ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,496 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,581 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    473

    Overall
    254,496

ตอนที่ 75 : พัฒนาอย่างก้าวกระโดด (ตอน2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    8 พ.ย. 59

ช่วงสายของวันต่อมา ทั่วทั้งป่าอากาศสดชื่น ต้นไม้ใบหญ้ากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังพายุลูกใหญ่พัดผ่านไปได้ 2 วันรถม้าหรูหราคันหนึ่งแล่นไปช้าๆบนถนนสายใหญ่ หญิงสาวสองคนพูดคุยกันอย่างได้อรรถรสในส่วนของคนขับ หากมองผ่านผ้าม่านสีน้ำตาลอ่อนที่ปลิวไสวอยู่ที่หน้าต่างด้านข้างห้องโดยสาร จะเห็นชายหนุ่มผมสีฟ้ากำลังนั่งสับปะหงกอยู่ข้างๆหญิงสาวผมดำที่นอนหลับอย่างอ่อนเพลีย

“มิชเชลนี่ขยันจริงๆ เมื่อคืนนั่งอ่านหนังสือเวทมนต์เล่มใหญ่ของท่านวินจนเช้า” ออนก้าหันไปมองหญิงสาวที่กำลังนอนหลับอยู่ในห้องโดยสารรถม้า

“ท่านวินก็อยู่จนเช้าเหมือนกันหรอกหรือ” แอลฟ่าหัวเราะคิกคักกับท่าทางอันน่าขำของชายหนุ่ม

“ใช่ ข้าได้ยินว่าท่านวินสอนสอนเวทธาตุลมให้กับมิชเชลตลอดทั้งคืน” ออนก้าตกใจใช้มือปิดปากตนเองเมื่อเห็นชายหนุ่มนั่งสับปะหงกจนหัวโขกขอบหน้าต่าง

“หืม..พวกเจ้ากำลังนินทาข้าอยู่รึ” ชายหนุ่มลูบคลำหัวตัวเองเขารู้สึกว่าหัวของเขาโนขึ้นมาเล็กน้อย

“ท่านวินคะ มิชเชลสามารถใช้เวทลมได้หรือยัง” ออนก้าหันไปเหลือบมองชายหนุ่ม เธอสะบัดบังเหียนม้าเพื่อให้พวกมันเดินให้ตรงทาง

“ยังเลย การเรียนรู้เวทธาตุใหม่ๆไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่พวกเจ้าคิด ในโลกเดิมของข้าคนที่สามารถใช้เวทได้มากกว่า 1 ธาตุนั้นหายากเสียยิ่งกว่ายาก” ชายหนุ่มบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะชะโงกไปมองทางด้านหน้า

“แต่ท่านวินกลับใช้เวทมนต์ได้หมดทุกธาตุ อัจฉริยะชัดๆ” แอลฟ่าแซวชายหนุ่มเธอแลบลิ้นเล็กน้อยพร้อมกับยักไหล่

“ที่ข้าสามารถใช้เวทได้ทุกธาตุเนื่องจากหนังสือเวทมนต์สองเล่มนี้ที่ท่านอลันเชียร์จงใจให้ข้านำมาจากห้องสมุด” วินเอื้อมมือไปขยี้หัวหญิงสาวผมสีทองจนผมยุ่ง

“ถ้าเช่านั้นมิชเชลก็อาจจะใช้ธาตุได้ครบทุกธาตุเหมือนกับท่านวินสิคะ” แอลฟ่าใช้มือลูบผมที่ยุ่งๆตัวเองให้กลับอยู่ในทรงเดิม

“ก็ไม่แน่หรอกนะ เธอไม่ได้รับดวงจิตแห่งเวทมาตั้งแต่เกิด ข้าไม่รู้ว่าเธอจะเรียนรู้ธาตุต่างๆได้มากน้อยเพียงใด”

“เราจะไปที่ไหนกันต่อคะ” ออนก้าเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นชายหนุ่มปีนมานั่งคู่กับตนที่ด้านหน้า

            ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ครู่นึงก่อนจะปีนกลับไปในห้องโดยสาร เขาหยิบแผนที่ผืนใหญ่ที่วาดเสร็จเมื่อวันก่อน ก่อนจะกางมันลงบนพื้น

            “เรามาทางใต้ของอากิม่ามาหลายวันแล้ว คิดว่าเราคงอยู่แถวนี้” วินชี้มืองลงบนแผนที่ของเขา

            “จากตรงนี้อสูรที่อยู่ใกล้ที่สุดน่าจะอยู่บริเวณนี้” ออนก้ามองไปนิ้วของชายหนุ่มที่ชี้ไปยังทิศตะวันตกของเฉียงใต้ของจุดที่พวกเขาอยู่ สัญลักษณ์บนแผนที่บ่งบอกว่าบริเวณนั้นเป็นป่าโปร่ง

ออนก้าบังคับม้าให้เดินออกจากถนนแล้วมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ทันที เมื่อออกจากเส้นทางปกติพวกเขาพบสัตว์ร้ายมากกว่าเดิมเล็กน้อย สัตว์ร้ายที่ออกมาให้มิชเชลได้ฝึกฝีมือขั้นใกล้เคียงกับเธอวินจึงเพียงยืนดูอยู่ห่างๆโดยที่ไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือ

            รถม้าออกจากป่าที่อุดมสมบูรณ์เพื่อมุ่งหน้าไปยังผืนป่าขนาดใหญ่ ก่อนที่พวกเขาจะถึงป่าที่เป็นจุดหมายรถม้าจะต้องผ่านพื้นที่แห้งแล้งที่กว้างใหญ่ไพรศาล พื้นที่แห่งนี้ไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตให้เห็นในระยะสายตา การเดินทางตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเขาพบเห็นเพียงดินที่แตกระแหง โชคดีที่ได้เกราะธาตุลมทำให้ม้าสามารถลากรถได้ตลอดทั้งวันได้อย่างสบาย

 

ออนก้าและแอลฟ่านั่งเล่นกับลูกหมาป่าขนเทาทั้งสี่ หลังจากพวกเขาเลี้ยงมันได้เพียงหนึ่งเดือน พวกมันเริ่มคุ้นชินกับกลุ่มของวินมากขึ้นเสมือนว่าพวกมันได้ย้ายมาอยู่ในฝูงใหม่ที่แข็งแกร่งมากกว่าฝูงเดิมของมัน นอกจากนั้นเวลาว่างมิชเชลจะฝึกหมาป่าตัวน้อยทั้งสี่ด้วยวิธีของชนเผ่ากราโกย่า หมาป่าสีเทาทั้งสี่กระดิกหางด้วยความดีใจทุกครั้งที่ได้รับรางวัลจากเธอ

            แม้ว่าจะไม่มีสัตว์ออกมาให้มิชเชลได้พัฒนาฝีมือเลย หญิงสาวจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกซ้อมเวทไฟและเรียนรู้เวทธาตุลมจนในตอนนี้เธอสามารถใช้เวทลมได้จนคล่องแคล่ว

            “หาวววว น่าเบื่อจริงๆ” แอลฟ่าบ่นออกมาอย่างหัวเสีย ขณะที่เธอกำสายบังเหียนม้าอย่างหลวมๆ สายตาทั้งคู่กวาดมองไปยังพื้นที่อันเวิ้งว้างด้านหน้า ตลอดเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่เธอและออนก้ารับหน้าที่ขับรถม้า ภาพเบื้องหน้าของเธอมีเพียงพื้นดินที่แตกระแหง สิ่งเหล่านี้จึงสร้างความเบื่อหน่ายให้กับหญิงสาวผู้ชอบการผจญภัยยิ่งนัก

            “อีกไม่ไกลเราจะเข้าเขตป่าแล้ว” ชายหนุ่มกระพือปีกธาตุลมสองสามครั้งก่อนจะลงยืนบนหลังคารถม้า โดยมีหมาป่าสีเทาทั้งสี่ที่นอนอยู่บนหลังคารถม้ากระดิกหางต้อนรับเมื่อเห็นเจ้านายของมันกลับมา วินลูบหัวพวกมันก่อนจะกระโจนตัวมานั่งข้างหญิงสาวผมสีทอง

            “ถ้าข้าบินได้อย่างท่านวินก็ดีนะสิ” แอลฟ่าหันมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าสุดเซ็ง

            --------------------------------------

            “ในที่สุดข้าก็ได้เห็นสีเขียวอีกครั้ง” แอลฟ่าสูดหายใจเข้ายาวๆ เมื่อทั้งหมดเดินทางมาถึงป่าโปร่งที่ปรากฎในแผนที่ของชายหนุ่ม

“ธรรมชาติสรรสร้างสิ่งแปลกๆให้ประหลาดใจให้เสมอเลย” ออนก้ามองป่าที่ดูชุ่มชื้นด้านหน้าแล้วหันกลับไปมองพื่นที่แห้งแล้งที่มีเพียงความว่างแปล่าด้านหลัง

“นั่นสินะ ว่าแต่เมื่อไรท่านวินจะกลับมากินข้าวเย็นนะ” มิชเชลเดินลงมาจากห้องโดยสารของรถม้า

“เจ้าพูดถึงอาหารเย็นข้าชักจะหิวขึ้นมาแล้วสิ” แอลฟ่าพูดหยอกล้อหญิงสาวผมดำ เธอกำลังทอดบันไดไม้ให้กับเจ้าขนปุกปุยทั้งสี่ตัว เวลาผ่านไปเพียงเดือนเศษจากลูกหมาป่าตัวเล็กๆตอนนี้มันทั้งสี่สูงระดับเอวของหญิงสาว

“เจ้าหนึ่ง สอง สาม สี่ อาหารของเจ้าอยู่ที่นี่” มิชเชลเรียกชื่อหมาป่าทั้งสี่ตัวที่ชายหนุ่มตั้งขึ้นอย่างง่ายๆ เธอวางเนื้อก้อนใหญ่ไว้ด้านข้างคอกม้าที่ถูกทำให้เป็นที่พักของหมาป่าสีเทาทั้งสี่ตัว พวกมันส่งเสียงร้องหงิงๆด้วยความพอใจ

หมาป่าทั้งสี่ตัวกัดแทะเนื้อชิ้นใหญ่อยู่ครู่หนึ่ง พวกมันทั้งสี่หันหลังกลับไปมองยังยอดไม้เหนือประตูทางเข้าบ้าน เสียงเห่าด้วยความดีใจดังขึ้นพวกมันรับรู้ถึงการกลับมาของเจ้านายของมัน

“ท่านวินกลับมาแล้ว” เสียงมิชเชลดังแทรกเสียงเห่าของหมาป่าทั้งสี่ตัว

“นั่นมัน...รังผึ้ง” แอลฟ่าชี้นิ้วไปยังชิ้นส่วนที่วินถืออยู่ในมือ

“ใจเย็นๆไม่ต้องแย่งกัน” ชายหนุ่มบอกกับเจ้าหนึ่ง สอง สาม สี่กำลังเลียมือของเขาอย่างเอร็ดอร่อย ด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข

“แหมเดี๋ยวนี้เห็นเจ้าพวกนี้สำคัญกว่าพวกเราแล้วหรือคะ” แอลฟ่ารู้สึกน้อยใจ

“ใครว่าละ...เจ้านี่อิจฉากระทั่งหมา” ชายหนุ่มร่ายเวทน้ำขึ้นมาล้างมือก่อนจะเดินเข้ามาหอมแก้มหญิงสาวผมทองปลอบใจ

“ท่านวินสำรวจพบอะไรบ้างคะ” มิชเชลใช้เวทลมเป่ามือวินจนแห้ง

“ป่าแห่งนี้น่าจะมีแต่แมลงที่อาศัยอยู่ ข้าบินวนอยู่นานไม่พบสัตว์ป่าเลยแม้แต่ตัวเดียว” วินลูบหัวมิชเชลพร้อมกับยิ้มเล็กๆให้กับเธอ

“แมลงอีกแล้วหรือ” แอลฟ่าร้องเสียงดัง เธอนึกถึงครั้งที่เจอชายหนุ่มครั้งแรกที่เขาช่วยกำจัดรังผึ้งเพื่อช่วยปกป้องหมู่บ้านของเธอ และอีกครั้งเมื่อต้องพบกับฝูงแมลงจำนวนมากในป่าเมืองโตบาเมื่อหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าเธอจะชื่นชอบรสชาดของแมลงเหล่านั้นแต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุกเมื่อนึกถึงภาพอันนี้ขยะแขยงของพวกมัน

“ใช่แล้วแมลง แต่ดูเหมือนครั้งนี้จำนวนของพวกมันจะมากกว่าครั้งก่อนๆมากนัก อย่างรังผึ้งที่ข้าได้มานั้น ข้าได้มาจากรังขนาดใหญ่ใต้ดินที่มีผึ้งอยู่รวมกันนับหมื่นต้ว นอกจากนั้นผึ้งเหล่านี้เป็นสัตว์อสูรที่มีลำดับขึ้นที่แตกต่างกัน” วินโอบไหล่หญิงสาวสองคนแล้วตรงไปหาออนก้าที่ทำอาหารอยู่ในบ้าน

“ว้าว...น้ำผึ้ง ข้ากำลังอยากได้ไว้ทำของหวานพอดีเลย” ออนก้ามองน้ำผึ้งภายในแหวนมิติที่ที่ชายหนุ่มยื่นให้ตน

“ข้าเกรงว่าเจ้าจะกินจนเบื่อของหวานไปอีกนานเลยละ” ชายหนุ่มหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

------------------------------

รุ่งเช้าหลังจากกลุ่มของวินเดินทางได้เพียงหนึ่งชั่วโมง ชายหนุ่มตรวจจับสิ่งผิดปกติได้ด้วยเวทตรวจสอบของตน ชายหนุ่มไม่อยากสูญเสียสัตว์เลี้ยงทั้งหมดของเขาไปอีกเขาจึงสร้างถ้ำหินขนาดใหญ่ครอบรถม้าหลังจากคนทั้งสี่ลงมา บริเวณปากถ้ำถูกปิดไว้ด้วยเวทลมอันแข็งแกร่ง

“พวกเจ้าระวังให้ดี แม้ว่าพิษของผึ้งเหล่านี้จะไม่รุนแรงเท่าผึ้งราชาแต่หากโดนรุมต่อยก็อันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน” ชายหนุ่มชี้ไปยังหลุมบนเนินดินที่มีความกว้างประมาณ 30 เซนติเมตร ที่ปากหลุมทั้ง 4 เริ่มมีผึ้งขนาดใกล้เคียงกับนกพิราบเดินออกมาอยู่เป็นจำนวนมาก

 

ผึ้งหลุม ธาตุดิน, น้ำ, ลม, ไฟ

ขั้นยอดฝีมือ ระดับ 6, 7, 8, 9 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #424 bookmail (@bookmail) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 14:50
    จะรอคับ
    #424
    0
  2. #423 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 21:10
    สนุกดีครับ
    #423
    0