ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,440 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    417

    Overall
    254,440

ตอนที่ 73 : นักเวทย์ฝึกหัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    3 พ.ย. 59

เช้าวันรุ่งขึ้นออนก้าตื่นนอนแต่เช้าเหมือนกับทุกวัน เธอรู้สึกแปลกใจที่ไม่เห็นวินและมิชเชลนอนอยู่ในห้อง “พวกเขาออกไปฝึกกันแต่เช้าเลยหรือขยันกันจริงๆ” ออนก้าพึมพำกับตัวเอง จากนั้นเธอจึงเดินไปยังครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้กับทุกคน

“สวัสดีออนก้า” แอลฟ่าตรงมายังโต๊ะอาหารหลังออนก้าจัดเตียมอาหารเช้าเสร็จ

“อรุณสวัสดิ์แอลฟ่า” ออนก้าวางช้อนส้อมลงบนจานข้าวทั้งสี่ใบ

“ท่านวินกับมิชเชลไม่อยู่หรือ” แอลฟ่าชะเง้อมองซ้ายขวา

“คงจะสอนเวทมนต์ให้กับมิชเชลด้านนอกมั้ง” หญิงสาวผมสีน้ำตาลชี้ไปยังหน้าประตู

 

“เอ๋...ด้านนอกน้ำยังท่วมอยู่เลย” แอลฟ่าเดินออกไปดูที่หน้าประตูใหญ่ แม้ฝนจะตกตอนหัวค่ำแต่ภายนอกรั้วบ้านสองชั้นยังมีน้ำท่วมอยู่

แอลฟ่าเข้าไปดูในห้องนอนด้านล่างพบวินและมิชเชลนอนกอดก่ายกันอยู่ หลังจากชายหนุ่มสอนพื้นฐานเวทมนต์ให้กับหญิงสาวทั้งคืนจนเกือบเช้าทั้งคู่จึงเพิ่งหลับได้เพียงไม่นาน

“เช้าแล้วหรือเนี่ย” มิชเชลลืมตาตื่นเห็นหญิงสาวสองคนเกาะประตูมองมายังทั้งคู่

“ไม่ใช่อย่างที่พวกเจ้าคิดนะ ท่านวินสอนพื้นฐานการใช้เวทมนต์ให้ข้าจนเกือบเช้า พวกเราเพิ่งนอนไปได้ไม่กี่ชั่วโมงเอง” มิชเชลแก้ตัวพัลวัน

“พวกข้าไม่ได้คิดอะไรเสียหน่อย” หญิงสาวสองคนมองหน้ากันแล้วหัวเราะในทีท่าของมิชเชล

 

เนื่องจากด้านนอกยังมีน้ำท่วมอยู่หลังอาหารเช้ามิชเชลจึงได้แต่ซ้อมการใช้เวทไฟอยู่บริเวณลานกว้างหน้าบ้าน ส่วนแอลฟ่ากำลังสร้างคทาใหม่ให้กับวินและมิชเชลเพราะในตอนนี้พวกเขามีอดามันเทียมที่ได้จากชาวบ้านของเมืองอากิม่า ในทีแรกมิชเชลคิดว่าจะใช้ดาบคู่เล่มเก่าของเธอแต่วินบอกว่าหากใช้ดาบควบคู่กับการใช้เวท ทักษะที่ได้เมื่อเลื่อนขั้นจะสู้การใช้เวทต่อสู้โดยตรงไม่ได้

            แอลฟ่าใช้อาดามันเทียมสร้างคทาให้วินโดยมีขนาดเท่ากับคทาอันเดิมของเขา หญิงสาวขึ้นรูปตัวคทาสีดำโดยเซาะร่องขนาดเล็กจำนวน 4 ร่องยาวขนานกันหัวจรดท้ายคทาจากนั้นเธอใช้ไวเบรเนียมหลอมผสมลูกแก้วอสูร แล้วขึ้นรูปเป็นเส้นยาวๆที่มีความยาวเท่ากันกับตัวคทาสีดำ จากนั้นจึงเชื่อมติดมันกับร่องทั้งสี่ที่ตัวคทา ไวรเบรเนียมทั้งสี่ชิ้นนี่ถูกหลอมเข้ากับลูกแก้วธาตุชิ้นละหนึ่งธาตุ ส่วนหัวคทายังคงเป็นรูปฟักทองสี่แฉกเช่นเดิม แม้ว่ามันจะดูเรียบง่ายแต่เธอทำตามความต้องการของชายหนุ่มทุกประการ

            วินชูคทาสีดำที่ดูไปแล้วหน้าตาเหมือนคทาอันเดิมของเขาไม่ผิดเพี้ยน สาเหตุที่ใช้อดามันเทียมมีอยู่ 2 ประการ ข้อแรกคือมันมีน้ำหนักเบากว่าไวรเบรเนียมอยู่พอสมควร อีกข้อเพราะความแข็งแรงของแร่สีดำที่ไม่มีวันเสียหาย

            มิชเชลกำลังนั่งมองช่างตีดาบอัจฉริยะสร้างคทาให้เธอ คทาของมิชเชลต่างกับของวินอยู่ลิบลับ เนื่องจากหญิงสาวถนัดการใช้ดาบมาก่อน เธอจึงอยากได้คทาที่มีความยาวใกล้เคียงกับดาบของเธอ แอลฟ่าใช้อดามันเทียมเป็นท่อนกลมขนาดเล็กเท่านิ้วก้อยปลายคทาเรียวแหลม มีความยาว 70 เซนติเมตร หญิงสาวใช้ไวรเบรเนียมตีเป็นแผ่นบางๆจำนวน 4 แผ่นในแต่ละธาตุ เธอพันแผ่นแร่สีทองเป็นเกลียวรอบแกนคทาไปจนปลาย บริเวณที่เคยเป็นกั่นดาบถูกแทนที่ด้วยลูกฟักทองสี่แฉกสีทองขนาดเล็ก

            “ข้าทำไว้เผื่อว่าเจ้าจะใช้เวทได้ทั้งสี่ธาตุ” แอลฟ่าส่งคทาที่ยาวเพียงครึ่งหนึ่งของคทาของชายหนุ่มให้กับมิชเชล

            “ขอบใจเจ้ามากแอลฟ่า ขอบใจจริงๆ” หญิงสาวผมสีดำโผเข้ากอดแอลฟ่าใบหน้าของหญิงสาวแฝงไปด้วยความดีใจ เธอจับจ้องอาวุธชิ้นใหม่ของเธออย่างไม่วางตา คทาที่ดูภายนอกเหมือนทำขึ้นจากไวรเบรเนียมแต่กลับซ่อนแร่สีดำของพระเจ้าเอาไว้ภายใน ตัวคทาที่ถูกพันด้วยแร่สีทองบิดเป็นเกลียวแฝงไว้ด้วยละอองของธาตุทั้งสี่

            “ไม่ไปทดสอบอาวุธใหม่หน่อยหรือมิชเชล” วินเก็บคทาของตนก่อนจะเอ่ยปากชวนหญิงสาว

            “ไปแน่นอน แอลฟ่าไปดูผลงานของเจ้าด้วยกันเจ้าด้วยนะออนก้า” มิชเชลจูงมือหญิงสาวทั้งสองไปยังบริเวณที่วินใช้เป็นที่ซ้อมมือ

            “เต็มที่เลยมิชเชล” ชายหนุ่มสร้างหุ่นดินสีน้ำตาลรูปร่างเหมือนคนที่มีขนาดเท่าตัวคนจำนวน 3 แท่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร

มิชเชลสบัดคทาในมือเหมือนกับฟาดดาบไปยังเป้าหมายบอลไฟขนาดลูกบอลพุ่งออกจากปลายคทาไปยังเป้าหมายทั้งสามอย่างแม่นยำ

ตูม ตูม ตูม

            “ว้าว...คทาของเจ้าทำให้เวทไฟของข้ามีพลังทำลายเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว” มิชเชลตื่นเต้นกับการได้ทดสอบยิงเวทไฟโดยใช้คทาเป็นครั้งแรก แอลฟ่ายินยิ้มอย่างภูมิใจที่หญิงสาวตรงหน้าพอใจในอาวุธที่เธอสร้างขึ้น

            “เจ้ายิงได้แม่นมากมิชเชล” ออนก้ามองไปยังหุ่นดินที่เป็นเป้าหมายที่แตกกระจายไปทั่วบริเวณ

            “อย่าเพิ่งดีใจไป นั่นแค่ธาตุดินระดับหนึ่ง” วินยิ้มมุมปากจากนั้นเขาได้สร้างหุ่นดินที่เป็นสีแดงขึ้นอีก 3 ตัว

            ตูม ตูม ตูม

            มิชเชลยิงลูกบอลไฟไปยังหุ่นดินสีแดงทั้งสามอย่างแม่นยำ เสียงลูกบอลไฟระเบิดดังสนันกลุ่มควันฟุ้งกระจายปกคลุมไปทั่วบริเวณ แต่เมื่อกลุ่มควันจางหายไปหุ่นดินทั้งสามมีเพียงรอยไหม้สีดำติดอยู่เท่านั้น แม้จะเคยเห็นวินใช้เวทมนต์อยู่บ่อยครั้งแต่หญิงสาวทั้งสามก็อดปะหลาดใจไม่ได้ บอลไฟลูกใหญ่ของมิชเชลที่ดูเหมือนสามารถฉีกร่างฆ่าคนธรรมดาได้อย่างง่ายดายกลับไม่สามารถทำลายหุ่นดินสีแดงเหล่านั้นได้

            “มิชเชลเจ้าลองใช้คทาของเจ้าแทงไปที่หุ่นดินเหล่านั้นดูซิ” ชายหนุ่มชี้ไปที่แท่งดินรูปคนทั้งสามแท่ง

            หญิงสาวกำคทาของเธอแน่นแล้ววิ่งไปยังหุ่นดินที่อยู่ห่างออกไป 50 เมตร

            ฉึกกก

            ปลายแหลมของคทาแทงทะลุหุ่นดินตัวแรกอย่างง่ายดาย หญิงสาวถอนคทาของเธอออกมาแล้วหันไปยังคนทั้งสามที่กำลังเดินมาหาตน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยคำถามคิ้วคู่สวยของเธอย่นเข้าหากันราวกับว่ากำลังรอคำตอบจากชายหนุ่ม

            “ขนาดของเวทไม่ได้บ่งบอกถึงพลังทำลายของมันเสมอไป” ชายหนุ่มชี้ไปยังหุ่นดินตัวที่อยู่ไกลตัวพวกเขาที่สุด เวทไฟดวงเล็กขนาดเพียงหัวแม่โป้งค่อยๆลอยไปยังหุ่นดินตัวนั้น

            ตูม!!!

            เสียงระเบิดดังก้อง เศษดินสีแดงปลิวกระจัดกระจาย

            “แหมก็ท่านวินอยู่ขั้นราชาแล้วนิคะ” แอลฟ่าพยายามแก้ตัวแทนเพื่อนของตน

            “เจ้าไม่ได้สังเกตหรือว่าบอลไฟดวงเมื่อกี้เป็นสีแดง ซึ่งมันเป็นขั้นเดียวกันกับที่มิชเชลใช้ในตอนนี้ ที่ข้าจะบอกก็คือไม่จำเป็นต้องสร้างเวทขนาดใหญ่เพื่อที่จะให้ความรุนแรงของมันเพิ่มขึ้น เจ้าเพียงรวบรวมสมาธิบีบอัดพลังเข้าไปในเวทของเจ้า นั่นจะทำให้เจ้าได้เวทที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นในขณะที่ใช้มานาน้อยกว่าการสร้างเวทให้ใหญ่ขึ้น” ชายหนุ่มอธิบาย

คนทั้งสี่เดินย้อนกลับไปยังบ้านหินสองชั้น วินสร้างหุ่นดินสีแดงขึ้นใหม่อีก 3 ตัว

“ทีนี้เจ้าลองทำสมาธิแล้วลองใหม่อีกครั้ง”

มิชเชลยืนหลับตานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เธอตวัดคทาไปยังเป้าหมายด้านหน้า ลูกบอลไฟขนาดกำปั้นพุ่งตรงไปยังหุ่นตัวแรก

ตูม!

บอลไฟปะทะเข้ากับหุ่นดินสีแดงเสียงดัง พลังทำลายของเวทไฟที่รุนแรงกว่าเดิมทำให้หุ่นดินหักครึ่ง หญิงสาวยืนหอบอย่างเหน็ดเหนื่อย

“ไปพักก่อนเถอะ คงใกล้ขีดจำกัดของเจ้าแล้วละ เดี๋ยวข้ามา” ชายหนุ่มกางปีกธาตุลมของเขาออกจากนั้นจึงบินลัดเลาะไปตามแนวต้นไม้ใหญ่

มิชเชลเดินไปนั่งพักที่ม้านั่งข้างคอกม้า ออนก้ากลับเข้าไปยกน้ำดื่มมาให้หญิงสาว ขณะที่แอลฟ่ายังคงยืนรอชายหนุ่มอยู่หน้าประตู

เวลาผ่านไปประมาณ 15 นาที วินบินกลับมาพร้อมกับกรงไม้ขนาดใหญ่หนึ่งอัน ชายหนุ่มวางกรงไม้ที่มีลูกหมาป่าสีเทาจำนวน 4 ตัวอยู่ภายใน แม้ว่าพวกมันจะมีอายุเพียง 3 เดือนแต่พวกมันกลับมีความสูงเกือบ 50 เซนติเมตร นั่นเป็นขนาดใกล้เคียงกับหมาที่โตเต็มวัยในหลายสายพันธุ์เลยทีเดียว พวกมันตะเกียกตะกายและส่งเสียงร้องเพื่อเรียกพ่อแม่ของมันให้มาช่วยจากการถูกขัง

ชายหนุ่มย้อนกลับไปยืนข้างๆแอลฟ่า ฝูงหมาป่าสีเทาจำนวน 16 ตัววิ่งตรงมายังบ้านหินสองชั้น หัวหน้าฝูงหมาป่าขนาดใหญ่ที่มีความสูงใกล้เคียงกับม้าส่งเสียงคำรามกึกก้องด้วยความเกรี้ยวกราด มันเป็นจ่าฝูงและพ่อของลูกหมาป่าทั้งสี่ตัวที่วินขโมยมา

ครืนนนน!

ก่อนที่ฝูงหมาป่าจะเข้าโจมตีพื้นดินบริเวณที่พวกมันยืนอยู่กลับกลายเป็นโคลนเลน หมาป่าทั้ง 16 ตัวค่อยๆจมลงในบ่อโคลนอย่างช้าๆ หลังจากขาของพวกมันจมลงไปจนมิดพื้นที่เป็นโคลนกลับกลายเป็นพื้นดินแข็งอีกครั้ง

พวกมันทั้งหมดพยายามดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากพื้นดินแข็งที่ตรึงเท้าทั้งสี่ของพวกมันเอาไว้ ไม่ว่าพวกมันจะใช้แรงมากเพียงใดก็ไม่สามารถหลุดออกจากพื้นดินแข็งสีม่วงได้

 

หมาป่าสีเทา ธาตุดิน

ขั้นยอดฝีมือ ระดับ 7

 

แอลฟ่าตรวจสอบฝูงหมาป่าตรงหน้า

“มิชเชล” ชายหนุ่มส่งเสียงเรียกหญิงสาวเข้าชี้นิ้วไปที่สัตว์เหล่านี้

มิชเชลถือคทามายืนด้านหน้าอย่างรู้งาน ขณะนี้เธออยู่ห่างจากพวกมันประมาณ 30 เมตร ด้วยระยะขนาดนี้เธอสามารถยิงเวทใส่พวกมันที่เป็นเป้านิ่งได้อย่างแม่นยำ ลูกบอลไฟขนาดกำปั้นพุ่งใส่หน้าหมาป่าสีเทาตัวหนึ่งเสียงระเบิดของเวทไฟดังไปทั่ว ควันสีดำลอยปกคลุมหน้าหมาป่าตัวนี้จนมืดมิด เมื่อควันจางหมาป่าตัวนั้นสะบัดหน้าของตัวเองเพื่อดับไฟที่ไหม้ขนบริเวณหน้าของมัน แม้ว่าบอลไฟของเธอจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น แต่ด้วยขั้นที่ต่างกันอย่างมากและความแข็งแกร่งของหมาป่าสีเทาบอลไฟเพียงสร้างบาดแผลไหม้ให้หมาป่าร่างใหญ่ได้เท่านั้น

หญิงสาวยืนทำสมาธิอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเธอจึงยิงบอลไฟออกไปอีก 3 ลูกติดๆกัน เสียงหมาป่าตัวเดิมร้องขึ้นอย่างเจ็บปวด มันฟุบลงบนพื้นทั่วทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยไหม้ กระนั้นมันยังมีชีวิตอยู่ หญิงสาวมองไปยังหมาป่าร่างใหญ่ที่นอนดิ้นทุรนทุราย เธอหายใจเข้าเฮือกใหญ่แล้วยิงบอลไฟออกไปอีก 3 ลูก

ตูม ตูม ตูม

คนทั้งสามที่ยืนอยู่ด้านหลังมิชเชล ต่างช่วยกันลุ้นและให้กำลังใจเธออย่างเงียบเชียบ หลังเสียงระเบิด และฝุ่นควันจางลง สายตาทั้งสี่คู่จ้องมองไปยังร่างหมาป่าร่างใหญ่ตัวแรกที่นอนไม่ไหวติง

“ไชโย มิชเชลเจ้าเก่งมาก” เสียงเล็กๆของหญิงสาวสองคนดังขึ้นด้านหลัง

“โอ้โห ฆ่าหมาป่าสีเทาตัวเดียวเจ้าเลื่อนขั้นขึ้นมาได้ขนาดนี้เลย” ออนก้าตกใจตาค้างเมื่อตรวจสอบขั้นของมิชเชล


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #1062 วังวณา (@blue_diamond) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 09:02
    อย่าเลื่อนขั้นตัวเองแบบนี้ดิ สงสารหมาป่าอะ
    #1062
    0
  2. #420 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 18:27
    สงสารพวกหมาป่าจังเลย
    #420
    0
  3. #419 natthphaong (@natthphaong) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 16:39
    รอยุคับ
    #419
    0
  4. #416 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 09:31
    สนุกดีครับ
    #416
    0
  5. #414 Ultimated (@jicky7) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 00:58
    หมาป่า:เอากุมาฆ่าแท้ๆ T^T
    #414
    0
  6. #413 over_lord2 (@Over_LorD) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 22:22
    ทำไมผมรู้สึกกสงสารหมา
    #413
    0
  7. #412 miya (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 22:08
    โหดร้ายยยยยยย รู้สึกเหมือนมีคนเอามีดมากรีดใจ น้องหมาผู้น่าสงสาร
    #412
    0