ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,440 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    417

    Overall
    254,440

ตอนที่ 84 : ทะเลทรายอาราม่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3504
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    12 ธ.ค. 59

            “องค์ราชาผู้ยิ่งใหญ่ ท่านแม่ทัพทั้งสองได้กลับมาแล้ว” ก๊อบลินร่างเล็กตัวหนึ่งเข้ารายงานต่อราชาก็อบลินที่นั่งกินอาหารอยู่ที่โต๊ะขนาดใหญ่

            “ให้พวกมันเข้ามา” ราชาก็อบลินเช็ดมือกับผ้าปูโต๊ะก่อนจะย้ายร่างขนาดใหญ่ของมันไปบนบัลลังค์

            “เป็นอย่างไรบ้าง จับเจ้าเสือยืนตัวเล็กนั่นได้หรือเปล่า” ราชาถามเสียงดัง

            ฮ๊อบก็อบลินทั้งสองมองหน้ากันอย่างหวาดๆก่อนจะรายงานเสียงอ่อย “เรียนองค์ราชาผู้ยิ่งใหญ่ เพราะเสือยืนร่างเล็กมาช่วยกองทัพของพวกมัน ทำให้กองทัพของพวกเราต้องพ่ายแพ้”

            “พวกเจ้ามันไม่ได้เรื่อง” ราชาก็อบลินยื่นมือของมันไปยังร่างของแม่ทัพก็อบลินที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 5 เมตร ก้อนน้ำแข็งทรงกลมขนาดใหญ่พุ่งไปยังร่างทั้งสอง

            ตูม ตูม!!!

            บอลน้ำแข็งประทะเข้ากับฮ๊อบก็อบลินร่างใหญ่แล้วระเบิดออกร่างของทั้งคู่กลายเป็นเศษน้ำแข็งกระจัดกระจาย

            “ข้าคงต้องเดินทางไปเอง” ราชาก๊อบลินรำพึง

            -----------------------------------

เสือยืนร่างเล็กเป็นเสือวัยรุ่นที่ได้รับพลังจากการกลืนวิญญาณธาตุไฟและน้ำเข้าไป แม้ว่าเวทมนต์ที่มันสามารถใช้ได้คือการสร้างหมอก แต่หมอกดังกล่าวกลับเป็นประโยชน์ต่อมันและฝูงของเสือยืน เนื่องจากพวกมันสามารถมองเห็นได้แม้ในที่ที่มีหมอกหนาทึบทำให้กองทัพที่มีจำนวนเพียงหลักร้อยของพวกมันสามารถเอาชนะศัตรูจำนวนมากที่ไม่สามารถมองเห็นได้ในทัศนวิศัยดังกล่าวได้เรื่อยมา

เมื่อราชาก็อบลินรู้ว่าเสือยืนตัวนี้สามารถใช้เวทมนต์ได้เหมือนตนมันจึงต้องการแย่งชิงวิญญาณธาตุของเสือยืนเพื่อที่มันจะได้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

ถึงแม้ว่ามันจะยังเป็นเสือวัยรุ่นแต่กลับได้รับการยกย่องจากฝูงเสือยืนให้เป็นหัวหน้าของฝูงเสือยืนหลายร้อยตัว หากวันนี้มันกลับจากการฝึกซ้อมช้าเกินไปกองทัพของพวกมันอาจจะต้องพ่ายแพ้ให้กับกองทัพก็อบลินเป็นแน่

 

กองทัพเสือยืนกลับไปยังถ้ำซึ่งเป็นที่หลบซ่อนของพวกมัน เมื่อถ้ำแห่งนี้ถูกกองทัพก็อบลินค้นพบทำให้พวกมันจำเป็นต้องย้ายที่อยู่โดยเร็วที่สุด

ฝูงเสือยืนพากันเข้าไปในป่าลึกเพื่อหลีกหนีการไล่ล่าของก็อบลิน พวกมันเดินทางได้ไม่เร็วเนื่องจากมีลูกเสือตัวเล็กๆและยังมีพวกที่บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ในตอนนี้ภายในถ้ำขนาดใหญ่ล้วนว่างเปล่ามีเพียงเสือยืนวัยรุ่นที่มีความสูงเพียง 2 เมตรยืนอยู่ตัวเดียวมันรู้ดีว่าราชาก็อบลินต้องการตัวมันเพียงเพราะวิญญาณธาตุทั้งสองเม็ดที่มันกลืนเข้าไป แม้ว่ามันจะมีความแข็งแกร่งไม่มากเนื่องจากยังเด็กและเวทมนต์ที่มันใช้ได้เป็นเพียงหมอกที่ใช้พรางตัวได้เท่านั้น แต่หากมันโตขึ้นด้วยเวทหมอกนี้มันสามารถฆ่ากองทัพนับร้อยนับพันได้โดยไม่ยากนัก

เมื่อฝูงเสือยืนทั้งหมดได้อบยพออกจากพื้นที่แล้ว เสือยืนร่างเล็กสร้างหมอกปกคลุมพื้นที่ที่มันเคยอยู่จนขาวโพลน มันต้องการถ่วงเวลาให้กองทัพก็อบลินเข้าถึงถ้ำของมันได้ช้าที่สุด ยิ่งมันถ่วงเวลาได้มากเท่าใดพวกของมันยิ่งเดินทางหลบหนีได้ไกลเท่านั้น ภายใต้ป่าที่หนาทึบหมอกของมันสามารถอยู่ได้นาน 4-5 วันก่อนที่จะถูกสลายไปด้วยความร้อนของดวงอาทิตย์

------------------------------------

กลุ่มของวินเดินทางมาถึงชายขอบของทะเลทรายอาราม่าอันกว้างใหญ่และเวิ้งว้างเป็นเวลาเดียวกันกับที่ดวงอาทิตย์ดวงโตได้สาดแสงแรงกล้า พวกเขาตัดสินใจหยุดพักที่เนินทรายแห่งหนึ่ง บ้านหลังใหญ่ถูกตั้งขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้หลบแสงแดด แม้ว่าแสงแดดในทะเลทรายจะร้อนแรงแต่กลุ่มของวินมีเกราะธาตุที่สามารถป้องกันความร้อนได้ จึงทำให้พวกเขาเดินทางในทะเลทรายได้อย่างสบาย

“หวังว่าเจ้าคนพวกนั้นคงไม่ตามเรามาแล้วนะ” มิชเชลมองออกไปยังทะเลทรายที่เวิ้งว้าง

“คงไม่มีใครโง่พอที่จะเดินเข้ามาตายอยู่ในทะเลทรายที่แห้งแล้งเช่นนี้หรอก” วินพูดขึ้นโดยไม่ได้คิดอะไร

“อย่างน้อยก็มีพวกเรา” ออนก้าพูดขึ้น หญิงสาวทั้งหมดมองหน้าชายหนุ่มพร้อมกันแล้วหัวเราะในคำพูดของเขา

“ข้าลืมไป พวกเราไม่ได้โง่ เรามีเกราะธาตุที่สามารถป้องกันความร้อนได้เป็นอย่างดี” ชายหนุ่มพูดเขินๆ

“ออนก้าสเบียงของเราเหลือแค่ไหน” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่อง

“พอให้พวกเรากินได้อีกประมาณ 2 เดือนครึ่งค่ะ” ออนก้าตรวจสอบอาหารก่อนที่จะบอกกับชายหนุ่ม พวกเขาไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องน้ำดื่ม เพราะวินสามารถใช้เวทมนต์ของเขาสร้างน้ำขึ้นมาได้

 

รถม้าคันหนึ่งวิ่งไปบนผืนทรายเม็ดละเอียด นับเป็นเรื่องแปลกที่ม้าทั้งสองตัวสามารถเดินอยู่ในทะเลทรายที่ร้อนระอุได้ราวกับพวกมันกำลังเดินอยู่บนพื้นดินทั่วไป ด้วยเกราะธาตุลมของวินทำให้พื้นทรายที่มันเหยียบย่ำลงไปนั้นเหมือนกับไม่มีความร้อนเลย กระนั้นพวกเขาต้องหยุดพักบ่อยกว่าปกติเนื่องจากการวิ่งอยู่บนทรายทำให้ม้าเหนื่อยง่ายกว่าปกติมากนัก

ท่ามกลางทะเลทรายตลอดหลายวันที่ผ่านมาพวกเขาไม่พบสัตว์ร้ายเลยแม้แต่ตัวเดียว แม้ว่าจะไม่พบสัตว์ร้ายแต่คนทั้งสี่รู้สึกได้ว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นดินแดนที่มีอันตรายอยู่ทุกหนทุกแห่ง ตลอดเส้นทางในทะเลทรายที่ดูเหมือนจะเวิ้งว้างพวกเขาพบกองกระดูกคนและสัตว์กระจายอยู่ทั่วไป ทั้งๆที่พวกเขาเดินทางอยู่ในทะเลทรายแห่งนี้เพียงแค่ 4 วัน นั่นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยว่าศพเหล่านั้นจะล้มตายเพราะขาดน้ำหรืออาหาร

ในบ่ายวันหนึ่งออนก้ากำลังจับจ้องไปยังเนินทรายที่อยู่ห่างพวกเขาไปประมาณ 500 เมตร

“ท่านวิน ดูตรงนั้นสิคะ” หญิงสาวชี้นิ้วไปยังบางสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่บนเนินทรายแห่งนั้น

“ทรายเดินได้อย่างนั้นรึ” วินจับจ้องไปยังกองทรายสูงหนึ่งเมตรหลายกองที่กำลังเคลื่อนตัวมาทางพวกเขาอย่างข้าๆ

“นั่นตัวอะไรหรือคะ” แอลฟ่าถามขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเห็นสิ่งที่เคลี่อนไหวอยู่ในทิศทางที่ออนก้าชี้นิ้วไป

ตูม!!

บอลไฟลูกหนึ่งของมิชเชลพุ่งไปยังกองทรายเดินได้ เหล่านั้นแม้จะถูกยิงด้วยเวทไฟแต่ดูเหมือนว่าพวกมันไม่ได้บาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย

“ตัวอะไรกันแน่” วินบ่นพึมพำ

วินสร้างเสาหินปลายแหลมเสียบทะลุกองทรายเดินได้กองหนึ่ง เมื่อมันถูกเสาหินแทงทะลุร่างทรายกองนั้นก็ได้ร่วงลงสู่พื้นสิ่งที่ปรากฎตรงหน้าทุกคนคือกิ้งก่าสีน้ำตาลสูงประมาณ 1 เมตรยืนด้วยสองเท้าหลังกำลังดิ้นพล่านอยู่บนเสาหินปลายแหลมสูงกว่า 3 เมตร  มันดินอยู่พักหนึ่งแล้วร่างที่ถูกเสียบก็แน่นิ่งไป กองทรายที่เหลือยุบหายลงไปพื้นทรายทันทีที่หนึ่งในพวกมันถูกชายหนุ่มฆ่าตาย

 

กิ้งก่าทะเลทราย ธาตุไฟ

ขั้นจอมทัพ ระดับ 10

 

“กิ้งก่า” ออนก้าอุทานขึ้นเสียงดัง

มิชเชลมองไปยังแท่งหินสีม่วงแล้วมองกลับไปยังวิน เธอรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากที่กิ้งก่าธาตุไฟขั้นจอมทัพ มันสามารถทนต่อเวทไฟได้แต่กลับพ่ายแพ้ต่อเวทประสานของชายหนุ่ม

ทุกคนมองไปยังพื้นทรายที่เหมือนมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนที่อยู่ข้างใต้ ฝูงกิ้งก่าทะเลทรายจำนวนมากเข้าปิดล้อมรถม้าและเคลื่อนที่ใกล้เข้ามาอย่างช้าๆ ชายหนุ่มบังคับให้ม้าหยุด เขากระโดดลงจากรถม้าแล้วกระแทกคทาลงบนพื้นทราย พื้นภายในเกราะธาตุที่เคยเป็นทรายบัดนี้กลายเป็นหินสีม่วงที่แข็งแกร่ง

ตุบ ตุบ ตุบ!

เสียงกระแทกดังขึ้นจากใต้พื้นหินที่พวกเขายืนอยู่ กิ้งก่าทะเลทรายมุดทรายเพื่อที่จะเข้าลอบโจมตีกลุ่มของวินโผล่ขึ้นมาไม่ได้ พวกมันพากันถอยออกนอกรัศมีพื้นหินแล้วปรากฎร่างขึ้นต่อหน้าทุกคน กิ้งก่าหลายร้อยตัวที่อยู่รายล้อมรถม้าพ่นทรายร้อนเข้าใส่คนทั้งสี่และสัตว์ที่อยู่บนพื้นหินแข็ง พวกของวินยังไม่ได้ตอบโต้พวกมัน พวกเขามองกิ้งก่าเหล่านั้นด้วยความฉงนสงสัย

แม้ว่าพวกเขาจะประหลาดใจกับการกระทำของกิ้งก่าทะเลทรายเหล่านั้น ทรายร้อนที่พวกมันพ่นออกมาสามารถเผาไหม้ร่างของสัตว์ขนาดใหญ่ได้ภายในระยะเวลาเพียงไม่นาน แต่พวกมันกลับไม่สามารถทำอันตรายให้กับผู้เดินทางทั้งสี่ได้แม้แต่น้อย

ทันทีที่วินชูคทาขึ้นอากาศที่ร้อนระอุภายนอกเกราะธาตุกลับกลายเป็นเย็นยะเยือกภายในระยะเวลาอันสั้น เมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีพื้นทรายใต้ฝ่าเท้ากิ้งก่าหลายร้อยตัวเปลี่ยนจากทรายสีทองเป็นสีขาวโพลน ร่างของกิ้งก่านับร้อยตัวกลายเป็นปฎิมากรรมน้ำแข็งในเวลาต่อมา 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #509 Thank You (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 19:54
    ขอบคุณครับ
    #509
    0
  2. #507 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 22:55
    สนุกดีครับ
    #507
    0