองชายร่างใหญ่ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มของพวกเขา

“ไม่มีคำสั่งจากท่านแม่ทัพ ข้าคงเปิดประตูให้พวกเจ้าไม่ได้” ชายร่างใหญ่พูดเสียงดัง แม้ว่าเขาจะรู้สึกกลัวอาวุธในมือของพวกเธอแต่เขาก็ยังรวบรวมความกล้าเพื่อพูดออกมา

หญิงสาวสามคนสบตากันแค่ครู่เดียว แอลฟ่าพุ่งเข้าไปใช้โล่ของเธอกระแทกกลุ่มทหารที่ยืนขวางประตู ก่อนที่มิชเชลใช้ดาบคู่ฟันประตูไม้ขนาดใหญ่หนาหนึ่งฟุตจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างง่ายดาย หลังจากประตูบานใหญ่ถูกทำลายลงหญิงสาวทั้งสามพุ่งตัวออกไปยืนอยู่ด้านหลังชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว

“พวกเจ้าออกมาทำไม” วินถามโดยไม่หันกลับไปมอง เขารับรู้ได้ถึงการมาของหญิงสาวทั้งสาม

“พวกเราเป็นห่วงท่านวิน” ทั้งสามตอบอย่างพร้อมเพรียง

“ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าไปด้านขวาสุด จำไว้ว่าห้ามเข้ามาเกินบริเวณนี้” ชายหนุ่มชี้มือไปยังตำแหน่งที่เยื้องไปทางขวามือของเขาที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร เสาหินสีม่วงแทงทะลุพื้นขึ้นมาตั้งเรียงกันหลายสิบต้น เสาบางต้นยังแทงร่างโทรลโชคร้ายจนทะลุ

“ค่ะ” ทั้งสามตอบพร้อมกันก่อนที่จะพุ่งตัวไปยังจุดที่เลยเสาหินเหล่านั้นออกไปทางขวามือ ก่อนจะแยกกันกำจัดพวกโทรลที่อยู่ในบริเวณนั้น

แม่ทัพไจก้าและทหารนอกกำแพงเมืองต่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงเศษไม้ขนาดใหญ่ที่เคยเป็นประตูเมืองร่วงหล่นบนพื้น เขาเห็นหญิงสาวสามคนพร้อมอาวุธที่เขาแน่ใจว่ามันสร้างขึ้นจากอดามันเทียม ทั้งสามวิ่งไปยังชายหนุ่มที่อยู่กลางสนามรบอย่างไม่เกรงกลัวอันตราย

ความสามารถของพวกเธอและอาวุธในมือช่างน่าตกใจยิ่งนัก โทรลร่างใหญ่ที่แม้แต่เขายังสร้างบาดแผลให้มันไม่ได้มาก แต่หญิงสาวทั้งสามกลับตัดแขนขาของพวกมันได้ง่ายราวกับกำลังหั่นเนื้อสัตว์นุ่มๆ และแล้วสายตาของแม่ทัพไจก้าก็มาหยุดที่หญิงสาวที่ใช้โล่สีดำขนาดใหญ่ เขาไม่เคยเห็นดาบสีเขียวแบบนั้นมาก่อนแม้ว่ามันจะมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับผู้ใช้แต่เธอกลับกวัดแกว่งได้รวดเร็วราวกับว่ามันไม่มีน้ำหนัก ความเร็วของพวกเธอเร็วมากจนโทรลพวกนั้นไม่สามารถตามพวกเธอได้ทัน โทรลที่กระทั่งทหารยังต้องใช้คนมากถึง 10 คนรุมมันแต่พวกเธอสามารถสู้กับมันได้เพียงลำพังคนเดียว แต่จำนวนโทรลที่อยู่ด้านหน้าก็มีมากกว่าร้อยตัว

“ทหารทุกคน ไปช่วยสนับสนุนพวกเธอ” แม่ทัพไจก้าตั้งสติได้ก็วิ่งนำทหารทุกคนไปยังพวกโทรลที่อยู่ทางด้านขวา แม้ทหารของเขาจะไม่สามารถสู้กับพวกโทรลได้โดยตรง แต่เขาจะต้องทำอะไรบางอย่างที่เป็นประโยชน์มากกว่าการยืนดูหญิงสาวเพียงสามคนรบกับโทรลนับร้อยตัว

แม่ทัพใหญ่วางแผนให้ทหารช่วยล่อโทรลไม่ให้เข้ารุมหญิงสาวสามคน ทหารหลายพันคนวิ่งมาพร้อมกับเชือกขนาดใหญ่ หากเป็นไปได้พวกเขาจะล้มโทรลด้วยเชือก แล้วให้ผู้ที่มีอาวุธที่สามารถฟันหนังหนาๆของพวกมันเข้าเข้าสร้างบาดแผลให้พวกมันเพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระหญิงสาวทั้งสามได้บ้าง

ทหารทั้งหมดแม้จะยังอยู่ในอาการหวาดกลัวแต่เมื่อเห็นแม่ทัพใหญ่ของพวกเขาวิ่งนำออกไปอย่างกล้าหาญ ความฮึกเหิมของพวกเขาก็กลับมาอีกครั้ง เชือกขนาดใหญ่ถูกคล้องแขนและขาโทรล จากนั้นพวกทหารช่วยกันดึงจนมันล้มลง มันพยายายามดิ้นขัดขืนกลุ่มทหารที่ใช้เชือกมัดคล้องมัน แม้ว่าโทรลเหล่านี้จะมีแรงมากกว่าคนมากมาย แต่มันก็ไม่สามารถสู้แรงคนหลายสิบคนที่พร้อมใจกันดึงเชือกอยู่ได้ แม่ทัพร่างใหญ่กระโดดขึ้นไปบนหัวของโทรลที่ล้มลงเขาแทงดาบของเขาเข้าไปในดวงตาของมันจนมิด ดาบยาวเมตรกว่าแทงทะลุเข้าไปถึงสมองของโทรลตัวนั้น มันร้องขึ้นอย่างเจ็บปวดแล้วสะบัดเชือกที่มัดมันอยู่จนขาดกระจาย ทหารที่ดึงเชือกอยู่ล้มกลิ้งระเนระนาด มันกระตุกอยู่อีกไม่นานแล้วนิ่งไป

หญิงสาวสามคนมองไปยังกลุ่มทหารที่เข้าช่วยเธอกำจัดโทรลแล้วยิ้มขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าพวกเธอจะสามารถสู้กับโทรลเหล่านี้ได้แต่ด้วยจำนวนของมันทำให้พวกเธอลำบากอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะหากพวกมันรวมตัวกันโจมตีเป็นกลุ่มจะทำให้พวกเธอโจมตีพวกมันยากขึ้น

“นี่นับเป็นวิธีที่ชาญฉลาดไม่ใช่น้อย” ออนก้าพูดในใจเมื่อเห็นวิธีของกลุ่มทหาร แม้กระนั้นวิธีนี้ยังมีความเสี่ยงอยู่มากเพราะทหารที่ดึงเชือกไม่สามารถที่จะป้องกันตัวเองได้ เธอพุ่งมากระซิบบางอย่างกับแอลฟ่าก่อนจะกลับไปสู้กับโทรลตัวต่อไป

แอลฟ่าตรงไปยังแม่ทัพร่างใหญ่เธอหยิบดาบสีเงินที่ผลิตขึ้นจากโฮริฮารูกอนจำนวน 20 กว่าเล่มออกมาจากแหวนมิติของเธอ “ข้าให้ยืม” แอลฟ่าวางดาบสีเงินลงกับพื้นก่อนจะขว้างโล่ใส่โทรลตัวหนึ่งที่กำลังพุ่งเข้ามา

แม่ทัพมองดาบสีเงินบนพื้นอย่างดีใจ แม้ดาบเหล่านี้มีเพียง 25 เล่มแต่ก็ทำให้กองทัพของเขาสามารถต่อกรกับพวกโทรลได้มากขึ้น เขารีบให้กระจายดาบเหล่านี้กับนายกองที่มีฝีมือทันที

 

เวลาผ่านไปจนคล้อยบ่าย วินยังคงร่ายเวทขนาดใหญ่ใส่กลุ่มโทรลที่บุกเข้ามาอย่างไม่ลดละ ในตอนนี้โทรลกว่าครึ่งถูกชายหนุ่มฆ่าตายจนศพของพวกมันกองเป็นภูเขา ชายหนุ่มร่ายเวทขนาดใหญ่มาแล้วกว่าครึ่งวันโดยเกือบไม่ได้หยุดพักในตอนนี้เขาเริ่มเหนื่อยหอบ

อสูรโทรลยังคงยืนดูพวกของมันต่อสู้กับมนุษย์อย่างนิ่งเฉย มันไม่ได้สนใจกับลูกน้องของมันที่ต้องตายด้วยฝีมือของมนุษย์ มันเพียงจ้องมองชายหนุ่มผมสีฟ้าอย่างสนใจ ชายหนุ่มที่สามารถใช้เวทมนต์ได้อาจจะช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้เวทมนต์ของมัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #375 Jakkapong Pankaew (@jak-ka-pong9) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 12:01
    ผมเริ่มติดตามแล้วอ่านเมื่อวานครับ ชอบมากๆๆอ่านเพลินจนถึงตอน 66 นี่แหละครับ ขอบคุณสำหรับงานเขียนดีๆ รอคอยให้มาอัพอยู่นะครับ // ขอบคุณครับ
    #375
    0
  2. #373 ruvy (@ruvy) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 13:31
    สนุกมากคะ
    #373
    0
  3. #372 เอเอ (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 13:24
    ขอบคุณครับ
    #372
    0
  4. #369 Pisit16 (@Pisit16) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 12:27
    ขอบคุณครับ
    #369
    0
  5. #368 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 22:19
    สนุกดีครับ
    #368
    0
  6. #367 sakime (@sakime) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 21:00
    ขอบคุณค่ะ
    #367
    0