ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,522 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,581 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    499

    Overall
    254,522

ตอนที่ 81 : อสูรโคลน (ตอน 3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3597
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    29 พ.ย. 59

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลังของอสูรเถากินแมลงดังสนั่นไปทั่วป่า

พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือนแรงขึ้นและแรงขึ้นจนกระทั่งผืนแผ่นดินนั้นแยกตัวออกจากกันอย่างช้าๆ  รอยร้าวที่คดเคี้ยวพุ่งตรงไปยังแผ่นหินขนาดใหญ่ที่หญิงสาวทั้งสามอยู่ แม้ว่าความเร็วของการแยกตัวจะไม่มากนักแต่อีกไม่กี่อึดใจรอยแยกนั้นคงไปถึงจุดที่หญิงสาวอยู่ด้วยระยะที่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร

            หญิงสาวทั้งสามต่างจ้องมองไปที่รอยแยกที่ค่อยๆกว้างออกจากตื่นตระหนก จากรอยแยกขนาดเล็กที่ทำให้แผ่นดินค่อยๆขยับห่างกันออกไป จนกระทั่งจุดที่ห่างที่สุดในตอนนี้เป็นร่องกว้างมากกว่า 3 เมตร

            ออนก้าจ้องมองไปในร่องลึกที่มองไม่เห็นพื้น หญิงสาวเตรียมพร้อมที่จะขยับตัวหนีออกจากแผ่นหินหนาที่ชายหนุ่มสร้างขึ้น เธอชำเลืองมองชายหนุ่มที่ยังคงมีทีท่าที่สงบนิ่ง

            วินหรี่ตามองร่องกว้างขนาดใหญ่ที่ลึกจนมองไม่เห็นพื้น เขาเข้าใจในการกระทำของอสูรตนนี้เมื่อมันไม่สามารถทำอะไรเขาได้มันจึงหันไปทำร้ายคนอื่นๆที่ชายหนุ่มต้องการปกป้องเพื่อเป็นการหันเหความสนใจ จากนั้นจึงหาโอกาสโจมตีเขาทีหลัง

            ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้รอยแยกไปถึงจุดที่หญิงสาวทั้งหมดอยู่ วงเวทขนาดใหญ่ทับซ้อนกัน 2 ชั้น เสียงคำรามอย่างต่อเนื่องของสายฟ้าส่งผลให้แขนที่เหมือนเถาวัลย์หยุดชะงักในทันที เวลาผ่านไปครึ่งนาทีเสียงคำรามของสายฟ้าเงียบสงบลง พื้นดินโดยรอบอสูรร้ายรัศมีกว่า 100 เมตรที่เคยดำไหม้เพราะถูกเวทสายฟ้าผ่าอย่างต่อเนื่องเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงจางๆ สีของพื้นดินเริ่มเข้มขึ้นและท้ายที่สุดพื้นดินบริเวณนั้นได้เปลี่ยนเป็นสีม่วง ช่วงเวลาไม่กี่วินาทีที่พื้นดินเปลี่ยนสีความร้อนบนพื้นดินได้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

            จากพื้นดินที่เคยแข็งบัดนี้มันอ่อนนิ่มและหลอมละลายจนเป็นบ่อลาวาสีม่วงขนาดใหญ่ที่มีอุณหภูมิสูงมากกว่า 5,000 องศาเซลเซียส ร่างกายขนาดใหญ่ของเถาอสูรกินแมลงที่ไม่สามารถขยับได้เนื่องจากถูกฟ้าผ่าเริ่มจมลงในลาวาอย่างช้าๆ ทุกส่วนที่จมลงไปในลาวาล้วนถูกหลอมละลายในทันที ก่อนที่อสูรโคลนจะขยับตัวได้ร่างกายของมันเกือบครึ่งก็จมลงไปในลาวา เสียงแผดร้องอย่างเจ็บปวดดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเพียงไม่นานเสียงนั้นจึงหายไป

            ชายหนุ่มหยุดการร่ายเวทเพราะเกรงว่าหากอสูรโคลนจมลงไปในลาวาทั้งตัวแล้วเขาจะหาวิญญาณธาตุของมันได้ยาก เขาเผาร่างที่เหลือของมันด้วยเวทไฟ ด้วยความร้อนของไฟสีม่วงที่ร้อนแรงเพียงเวลาไม่ถึง10 นาทีร่างที่เหลือของมันก็กลายเป็นเถ้าถ่าน อสูรโคลนตนนี้กลืนวิญญาณธาตุดินและน้ำเข้าไปหากเป็นตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่ไฟเหล่านี้อาจทำอะไรมันได้ไม่มากนัก เมื่อเก็บวิญญาณธาตุทั้งสองลูกแล้ววินจึงบินไปหาหญิงสาวทั้งสาม

            เจ้าหนึ่งถึงสี่กระดิกหางดีใจเมื่อเห็นชายหนุ่ม มันทั้งสี่ส่งเสียงเห่าเบาๆราวกับจะแสดงความยินดีในชัยชนะของเขา

            “พวกเจ้าไม่เป็นอะไรนะ” วินถามหญิงสาวสามคนที่ยังคงนั้งอยู่กับพื้น

            “เวียนหัวนิดหน่อยคะ” แอลฟ่าทำท่าพะอืดพะอมเหมือนกับตอนที่เธอเมาเรือ

            “ข้าก็เหมือนกัน” ออนก้านั่งหน้าซีดขณะที่นั่งพิงหญิงสาวผมสีทองในลักษณะหันหลังชนกัน

            “พวกเจ้านอกจากจะเมาเรือแล้วตอนนี้ยังเมาบกอีก” มิชเชลหัวเราะเบาๆก่อนจะหันไปมองม้าทั้งสองตัวที่อยู่ห่างไปหลายร้อยเมตร “เดี๋ยวข้าไปดูเจ้าสองตัวนั้นก่อน” หญิงสาววิ่งเหยาะๆไปยังม้าทั้งสองตัวที่ตอนนี้ไม่มีทีท่าตื่นกลัวเหมือนเมื่อครู่

            “ถ้าเช่นนั้นเราพักแถวนี้ก่อน รอพวกเจ้าดีขึ้นแล้วพวกเราจะเดินทางต่อ” วินมองไปยังรถม้าที่พังลงเพราะฝีมือของอสูรโคลน อย่างไรเสียอย่างน้อยก็ยังมีม้าให้พวกเขาขี่ จากนั้นไม่นานมิชเชลเดินจูงม้าสองตัวมายังจุดที่ทุกคนหยุดพัก จากการตรวจดูของมิชเชลทั้งคู่ไม่มีอาการบาดเจ็บใดนอกจากตื่นตกใจ

            หลังจากนั่งพักอยู่เกือบ 2 ชั่วโมงออนก้าและแอลฟ่ามีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั้งหมดจึงออกเดินทางต่อโดยออนก้าขี่ม้านำหน้า ให้เจ้าหนึ่งถึงสี่วิ่งตามม้าของเธอ ส่วนมิชเชลและแอลฟ่าอยู่ท้ายขบวนเพื่อป้องกันหมาป่าแสนซนออกนอกเส้นทาง

            วินบินนำหน้าขบวนเล็กน้อย ตลอดเส้นทางเขาพบเจอเถากินแมลงบ้างประปรายแต่เถาเหล่านั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนักเวทย์ที่ร้ายกาจคนนี้กลุ่มของวินจึงเดินทางต่อด้วยความราบรื่น

            “ท่านวินข้าอยากกินปู” จู่ๆแอลฟ่าก็ตะโกนบอกชายหนุ่มที่บินอยู่บนฟ้า

            “อืม...ถ้าเราไปทางตะวันตกจะเจอทะเล แต่นั่นจะทำให้เราไปยังเมืองบอนี่ประเทศตูรุสช้าไป 3 วัน” ชายหนุ่มชี้นิ้วไปยังแผนที่ที่ตนเพิ่งกางลงบนพื้น

            “ทะเล ข้าอยากเล่นน้ำทะเล” ออนก้าทำเสียงออดอ้อน

            “เจ้าละมิชเชลอยากไปทะเลไหม” แอลฟ่าสบสายตาหญิงสาวผมดำเพื่อหาเสียงเพิ่ม

            “ตกลงๆ ข้าอยู่ข้างพวกเจ้า” เสียงมิชเชลดังขึ้น

            “พวกเจ้าสรุปกันเสร็จเรียบร้อยเลย” ชายหนุ่มเกาหัว นับวันหญิงสาวทั้งสามมักจะพูดเข้าข้างกันเป็นปีเป็นขลุ่ย แต่ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มคิดว่าถูกลดคุณค่าหรือรู้สึกโกรธแต่อย่างใด เขากลับดีใจที่ทั้งสามมีความกลมเกลียวกัน

            เมื่อออกจากเขตป่าพื้นที่ด้านหน้าเป็นพื้นดินที่แตกระแหงพวกเขาต้องใช้เวลาเดินทางนับสิบวันจึงจะพ้นเส้นทางทุระกันดานแห่งนี้ ชายหนุ่มเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าทำไมถึงไม่มีผู้คนหรือสัตว์ป่าเข้าไปอยู่ในป่าที่เป็นเหมือนดั่งไข่แดงที่อยู่ใจกลางพื้นที่แห้งแล้งขนาดมหึมาแห่งนี้

            ม้าสองตัวเล็มหญ้าอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่อย่างสบายอารมณ์ ตั้งแต่เริ่มเข้าเขตทุระกันดานจนกระทั่งพ้นเขตดังกล่าวเมื่อครู่ใหญ่เป็นเวลานานนับเดือนแล้วที่มันไม่ได้พบเจอทุ่งสีเขียวขจีเช่นนี้

            ห่างจากพวกมันไม่มากนักเจ้าหนึ่งถึงสี่กำลังกระโดดไล่งับใบไม้แห้งที่ร่วงลงสู่พื้น ต้นไม้เหล่านี้กำลังผลัดใบซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าฤดูหนาวกำลังใกล้เข้ามา ในแต่ละท้องที่บนทวีปที่กว้างใหญ่ไพศาลนี้มีสภาพอากาศที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ประเทศไอกากิมีเพียง 2 ฤดูคือฤดูร้อนและฤดูฝน ส่วนประเทศตุรุสกลับมีฤดูหนาวเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งฤดู แต่ความหนาวเย็นในฤดูหนาวของประเทศนี้ยังมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับฤดูหนาวของประเทศเฟอร์กานาที่อยู่ตอนใต้ที่มักจะมีหิมะตกในฤดูหนาว

            ชายหนุ่มโยนลูกไม้ขนาดเล็กใส่หมาป่าทั้งสี่อย่างสนุกมือ เมื่อพวกมันเห็นว่าเจ้านายของมันเล่นด้วยจึงผละจากใบไม้ที่กำลังร่วงหล่นแล้วพร้อมใจกันกระโจนใส่ร่างชายหนุ่ม

            แอลฟ่าที่กำลังช่วยออนก้าเตรียมอาหารเที่ยงหันมาหัวเราะลั่นเมื่อเห็นชายหนุ่มล้มคว่ำเมื่อถูกหมาป่าร่างใหญ่ทั้งสี่ถาโถมเข้าใส่ แม้กระทั่งมิชเชลที่กำลังคร่ำเคร่งกับการฝึกฝนการใช้เวทมนต์ยังอดขำกับภาพตรงหน้าไม่ได้

            “อาหารเสร็จแล้วค่ะ” ออนก้าเดินออกมาจากบ้านเพื่อเรียกทุกคนให้ไปพร้อมกันที่โต๊ะอาหาร “ท่านวินทำไมเลอะเทอะไปหมดเลยละ” หญิงสาวปิดปากหัวเราะเมื่อเห็นชายหนุ่มกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเจ้าหนึ่งอย่างสนุกมือ

            “พอๆข้ายอมพวกเจ้าแล้ว” ชายหนุ่มยกมือขึ้นเช็ดหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายของหมาป่าทั้งสี่ เขาลุกขึ้นปัดมือเล็กน้อย

            ชายหนุ่มยื่นมือไปข้างหน้าสายน้ำพุ่งออกจากมือของเขาเหมือนกับน้ำที่พุ่งออกจากสายยาง เขาส่ายมือไปมาเพื่อฉีดพ่นน้ำไปยังเจ้าหนึ่งถึงสี่ หมาเด็กร่างใหญ่ต่างชื่นชอบพวกมันกระโดดไปมาเพื่อไล่งับน้ำที่พุ่งออกจากมือของชายหนุ่ม เมื่ออาบน้ำให้พวกมันเสร็จแล้วเขาจึงใช้เวทลมเป่าขนพวกมันจนแห้ง

            วินมักอาบน้ำให้พวกมันทั้งสี่อยู่บ่อยๆในหลายวันที่ผ่านมา มันเป็นการระบายความร้อนให้พวกมันได้เป็นอย่างดีซึ่งจะช่วยลดอาการหงุดหงิดของพวกมันที่ไม่ชอบอากาศร้อน

            “พวกเจ้านี่โตเร็วจัง อีกไม่นานคงใช้ขี่แทนม้าได้แล้วละมั้ง” ชายหนุ่มขยี้หัวเจ้าหนึ่งและสองที่เข้ามาซุกไซร้อยู่ข้างตัว

 

            “ทะเลลลลล ยะฮูๆๆๆ” แอลฟ่าลากมิชเชลและออนก้า ทั้งหมดกำลังวิ่งไปยังท้องทะเลที่เงียบสงบ คลื่นเกลียวเล็กๆม้วนกระทบชายฝั่งอย่างสงบ หาดทรายเม็ดละเอียดสีขาวทอดยาวไปไกลสุดสายตา หญิงสาวสามคนกระโดดลงน้ำทะเลโดยไม่รีรอ

            “ท่านวินมาเล่นน้ำทะเลกัน” หญิงสาวผมดำกวักมือเรียกชายหนุ่มที่กำลังยืนยิ้มอยู่ที่ชายหาด

            เจ้าหนึ่งถึงสี่วิ่งวนไปรอบๆ ตัวของชายหนุ่มเมื่อถึงชายทะเลพวกมันใช้อุ้งเท้าค่อยๆแตะน้ำทะเลอย่างหวาดๆ เมื่อคลื่นซัดถึงขาของพวกมันกลับตกใจกระโดดถอยหลังอย่างสุดตัว แม้ว่าพวกมันจะชอบเล่นน้ำแต่มันไม่เคยเห็นผืนน้ำอันกว้างใหญ่จึงอดสงสัยไม่ได้

            ชายหนุ่มยืนหัวเราะกับพฤติกรรมของหมาใหญ่ใจปลาซิวทั้งสี่ตัว เขารู้สึกผ่อนคลายลงเมื่อได้เห็นท้องทะเลอีกครั้ง ราวกับว่าได้พับเรื่องยุ่งๆเก็บเอาไว้ ระหว่างที่กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้นเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจนเขาสะดุ้ง

            “แอลฟ่าระวัง” ออนก้าตะโกนเรียกหญิงสาวผมสีทองที่ร่างกายจมอยู่ในน้ำทะเลเกือบครึ่งตัว ไวเท่าความคิดกงเล็บเสือดำถูกสวมอยู่ในมือของเธอทันที




ขออภัยที่หายไปหลายวันช่วงนี้งานยุ่งมากกกก
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #495 Thank You (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 22:28
    ขอบคุณครับ
    #495
    0
  2. #494 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 08:43
    สนุกดีครับ
    #494
    0
  3. #493 tigerfish (@tigerfish) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 03:38
    ขอบคุณมากครับ รอและติดตามอ่านนะครับ
    #493
    0