ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,539 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    516

    Overall
    254,539

ตอนที่ 72 : นักเวทย์หญิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4593
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    1 พ.ย. 59

สายฝนที่โปรยลงมาเมื่อเย็นเริ่มตกหนักขึ้นทุกทีทั้งที่เมื่อตอนบ่ายยังไม่มีเค้าลางของเมฆฝน แม้ว่าภายในเกราะธาตุลมมีเพียงละอองฝนบางเบากระเซ็นเข้ามาให้ได้รับความเย็นบ้าง แต่ภายนอกเกราะทรงโดมที่คลุมบ้านหินสองชั้นไว้เหมือนมีพายุกำลังพัดกระหน่ำ ต้นไม้ขนาดเล็กหลายต้นโค่นล้มเพราะไม่อาจต้านทานแรงลมพายุได้ พื้นที่โดยรอบบ้านมีน้ำท่วมสูงเกือบถึงหัวเข่า โชคดีที่วินตั้งบ้านไว้บนเนินเล็กๆบนที่ราบแห่งนี้

นับตั้งแต่มิชเชลป่วยจนถึงขณะนี้เวลาได้ผ่านไปแล้วหลายชั่วโมง วินนั่งกุมมือหญิงที่ตนรักที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ เขาอยากจะย้อนกลับไปยังเมืองอากิม่าแล้วพาเธอไปหาหมอเพื่อตรวจว่าเธอเป็นอะไรกันแน่ แต่พายุฝนภายนอกเป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้เขาสามารถทำเช่นนั้นได้

“มิชเชลเป็นอย่างไรบ้าง” ออนก้าเดินมานั่งลงบนเตียงข้างๆชายหนุ่ม

“เธอยังหลับไม่ได้สติอยู่เลย” ชายหนุ่มสายหัวช้าๆ แม้ว่าเวทแสงของเขาจะสามารถใช้รักษาอาการบาดเจ็บรวมถึงบาดแผลต่างๆได้แต่มันสามารถใช้รักษาอาการป่วยไข้ได้เลย

“ข้าเชื่อว่าเธอจะต้องไม่เป็นอะไร” แอลฟ่ายืนเกาะบ่าออนก้า ถึงจะบอกว่าไม่เป็นอะไรแต่สายตาของเธอจับจ้องไปยังใบหน้าอันสงบนิ่งของมิชเชลด้วยความเป็นห่วง

 

เช้าแล้วแต่สายฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนตอนนี้สูงเลยหัวเข่า วินในตอนนี้ร้อนใจอย่างยิ่ง เขาอยากที่จะบินฝ่าฝนออกไปเพื่อพาหมอมารักษาหญิงสาวอันเป็นที่รักของตน

“ข้าคิดว่ามิชเชลคงจะดีขี้นแล้วละ อาการไข้ก็ไม่มีแล้ว” ออนก้าใช้มือแตะที่หน้าผากหญิงสาวที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง สีหน้าอันราบเรียบปราศจากอาการเจ็บปวดใดๆ เหงื่อที่เคยผุดเต็มหน้าบัดนี้ไม่มีหลงเหลือให้เห็นอีกต่อไป

“แต่ว่า เธอยังไม่ฟื้นเลยนะ” ชายหนุ่มใช้มือลูบผมสีดำของหญิงสาวเบาๆ

“ท่านวินไปนอนพักก่อนเถอะ ท่านดูแลมิชเชลมาทั้งคืนแล้ว เดี๋ยวข้าดูแลเธอเอง เจ้าด้วยออนก้า” แอลฟ่าขยับตัวเบียดเพื่อนั่งแทนที่หญิงสาวผมสีน้ำตาล แล้วพยักหน้าช้าๆให้กับคนทั้งคู่

“ตกลง แต่ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงกับมิชเชลเจ้าต้องรีบบอกข้านะ” ชายหนุ่มโอบบ่าหญิงสาวผมสีทองแสดงความขอบคุณ

 

เวลาล่วงผ่านไปจนถึงเย็น เป็นเวลาเกือบจะหนึ่งวันเต็มๆแล้วที่มิชเชลล้มป่วยลง แม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนว่าอาการป่วยของเธอนั้นไม่ได้ร้ายแรงอะไรถึงกระนั่นเธอยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นคืนสติ ชายหนุ่มเดินไปเดินมาด้วยอาการกระสับกระส่าย

“ดูเหมือนว่าฝนจะหยุดตกแล้ว ข้าจะกลับไปยังเมืองอากิม่าเพื่อพาหมอมาดูอาการป่วยของมิชเชล” ชายหนุ่มตัดสินใจแน่วแน่จากนั้นจึงเดินออกจากห้องนอนชั้นสอง

“ท่านวิน ท่านวิน” เสียงแอลฟ่าตะโกนเรียกชายหนุ่มดังไล่หลังเมื่อชายหนุ่มเดินออกจากห้องนอนได้ไม่นาน วินรีบวิ่งกลับไปหาหญิงสาวต้นเสียงด้วยใจระทึก เขาหวังว่าคงไม่เกิดเหตุร้ายขึ้นกับหญิงสาวที่หมดสติอยู่บนเตียง

“ท่านวิน มิชเชลฟื้นแล้ว” เสียงแอลฟ่าดังขึ้นต่อเนื่องทันทีที่ชายหนุ่มเปิดประตูห้องเข้ามา เขารีบโผไปกอดร่างเล็กๆเจ้าของเปลวผมยาวสีดำ

“เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหมมิชเชล หายปวดหัวแล้วหรือยัง ข้าเป็นห่วงเจ้ามากนะ” คำถามและคำพูดพรั่งพรูออกจากปากชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง เขาคลายกอดจากหญิงสาวแล้วจ้องไปยังดวงตาทั้งคู่ของเธอ

“ข้า...ข้าเป็นอะไรไปรึ” หญิงสาวยิ้มบางๆให้กับคนทั้งสามที่มุงดูตัวเธอ น้ำตาหยดเล็กๆไหลลงจากดวงตาสีดำไหลอาบแก้มที่ขาวเนียน ความรู้สึกห่วงใยอันแสนอบอุ่นของครอบครัวมันช่างดีเสียเหลือเกิน

“หลังอาหารเย็นเมื่อวานอยู่ๆเจ้าก็ล้มลงแล้วทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด” แอลฟ่าตอบหญิงสาวพร้อมกับโผเข้ากอดคนทั้งคู่ตรงหน้า

“ฮือ ฮือ เจ้าไม่เป็นไรแล้วจะร้องไห้ทำไมกัน” ออนก้าเห็นน้ำตาของมิชเชลแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอกอดคนทั้งสามพร้อมๆกับแอลฟ่า

“เจ้าหายแล้วก็ดีแล้ว รู้ไหมว่าพวกข้าเป็นห่วงเจ้ามาก” แอลฟ่าผละออกจากร่างทั้งสามก่อนจะถอนหายใจยาว

“เอ๊ะ...มิชเชล...ทำไม เจ้า” ออนก้าตกใจจนช็อคเมื่อเธอสำรวจระดับขั้นของมิชเชล

“เกิดอะไรขึ้นออนก้า....มิชเชล ทำไมเจ้าถึงกลับไปอยู่ขั้นเริ่มต้นได้” แอลฟ่าชี้ไปยังร่างหญิงสาวที่ยังคงอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม

วินรีบผละตัวออกจากร่างของมิชเชล เขาใช้เวทแสงตรวจสอบร่างกายของเธออย่างละเอียด ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของดวงจิตแห่งเวทไฟในตัวของหญิงสาว

“มิชเชล...ที่แท้เป็นเจ้าที่เป็นนักเวทย์อีกคนหนึ่ง” ชายหนุ่มหัวเราะร่าออกมาท่ามกลางความตกใจและประหลาดใจของหญิงสาวทั้งสาม เข้าคิดไม่ถึงว่าอาการของมิชเชลเมื่อวานเป็นการปรับตัวของร่างกายที่ได้หลอมรวมดวงจิตแห่งเวทเข้ากับตัวตนของหญิงสาว

อาการดังกล่าวคล้ายกับที่บรรดาสัตว์ที่กลืนกินวิญญาณธาตุ เพียงแต่จะใช้เวลานานกว่าหลายเท่าตัวและการหลอมรวมดวงจิตแห่งเวทนั้นเป็นการประสานจิตวิญญาณและตัวตนเข้ากับดวงจิตแห่งเวทอย่างสมบูรณ์ ต่างกับการกลืนกินวิญญาณธาตุที่สามารถใช้พลังเวทเพียงบทเดียวจากวิญญาณธาตุนั้นๆ โดยปกติแล้วในดวงดาวที่วินเคยอยู่ผู้ที่มีดวงจิตแห่งเวทจะติดตัวมาตั้งแต่เกิดแต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีดวงจิตแห่งเวท และมีผู้ใช้เวทส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถพัฒนาเวทของตนจนเป็นนักเวทชั้นสูงได้

“มิชเชล” หญิงสาวสองคนร้องขึ้นพร้อมกัน สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นตกใจ และรอยยิ้มบนใบหน้าแสดงถึงความดีใจเป็นอย่างยิ่ง

“ทำไมข้าถึงสามารถใช้เวทมนต์ได้” มิชเชลถามขึ้นอย่างสงสัย

<ด้วยดวงจิตแห่งเวทนี้ท่านจะสามารถทำให้หญิงสาวหนึ่งคนผู้มีสายเลือดบริสุทธิ์สามารถใช้เวทมนต์ได้> วินครุ่นคิดถึงคำพูดของอลันเชียร์เมื่อครั้งที่ได้พบเจอกันก่อนหน้านี้ รอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเขา ชายหนุ่มเพิ่งเข้าใจในความหมายของคำพูดของอลันเชียร์ตอนนี้

“เพราะเจ้าเป็นเมียของข้าไงละ” ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวผมดำ เขาส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์

“ท่านหมายความว่าอย่างไร” ออนก้าและแอลฟ่าต่างจับจ้องใบหน้าที่แสนกวนของชายหนุ่ม

“ข้าสัมผัสได้ว่าเวทพื้นฐานของเจ้าคือเวทไฟ จากนี้ไปเจ้าต้องขยันอ่านหนังสือเวทมนต์เล่มนี้ และต้องขยันฝึกซ้อมทุกวัน” วินยื่นหนังสือเวทมนต์ขั้นพื้นฐานเล่มใหญ่ให้กับหญิงสาว หนังสือเวทมนต์เล่มใหญ่สองเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นด้วยภาษาของคนบนโลกเก่าของวินซึ่งบนโลกแห่งนี้ไม่มีผู้ใดอ่านมันอออก แต่เมื่อมิชเชลได้รับดวงจิตแห่งเวทแล้ว เธอได้รับความสามารถทางด้านภาษาเธอจึงสามารถอ่านหนังสือสองเล่มนี้ได้

“ยินดีด้วยมิชเชล อย่างนี้ต้องฉลอง แอลฟ่าเจ้าไปช่วยข้าจัดเตรียมอาหาร” ออนก้าดึงมือแอลฟ่าแล้วเดินออกจากห้องนอนด้วยรอยยิ้ม เธอไม่รู้สึกเสียใจหรืออิจฉาที่ผู้ที่ได้รับดวงจิตแห่งเวทนั้นไม่ใช่ตัวเธอ หญิงสาวกลับรู้สึกว่ามิชเชลเป็นผู้ที่คู่ควรกับสิ่งนี้เป็นที่สุดเนื่องจากเธอเป็นคนที่สุขุมมากที่สุดในกลุ่มพวกเธอ

“ยินดีด้วยมิชเชล” แอลฟ่ายิ้มกว้างให้หญิงสาว แม้พวกเธอจะอยู่ด้วยกันเพียง 2 ปี แต่ความผูกพันนั้นแน่นแฟ้นยิ่งกว่าพี่น้อง ตั้งแต่เธอจำความได้ช่วงที่ได้อยู่กับคนทั้งสามเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขมากที่สุดในชีวิต ระหว่างพวกเธอมีเพียงความเป็นห่วง ไม่มีความอิจฉาริษยาเคลือบแฝงอยู่ในใจ

 

ตลอดทั้งคืนมิชเชลนั่งอ่านหนังสือเวทมนต์พื้นฐานที่ชายหนุ่มส่งให้อย่างขยันขันแข็ง เธอตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่มีโอกาสได้ใช้เวทมนต์เหมือนกับชายหนุ่มคนรักของเธอ ตลอดเวลาที่เธอมองชายหนุ่มใช้เวทมนต์หญิงสาวไม่คาดคิดว่าตนเองจะมีโอกาสได้ใช้เวทมนต์

มิชเชลแบมือของตนแล้วพยายามสร้างลูกบอลไฟให้ปรากฎขึ้นบนฝ่ามือ เธอพยายามอยู่นานเป็นชั่วโมงแต่แล้วก็ไม่สามารถทำได้ วินที่นั่งลุ้นและให้กำลังใจหญิงสาวอยู่ไม่ห่าง เขามองดูการกระทำของเธออยู่ตั้งแต่ต้น

“การใช้เวทมนต์ไม่ใช่เพียงแค่พูดตามบทเวทแล้วจะสามารถเวทเหล่านั้นได้ สิ่งสำคัญสามประการในการสร้างเวทมนต์

ประการแรกเจ้าต้องรวมจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียวกับดวงจิตแห่งเวทให้ได้ มิชเชลเจ้าจะต้องรับรู้การมีอยู่ของดวงจิตแห่งเวท

สอง เจ้าจะต้องมีสมาธิในการสร้างเวทมนต์ บทร่ายเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ผู้ร่ายเวทมีสมาธิจดจ่ออยู่กับมัน

สาม เจ้าจะต้องจินตนาการถึงเวทมนต์ที่เจ้าร่าย” วินเดินมานั่งข้างๆหญิงสาวก่อนจะสอนพื้นฐานให้เธอ ที่เขานั่งดูอยู่นานเพราะชายหนุ่มต้องการให้เธอลองผิดลองถูกด้วยตัวเองเสียก่อน

“ร่ายเวทต้องใช้จินตนาการด้วยหรือคะ” มิชเชลเอียงคอสงสัย

“อย่างเช่นข้าต้องการสร้างลูกบอลไฟ ข้าจะคิดถึงหน้าตาและขนาดของลูกบอลที่ข้าต้องการ” วินแบมือของตนเพื่อสร้างลูกบอลไฟขนาดเท่ากำปั้นในมือขวา และลูกบอลไฟขนาดลูกฟุตบอลในมือซ้าย เขากำมือให้ลูกบอลไฟหายไป “การจินตนาการยังสามารถทำให้เจ้าสามารถสร้างรูปแบบต่างๆในการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าเองอีกด้วย” ชายหนุ่มแบมืออีกครั้ง คราวนี้เขาสร้างเปลวไฟทรงยาวเหมือนหอกที่เขามักใช้โจมตีประจำ

“ข้าจะลองใหม่” มิชเชลมีสายตามุ่งมั่น แบมือขวาขึ้นจากนั้นจึงหลับตาลง ชายหนุ่มจ้องมองริมฝีปากหญิงสาวที่ขยับตามบทร่ายเวท เมื่อเขามองกลับไปยังมือหญิงสาวเริ่มปรากฎลูกไฟทรงกลมสีแดง ขนาดกำปั้นลูกหนึ่งบนมือของหญิงสาว

“ข้าไม่รู้สึกร้อนเลย” มิชเชลค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ สายตาเป็นประกายจับจ้องไปยังลูกบอลไฟบนมือของเธอ หญิงสาวดีใจและตื่นเต้นมากที่สามารถสร้างบอลไฟได้สำเร็จ

“ว๊าย...ท่านวินทำไมลูกไฟมันไม่หายไปละคะ” เธอกำมือเหมือนชายหนุ่มโดยหวังว่าลูกบอลไฟจะหายไปแต่บอลไฟบนมือของเธอกลับตกลงสู่พื้นพรม ชายหนุ่มรีบใช้เวทน้ำดับไฟก่อนที่ไฟจะลุกลาม

“หากเจ้าจะลบล้างเวท เจ้าต้องคิดด้วยว่าต้องการให้บอลไฟมันหายไป เช่นเดียวกับการโจมตี เจ้าจะต้องคิดว่าจะให้ลูกบอลไฟพุ่งไปในทิศทางใด” ชายหนุ่มขำกับท่าทางที่ดูน่าตลกของหญิงสาว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #411 Daemon. (@saguradark) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 12:58
    รอนะครับ
    #411
    0
  2. #410 ปกเงิน& (@2000sakda) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 12:14
    ขอบคุณคับ
    #410
    0
  3. #408 tigerfish (@tigerfish) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 23:12
    อดเพิ่มฮาเลมเลย
    #408
    0
  4. #407 Pokpakw (@Pokpakw) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 20:08
    ขอบคุณ มากครับ นึกว่าจะได้สาวเพิ่ม
    #407
    0
  5. #406 NessZero (@nesszero) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 20:05
    แบบนี้มีคนช่วยตีดาบแล้วสินะ ใช้ไฟได้นิ พระเอกจะได้ไปทำอย่างอื่น อืม ตี้ นี้ คาด อโค แหะ
    #406
    0