ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,468 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    445

    Overall
    254,468

ตอนที่ 79 : อสูรโคลน (ตอน 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3860
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    21 พ.ย. 59

            “อะไรนะ ท่านรู้สาเหตุที่แมลงบริเวณนี้หายไปหมดแล้วอย่างงั้นรึ” แอลฟ่าร้องขึ้นหลังชายหนุ่มเล่าเรื่องที่ไปพบกับสัตว์อสูรแปลกประหลาดเมื่อตอนเย็น

            “แม้พวกมันจะมีหน้าตาคล้ายพืชแต่มันเป็นสัตว์อสูรที่ร้ายกาจ น้ำย่อยของมันสามารถกัดกร่อนจนต้นไม้ใหญ่เหี่ยวเฉาได้ในเวลาไม่นาน โชคดีที่มันไม่สามารถกัดกร่อนเกราะธาตุของข้าได้” วินบอกรายละเอียดปลีกย่อยให้หญิงสาวฟัง

            “แล้วท่านวินจะทำอย่างไรต่อไปคะ” ออนก้าถามขึ้น

            “ข้าคิดว่าเราควรหลีกเลี่ยงเจ้าพวกนี้ แม้ว่าพวกมันจะมีน้ำกรดที่อันตรายแต่มันเดินได้ช้ามาก หากเราไม่อยู่ในรัศมีเถาของพวกมันก็คงไม่เป็นอันตรายอะไร” ชายหนุ่มเสนอ หญิงสาวทั้งสามพยักหน้าเห็นด้วย

            ชายหนุ่มกางแผนที่ฉบับใหญ่ลงบนพื้นเขาครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่แล้วชี้ไปบนจุดหนึ่งของแผนที่ “พวกเราน่าจะอยู่ในส่วนลึกของป่าแห่งนี้ หากเราเลี่ยงเถาพวกนี้ได้อีกไม่นานก็จะพบกับอสูรตัวถัดไป”

            “ท่านวินข้าคิดว่าจะหยุดอ่านเวทธาตุน้ำและดินไว้ก่อนแล้วมาทำความเข้าใจเวทแสงก่อนดีไหมคะ” มิชเชลถือหนังสือเล่มใหญ่ตรงมาหาชายหนุ่มที่กำลังเก็บแผนที่ลงในแหวนมิติ

            “ดีเหมือนกัน ข้าเห็นเจ้าทำความเข้าใจสองธาตุนั้นมานาน ใจจริงข้าอยากให้เจ้าใช้เวทที่มีอยู่ให้คล่องกว่านี้เสียก่อนเสียด้วยซ้ำ”

 

            ตกดึกเสียงหมาป่าทั้งสี่ตัวเห่ากันเสียงดัง วินและมิชเชลที่ยังไม่นอนเดินออกมาดูหน้าประตูบ้าน

            “พวกมันอาจได้ยินเสียงสัตว์หรือแมลงยักษ์ที่มาป้วนเปี้ยนแถวนี้ก็เป็นไปได้” วินมองออกไปด้านนอกเห็นเพียงความมืดมิด

            “ชู่วววว” มิชเชลส่งเสียงบอกเจ้าหนึ่ง สอง สาม สี พวกมันก็เชื่อหญิงสาวแต่โดยดี หลังจากส่งเสียงคำรามอีกไม่กี่ครั้งหมาป่าทั้งสี่ก็หมอบลงราวกับไม่มีอะไรผิดปกติ

            รุ่งเช้าออนก้าตื่นมาเป็นคนแรกเหมือนทุกวัน เธอรู้สึกว่าเวลานี้ดวงอาทิตย์ควรจะขึ้นแล้วแต่ทำไมท้องฟ้าด้านนอกถึงยังมืดอยู่ ออนก้าเดินออกไปดูหน้าประตูพบว่า ท้องฟ้าที่ดูเหมือนมืดนั้นแท้ที่จริงแล้วมีบางสิ่งมาคลุมอยู่รอบเกราะธาตุลมที่ปกป้องบ้านหลังนี้อยู่ แสงที่ลอดผ่านมาได้เล็กน้อยทำให้เธอเห็นว่าสิ่งที่ปกคลุมนั้นเหมือนเถาวัลย์ขนาดใหญ่ที่ขดไปมา

            “ท่านวินนนน มิชเชลลลล แอลฟ่า” ออนก้าตะโกนเสียงด้งด้วยความตกใจ

            “ยังไม่เช้าเลยนิ เจ้าเรียกพวกข้าซะเสียงดัง” ชายหนุ่มปิดปากหาว โดยมีหญิงสาวสองคนเดินตามออกมาในชุดนอน

            “พวกท่านดูนั่นสิ เหมือนมีต้นไม้มาเลี้อยปกคลุมเกราะธาตุลมที่ครอบบ้านของเราอยู่” ออนก้าชี้ไปยังช่องแสงสว่างขนาดเล็ก หมาป่าทั้งสี่ตัวเริ่มส่งเสียงเห่ากรรโชกขึ้นอีกครั้ง

            “นั่นมันเถากินแมลงที่ข้าเจอเมื่อวานนี้นิ” วินขยี้ตาตัวเองก่อนจะร้องอย่างตกใจ

            “เหมือนว่าพวกมันพยายามจะเข้ามาภายในนี้” มิชเชลแหงนมองด้านบน

            “เจ้าพวกนี้เอาไว้ไม่ได้ซะแล้ว” ชายหนุ่มบ่นพึมพำ

            วินออกมายืนบริเวณลานหน้าบ้านคทาสีดำที่มีประกายจางๆของสีธาตุทั้งสี่ถูกชูขึ้นไปบนท้องฟ้า ไฟสีม่วงพุ่งออกไปเป็นสายยาวจนชนขอบของเกราะธาตุลมจากนั้นมันแผ่ออกเป็นเกราะธาตุไฟที่ร้อนแรงและเข้มข้น เวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่อึดใจชายหนุ่มลดคทาลงเกราะธาตุไฟที่ร้อนแรงพลันหายไปด้วย แสงแดดส่องผ่านเกราะใสธาตุลมลงมาสู่บ้านและพื้นดินด้านในเกราะทรงโดมอีกครั้ง

            คนทั้งสี่มองไปรอบนอกของเกราะลม แม้ว่าเถากินแมลงที่เกาะอยู่บนเกราะธาตุลมจะถูกไฟสีม่วงของชายหนุ่มเผาจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นคือเถากินแมลงทั้งสองชนิดรวมตัวกันอยู่เป็นจำนวนมาก เถากินแมลงทั้งสองชนิดเบียดเสียดแออัดกันทั่วรัศมีมากกว่า 1 กิโลเมตรรอบบ้านหลังใหญ่ อาจเพราะพวกมันได้กลิ่นมนุษย์และสัตว์ที่อยู่ภายในบ้านแห่งนี้ สัตว์อสูรกินแมลงเหล่านี้จึงมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก

            “พวกเจ้าอยู่ในนี้ ห้ามออกไปข้างนอกเด็ดขาด” ชายหนุ่มบอกหญิงสาวทั้งสามก่อนจะบินขึ้นฟ้าด้วยปีกธาตุลม

            วิหคเพลิงตัวใหญ่สีม่วงบินวนไปรอบๆบ้านหลังใหญ่สองชั้น ทุกที่ที่มันบินผ่านไปกลายเป็นทะเลเพลิงในพริบตา สิ่งที่หลงเหลือไว้หลังวิหคเพลิงผ่านไปมีเพียงกองเถ้าถ่านของสัตว์อสูรและต้นไม้โดยรอบ

            ยางเหนียวข้นถูกพ่นออกจากต่อมขนาดใหญ่ปลายเถา พวกมันต่างช่วยกันพ่นยางข้นไปยังวิหคเพลิงตัวใหญ่ หากน้ำยางเหล่านั้นถูกพ่นออกจากเถากินแมลงเพียงตัวเดียวมันคงไม่สามารถทำอะไรวิหคเพลิงได้แม้แต่น้อย ขณะนี้เถากินแมลงทั้งสองชนิดจำนวนนับร้อยนับพันตัวต่างช่วยกันพ่นยางเหนียวๆไปยังวิหคเพลิงตัวนั้น แม้ยางเหนียวจะไม่สามารถดับไฟสีม่วงที่ร้อนแรงได้แต่ด้วยปริมาณที่มากมันได้ตรึงร่างนกไฟไว้กับพื้นดิน เมื่อวิหคเพลิงถูกหยุดไว้ได้ไฟที่กำลังลุกลามก็ถูกจำกัดพื้นที่

            ชายหนุ่มบินนิ่งอยู่กลางอากาศเขามองการกระทำของพวกมันอยู่อย่างเงียบๆ หากเป็นสัตว์อสูรทั่วไปแม้จะตัวใหญ่อย่างฝูงโทรลวิหคเพลิงขนาดใหญ่เพียงตัวเดียวสามารถทำลายพวกมันได้นับพันตัว แต่ด้วยความร่วมมือของเถากาบหอยยักษ์และเถาหม้อแกงลิง พวกมันสามารถตรึงร่างนกไฟยักษ์ตัวนี้ไว้ได้โดยที่วิหคเพลิงสามารถฆ่าพวกมันได้เพียงไม่ถึง 100 ตัว

            วินร่ายเวทอีกครั้ง เขาส่งวิหคเพลิงขนาดเล็กกว่าเดิมถึงหนึ่งในสี่ นกไฟจำนวนสามโหลบินเคียงคู่กันกลายเป็นฝูงนกขนาดใหญ่ แม้ว่าเถากินแมลงจะช่วยกันพ่นยางเหนียวใส่ฝูงนกไฟเหล่านี้แต่ด้วยขนาดตัวที่เล็กลงมันจึงโดนยางเหนียวไม่มากนัก เวลาผ่านไปเกือบนาทีนกไฟ 3 ตัวแรกได้ตกลงสู่พื้นฝูงนกไฟที่เหลือยังคงบินโฉบเฉี่ยวภายใต้การควบคุมของชายหนุ่ม วินบังคับให้ฝูงนกไฟบินร่อนเป็นวงกลมโดยมีบ้านของเขาเป็นจุดศูนย์กลาง สี่นาทีผ่านไปฝูงนกไฟทั้งหมดได้ถูกตรึงไว้กับพื้นดินอีกครั้ง

            รอยยิ้มเผยขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มแม้ว่านกไฟฝูงนี้จะถูกตรึงไว้ได้ด้วยเวลา 4 นาที วินมองไปยังจุดที่นกไฟเหล่านี้ตกลงไประยะทางระหว่างจุดเหล่านี้ห่างกันประมาณ 100 เมตรเท่าๆกัน วินกระแทกคทาในมือกับอากาศไฟบนตัวนกไฟที่ถูกตรึงไว้เหล่านั้นกลับโหมขึ้นแรงกว่าเดิม

ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!

ชายหนุ่มกระแทกคทากับอากาศอีกครั้งร่างของนกไฟเหล่านั้นเริ่มระเบิดทีละตัว เปลวไฟที่โหมขึ้นบวกกับแรงระเบิดทำให้รัศมีหนึ่งร้อยเมตรรอบๆร่างนกไฟกลายเป็นทะเลเพลิงอีกครั้ง ชายหนุ่มยิ้มให้กับผลงานของเขาเอง เมื่อมองไปโดยรอบเพื่อดูผลงานของตนเองเสร็จแล้วเขาบินร่อนกลับลงไปหาหญิงสาวทั้งสาม

เสียงระเบิดที่ดังขึ้นถี่ๆทำให้หญิงสาวทั้งสามคนต้องใช้สองมืออุดหู พวกเธองวยงงกับสิ่งที่เห็น เธอทั้งสามล้วนเห็นว่าวิหคเพลิงเหล่านั้นตกลงไปนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นดินแล้วแต่ทำไมชายหนุ่มจึงสามารถทำให้มันระเบิดได้

“มะ..เมื่อครู่นี้คืออะไรหรือคะ” มิชเชลถามขึ้นอย่างตื่นเต้น

“เวทซ้อนเวท” วินพูดเพียงสั้นๆ ท่ามกลางความสงสัยที่มากขึ้นของหญิงสาวทั้งสาม

“เวทซ้อนเวท คืออะไรหรือคะ” มิชเชลส่งสายตาเป็นประกายด้วยความอยากรู้

“ข้าจะอธิบายอย่างไรดีละ เอาเป็นว่าข้าร่ายวิหคเพลิงโดยที่มีเวทระเบิดอยู่ในตัวของมัน เมื่อวิหคเพลิงตกลงบนพื้นข้าได้กระตุ้นให้ความร้อนที่อยู่ภายในวิหคเพลิงแผ่ขยายออกจากนั้นจึงทำให้เวทระเบิดเกิดระเบิดขึ้น เจ้าเข้าใจไหม” ชายหนุ่มอธิบาย

“เอิ่ม...ไม่เข้าใจ” หญิงสาวทั้งสามคนส่ายหน้าพร้อมกัน

“ข้ารู้แต่ว่าท่านวินของข้าเก่งที่สุด” แอลฟ่าโผเข้ากอดชายหนุ่ม ในขณะที่มิชเชลกำลังไล่เรียงคำพูดที่วินพูดเมื่อครู่อย่างคร่ำเคร่ง

“พวกเราจะออกเดินทางต่อเลยไหมคะ” ออนก้าถามขึ้น

“ดีเหมือนกัน นี่ก็สายมากแล้ว” ชายหนุ่มแหงนหน้ามองดวงอาทิตย์ที่โผล่ขึ้นเหนือยอดไม้

            ทันทีที่ทุกคนออกจากเกราะธาตุลมที่ครอบคลุมบ้านกลิ่นเหม็นเหมือนยางไหม้ลอยตลบอบอวล สลับกับกลิ่นฉุนของน้ำกรดของเถากินแมลงเหล่านี้

            พื้นที่โดยรอบถูกเผาจนเป็นทุ่งโล่งไกลสุดสายตา ชายหนุ่มตัดสินใช้ที่จะใช้รถม้าเพื่อง่ายต่อการควบคุมเจ้าหนึ่งถึงสี่ ทุกคนรู้สึกดีขึ้นเมื่ออยู่ในรถม้าที่ได้รับการปกป้องจากเกราะธาตุลมอีกครั้ง ชายหนุ่มควบคุมรถม้าให้วิ่งไปในทิศต้นลมเพื่อให้พ้นจากกลิ่นเหล่านี้ให้เร็วที่สุด ตลอดทางที่รถม้าวิ่งผ่านมีเพียงเถ้าถ่านและเศษซากชิ้นส่วนของเถากินแมลงที่กระจัดกระจายไปทั่ว เมื่อพ้นจากพื้นดินที่ไหม้ดำอันมีรัศมีมากกว่า 1 กิโลเมตร แอลฟ่าสลับขึ้นมาเป็นผู้ขับรถม้าแทนชายหนุ่ม

            วินบินขึ้นบนท้องฟ้าเขาพยายามมองหาอสูรร้ายตัวที่หก ชายหนุ่มแน่ใจว่ามันจะต้องอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก วินบินไกลออกไปจากหญิงสาวสามคนและรถม้าของเขาเรื่อยๆ

           

            “แอลฟ่าเร่งฝีเท้าม้าหน่อย ข้าคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติ” ออนก้าจับสัมผัสถึงเหตุร้ายที่ใกล้เข้ามาอย่างแจ่มชัด

            ครืด!! คราด!!!

            เสียงการเคลื่อนไหวบางอย่างดังมาจากด้านซ้ายของรถม้า แอลฟ่าควบม้าไปในทิศทางตรงกันข้ามกับเสียงที่ได้ยินในทันที

            หลังจากวิ่งหนีบางสิ่งที่ออนก้าเชื่อว่าเป็นอันตรายร้ายแรงอยู่ไม่นาน ม้าทั้งสองตัวได้หยุดชะงักฝีเท้าโดยที่แอลฟ่ายังไม่ได้สั่ง รถม้าทั้งคันค่อยๆจมลงไปในบ่อโคลนทั้งที่ก่อนหน้าแอลฟ่าแน่ใจว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นดินแข็ง 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #489 ວๅઈຮ้ๅઈ (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 20:07
    ตืดตามๆครับผม
    #489
    0
  2. #488 Thank you (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 18:54
    ขอบคุณครับ
    #488
    0
  3. #487 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 20:49
    สนุกดีครับ
    #487
    0