ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 255,204 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,573 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    475

    Overall
    255,204

ตอนที่ 80 : อสูรโคลน (ตอน 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3707
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    24 พ.ย. 59

เถาวัลย์ขนาดใหญ่เลื้อยมาพันรอบเกราะธาตุลมที่ห่อหุ้มรถม้าทั้งคันอยู่ มันลากเกราะทรงโดมที่มีรถม้าอยู่ภายในไปหาตัวของมันอย่างช้าๆ เจ้าสองและเจ้าสามตกลงมาจากหลังคารถม้าในขณะที่เจ้าหนึ่งและเจ้าสี่ตะเกียกตะกายหาที่ยึดเกาะตามสัญชาติญาณ

หญิงสาวทั้งสามคนกระโดดลงจากรถม้า พวกเธอต่างถืออาวุธของตนในท่าเตรียมพร้อมการถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวไม่ได้เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นครั้งแรก คนทั้งสามจึงพร้อมที่จะรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ออนก้าและแอลฟ่าพุ่งไปยังเถาวัลย์ขนาดใหญ่ที่โอบล้อมรถม้าของตน อาวุธอันคมกริบในมือของพวกเธอตัดทำลายไม้เลื้อยขนาดหนึ่งคนโอบได้อย่างง่ายดาย เถาวัลย์เหล่านั้นไม่ได้หดกลับแต่อย่างใด กลับมีเถาวัลย์ขนาดเขื่องจำนวนมากพุ่งตรงมายังรถม้าและหญิงสาวทั้งสาม

เถาวัลย์จำนวนมากตรงเข้าฟาดและพยายามที่จะโอบรัดหญิงสาวสามคน มิชเชลยิงเวทไฟไปยังเถาวัลย์เส้นหนึ่งทีจับตัวเจ้าสองเอาไว้ บอลไฟสีส้มของเธอทำได้เพียงสร้างรอยไหม้ตื้นๆบนเถาวัลย์เส้นใหญ่ ออนก้าและแอลฟ่ายังคงฟาดฟันกับไม้เลื้อยขนาดใหญ่จำนวนมากด้วยความเร็วของพวกเธอเถาวัลย์เหล่านั้นไม่สามารถทำอันตรายเธอได้แม้เพียงนิด แต่กระนั้นจำนวนไม้เลื้อยเหล่านั้นดูเหมือนว่าไม่ได้ลดลงเลย

จำนวนเถาวัลย์เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง พวกมันโอบล้อมรอบเป็นวงกลมขนาดใหญ่ เมื่อเห็นว่าเวทไฟของตนใช้ไม่ได้ผลมิชเชลจึงเปลี่ยนมาใช้เวทใหม่ที่ตนเองคิดขึ้น หอกไฟสีแดงยาวกว่า 2 เมตรพุ่งตรงไปยังเถาวัลย์เส้นที่จับเจ้าสองไว้ รอบเวทไฟที่หมุนเหมือนควงสว่านถูกโอบล้อมด้วยเวทลมสีเขียวที่เกรี้ยวกราด แม้ว่าความร้อนของหอกไฟจะเท่ากับบอลไฟที่เธอร่ายไปเมื่อก่อนหน้า แต่การทำงานร่วมกันของเวททั้งสองกลับส่งผลให้เพิ่มความรุนแรงของเวททั้งสองให้เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ บวกกับการหมุนควงอย่างรวดเร็วดังเช่นควงสว่านยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการทะลุทะลวงให้สูงขึ้นเป็นอย่างมาก

หอกไฟของหญิงสาวพุ่งทะลุเถาวัลย์เส้นใหญ่อย่างง่ายดาย ด้วยความแรงของมันมันยังส่งผลให้เถาวัลย์ที่ทับซ้อนกันหลายชั้นทะลุเป็นรูใหญ่จนสามารถมองเห็นต้นไม้ด้านนอก เจ้าสองหลุดออกจากพันธนาการมันวิ่งเข้าไปกัดเถาวัลย์เส้นข้างๆที่โอบรัดเจ้าหนึ่ง สาม และสี่เอาไว้

แม้ว่าการร่ายเวทสองสายของมิชเชลจะใช้มานาน้อยกว่าการประสานเวทอยู่มากแต่มันกลับต้องใช้สมาธิมากกว่าการประสานเวทมากเช่นกัน เธอยิงหอกควงสว่านไฟและลมออกไปเพียงแค่ 10 กว่าอันแต่กลับทำให้เธออ่อนล้าจนเหนื่อยหอบ

ทันใดนั้นพื้นดินทั้งหมดภายในวงล้อมของเถาวัลย์กลับกลายเป็นโคลน หญิงสาวทั้งสามกำลังจมลงไปในบ่อโคลนดูดขนาดใหญ่ แม้ออนก้าจะมีความเร็วมากที่สุดในกลุ่มเธอยังไม่สามารถหลุดรอดจากบ่อโคลนดูดบ่อนี้ไปได้

 

เสียงระเบิดของเวทไฟอย่างต่อเนื่องจนวินที่บินสำรวจออกไปไกลได้ยิน ชายหนุ่มหันกลับไปยังทิศต้นเสียง เขาเห็นควันดำลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ จุดที่มีควันหนาแน่นเป็นตำแหน่งเดียวกันกับที่หญิงสาวทั้งสามและรถม้ากำลังวิ่งอยู่

วินรีบบินกลับไปยังจุดปะทะอย่างเร็วที่สุด เมื่อกลับมาถึงเขาเห็นเถาวัลย์ขนาดใหญ่ขดกันเป็นวงกลมรัศมีประมาณ 100 เมตร ด้านในมีหญิงสาวสามคนที่จมลงไปในโคลนอย่างช้าๆจนขณะนี้พวกเธอจมลงไปในบ่อโคลนครึ่งตัวแล้ว ส่วนเจ้าหนึ่งถึงสี่ถูกเถาวัลย์จับห้อยโตงเตงอยู่เหนือพื้นดินหลายเมตร ม้าสองตัวและรถม้าถูกลากเข้าไปใกล้ต้นไม้ขนาดใหญ่เข้าไปทุกที

ชายหนุ่มบินลงไปดึงหญิงสาวทั้งสามให้ขึ้นจากบ่อโคลนดูด เขาใช้เวทมนต์สร้างลานหินขนาดใหญ่ด้านนอกแล้วพาพวกเธอทั้งหมดไปพักบนลานหินนั้น ก่อนจะหันกลับไปช่วยเจ้าหนึ่งถึงสี่จากเถาวัลย์ขนาดใหญ่ที่โอบรัดร่างของพวกมันเอาไว้เมื่อส่งหมาป่าทั้งสี่ตัวให้กับหญิงสาวทั้งสามแล้ว ชายหนุ่มร่ายเกราะธาตุลมครอบคลุมลานหินสีดำขนาดใหญ่ ก่อนจะคลุมทับอีกชั้นด้วยเกราะธาตุไฟที่ร้อนแรง

“พวกเจ้าอยุ่ที่นี่ห้ามออกมาจนกว่าข้าจะกำจัดเจ้าตัวใหญ่นั่นได้ บนแผ่นหินนี้อสูรตนนั้นจะไม่สามารถเปลี่ยนมันให้เป็นโคลนได้” วินเตือนหญิงสาวทั้งสามคน

“ค่ะ” ทั้งสามคนรับคำพร้อมกัน แม้ว่าพวกเธออยากจะช่วยชายหนุ่มสู้กับอสูรโคลนตัวนั้น แต่เธอทั้งสามได้เห็นแล้วว่าด้วยกำลังของพวกเธอจะเป็นตัวถ่วงของชายหนุ่มเสียมากกว่า

วินบินตรงไปยังม้าสองตัว พวกมันยังโชคดีที่ยังคล้องลูกแก้วที่มีพลังของเกราะธาตุลมเอาไว้อยู่ มันจึงไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย นอกจากอาการตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ส่วนรถม้าแม้จะอยู่ในเกราะธาตุลมอีกอันหนึ่งแต่มันได้ถูกกระแทกไปมาจนชิ้นส่วนหลายชิ้นหลุดกระจัดกระจายให้เห็น

วิหคลมตัดเถาขนาดใหญ่ที่ยังคงลากม้าทั้งคู่จนขาดสะบั้น ชายหนุ่มสร้างพื้นหินและกรงขังม้าเพื่อป้องกันพวกมันเตลิด เมื่อจัดการกับม้าทั้งคู่เสร็จแล้ว เขาจึงบินไปยังเถากินแมลงสีน้ำตาลขนาดใหญ่

เถากินแมลงหรืออสูรโคลนตนนี้ (ขอเรียกว่าอสูรโคลนนะครับ) เป็นเถากินแมลงเช่นเดียวกันกับเถากาบหอยยักษ์และเถาหม้อแกงลิง ต่างกันที่มันไม่มีดอกเทียมที่ใช้ล่อแมลง ลำต้นขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 3 เมตร ส่วนบนสุดของลำต้นที่สูงมากกว่า 13 เมตรมีลักษณะคล้ายดอกลำโพงขนาดใหญ่ยักษ์สี่ดอกที่มีสี่สี นอกจากความสวยงามเพื่อล่อแมลงแล้วมันยังสร้างสารฟิโรโมนที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆเพื่อดึงดูดให้แมลงเข้าหามัน นอกจากมันจะกินแมลงทางปากทั้งสี่ที่มีหน้าตาคล้ายดอกลำโพงแล้ว กลางลำต้นยังมีปากขนาดใหญ่อีก 2 ปาก ส่วนโคนของมันเต็มไปด้วยเถาวัลย์ขนาดใหญ่ที่ยาวมากกว่า 200 เมตรเถาวัลย์เหล่านี้แท้จริงแล้วเป็นแขนจำนวนมากที่สามารถยืดออกได้ของมัน แขนเหล่านี้มีหน้าที่เลื้อยออกไปหาอาหารที่อยู่ไกลตัวมันออกไป

“จ้าววว มานุดดด บังอาจจจ ขัดขวางงง เวลาอาหารรร ของข้า.....ตายยยยย” เสียงอสูรโคลนดังออกมาจากปากที่อยู่กลางลำต้นของมัน

แขนที่คล้ายเถาวัลย์จำนวนมากพุ่งตรงมาหาวินที่บินอยู่เหนือพื้นดินเพียงไม่กี่เมตร วินมองไม่เห็นลูกตาของอสูรตนนี้แต่การโจมตีของเถาวัลย์เหล่านี้กลับสอดประสานกันได้อย่างลงตัว ชายหนุ่มมองไปที่กลางเถาพบว่าแต่ละเถาจะมีลูกตาอยู่เถาละหนึ่งคู่บริเวณห่างจากส่วนปลายสุดเข้ามาประมาณ 2 เมตร

วิหคเพลิงบินตรงไปยังเถาวัลย์เหล่านั้น นกไฟขนาดใหญ่บินชนกลุ่มเถาวัลย์หลายสิบเส้นเสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วเปลวไปลุกลามไปตามซากเถาวัลย์ที่กระจายไปทั่ว อสูรโคลนส่งเสียงแผดร้องอย่างเจ็บปวด

ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก แม้ว่าอสูรโคลนตนนี้จะอยู่ขั้นราชาระดับ 9 แล้วก็ตามแต่เวทเดียวที่มันสามารถใช้ได้คือสร้างบ่อโคลนเพื่อดักจับแมลงและเถากินแมลงชนิดอื่นที่หลงเข้ามาในเขตแดนของมัน แต่มันไม่สามารถทำอะไรเขาได้เนื่องจากเขาไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นดิน

วินยิ้มอยู่ในใจไม่นานได้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับอสูรโคลนจนชายหนุ่มตกใจ เถาวัลย์จำนวนมากที่ถูกเผาจนไหม้เกรียมกลับงอกออกมาจากบริเวณที่ถูกตัด ไม่เว้นแม้แต่ส่วนที่ไหม้จนดำ “แขนของมันสามารถงอกออกมาใหม่ได้” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง

แม้อสูรตนนี้จะสามารถฟื้นฟูร่างกายส่วนที่ขาดไปแล้วได้แต่มันกลับไม่สามารถโจมตีวินได้สะดวกนัก เนื่องจากปกติแล้วแมลงที่บินได้ต่างเข้ามาใกล้ตัวมันเพื่อไต่ตอมดอกไม้ปลอมบนร่างกาย สิ่งเดียวที่มันสามารถทำได้คือใช้เถาวัลย์ขนาดใหญ่ฟาดหรือรัดตัวของเขาเท่านั้น

วงเวทขนาดใหญ่ถูกกางขึ้นสายฟ้าจำนวนมากผ่าลงตรงที่อสูรร่างใหญ่ที่หน้าตาคล้ายต้นไม้ สายฟ้าเหล่านี้เป็นธาตุอริกับตัวของอสูรยักษ์ตนนี้ทำให้ความรุนแรงที่มันได้รับเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

ร่างที่ไหม้ดำจากการถูกสายฟ้านับพันฟาดใส่ร่างยังคงยืนตระหง่าน แต่ส่วนที่คล้ายดอกทั้งสี่ล้วนไหม้เกรียมและฉีกขาด เถาวัลย์ที่ยื่นยาวที่เปรียบเสมือนแขนจำนวนมากของมันหงิกงอลง ทั่วทั้งร่างของมันแทบจะไม่มีส่วนใดที่ไม่เป็นสีดำ

            “จบแล้วหรือ” มิชเชลหลุดปากออกมา เธอแทบจะไม่ได้มองการต่อสู้เมื่อครู่ สิ่งที่เธอจับจ้องคือทุกการกระทำของชายหนุ่ม ชายหนุ่มยังคงบินอยู่กับที่ในขณะที่สายตาทั้งคู่ยังจับจ้องไปที่อสูรร่างใหญ่ ราวกับพญาอินทรีที่ร่อนอยู่บนท้องฟ้าอย่างสง่างาม ทุกๆครั้งที่เธอได้ต่อสู้เคียงคู่กับชายหนุ่มผมสีฟ้าคนนี้ เธอรู้ดีว่าเขาแข็งแกร่งมากเพียงใด ยิ่งเมื่อเธอต้องเรียนรู้และฝึกหัดการใช้เวทมนต์เองเธอยิ่งเข้าใจในความมานะบากบั่นของชายผู้นี้เป็นอย่างดี

            “ยังหรอก” ออนก้าพูดสั้นๆ สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปยังอสูรร้ายร่างใหญ่

            อสูรโคลนเริ่มขยับตัวอย่างช้าๆ ตาทุกคู่บนเถาวัลย์กลายเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ จากนั้นไม่นานมันสะบัดเถาวัลย์ทุกเส้นอย่างรุนแรง ภาพเถาวัลย์รอบตัวอสูรพริ้วไหวเหมือนเกลียวคลื่นที่สาดซัดอยู่บนฝั่ง เสียงเถาวัลย์ขนาดใหญ่กระทบพื้นดินดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเจ้าหนึ่งถึงสี่มีสีหน้าหวาดกลัวอย่างชัดเจน พื้นดินโดยรอบเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงมันเพิ่มความแรงของการสะบัดขึ้นเรื่อยๆ

            ชายหนุ่มยังคงจับจ้องการกระทำของอสูรโคลนด้วยอาการฉงนสงสัย สาเหตุที่เขานิ่งไม่ใช่เพราะความเกรงกลัวหรือตกใจแต่อย่างใด หากแต่เพราะความอยากรู้อยากเห็นถึงการกระทำของมัน

            ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียงบางต้นโคนลงเหมือนกับถูกถอนขึ้นมา อีกนับไม่ถ้วนโยกไปมาเพราะการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงของพื้นดิน หญิงสาวทั้งสามยืนไม่ติดพื้นเธอต้องนั่งลงด้วยจำใจ ม้าสองตัวที่อยู่ไกลออกไปที่ถูกชายหนุ่มขังไว้ในกรงหินต่างร้องเสียงดังอย่างตื่นตระหนก พวกมันต่างพยศและตะเกียกตะกายเพื่อต้องการจะหลบหนีให้ไกลจากพื้นที่อันตรายแห่งนี้ สัตว์เหล่านี้ล้วนมีสัญชาติญาณในการเอาตัวรอดที่สูงมากพวกมันรู้ดีว่าพื้นที่แถวนี้กลายเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดในตอนนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #543 Noppol Piagaew (@sapairo) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:21
    เลิกเอาม้าเป็นพาหนะเถอะตายบ่อยเกิน
    #543
    0
  2. #492 Thank you (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 23:19
    ขอบคุณครับ
    #492
    0
  3. #490 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 23:27
    สนุกดีครับ
    #490
    0