ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,346 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    323

    Overall
    254,346

ตอนที่ 67 : เทพผู้คุ้มครอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4946
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    10 ต.ค. 59

สายฟ้าส่องแสงแปลบปลาบไปทั่ววงเวท เสียงคำรามของมันดังออกไปหลายกิโลเมตร ผู้คนภายในเมืองต่างซุกกายใต้ผ้าห่มในตอนกลางวันแสกๆ สองมือที่อุดหูไม่สามารถช่วยลดเสียงคำรามที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่องได้เด็กๆต่างร้องไห้กันระงม คนที่อยู่ภายในเมืองทางทิศตะวันตกในตอนนี้ต่างวิ่งกันจ้าละหวั่น ด้วยพวกเขาไม่รู้ว่าภายนอกกำแพงเมืองสูงนี้เกิดอะไรขึ้น

กระนั้นยังมีชาวบ้านหลายคนที่มายืนออกันที่ประตูเมืองขนาดใหญ่ที่บัดนี้พังทลายลง สายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังอสูรคล้ายคนขนาดใหญ่มีความสูงเกือบ 10 เมตรที่ทั่วทั้งตัวของมันปกคลุมไปด้วยลาวา มันกำลังยืนมองมายังชายผู้หนึ่งที่กล้ายืนประจันหน้ากับมัน ชายหนุ่มผมสีฟ้าที่สูงไม่ถึง 2 เมตร

วินยังคงร่ายเวทขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง พวกโทรลที่อยู่ในวงเวทไม่อาจต้านทานพลังของเขาได้เลย โทรลจำนวนกว่า 2,000 ตัว ขณะนี้พวกมันเหลืออยู่เพียงไม่กี่ร้อยตัว โทรลกลุ่มสุดท้ายเริ่มหนีไปอีกฟากหนึ่งของเสาหิน พวกมันเหมือนกับรู้ว่าเลยจากเสาหินนี้ไปไม่มีวงเวทที่น่ากลัวปรากฎขึ้น

เมื่อเห็นว่าโทรลเหล่านั้นต่างวิ่งหนีไปฝั่งที่หญิงสาวทั้งสามและกองทัพของเมืองอากิม่าอยู่ ปีกคู่งามบนหลังของชายหนุ่มกางออก เขาบินขึ้นไปยืนอยู่บนเสาหินสีม่วงที่สูงราวสิบเมตร เมื่ออยู่บนนี้เขาสามารถเห็นโทรลและทหารได้อย่างชัดเจน หอกน้ำแข็งจำนวนมากพุ่งออกมาจากปลายคทาสีทองอีกครั้ง แม้ว่าเวทบทนี้จะใช้มานาน้อยกว่าเวทขนาดใหญ่มากอย่างเทียบกันไม่ได้ แต่มันกลับต้องใช้สมาธิขั้นสูงในการควบคุมให้พุ่งเข้าหาโทรลเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำ

วินควบคุมหอกน้ำแข็งให้พุ่งไปยังร่างของโทรลที่กำลังสู้กับพวกทหารได้อย่างแม่นยำ หอกน้ำแข็งขนาดเล็กพุ่งทะลุร่างของพวกโทรลอย่างง่ายดาย หลังจากที่มันโดนหอกเสียบทะลุร่าง บริเวณแผลกลับไม่มีเลือดออกแม้แต่หยดเดียว ผลึกน้ำแข็งเริ่มขยายขึ้นโดยเริ่มที่ปากแผลและขยายออกไปเรื่อยๆจนคลอบคลุมไปทั่วทั้งร่างของมัน ทหารที่กำลังสู้กับโทรลเหล่านี้ต่างตกใจกับภาพที่พวกเขาเห็นเป็นอย่างยิ่ง ความตกใจในครั้งแรกเริ่มแปลเปลี่ยนเป็นความดีใจที่ชัยชนะของพวกเขาที่ใกล้เข้ามา

หลังจากเห็นพวกโทรลกลายเป็นน้ำแข็งไปทั้งตัว ไม่มีทหารคนใดกล้าแตะต้องพวกมันเลยแม้แต่คนเดียว ด้วยพวกเขากลัวว่าหากสัมผัสถูกร่างของพวกมันแล้วน้ำแข็งจากตัวมันจะลามมาเกาะตนเอง

วินยิงหอกน้ำแข็งอยู่พักใหญ่ ในตอนนี้ปรากฎปฎิมากรรมน้ำแข็งรูปโทรลนับร้อยอยู่ทั่วทั้งสนามรบ ชายหนุ่มเริ่มเหนื่อยอ่อนจากการควบคุมเวท ทำให้หอกน้ำแข็งของเขาเริ่มพลาดเป้าไปหลายที เขาตั้งสมาธิอีกครั้งและยังคงยิงหอกน้ำแข็งอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ทันระวังอสูรโทรลที่ค่อยๆเดินเข้ามาจนยืนอยู่ด้านหลังของชายหนุ่มมันยกกำปั้นที่เต็มไปด้วยลาวาแล้วทุบลงกลางหัวของเขาอย่างแรง

ตูมมมมมม!!!

ร่างของวินกระเด็นออกไปไกลด้วยแรงอันมหาศาลของอสูรโทรล มันยิ้มอย่างมีชัยหลังจากที่ยืนรอจนสบโอกาสเข้าโจมตีในขณะที่ศัตรูของตนเผลอ

“ท่านวิน!!!หญิงสาวทั้งสามกำลังสู้กับโทรลร่างใหญ่ พวกเธอหันกลับมามองตามเสียงแตกหักของเสาหินสีม่วง เธอร้องเรียกชายหนุ่มขึ้นพร้อมกัน

วินลุกขึ้นยืนแล้วหันกลับไปมองอสูรโทรล ที่ตอนนี้มันกำลังตกตะลึงเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่เป็นอะไรมาก เขาเพียงกระอักเลือดออกมาเล็กน้อยเท่านั้น โชคดีที่วินกางเกราะธาตุลมอยู่ตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นเขาอาจตายเพราะการทุบเพียงครั้งเดียวของอสูรโทรล

ชายหนุ่มกางปีกบินขึ้นฟ้าอีกครั้งเขาหันกลับไปยิงหอกน้ำแข็งใส่โทรลอีกหลายสิบตัวก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับอสูรโทรล วงเวทน้ำแข็งถูกกางออกบริเวณใต้เท้าอสูรร่างใหญ่ที่ทั่วทั้งตัวของมันปกคลุมไปด้วยลาวาที่ร้อนแรง ละอองน้ำแข็งเริ่มจับทั่วทั้งร่างของมันจากนั้นไม่นานทั่วทั้งร่างอสูรโทรลก็กลายเป็นน้ำแข็ง

เพล้งงงงง!

เสียงก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่แตกกระจาย อสูรโทรลร่างสีส้มหลุดออกมาจากเวทน้ำแข็งขนาดใหญ่ของวินได้ มันหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังบินอยู่จากนั้นจึงขว้างก้อนลาวาในมือของมันไปยังร่างของวิน ลาวาก้อนใหญ่พุ่งเข้าหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว

ตูมมมมมม!!

ก่อนที่ก้อนลาวาจะถึงร่างของวินเพียงไม่กี่เมตร มันชนเข้ากับกำแพงน้ำแข็งขนาดใหญ่อย่างรุนแรง เกิดหลุมขนาดใหญ่ขึ้นบนกำแพงน้ำแข็งแต่กระนั้นก้อนลาวาก็ไม่สามารถทำลายกำแพงน้ำแข็งสีม่วงของชายหนุ่มได้ อสูรโทรลยังคงขว้างก้อนลาวาไปในอากาศในจุดที่วินบินอยู่

วงเวทขนาดใหญ่ถูกกางออกอีกครั้ง อสูรโทรลยืนมองชายหนุ่มอย่างมั่นใจว่าเวทน้ำแข็งของชายหนุ่มไม่สามารถทำอะไรมันได้ วงเวทในครั้งนี้แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะเป็นน้ำแข็งกลับกลายเป็นสายฟ้านับพันเส้นฟาดลงบนตัวของมัน สายฟ้าฟาดที่ลงบนร่างของมันทำให้อสูรโทรลไม่สามารถขยับร่างของมันได้ ลาวาบนร่างเริ่มน้อยลง

วินร่ายเวทขนาดใหญ่ใต้เท้าของอสูรโทรลอีกครั้ง วงเวทชั้นแรกกระจายความเย็นออกมาจนทั่วทั้งร่างของโทรลกลายเป็นน้ำแข็งอีกครั้ง ทันทีที่มันเป็นน้ำแข็ง วงเวทขนาดเล็กกว่าเริ่มแสดงอาณุภาพของมันออกมา เสียงระเบิดดังกึกก้องจากการประสานเวทน้ำ ลม ไฟ กลายเป็นเวทระเบิดแรงระเบิดทำให้ร่างของอสูรโทรลแตกกระจายเป็นชิ้นๆ โชคดีที่วินร่ายเกราะธาตุลมขนาดใหญ่ล้อมรอบตัวของมัน ทำให้เศษร่างอสูรโทรลกระเด็นอยู่เพียงภายในโดมทรงโค้งมนขนาดใหญ่

ชายหนุ่มถอนใจอย่างโล่งใจ เขาหอบอย่างเหน็ดเหนื่อย เมื่อเก็บวิญญาณธาตุจากกองศพของอสูรโทรลเสร็จเขาหันไปมองหญิงสาวทั้งสาม

หญิงสาวสามคนและกองทัพทหารยังคงสู้กับพวกโทรลที่ตอนนี้เหลือเพียงไม่ถึง 10 ตัว ด้วยจำนวนที่ต่างกันมากกองทัพมนุษย์เริ่มได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด เวลาผ่านไปไม่นานโทรลตัวสุดท้ายก็ถูกล้มลง

“เฮ....เฮ...เฮ”

เสียงทหารทั้งกองทัพโห่ร้องดีใจเมื่อกำจัดสัตว์อสูรที่บุกรุกเมืองได้สำเร็จ แม้ว่าพวกเขาจะสูญเสียทหารไปมากกว่าครึ่ง แต่นับว่าเป็นการสูญเสียที่น้อยกว่าที่พวกเขาคาดการณ์ไว้เยอะทีเดียว

ทหารที่เฝ้าประตูเมืองทิศอื่นเริ่มเข้ามาสนับสนุนเมื่อพวกเขากำจัดสัตว์ร้ายที่บุกประตูเมืองในแต่ละทิศเสร็จเรียบร้อยแล้ว

“ท่านวินบาดเจ็บตรงไหนไหมคะ” หญิงสาวสามคนถามขึ้นพร้อมกัน

“ข้าไม่เป็นไร พวกเจ้าปลอดภัยดีไหม” วินบินตรงไปยังจุดที่หญิงสาวทั้งสามยืนอยู่ก่อนจะถามอย่างเป็นห่วง

“ข้ากับแอลฟ่าไม่เป็นไร แต่มิชเชลบาดเจ็บเล็กน้อย” ออนก้าพูด

วินหันไปหามิชเชล เขาใช้เวทแสงช่วยรักษาเธอ เพียงไม่นานบาดแผลบนตัวของมิชเชลก็หายเป็นปกติ

แม่ทัพไจก้าตรงไปหาวินที่ตอนนี้ยืนอยู่กับหญิงสาวทั้งสาม ทหารที่เหลือแยกย้ายกันช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บ

“ข้าเป็นแม่ทัพใหญ่ชื่อไจก้า ในนามของกองทัพต้องขอบคุณพวกท่านเป็นอย่างสูง หากพวกเราไม่ได้พวกท่านมาช่วยไม่รู้ว่าเมืองอากิม่าจะเป็นเช่นไร” แม่ทัพใหญ่ใช้มือทาบอกแล้วก้มหัวซึ่งเป็นวิธีการทำความเคารพอย่างสูงสุดของพวกเขา

“ไม่เป็นไรท่านแม่ทัพ” วินรู้สึกเขินเล็กน้อย

“ข้าจะเข้าเฝ้าองค์ราชาเพื่อรายงาน ขอเชิญพวกท่านให้เกียรติตามข้าไปด้วยได้ไหม ส่วนอาวุธที่ให้เหล่าทหารยืมข้าจะให้นายกองรวบรวมไปคืนให้หลังจากการเข้าเฝ้าแล้ว”

วินพยักหน้าให้กับหญิงสาวทั้งสามเล็กน้อยก่อนที่ทั้งสี่คนจะเดินตามแม่ทัพไจก้ากลับไปยังประตูเมือง แม่ทัพใหญ่มองประตูเมืองที่ทำจากไม้แผ่นใหญ่ แต่กลับถูกหญิงสาวร่างเล็กฟันมันแตกกระจายจนไม่เหลือชิ้นดี

“เจ้าไปเตรียมม้าให้ข้า ข้าและท่านเหล่านี้จะเข้าเฝ้าองค์ราชา” ไจก้าหันไปสั่งลูกน้องที่ประจำอยู่ที่ประตูเมือง

ตลอดทางไปพระราชวัง พวกเขาพบชาวบ้านจำนวนมากที่ได้ข่าวว่ากองทัพได้กำจัดสัตว์ร้ายทั้งหมดได้แล้วทุกคนดีใจ พากันวิ่งออกมาต้อนรับทหารหาญของพวกเขา เสียงหัวเราะกลับมาอีกครั้ง ใบหน้าผู้คนในเมืองในตอนนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม หลายคนตะโกนโห่ร้องด้วยความดีใจ หลายคนโผเข้ากอดกันอย่างโล่งอก

วินได้ยินเสียงขอบคุณเบาๆที่ลอยมาตามสายลม หัวใจของเขาพองโต กับความรู้สึกที่ได้ช่วยเหลือผู้คนให้รอดพ้นจากวิกฤตในครั้งนี้

“ท่านวิน ท่านวินคะ” ออนก้าตะโกนเรียกชายหนุ่มที่กำลังอยู่ในภวังแห่งความปิติยินดี

“หืม...มีอะไรหรือออนก้า” เสียงของออนก้าทำให้วินตื่นจากภวัง ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันไปมองหญิงสาวทั้งสามคน

“ถึงพระราชวังแล้วคะ” หญิงสาวสามคนหัวเราะคิกคัก แม้ว่าท่าทีของวินทำให้พวกเธอขำแต่เธอทั้งสามก็อดภูมิใจในสามีของตนไม่ได้

คนทั้งสี่เดินตามแม่ทัพไจก้าเข้าไปในอาคารสี่เหลี่ยมหลังใหญ่ มันดูเหมือนโบสถ์ขนาดใหญ่มากกว่าพระราชวังที่พวกเขาเคยเห็นมา แม้ว่าพระราชวังแห่งนี้จะมีความสวยงามไม่แพ้ที่ไหนๆที่พวกเขาเคยเห็นแต่ คนทั้งสี่ก็ไม่ทันได้ดื่มด่ำกับความสวยงามของพระราชวัง

ทั้งหมดเดินผ่านองครักษ์ที่มีเพียงไม่กี่คนเข้าไปภายในห้องโถงขนาดใหญ่ สองข้างทางในห้องโถงมีขุนนางระดับสูงอยู่ประมาณ 10 คนสุดทางเดินมีชายชราคนหนึ่งในชุดนักรบนั่งอยู่บนบัลลังค์ขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตบรรจง

“กระหม่อมขอถวายพระพรฝ่าบาท” แม่ทัพไจก้าทาบมือบนหน้าอกก่อนจะก้มหัวทำความเคารพ วินและหญิงสาวสามคนทำความเคารพในแบบของพวกเขา ชายหนุ่มใช้วิธีคำนับส่วนหญิงสาวทั้งสามต่างถอนสายบัว

“ได้ยินว่าพวกท่านกำจัดสัตว์ร้ายได้หมดแล้ว แล้วคนทั้งสี่นี่เป็นใครหรือท่านแม่ทัพ” ราชาวัยใกล้ 70 ปีพูดเสียงแหบพร่า

“คนทั้งสี่เป็นกำลังหลักที่ช่วยให้พวกเราสามารถกำจัดสัตว์ร้าย โดยที่ทัพใหญ่ทางตะวันตกสูญเสียประมาณ 3 หมื่นคน ชายหนุ่มท่านนี้ชื่อวิน เขาราวกับมีเวทมนต์ และเป็นผู้ที่ฆ่า อสูรยักษ์ทั้ง 2 ตัว ส่วนหญิงสาวทั้งสามล้วนมีฝีมือที่สูงมาก บางทีแล้วอาจจะเหนือกว่าข้าพระองค์เสียด้วยซ้ำ” แม่ทัพใจก้ารายงานทุกอย่างกับองค์ราชา

“เจ้าว่าชายผู้นี้สามารถใช้เวทมนต์ได้อย่างงั้นหรือ” องค์ราชายืนขึ้นมองมายังวินอย่างตกใจ

“พวกข้าเป็นข้าแห่งเทพฮีฟีทัส พระองค์ทรงล่วงรู้ว่าดินแดนแห่งนี้จะมีอสูรร้ายมาโจมตีจึงส่งพวกเรามาเพื่อช่วยให้เมืองแห่งนี้รอดพ้นจากวิกฤติการณ์ในครั้งนี้” วินไม่รู้จะอธิบายให้พวกเขาเชื่อได้อย่างไรจึงอ้างเทพเจ้าที่ทุกคนเคารพบูชา ที่เขาเห็นรูปแกะสลักเทพเฮฟีทัสขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางเมือง

“ว่าอย่างไรนะ!!...พวกท่านเป็นข้าในองค์เทพเจ้าฮีฟีทัสอย่างงันหรอกรึ” ราชาตกใจตัวสั่นในขณะที่แม่ทัพใจก้าที่ยืนอยู่ข้างชายหนุ่มขาอ่อนทรุดตัวนั่งอยู่บนพื้น นอกจากเทพฮีฟีทัสจะเป็นเทพผู้สร้างอาวุธแล้วพระองค์ยังเปรียบเสมือนผู้สร้างหลายอาณาจักรบนโลกแห่งนี้ขึ้นมาจึงทำให้ผู้คนจำนวนมากต่างให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง 


-------------------------------

ประกาศ

เนื่องจากพักนี้รู้สึกว่าหัวไม่แล่นเลย คงเป็นปัญหาเดียวกันกับไรท์หลายๆท่านที่เขียนไปสักพักหนึ่ง

ผมขอหยุดพักสัก 1-2 สัปดาห์ ต้องขออภัยรีดทุกท่านด้วย 

สัญญาว่าจะรีบกลับมาเขียนต่อให้จบ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม

----------------------------------

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์ครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #383 เอเอ (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 23:38
    ขอบคุณครับ
    #383
    0
  2. #382 tiang1 (@tiang1) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 17:22
    พักผ่อนมากครับ ผมติดตามเรื่อยครับ
    #382
    0
  3. #381 Pisit16 (@Pisit16) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 12:39
    ขอบคุณครับ
    #381
    0
  4. #380 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 09:49
    สนุกดีครับ
    #380
    0
  5. #379 miya (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 20:14
    นี่คือสัญญาณการดองใช่ไหมค่ะ หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตา
    #379
    0
  6. #378 NutOBPKP (@NutOBPKP) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 19:18
    ครับ จะรอติดตามผลงานนะครับ ถ้าหัวไม่แล่นอยากพัก ก็พักก่อนก้ได้ครับ ^^
    #378
    0
  7. #377 Narin (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 18:51
    ฉากโทรลลาวาเดินมาทุบหัวพระเอกง่ายไปไหมครับ มันตัวโคตรใหญ่เดินมาพื้นไม่สดุ้งสเทือนบ้างเลยหรอ แล้ววินก็ไม่รู้ตัวแบบนี้ด้วยมันใช่หรอ สู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่นะครับ แล้ววินก็เก่งขนาดนั้น ความจริงไม่จำเป็นต้องไปพบพระราชาด้วยซ้ำ
    #377
    0
  8. #376 Narin (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 18:48
    ฉากโทรลลาวาเดินมาทุบหัวพระเอกง่ายไปไหมครับ มันตัวโคตรใหญ่เดินมาพื้นไม่สดุ้งสเทือนบ้างเลยหรอ แล้ววินก็ไม่รู้ตัวแบบนี้ด้วยมันใช่หรอ สู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่นะครับ
    #376
    0