ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,376 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    353

    Overall
    254,376

ตอนที่ 78 : แมลงที่หายไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3915
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    17 พ.ย. 59

            ม้าสองตัวเดินย่ำไปตามทางที่เต็มไปด้วยกลีบดอกไม้ ลูกหมาป่าตัวเขื่องทั้งสี่ตัววิ่งเล่นไล่กันอย่างสนุกสนาน หญิงสาวสามคนบนหลังม้าสองตัวอยู่ในอาการระมัดระวังอย่างที่สุด วินพุ่งลงมาจากฟ้ามาหยุดตรงหน้าออนก้าที่ขี่ม้านำหน้าอยู่เพียงลำพัง

“ท่านวินเห็นอะไรบ้างไหมคะ” ออนก้าถามทันที่ที่ชายหนุ่มมาถึง

            “ข้าไม่พบแมลงหรือสัตว์เลยแม้แต่ตัวเดียว” ชายหนุ่มสันหัวให้ออนก้าเล็กน้อย เขากระพือปีกอยู่สองสามครั้งโดยที่เท้าทั้งสองยังคงไม่เตะลงพื้น ในระยะหลังวินชอบที่จะใช้การบินด้วยปีกธาตุลมแทนการเดินไปไหนมาไหน ในตอนแรกที่บินได้เขารู้สึกว่าเป็นอะไรที่ท้าทายและน่าสนุกแต่บัดนี้กลับเป็นว่าปีกทั้งคู่เปรียบเสมือนอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายเขาไปเสียแล้ว

“น่าแปลกมาก ทั้งที่บริเวณนี้เป็นส่วนที่ดูอุดมสมบูรณ์ที่สุดของป่าแต่หลายวันมานี่เราไม่เจอแมลงเลยสักตัวเดียว” วินสบถอย่างหัวเสีย

ลูกหมาป่าทั้สี่ตัวเมื่อเห็นเจ้านายของมันกลับมาก็เลิกวิ่งเล่นแล้วตรงเข้าหาชายหนุ่ม พวกมันพยายามกระโดดไล่คว้าตัววินที่บินอยู่สูงกว่าพื้นดินประมาณ 2 เมตร เขาก้มมองมันทั้งสี่แล้วหัวเราะให้กับพฤติกรรมที่น่าขำของพวกมันนอกจากหญิงสาวทั้งสามคนแล้วมันทั้งสี่เป็นสิ่งที่ทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นได้เสมอ

            วันนี้เป็นวันที่ห้าแล้วนับตั้งแต่วินพบรังมดง่ามในวันแรก ในความคิดของชายหนุ่มเขาหวังว่าจะได้เจอกับรังมดแบบนี้อีกหลายรังในป่าขนาดใหญ่แห่งนี้ แต่หลังจากวันนั้นวินกลับพบรังมดง่ามอีกแค่ 2 รังเท่านั้น ส่วนแมลงชนิดอื่นที่พบเจอในวันหลังเป็นเพียงรังขนาดเล็กๆ

            ตลอด 3 วันที่ผ่านมาพวกเขาไม่พบเจอแมลงหรือสัตว์เลยแม้สักตัวเดียว เป็นเรื่องที่น่าแปลกมากสำหรับป่าขนาดใหญ่เช่นนี้ ดอกไม้บนต้นไม้ที่สูงใหญ่ยังคงบานสะพรั่งให้เห็นตลอดเส้นทาง สิ่งนี้กลับทำให้คนทั้งสี่รู้สึกว่าอาจมีภัยที่น่ากลัวรอพวกเขาอยู่

            “มิชเชล แอลฟ่าพวกเจ้าคอยดูเจ้าหนึ่งถึงสี่อย่าให้คลาดสายตา” วินย้ำเตือนหญิงสาวสองคนที่ตอนนี้มีหน้าที่ดูแลสัตว์เลี้ยงแสนซนทั้งสี่ตัว หลายวันก่อนเจ้าหนึ่งและเจ้าสองเกิดคึกคะนองเมื่อเห็นเจ้านายของพวกมันสู้กับกองทัพมดง่ามนับหมื่นนับแสนตัว พวกมันวิ่งเข้าไปโจมตีมดง่ามที่เดินหลงออกจากฝูง ผลที่ได้รับคือทั้งสองตัวถูกมดง่ามหลายตัวรุมต่อย แม้ว่าพิษของมดเหล่านี้จะน้อยนิดเมื่อเทียบกับผึ้งหลุมหรือต่อดินแต่เขี้ยวที่แข็งแกร่งของมดง่ามเหล่านั้นได้สร้างบาดแผลให้หมาป่าทั้งคู่จนพวกมันร้องเสียงหลง ถ้าไม่ได้เวทแสงของวินช่วยรักษาจนถึงวันนี้พวกมันอาจจะยังเดินไม่ได้เสียด้วยซ้ำ

ในขณะที่มิชเชลและแอลฟ่ามีหน้าที่ดูแลหมาป่าทั้งสี่ตัว ออนก้าผู้มีปฎิกิริยาและรับรู้ดีที่สุดมีหน้าที่คอยระวังภัยจากสัตว์ร้ายหรือแมลงที่อาจจะเข้ามาโจมตี

“นี่ก็บ่ายมากแล้วพวกเจ้าหยุดพักอยู่แถวนี้ก่อน ข้าจะลองไปสำรวจทางทิศใต้ดูสักหน่อย” ชายหนุ่มลงมาหยอกล้อกับหมาป่าทั้งสี่ตัวก่อนจะบินขึ้นฟ้าไปทางทิศใต้

ออนก้าเดินหาทำเลที่ตั้งบ้านของพวกเขา หลังจากออกจากเมืองอากิม่าวินให้ออนก้าเป็นคนจัดการเรื่องบ้านหลายต่อหลายครั้ง จนในที่สุดเขาจึงยกหน้าที่นี้ให้กับหญิงสาวไปโดยปริยาย

“แอลฟ่าช่วยข้าตัดต้นไม้แถวนี้ออกสัก 4-5 ต้นสิ” ออนก้าชี้นิ้วไปยังบริเวณที่ต้องการใช้เป็นจุดค้างแรม แม้ว่าป่าแห่งนี้เป็นป่าโปร่งแต่ระยะห่างระหว่างต้นไม้เหล่านี้ไม่เพียงพอที่จะใช้เป็นที่ตั้งบ้านหลังใหญ่ของพวกเขา

แอลฟ่าโค่นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เธอไม่สามารถโอบได้รอบด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว หลังจากแอลฟ่าขึ้นสู่ขั้นจอมทัพเมื่อไม่กี่วันก่อน พละกำลังของเธอได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากเธอสามารถลากต้นไม้ที่มีน้ำหนักราวหนึ่งตันได้อย่างไม่ยากเย็น เมื่อปรับพื้นจนเป็นที่พอใจแล้วออนก้าจึงนำบ้านออกมาตั้งบริเวณลานกว้าง เจ้าหนึ่ง สอง สาม สี่ รวมทั้งม้าสองตัวถูกพาเข้าไปในคอกที่อยู่ในบริเวณรั้วของบ้านหลังใหญ่

เมื่อทั้งสองช่วยกันปรับปรุงพื้นที่โดยรอบบ้านเสร็จแล้ว ออนก้าเข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารเย็น แอลฟ่ากำลังแปรงขนม้าทั้งสองตัวที่ยืนกินหญ้าอย่างสบายอารมณ์อยู่ภายในคอก โดยมีเจ้าหนึ่ง สอง สาม สี่นอนมองการกระทำของเธออย่างสนใจ

มิชเชลกลับเข้าห้องนอนชั้นล่างเธอกำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือเวทมนต์เล่มใหญ่ ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่มิชเชลสามารถใช้เวทมนต์ได้ ในตอนกลางเธอฝึกซ้อมอย่างหนัก ส่วนเวลาว่างเธอใช้เวลาเกือบทั้งหมดกับการทำความเข้าใจในเวทมนต์ในหนังสือเล่มนี้ แม้ว่าในตอนนี้หญิงสาวจะอยู่ถึงขั้นจอมทัพแล้วก็ตามแต่เธอกลับสามารถใช้เวทมนต์ได้เพียง 2 ธาตุเท่านั้น

---------------------------------

วินบินอยู่เหนือยอดไม้เพื่อสำรวจพื้นที่ป่าที่กว้างใหญ่ไพศาล ป่าที่เต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์ราวกับจิตกรฝีมือดีที่บรรจงแต่งแต้มสีสันให้กับผืนป่า ชายหนุ่มหยุดนิ่งอยู่กับที่เหนือยอดของต้นไม้ขนาดใหญ่แล้วมองไปรอบๆตัว ที่ผ่านมาเขาพบแมลงจำนวนมากบินวนรอบๆต้นไม้ที่ต่างผลิดอกหลากสีเพื่อดึงดูดแมลงให้มาช่วยผสมเกสร แต่บริเวณนี้กลับไม่มีแมลงมาให้เขาเห็นแม้แต่ตัวเดียว

ทันใดนั้นสายตาของเขาก็พลันเหลือบไปเห็นไม้เลื้อยขนาดใหญ่ที่แตกแขนงกิ่งก้านออกคลอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่บนพื้นดิน ไม้เลื้อยเหล่านั้นเป็นต้นไม้ที่เขาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เถาของมันมีขนาดใหญ่พอๆกับท่อนขาของเขา ใบของมันเล็กเรียวเป็นมันเงาดูแล้วไม่เข้ากันกับเถาที่มีขนาดใหญ่ สิ่งที่สะดุดตาคือดอกสีเขียวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบหนึ่งเมตรจำนวนมากมายของมัน มันมีลักษณะคล้ายกับหอยสองฝาที่เปิดแง้มออกเล็กน้อย วินเห็นซากแมลงจำนวนมากอยู่ภายใน แม้ดูจากภายนอกแล้วมันจะดูไม่น่าเป็นที่ดึงดูดแมลงสักเท่าไร แต่สิ่งที่ทำให้แมลงจำนวนมากมายต้องตกเป็นเหยื่ออันโอชะของมันคือกลิ่น กลิ่นหอมอ่อนๆที่ฟุ้งกระจายไปทั่วป่ามันเป็นตัวกระตุ้นให้แมลงเหล่านี้ต่างตรงมาหามันอย่างอดไม่ได้

            เมื่อเขาประเมินสิ่งที่คิดว่าพืชตรงหน้าทำให้วินต้องแปลกใจ เจ้าเถากินแมลงที่หน้าตาเหมือนพืชกลับกลายเป็นสัตว์อสูรชนิดหนึ่ง

 

            เถากาบหอยยักษ์ ธาตุดิน, น้ำ, ลม, ไฟ

            ขั้นราชา ระดับ 2,3

 

            เลยจากเถากาบหอยไปไม่ไกลมีสัตว์อสูรอีกชนิดหนึ่ง พวกมันมีเถายาวคล้ายเถากาบหอย ดอกมีลักษณะคล้ายถุงสีเขียวทึบที่มีความสูงประมาณ 2 เมตร ด้านบนที่คล้ายปากมีฝาที่เปิดปิดได้ พวกมันใช้เถาพันกับตันไม้ใหญ่แล้วห้อยดอกสีเขียวไว้ข้างลำต้น

 

            เถาหม้อแกงลิง ธาตุดิน, น้ำ, ลม, ไฟ

            ขั้นราชา ระดับ 6,7

 

            สัตว์อสูรทั้งสองสามารถแยกธาตุได้โดยง่ายโดยดูจากสีของเถาของพวกมัน ตัวที่เป็นธาตุดินจะมีเถาสีส้ม ธาตุน้ำสีฟ้า ธาตุลมสีเขียว และธาตุไฟเถาจะเป็นสีแดง วินยิงหอกธาตุลมไปยังดอกหนึ่งของเถาธาตุน้ำ แม้ว่าดอกนั้นจะถูกเผาแต่ดอกอื่นๆรวมทั้งเถาของมันยังคงอยู่ ชายหนุ่มยิงหอกลมไปยังเถาธาตุน้ำขนาดใหญ่บนพื้นดินจนมันขาดออกจากกัน เลือดสีแดงพุ่งกระจายไปเต็มพื้น ส่วนปลายของเถานั้นเริ่มเหี่ยวลงในขณะที่อีกส่วนหนึ่งหดกลับไปยังตัวของมันอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มบินตามเถาที่หดกลับไปราวกับงูที่กำลังเลื่อยถอยหลัง

หลังจากตามไปประมาณ 200 เมตรเขาต้องตกใจเมื่อพบกับร่างกายของสัตว์อสูครที่แปลกประหลาดตัวนี้ ตัวที่สูงใหญ่ของมันคล้ายกับลำต้นของต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีความสูงมากกว่า 10 เมตร สายตาคู่ใหญ่สีแดงเพลิงกำลังจับจ้องมายังชายหนุ่มที่บินอยู่เหนือยอดไม้

สองเท้าขนาดใหญ่ของมันก้าวเดินเข้าไปหาชายหนุ่มอย่างช้าๆ วินยังคงบินนิ่งอยู่เหนือยอดไม้เขาอยากรู้ว่าสัตว์อสูรตัวนี้ต้องการอะไร เมื่อมันเดินเข้าใกล้ชายหนุ่มจนทั้งคู่ห่างกันเพียง 50 เมตร แขนข้างหนึ่งของมันสะบัดขึ้นส่งให้เถาวัลย์มากกว่า 10 เส้นที่ปลายแขนพุ่งตรงมายังชายหนุ่ม ชายหนุ่มร่ายวิหคลมขนาดใหญ่บินสวนกลับไปเมื่อวิหคธาตุลมที่มีปีกกว้างกว่า 10 เมตรบินผ่านเถาวัลย์เหล่านั้นไป ปีกอันคมกริบตัดเถาวัลย์ทั้ง 12 เส้นจนขาดร่วงลงสู่ดิน แม้จะมองไม่เห็นปากของมันแต่เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดดังออกมาจากตัวสีน้ำตาลขนาดใหญ่ที่เหมือนกับลำต้นของต้นไม้

เถาทั้งหมดหดกลับมายังร่างของมัน มันสะบัดเถาสีฟ้าที่ยาวมากกว่าร้อยเมตร ถุงล่อแมลงขนาดประมาณ 2 เมตรจำนวนมากพุ่งเข้าหาชายหนุ่มจากทุกทิศทุกทาง วินป้องกันด้วยเกราะธาตุลม ถุงเหล่านั้นกระแทกกับเกราะธาตุลมแล้วตกลงใส่ต้นไม้ด้านล่าง น้ำย่อยที่อยู่ภายในถุงหกใส่ต้นไม้หลายต้นด้วยฤทธิ์น้ำย่อยที่เป็นกรดอย่างแรงกัดกร่อนต้นไม้เหล่านั้นจนเหี่ยวเฉาในทันที

วินรู้สึกตกใจไม่น้อยโชคดีที่เขามีเกราะธาตุคอยป้องกันอยู่ หากน้ำย่อยเหล่านี้กระเด็นโดนเขาเพียงเล็กน้อยอาจสร้างบาดแผลขนาดใหญ่บนร่างกายได้ไม่ยาก

ชายหนุ่มตัดสินใจกำจัดสัตว์อสูรเหล่านี้ในทันที วิหคธาตุลมสามตัวบินวนรอบๆร่ายขนาดใหญ่ของมัน ปีกอันคมกริบตัดผ่านร่างของมันอย่างง่ายดาย วิหคลมบินวนร่างนั้นเพียงไม่กี่รอบร่างขนาดใหญ่ของเถาหม้อแกงลิงได้ล้มลงฟาดพื้นเสียงดังสนั่น เลือดจำนวนมากของมันไหลนองพื้นเถาที่ปราศจากชีวิตเริ่มเหี่ยวลงอย่างช้าๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #480 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 23:28
    สนุกดีครับ
    #480
    0