ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,409 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    386

    Overall
    254,409

ตอนที่ 74 : พัฒนาอย่างก้าวกระโดด (ตอน 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    7 พ.ย. 59

เสียงเล็กๆของออนก้าดังขึ้น วินและแอลฟ่าต่างจ้องมองไปยังมิชเชล

“ระ..เร็วมาก ฆ่าตัวเดียวเลื่อนขั้นขึ้นมาถึงขั้นฝึกหัด ระดับ 1” แอลฟ่าตะโกนเสียงดังก้องป่า

“อืม..อย่างน้อยวันนี้ต้องให้ได้ขั้นทหาร” ชายหนุ่มยิ้มมุมปากก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้หินที่เขาสร้างขึ้น ออนก้ากับแอลฟ่าเห็นเขานั่งอยู่คนเดียวทั้งคู่ยืนมองตาเขม็ง

“มิชเชลสู้ๆ” แอลฟ่านั่งปรบมือเชียร์บนเก้าอี้หินอีกตัวที่ชายหนุ่มสร้างขึ้น

บอลไฟ 3 ลูกพุ่งไปยังหมาป่าตัวถัดไป ด้วยพลังเวทที่เพิ่มขึ้นของหญิงสาวทำให้ลูกบอลเหล่านั้นไฟสร้างแผลสึกขนาดใหญ่ที่ลำตัวของหมาป่าตัวนั้น แรงระเบิดทำให้เศษเลือดและเนื้อกระจายอยู่เต็มพื้น ร่างของมันฟุบลงบนพื้นและตายลงทันที หมาป่าตัวอื่นเห็นญาติในฝูงของมันตายลงทีละตัว ความโกรธแค้นของพวกมันเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากแต่กระนั้นพวกมันไม่สามารถหลุดออกพันธนาการที่วินทำไว้กับพวกมันได้

มิชเชลยังคงยิงบอลไฟใส่หมาป่าสีเทาอย่างต่อเนื่องจากเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นของหมาป่าที่ยังมีชีวิตรอดบัดนี้กลายเป็นเสียงร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีด พวกมันเป็นสัตว์ที่มีชีวิตจิตใจจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดความหวาดกลัว เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถทำอะไรได้เหมือนกับเข้าคิวรอคอยความตายจากยมทูต

หลังจากเธอฆ่าหมาป่าเหล่านี้ไปได้ 7 ตัวเวทของเธอได้พัฒนาขึ้นจนบัดนี้มิชเชลร่ายเวทไฟเพียงครั้งเดียวก็สามารถฆ่าหมาป่าหนึ่งตัวได้อย่างง่ายดาย เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมงเธอเลื่อนขึ้นสู่ขั้นชาวบ้าน ระดับ 1 หลังจากฆ่าหมาป่าทั้งฝูง

“ข้าต้องใช้เวลานับเดือนกว่าจะขึ้นสู่ขั้นชาวบ้านได้ เจ้ากลับใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง” ชายหนุ่มยิ้มบางๆเมื่อเขาคิดถึงความหลังของตน

“เพราะข้าได้ท่านช่วยเหลือ ข้าจะตั้งใจฝึกฝนเพื่อที่จะได้ช่วยแบ่งเบาภาระของท่านบ้าง” มิชเชลจับมือชายหนุ่มแสดงอาการขอบคุณ เธอมีความสุขและภาคภูมิใจที่ตนสามารถใช้เวทมนต์ได้เหมือนกับชายหนุ่ม

“ท่านจะทำอย่างไรกับลูกหมาป่าทั้งสี่ตัว” ออนก้ามองไปยังลูกหมาป่าในกรงที่กำลังนอนหลับหลังจากพวกมันตะกายกรงจนอ่อนแรง

“ข้าขอเลี้ยงไว้ได้ไหมคะ” มิชเชลถามแทรกขึ้น หลังจากฆ่าพวกมันไปทั้งฝูงเธอรู้สึกสงสารลูกหมาป่าที่สูญเสียพื่น้องมันไปทั้งฝูง

“ข้ากำลังอยากให้เจ้าฝึกพวกมันอยู่เลย อีกหน่อยเราอาจจะใช้งานมันได้” วินพูดขึ้น

“ตอนนี้พื้นที่โดยรอบยังคงมีน้ำขังและเฉอะแฉะ ข้าคิดว่าคืนนี้เราอาจจะต้องค้างอยู่ที่นี่อีกคืนหนึ่ง เจ้านั่งพักก่อนเดี๋ยวข้างจะไปหาเหยื่อมาเพิ่ม” ชายหนุ่มยื่นมือตรงไปยังฝูงหมาป่าที่ตายแล้ว เขาใช้เวทพลังงานดึงลูกแก้วธาตุบนพื้นมาเก็บไว้ในแหวน ก่อนจะเผาร่างของหมาป่าทั้งหมดจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน

เปรี้ยง! เปรี้ยง!

เสียงสายฟ้าฟาดลงสู่พื้นดินดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจากบริเวณที่ห่างไกล หญิงสาวทั้งสามคนแหงนมองท้องฟ้าที่สดใสไร้เงาเมฆฝน แต่ไกลออกไปประมาณ 2 กิโลเมตรกลับมีสายฟ้าขนาดเล็กให้เห็นจำนวนมาก

“ท่านวินกลับมาแล้ว” แอลฟ่าหลับตาอยู่ครู่หนึ่งเธอใช้มือป้องใบหูก่อนจะลืมตาขึ้นพูด

มิชเชลได้ยินดังนั้นจึงยืนขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมเธอจับจ้องไปยังทิศที่เป็นต้นเสียง เมื่อสายฟ้ากลุ่มนั้นเข้ามาใกล้หญิงสาวเห็นฝูงกระทิงสองขาฝูงหนึ่งถูกต้อนมาแต่ไกล

ออนก้าและแอลฟ่ายืนขึ้นกระชับอาวุธของตน พวกเธอไม่มั่นใจว่าฝูงกระทิงเหล่านั้นจะหลุดรอดมาทำอันตรายพวกเธอหรือไม่ ทั้งคู่ก้าวมายืนด้านหน้ามิชเชล หญิงสาวทั้งสองคนรู้ดีว่าในขณะนี้มิชเชลเหมือนกับเด็กน้อยที่ยังอ่อนแอ หากกระทิงฝูงนั้นหลุดมาถึงตัวเธอทั้งสองสามารถรับมือพวกมันได้อย่างไม่ยากนักต่างกับมิชเชลที่ตอนนี้อยู่เพียงขั้นชาวบ้าน

ครืนนน!!

พื้นดินด้านหน้าหญิงสาวทั้งสามผุดขึ้นเป็นกำแพงหินมีความสูงมากกว่า 3 เมตร กำแพงหินสีม่วงถูกวินสร้างรายล้อมฝูงกระทิงสองเท้าเกือบ 30 ตัวที่เขาไล่ต้อนพวกมันมาเพื่อพัฒนาฝีมือของมิชเชล ฝูงกระทิงใช้มือขนาดใหญ่ของมันทุบกำแพงหนาหวังเพื่อจะออกจากที่คุมขังแห่งนี้ หลายตัวใช้เขาอันแหลมคมของพวกมันกระแทกกำแพง แต่กำแพงสีม่วงมีความแข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกมันจะทำลายลงได้

หญิงสาวสามคนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ออนก้าและแอลฟ่าชี้อาวุธของพวกเธอมายังชายหนุ่ม พวกเธอมองด้วยสายตาโกรธเคือง วินรู้ทันทีว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเสี่ยงเกินไป ชายหนุ่มลืมตัวไปว่ามิชเชลยังไม่สามารถป้องกันตัวเองจากกระทิงขั้นขุนพลเหล่านี้ได้ วินโค้งกายขอโทษจากนั้นเขาบินขึ้นไปยืนอยู่เหนือกำแพงสูง

วินล็อกมือและเท้าของกระทิงตัวหนึ่งด้วยหินสีม่วงจนมันไม่สามารถขยับร่างกายได้ ก่อนจะใช้เวทพลังยกมันลอยข้ามกำแพงมาตกห่างจากมิชเชลประมาณ 50 เมตร หินสีม่วงตรึงร่างกระทิงสองเท้าราวกับมันถูกโซ่เหล็กขนาดใหญ่มัดตัวของมันไว้ กระทิงร่างใหญ่ที่เหมือนนอนสงบนิ่งแต่แท้ที่จริงแล้วมันไม่สามารถขยับร่างกายได้แม้แต่น้อย

มิชเชลร่ายบอลไฟใส่กระทิงร่างใหญ่ แต่ความแรงของเวททำได้เพียงสร้างรอยแผลตื้นๆบนผิวหนังมันเท่านั้น หญิงสาวทดลองอีกครั้งเธอสร้างหอกไฟอันหนึ่งพุ่งตรงไปยังร่างกระทิงตัวเดิม แม้หนังของมันจะไม่หนามากอีกทั้งเป็นกระทิงธาตุดิน แต่ความรุนแรงของหอกไฟของเธอยังไม่สามารถทำอะไรมันได้

เธอครุ่นคิดอยู่พักใหญ่หญิงสาวยืนทำสมาธิอยู่นานจึงลืมตาขึ้น มิชเชลฟาดคทาไปด้านหน้า เวทไฟสายหนึ่งพุ่งออกไปราวกับธนู มันไม่ใช่แค่พุ่งออกไปตรงๆแต่เธอทำให้มันหมุนควงราวกับลูกธนูที่พุ่งไปหาเป้าหมาย

ฉึก!! โฮกกกกก

ธนูไฟของมิชเชลพุ่งทะลุหน้าอกกระทิงสองเท้า มันร้องอย่างเจ็บปวดเลือดของมันไหนนองพื้น กระทิงพยายามดิ้นอย่างสุดแรงจนมือและเท้าบริเวณที่ถูกพันธนาการด้วยหินสีม่วงเริ่มมีเลือดไหลซึม หญิงสาวยิงธนูไฟอีก 2 อันไปยังร่างของมันจากนั้นมันจึงสิ้นฤทธิ์และตายลง

“เจ้าเก่งมากมิชเชล” ออนก้าเอ่ยปากชม

“มิชเชลเจ้าคิดได้อย่างไร” แอลฟ่าตาเหลือก เธอคิดว่าหากเป็นตัวเองคงคิดอะไรแบบนี้ไม่ได้แน่นอน

ชายหนุ่มยืนมองหญิงสาวผมดำอย่างภาคภูมิใจ “มิชเชลเจ้านี่ฉลาดกว่าข้าอีกแฮะ” วินพึมพำกับตัวเอง

แม้ว่ามิชเชลสามารถฆ่ากระทิงตัวแรกตายลงด้วยการร่ายเวทเพียงไม่กี่ครั้ง แต่การจะควบคุมให้เวทมนต์ที่ร่ายออกไปเป็นไปตามที่ตนต้องการนั้นต้องใจพลังสมาธิเป็นอย่างมาก จึงทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยมากหลังฆ่ากระทิงได้เพียงตัวเดียว

“ท่านวิน..ข้าขอ..พักเหนื่อย..สักครู่..ได้ไหม” มิชเชลพูดไปทั้งที่ยังหอบ ไหล่และอกของเธอไหวขึ้นลงตามจังหวะหายใจ

“ได้สิ หลังอาหารเที่ยงแล้วค่อยฝึกต่อ” ชายหนุ่มบินมายืนด้านหน้าหญิงสาว เขาลูบหัวเธอเบาๆแล้วเดินโอบไหล่เธอกลับไปยังบ้านพัก โดยที่ออนก้าและแอลฟ่าวิ่งกลับเข้าไปเตรียมอาหารเที่ยงไว้ก่อนแล้ว

หลังอาหารเที่ยงมิชเชลยังคงฝึกการใช้เวทและเร่งการเลื่อนขั้นด้วยวิธีเดิม ด้วยการช่วยเหลือของวิน หลังจากมิเชลฆ่ากระทิงสองเท้าทั้งหมดแล้วเธอสามารถเลื่อนขั้นขึ้นมาอยู่ขั้นทหารระดับ 6 แต่การฝึกซ้อมของเธอยังไม่จบแค่นั้น ชายหนุ่มหายออกไปนานเกือบชั่วโมงและกลับมาพร้อมกับกระทิงสองเท้าอีกฝูงใหญ่

แม้ว่าวิธีกักขังพวกมันทั้งหมดแล้วนำมันออกมาให้มิชเชลฆ่าทีละตัวจะใช้เวลามากแต่เพื่อความปลอดภัยของหญิงสาวแล้วชายหนุ่มคิดว่ายังควรใช้วิธีเดิม เนื่องจากเธอหญิงสาวต้องหยุดพักเหนื่อยอยู่หลายครั้ง มิชเชลจึงใช้เวลา 3 ชั่วโมงในการฆ่ากระทิงสองเท้าจำนวนมากกว่า 50 ตัว

แอลฟ่าและออนก้าช่วยกันแล่เนื้อกระทิงเหล่านี้เพื่อเก็บไว้เป็นเสบียงในการเดินทาง ส่วนเขาของพวกมันถูกแยกเก็บไว้เพื่อขาย หลังจากมิชเชลฆ่ากระทิงทั้งหมดลงแล้วชายหนุ่มเดินตรงมายังกระดูกกระทิงกองใหญ่ที่ถูกหญิงสาวสองคนวางกองไว้ พื้นดินบริเวณกองกระดูกยุบหายลงไป กองกระดูกเหล่านั้นตกลงไปใต้หลุมใหญ่ลึกมากกว่า 10 เมตร วินร่ายเวทดินกลบทับกระดูกเหล่านั้น จากนั้นคนทั้งหมดจึงชวนกันเข้าบ้านพักในช่วงบ่ายคล้อย

 

“ท่านวินคะ ข้าอยากจะเรียนเวทธาตุอื่นจะได้ไหม” มิชเชลเอ่ยปากถามทั้งที่สายตาของเธอยังคงจับจ้องอยู่กับหนังสือเล่มใหญ่

“ได้สิ เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าในตอนนี้ทักษะของเจ้ามีอะไรบ้าง” ชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ไม้หน้าบ้านข้างๆหญิงสาว

 

มนุษย์

ขั้นทหาร ระดับ 9

ทักษะ   สำเร็จขั้นฝึกหัด เพิ่มความรุนแรงเวท (40%)

            สำเร็จขั้นชาวบ้าน มานาเพิ่มขึ้น (40%)

            สำเร็จขั้นทหาร มานาเพิ่มขึ้น (30%)

 

มิชเชลตรวจสอบตัวเองก่อนจะบอกทักษะของตนกับชายหนุ่ม

“อืม...แปลกมากทำไมแม้ทักษะของเจ้าจะคล้ายกันกับของข้า แต่ความรุนแรงและมานาที่เพิ่มขึ้นกลับน้อยกว่าข้า” วินเกาหัว

“อาจเป็นเพราะข้าเลื่อนขั้นโดยที่ได้ท่านช่วยเหลือ ทักษะที่ได้จึงไม่เท่ากับท่านที่พยายามจนเลื่อนขั้นเอง” มิชเชลพยายามหาเหตุผล


++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ช่วงนี้หัวตื้อมากครับ คิดอะไรไม่ค่อยออกเลย ><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #500 bobboomboo123 (@bobboomboo123) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 15:29
    นี่มันเทคนิคลาก คีป มาฟาร์มนี่นา
    #500
    0
  2. #422 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 09:47
    สนุกดีครับ
    #422
    0
  3. #421 Crasybart (@Crasybart) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 22:07
    ขอบคุณมากครับ 
    #421
    0