ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 255,204 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,573 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    475

    Overall
    255,204

ตอนที่ 69 : งานฉลอง (ตอน 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    27 ต.ค. 59

วินและหญิงสาวทั้งสามมองไปยังเครื่องสักการะเทพฮีฟีทัสอย่างตกตลึง กองลูกแก้วธาตุและลูกแก้วอสูรขั้นต่างๆ หลายหมื่นลูก อีกทั้งแร่ทั้ง 5 ชนิดกองสูงกว่าอาคารสองชั้นอีกหลายกอง สิ่งเหล่านี้จำนวนหนึ่งมาจากสัตว์อสูรที่เข้าโจมตีเมืองเมื่อวันก่อน ส่วนที่เหลือเป็นขุนนางและชาวบ้านที่นำมาสักการะแด่องค์เทพ

ชายหนุ่มมองไล่ไปยังกองแร่ชนิดต่างๆ กองใหญ่สุดเป็นแร่เหล็กมีปริมาณมากกว่าครั้งที่พวกเขาขุดแร่ที่เขากราร่าถึง 10 เท่า แร่มิธริลและโฮริฮารูกอนจำนวนหลายตันวางอยู่เคียงข้าง ที่น่าแปลกคือกลับมีแร่สีดำอย่างอดามันเทียมจำนวนมากกว่าหนึ่งตัน ซึ่งมากกว่าแร่ไวเบรเนียมสีทองที่มีปริมาณเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น อาจเป็นเพราะบนโลกนี้ไม่มีใครสามารถหลอมอดามันเทียมได้ หรืออาจเพราะชาวบ้านคิดว่าแร่ชนิดนี้เป็นแร่ของเทพเจ้า

งานพิธีใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง คนทั้งหมดต่างเดินทางกลับไปยังพระราชวังอีกครั้ง

“เมื่อครู่ข้าเห็นกองแร่โฮริฮารูกอนและไวร์เบรเนียมจำนวนมาก แต่ทำไมทหารของท่านกลับมีเพียงผู้ใช้อาวุธสีเงินเพียงไม่ถึงหนึ่งร้อยคน” วินกระซิบถามองค์ราชาที่นั่งอยู่ด้านข้างอย่างสงสัย

“เมืองของข้าถือว่าอดามันเทียมคือแร่แห่งพระเจ้า ส่วนไวร์เบรเนียมเป็นแร่แห่งราชา จะมีเพียงเราเท่านั้นที่จะใช้อาวุธที่ผลิตแร่สีทองได้ เดิมทีแม่ทัพ รองแม่ทัพ และทหารระดับสูงหลายร้อยคนต่างใช้โฮริฮารูกอนแต่พวกเขาได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับสัตว์อสูรที่รุกรานจนเหลือเพียงจำนวนเท่านั้น”

“เหลวไหล ถ้าท่านเทพฮีฟีทัสทรงรู้ว่าพวกท่านคิดเช่นนี้พระองค์คงจะพิโรธไม่ใช่น้อย จริงอยู่ว่าอดามันเทียมคือแร่ของพระเจ้า ส่วนแร่ชนิดอื่นนั้นทุกคนสามารถใช้ได้โดยไม่แบ่งแยก ท่านลองคิดดูหากวันข้างหน้าไม่มีพวกข้ามาช่วย ด้วยอาวุธเหล่านั้นจะสามารถปกป้องชาวเมืองได้อย่างไร” ชายหนุ่มถือโอกาสสั่งสอน

องค์ราชามีท่าทีที่สงบนิ่ง พระองค์ไม่แสดงอาการโกรธชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายเลยแม้แต่น้อย หลังจากวินพูดจบพระองค์พยักหน้าตอบรับเพียงเล็กน้อยเหมือนกับจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ชายหนุ่มผมสีฟ้าพูดทุกถ้อยคำ

“ข้าจะประกาศยกเลิกกฎเกณฑ์นี้โดยเร็ว” องค์ราชาตอบกลับเบาๆ

บรรยากาศในสองข้างทางของถนนสายใหญ่ยังคงอึกทึกไม่ต่างกับตอนเช้าตรู่ที่พวกเขาออกมาจากวัง เสียงไชโยโห่ร้องยังคงดังขึ้นเป็นพักๆ ดูไปแล้วผู้คนจะหนาแน่นกว่าตอนมาเสียด้วยซ้ำ รถม้าค่อยๆเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ มาตลอดเส้นทางเพื่อให้ชาวเมืองได้มีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดและสัมผัสกับองค์ราชาและวีรบุรุษทั้งสี่ของพวกเขา ผู้คนเริ่มซาลงเมื่อใกล้เขตพระราชวัง

รถม้ากลับมาถึงพระราชวังอีกครั้งในตอนสาย หญิงสาวทั้งสามมองไปยังแปลงดอกไม้นานาพรรณที่ปลูกเรียงรายกันเป็นแถวยาวไปจนสุดกำแพงพระราชวัง ผู้ปลูกจงใจปลูกไล่เรียงสีอย่างเหมาะเจาะลงตัวไล่ตั้งแต่สีอ่อนสุดที่อยู่ใกล้กำแพงวังประมาณ 10 เมตรไล่เรียงเป็นขั้นบันไดแถวบนสุดที่อยู่ชิดติดปราสาทหลังใหญ่เป็นดอกสีแดงเข้ม

“ออนก้า มิชเชลพวกเจ้าดูดอกไม้เหล่านี้สิ เราผ่านทางนี้ตั้งหลายรอบข้าเพิ่งสังเกตเห็นความสวยงามของมันตอนนี้นี่เอง” เสียงสดใสของแอลฟ่าดังขึ้นทำให้คนทั้งหมดในรถม้าหันไปมองสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่สองข้างทาง

หญิงสาวสามคนบนรถม้าเปิดประทุนเพิ่งจะสังเกตเห็นความงดงามของสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในพระราชวังแห่งนี้ จากนั้นไม่นานรถม้าหยุดนิ่งอยู่หน้าปราสาทหลังใหญ่

“เชิญท่านทั้งสี่ไปพักผ่อนตามอัธยาศัย งานเลี้ยงจะถูกจัดขึ้นในเวลาก่อนอาหารเย็นเล็กน้อย” หญิงสาวสองคนที่รับหน้าที่เป็นผู้รับใช้บอกวินและหญิงสาวทั้งสามเมื่อพวกเขาเดินเข้ามาภายในปราสาท

 

หลังจากเสร็จพิธีสักการะเทพฮีฟีทัส ชาวเมืองจำนวนมากยังคงกราบไหว้เทพผู้สร้างและผู้คุ้มครองให้พวกเขาปลอดภัยจากภัยพิบัติครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ในพระราชวังจะจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองให้กับตัวแทนองค์เทพ มีคำสั่งจากองค์ราชาให้ทหารช่วยกันนำสัตว์และสัตว์อสูรที่สามารถใช้เนื้อมันทำอาหารได้มาทำเป็นอาหารเลี้ยงชาวบ้านที่อยู่ภายในเมือง

ด้วยการช่วยเหลือกันระหว่างทหารและชาวบ้านนับพันคน ลานกว้างกลางเมืองถูกจัดเตรียมให้เป็นสถานที่จัดเลี้ยงชาวเมือง

ภาพของผู้คนจำนวนมากต่างช่วยกันหั่นเนื้อเพื่อนำมาปรุงอาหาร ด้วยจำนวนของสัตว์เหล่านี้สามารถทำเป็นอาหารเลี้ยงคนในเมืองได้หลายวัน ใบหน้าของชาวเมืองเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เรื่องของชายผมสีฟ้าคนหนึ่งที่เทพเจ้าส่งมาต่อสู้กับอสูรร้ายถูกเล่าต่อๆกัน ความศรัทธาต่อองค์เทพกลับเพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่างมาก

----------------------------------

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ไหนว่างานเลี้ยงเริ่มตอนเย็น นี่เพิ่งจะบ่ายโมงเองนะ” แอลฟ่าเปิดประตูออกเห็นหญิงสาวรับใช้สองคนจึงถามขึ้น

“พวกข้าไม่ได้มาตามไปงานเลี้ยง แต่องค์ราชาต้องการพบท่านวิน” หญิงสาวหนึ่งในสองพูดเบาๆ สีหน้าของทั้งคู่บ่งบอกว่าเกรงกลัวต่อคนทั้งสี่มาก

“ถวายพระพรองค์ราชา” วินทำความเคารพเมื่อมาถึงห้องโถงใหญ่ เขามองไปรอบๆในตอนนี้มีเพียง ราชา องค์ชายทั้งสองและแม่ทัพใหญ่ไจก้าเท่านั้น

“ที่ข้าเรียกท่านมาในตอนนี้เพราะมีบางเรื่องอยากจะปรึกษากับท่านวิน” ราชาเฒ่าเริ่มเข้าประเด็น ชายหนุ่มไม่พูดอะไรเขาเพียงเอียงคอเล็กน้อยด้วยความสงสัย

“ข้าได้นำอาวุธทั้งหมดที่ท่านแอลฟ่าให้ยืมในวันที่เราสู้กับสัตว์ร้ายเหล่านั้นมาคืนให้” แม่ทัพใจก้ายื่นแหวนมิติวงหนึ่งที่บรรจุดาบที่สร้างจากโฮริฮารูกอนของแอลฟ่าให้กับวิน

“เรื่องที่สอง ข้าขอมอบลูกแก้วธาตุที่เก็บได้จากสัตว์ที่เข้าโจมตีเมืองทั้งหมดรวมทั้ง แร่ที่บรรดาขุนนางและชาวเมืองนำไปบวงสรวงเทพฮีฟีทัสในตอนเช้าให้กับพวกท่าน ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแร่เหล่านี้จะสร้างความพึงพอใจพักเทพฮีฟีทัส” องค์ราชาพยักหน้าให้กับแม่ทัพ

“ลูกแก้วธาตุและลูกแก้วอสูรจำนวนทั้งสิ้น 17,535 ลูก

แร่เหล็ก 100 ตัน

มิธริล 20 ตัน

โฮริฮารูกอน 16 ตัน

ไวร์เบรเนียม 1 ตัน

อดามันเทียม 2 ตัน” แม่ทัพใจก้ารายงานก่อนจะยื่นสายรัดข้อมือที่บรรจุลูกแก้วธาตุและแร่ทั้งหมดให้ชายหนุ่ม

วินรู้สึกตกใจไม่น้อยเมื่อได้รับแร่เหล่านี้เขาไม่คาดคิดว่าจะได้รับแร่ที่เห็นกลางลานกว้างที่ทุกคนนำมาบวงสรวงแก่เทพฮีฟีทัส ชายหนุ่มรู้สึกอึดอัดใจ หากไม่รับไว้ก็จะเป็นการเสียน้ำใจที่ชาวเมืองมีให้ หากรับไว้เขาจะไปบอกกับท่านอลันเชียร์อย่างไร

องค์ราชาเห็นสีหน้าของชายหนุ่มแล้วคิดไปว่าเขาอาจไม่พอใจในจำนวนสิ่งของเหล่านั้นก็เป็นได้ แร่ส่วนใหญ่ที่อยู่ในสายรัดข้อมือนั้นมากกว่า 2 ใน 3 มาจากชาวบ้านที่นำมาสักการะเทพ จริงอยู่ว่าประเทศไอกากิเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ และมีแหล่งแร่ที่มีคุณภาพอยู่เป็นจำนวนมากแต่ที่ผ่านมาตนได้นำแร่เหล่านั้นไปสร้างอาวุธจำนวนมากเพื่อสู้รบกับสัตว์อสูรจึงทำให้ในตอนนี้ภายในโรงผลิตอาวุธกลางมีแร่เหลือเพียงไม่มากนัก

“บอกตรงๆว่าตอนนี้เรามีแร่เหลืออยู่เพียงไม่มาก ถ้าท่านวินรู้สึกไม่พอใจในจำนวนแร่เหล่านี้ ข้าจะชดเชยให้ด้วยเงินแทน ในแหวนมิตินี้มีเพชรอยู่ 20,000 กะรัต” ราชาเฒ่าถอดแหวนที่นิ้วของตนก่อนจะส่งให้ชายหนุ่มผมสีฟ้า

“เอ่อ...ไม่ใช่อย่างนั้นข้าเพียงคิดว่าข้าคงยังไม่มีโอกาสได้พบเทพฮีฟีทัสในเวลาอันใกล้นี้เท่านั้น” วินพยายามบ่ายเบี่ยงที่จะรับเงินจำนวนมหาศาล

“เช่นนั้นถือว่าเงินจำนวนนี้ข้ามอบไว้ให้เป็นค่าใช้จ่ายของพวกท่าน” องค์ราชายังคงยืนกรานเช่นเดิน

“เรื่องสุดท้ายข้าอยากจะให้ท่านช่วยสอนวิชาแก่ลูกชายทั้งสองของข้าด้วย” องค์ราชาโอบไหล่โอรสทั้งสอง

“พวกข้าอยากใช้เวทได้อย่างท่าน” องค์ชายทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกัน

วินพิจารณาเด็กหนุ่มทั้งสองคน แม้จะมีอายุเพียง 13 และ 15 ปีแต่ทั้งคู่กลับอยู่ในขั้นทหารระดับปลายซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับคนทั่วไป

“ข้าดูจากท่าทางของพวกท่านแล้ว องค์ชายทั้งสองดูมีเววว่าจะมีฝีมือเหนือกว่าองค์ราชาเสียด้วยซ้ำ แต่เรื่องนี้ข้าคงรับปากท่านไม่ได้ คนบนโลกนี้ไม่มีดวงจิตแห่งเวทจึงสามารถใช้เวทมนต์ได้ อีกอย่างพวกข้าตั้งใจว่าจะออกเดินทางต่อในอีก 2 วัน” วินกล่าวเยินยอทั้งคู่ก่อนจะพูดตัดบทอย่างรวบรัด เขารู้ดีว่าองค์ชายทั้งสองมีครูที่สอนวิชาต่อสู้ให้อยู่แล้ว อาจจะเป็นผู้ที่มีความสามารถมากอย่างแม่ทัพไจก้าก็เป็นได้ สิ่งที่พวกเขาขาดไม่ใช่ผู้ฝึกสอนแต่เป็นประสบการณ์จากการต่อสู้จริงกับสัตว์ร้าย

“หา!! พวกท่านจะไปในอีก 2 วัน เป็นเพราะข้าต้อนรับพวกท่านได้ไม่ดีพอหรืออย่างไร” องค์ราชามีสีหน้าตกใจในขณะที่องค์ชายทั้งคู่มีสีหน้าผิดหวังเมื่อถูกชายหนุ่มผมสีฟ้าปฏิเสธ

“ไม่ใช่ว่าท่านต้อนรับไม่ดี แต่ข้ายังมีภาระกิจในสถานที่อื่นอีกมากมาย” วินบอกตามตรง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #444 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 17:25
    #394 กระทืบ like
    #444
    0
  2. #394 m-cloud (@m-cloud) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 22:30
    ภาระกิจมากมาย. ต้องรีบหาเมียเพิ่มด้วย. ยังไม่เต็มฮาเรม555
    #394
    0